<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ASA Media : อาสามีเดีย &#187; องค์กร</title>
	<atom:link href="http://www.asamedia.org/category/volunteer/orgnization/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.asamedia.org</link>
	<description>สื่อสีขาว สื่อสร้างสรรค์ สร้างจิตสำนึกดี</description>
	<lastBuildDate>Fri, 10 Feb 2012 13:27:02 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.3.1</generator>
		<item>
		<title>สั่งงดของเยี่ยม 9 คุกหยุดยานรก</title>
		<link>http://www.asamedia.org/2012/02/%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%94%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%a2%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%a1-9-%e0%b8%84%e0%b8%b8%e0%b8%81%e0%b8%ab%e0%b8%a2%e0%b8%b8/</link>
		<comments>http://www.asamedia.org/2012/02/%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%94%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%a2%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%a1-9-%e0%b8%84%e0%b8%b8%e0%b8%81%e0%b8%ab%e0%b8%a2%e0%b8%b8/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 03 Feb 2012 16:36:56 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Features]]></category>
		<category><![CDATA[องค์กร]]></category>
		<category><![CDATA[กรมราชทัณฑ์]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้ต้องขัง]]></category>
		<category><![CDATA[ยาเสพติด]]></category>
		<category><![CDATA[เรือนจำ]]></category>
		<category><![CDATA[แก้ปัญหายาเสพติดในเรือนจำ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.asamedia.org/?p=30921</guid>
		<description><![CDATA[วันนี้ (3 ก.พ.) ที่กรมราชทัณฑ์ พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รมว.ยุติธรรม เรียกประชุมผู้บัญชาการเรือนจำทั่วประเทศ พร้อมด้วยสำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) ทั้ง 9 ภูมิภาค เพื่อมอบนโยบายในการแก้ปัญหายาเสพติดในเรือนจำ พล.ต.อ.ประชา กล่าวว่า กระทรวงยุติธรรมและกรมราชทัณฑ์มีนโยบายชัดเจนและพร้อมสนับสนุนงบประมาณในการติดตั้งเทคโนโลยีเพื่อเสริมงานป้องกัน เวลานี้หากจัดการไม่เด็ดขาดสถานการณ์จะยิ่งบานปลาย ดังนั้นภายในสัปดาห์หน้าทุกเรือนจำต้องคัดแยกผู้ต้องขังที่มีพฤติการณ์ค้ายาเสพติดออกจากผู้ต้องขังทั่วไป  เพื่อเตรียมย้ายไปคุมขังในเรือนจำกลางเขาบินและเตรียมการย้ายกลุ่มผู้ต้องขังไปยัง 9 เรือนจำความมั่นคงสูง มีเรือนจำกลางเขาบิน คลองไผ่ บางขวาง คลองเปรม  พิษณุโลก  ระยอง นครศรีฯ สงขลา และ ทัณฑสถานบำบัดพิเศษกลาง ด้านนายถิรชัย วุฒิธรรม เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ในฐานะโฆษกกระทรวงยุติธรรม กล่าวถึง มาตรการในการจำแนกผู้ต้องขังในเรือนจำ ว่า ในวันที่ 6 ก.พ.นี้ ทางกรมราชทัณฑ์จะร่วมกับ ป.ป.ส. จะจัดทำบัญชีกลุ่มผู้ต้องขังที่มีพฤติการณ์ค้ายาเสพติดและต้องย้ายไปคุมขังที่เรือนจำกลางเขาบิน โดยองค์ประกอบที่ใช้พิจารณาคือเป็นผู้ต้องขังกลุ่มความผิดคดียาเสพติดที่มีของกลางอยู่ในการครอบครองจำนวนมาก ผู้ต้องขังที่ยังมีพฤติกรรมเกี่ยวข้องกับการค้ายาเสพติด กลุ่มผู้ต้องขังที่มีอิทธิพลและมีข้อมูลการสั่งยาเสพติดไปจำหน่ายในเรือนจำ โดยบัญชีกลุ่มผู้ค้ายาเสพติดจะแยกออกจาก ผู้ต้องขังคดีความผิดเกี่ยวกับทรัพย์สิน ทวงหนี้  ซึ่งกลุ่มนี้จะมีพื้นฐานการเงินไม่ดีแต่มีจิตใจฮึกเหิมและกลายเป็นสมุนให้กลุ่มผู้ค้าได้ จึงต้องจับแยกจากกัน เพื่อตัดตอนนักค้า นักฆ่า และซามูไรรับจ้าง ในส่วนของมาตรการในเรือนจำจะให้งดของฝากของเยี่ยมในเรือนจำทั้ง 9 แห่ง เริ่มวันที่  16 มี.ค.นี้ เร่งรัดให้ติดตั้งระบบวีดีโอคอนเฟอร์เร้นท์ เครื่องตัดสัญญาณโทรศัพท์ และปรับปรุงกายภาพในเรือนจำโดยการติดกล้องซีซีทีวีในเรือนนอน ซึ่งทั้งหมดจะต้องแล้วเสร็จภายในเดือน พ.ค.นี้  นอกจากนี้ทางกระทรวงจะเสนอขอเพิ่มงบประมาณค่าอาหาร เพื่อไม่ให้เป็นภาระกับญาติในการนำของมาเยี่ยม [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<span class="fb_share"><fb:like href="http://www.asamedia.org/2012/02/%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%94%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%a2%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%a1-9-%e0%b8%84%e0%b8%b8%e0%b8%81%e0%b8%ab%e0%b8%a2%e0%b8%b8/" layout="button_count"></fb:like></span><div id="content">
<div id="attachment_30922" class="wp-caption aligncenter" style="width: 310px"><a class="highslide" onclick="return vz.expand(this)" href="http://www.asamedia.org/wp-content/uploads/10723.jpg"><img class="size-medium wp-image-30922" src="http://www.asamedia.org/wp-content/uploads/10723-300x161.jpg" alt="" width="300" height="161" /></a><p class="wp-caption-text">ยธ.เรียกผบ.เรือนจำทั่วประเทศมอบนโยบายปราบยาเสพติดขู่หากใครทำไม่ได้ให้โอกาสพิจารณาตัวเอง อ้างผลงานปราบยาเป็นองค์ประกอบพิจารณาเลื่อนตำแหน่ง</p></div>
<p>วันนี้ (3 ก.พ.) ที่กรมราชทัณฑ์ พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รมว.ยุติธรรม เรียกประชุมผู้บัญชาการเรือนจำทั่วประเทศ พร้อมด้วยสำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) ทั้ง 9 ภูมิภาค เพื่อมอบนโยบายในการแก้ปัญหายาเสพติดในเรือนจำ<span id="more-30921"></span></p>
<p>พล.ต.อ.ประชา กล่าวว่า กระทรวงยุติธรรมและกรมราชทัณฑ์มีนโยบายชัดเจนและพร้อมสนับสนุนงบประมาณในการติดตั้งเทคโนโลยีเพื่อเสริมงานป้องกัน เวลานี้หากจัดการไม่เด็ดขาดสถานการณ์จะยิ่งบานปลาย ดังนั้นภายในสัปดาห์หน้าทุกเรือนจำต้องคัดแยกผู้ต้องขังที่มีพฤติการณ์ค้ายาเสพติดออกจากผู้ต้องขังทั่วไป  เพื่อเตรียมย้ายไปคุมขังในเรือนจำกลางเขาบินและเตรียมการย้ายกลุ่มผู้ต้องขังไปยัง 9 เรือนจำความมั่นคงสูง มีเรือนจำกลางเขาบิน คลองไผ่ บางขวาง คลองเปรม  พิษณุโลก  ระยอง นครศรีฯ สงขลา และ ทัณฑสถานบำบัดพิเศษกลาง</p>
<p>ด้านนายถิรชัย วุฒิธรรม เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ในฐานะโฆษกกระทรวงยุติธรรม กล่าวถึง มาตรการในการจำแนกผู้ต้องขังในเรือนจำ ว่า ในวันที่ 6 ก.พ.นี้ ทางกรมราชทัณฑ์จะร่วมกับ ป.ป.ส. จะจัดทำบัญชีกลุ่มผู้ต้องขังที่มีพฤติการณ์ค้ายาเสพติดและต้องย้ายไปคุมขังที่เรือนจำกลางเขาบิน โดยองค์ประกอบที่ใช้พิจารณาคือเป็นผู้ต้องขังกลุ่มความผิดคดียาเสพติดที่มีของกลางอยู่ในการครอบครองจำนวนมาก ผู้ต้องขังที่ยังมีพฤติกรรมเกี่ยวข้องกับการค้ายาเสพติด กลุ่มผู้ต้องขังที่มีอิทธิพลและมีข้อมูลการสั่งยาเสพติดไปจำหน่ายในเรือนจำ โดยบัญชีกลุ่มผู้ค้ายาเสพติดจะแยกออกจาก ผู้ต้องขังคดีความผิดเกี่ยวกับทรัพย์สิน ทวงหนี้  ซึ่งกลุ่มนี้จะมีพื้นฐานการเงินไม่ดีแต่มีจิตใจฮึกเหิมและกลายเป็นสมุนให้กลุ่มผู้ค้าได้ จึงต้องจับแยกจากกัน เพื่อตัดตอนนักค้า นักฆ่า และซามูไรรับจ้าง ในส่วนของมาตรการในเรือนจำจะให้งดของฝากของเยี่ยมในเรือนจำทั้ง 9 แห่ง เริ่มวันที่  16 มี.ค.นี้ เร่งรัดให้ติดตั้งระบบวีดีโอคอนเฟอร์เร้นท์ เครื่องตัดสัญญาณโทรศัพท์ และปรับปรุงกายภาพในเรือนจำโดยการติดกล้องซีซีทีวีในเรือนนอน ซึ่งทั้งหมดจะต้องแล้วเสร็จภายในเดือน พ.ค.นี้  นอกจากนี้ทางกระทรวงจะเสนอขอเพิ่มงบประมาณค่าอาหาร เพื่อไม่ให้เป็นภาระกับญาติในการนำของมาเยี่ยม รวมถึงเป็นการป้องกันการนำสิ่งของต้องห้ามเข้ามาในเรือนจำด้วย<br />
&#8220;สำหรับมาตรการคุมเข้มในเรือนจำจะมีการตรวจค้นบุคคลเข้าออกเรือนจำทุกคน ไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่เรือนจำ ผู้ต้องขัง บุคคลภายนอกที่เข้ามาติดต่อกิจกรรมภายในเรือนจำ รวมถึงรถยนต์ ยานพาหนะทุกประเภทที่เข้ามาติดต่อ โดยจะมีการจัดเวรยาม รักษาบริเวณด้านนอกเรือนจำเพื่อสอดส่องและเฝ้าระวังบุคคลภายนอกไม่ให้ขว้างปาสิ่งของต้องห้ามเข้าไปในเรือนจำ  โดยจะประสานงานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจค้นเป็นระยะ&#8221; นายถิรชัย กล่าว</p>
<p>ด้าน ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวมอบนโยบายว่า ไม่มีใครเข้าใจเรือนจำได้ดีเท่าตนเพราะตลอด 1 ปีที่ลูกชายติดคุกได้เข้าเยี่ยมทุกวัน ทุกวันนี้ขับรถผ่านเรือนจำที่ไหนยกมือไหว้ทุกที่ขอว่าชีวิตนี้อย่าได้ต้องมาเยี่ยมใครอีกเลย ทั้งนี้ในแต่ละเรือนจำต้องปรับภาพลักษณ์ตัวเอง ไม่ใช่ค้นทุกครั้งก็เจอโทรศัพท์มือถือตลอด ผบ.แดน ผบ.ส่วนควบคุมต้องหารือกับ ผบ.เรือนจำเพราะของพวกนี้คนของเราเป็นคนเอาเข้าไป ถ้าค้นเจออีกเจ้าหน้าที่ต้องรับผิดชอบ มาตรการทางปกครองต้องมีทั้งตบและจูบ หากสามารถป้องกันการค้ายาเสพติดจากในเรือนจำได้ สวัสดิการทุกด้านของเจ้าหน้าที่จะได้รับการปรับปรุง โดยในการเสนอของปรับสวัสดิการตำรวจจะพ่วงกรณีของจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ไปด้วย.</p>
</div>
<div id="social-block">
<div id="facebook-comment">
<div id="facebook-comment-title">
<h3></h3>
<p>ที่มา : เดลินิวส์</p>
</div>
</div>
</div>
<span class="fb_share"><fb:like href="http://www.asamedia.org/2012/02/%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%94%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%a2%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%a1-9-%e0%b8%84%e0%b8%b8%e0%b8%81%e0%b8%ab%e0%b8%a2%e0%b8%b8/" layout="button_count"></fb:like></span>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.asamedia.org/2012/02/%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%94%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%a2%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%a1-9-%e0%b8%84%e0%b8%b8%e0%b8%81%e0%b8%ab%e0%b8%a2%e0%b8%b8/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>25 มูลนิธิสาธารณประโยชน์ระดมพลัง เปิดตัวโครงการ ‘ร่วมปัน แบ่งใจ สู่สายใยเด็กและสตรี’</title>
		<link>http://www.asamedia.org/2011/12/25-%e0%b8%a1%e0%b8%b9%e0%b8%a5%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b4%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%98%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%93%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%82%e0%b8%a2%e0%b8%8a%e0%b8%99%e0%b9%8c/</link>
		<comments>http://www.asamedia.org/2011/12/25-%e0%b8%a1%e0%b8%b9%e0%b8%a5%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b4%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%98%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%93%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%82%e0%b8%a2%e0%b8%8a%e0%b8%99%e0%b9%8c/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 22 Dec 2011 15:24:38 +0000</pubDate>
		<dc:creator>pimai</dc:creator>
				<category><![CDATA[องค์กร]]></category>
		<category><![CDATA[ปัญหาสังคม]]></category>
		<category><![CDATA[มูลนิธิปวีณา]]></category>
		<category><![CDATA[มูลนิธิสาธารณประโยชน์]]></category>
		<category><![CDATA[มูลนิธิเพื่อเด็กและสตรี]]></category>
		<category><![CDATA[แก้ปัญหาแบบบูรณาการ]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการร่วมปัน แบ่งใจ สู่สายใยเด็กและสตรี]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.asamedia.org/?p=30248</guid>
		<description><![CDATA[กลุ่มเครือข่ายนักธุรกิจสกุลอมาตยกุล มูลนิธิเพื่อนหญิง และ มูลนิธิศูนย์พิทักษ์สิทธิเด็ก พร้อม 22 มูลนิธิองค์กรสาธารณประโยชน์ในประเทศไทย จับมือจัดโครงการ “ร่วมปัน แบ่งใจ สู่สายใยเด็กและสตรี” หรือ UCW เพื่อระดมพลังร่วมช่วยกันแก้ปัญหาสังคมไทยแบบบูรณาการ ยั่งยืน ครบทุกมิติ ประเดิมงานแรกด้วยการระดมทุนบริจาคจากหน่วยงานต่างๆทุกภาคส่วน พร้อมตั้ง “ศูนย์เครือข่ายกลาง UCW” ประสานงานรับเรื่องราวร้องทุกข์ ส่งปัญหาสู่มือมูลนิธิเครือข่ายที่เข้าใจปัญหาอย่างแท้จริง ดร.อุษณากร อมาตยกุล ประธานคณะกรรมการโครงการฯเปิดเผยว่า การจับมือร่วมกันของ25 มูลนิธิองค์กรสาธารณาประโยชน์ในประเทศไทยครั้งนี้ ถือเป็นปรากฏการณ์รวมพลังครั้งแรก และครั้งสำคัญก็ว่าได้โดยมีจุดประสงค์อันแน่วแน่เดียวกันคือ การช่วยเหลือกันแก้ไข-เยียวยา-ฟื้นฟู-ป้องกัน ปัญหาสังคมไทยแบบยั่งยืน รวมทั้งจะสามารถสร้างพลังเชื่อมต่อการแก้ไขปัญหาให้ครบทุกมิติ  “โครงการดังกล่าวเกิดขึ้นโดยสืบเนื่องจากยุคปัจจุบันเด็ก สตรี ผู้สูงอายุ ผู้พิการ และผู้ประสบภัย ได้ถูกคุกคามจากภัยของสังคมมากขึ้น ซึ่งแต่ละปัญหาได้ฝังรากลึกในสังคม ทำให้เกิดความเสียหายทั้งทางตรงและทางอ้อม ทั้งนี้ ปัญหาต่างๆ ดังกล่าวก็ได้รับการการช่วยเหลือเยียวยาจากองค์กรต่างๆ ในประเทศ ไม่ว่าจะเป็นทั้งภาครัฐและเอกชน รวมทั้งองค์กรสาธารณประโยชน์ต่างๆ จากทั้งในและนอกประเทศหลายองค์กร ส่งผลให้เกิดการทับซ้อนของปัญหาขึ้น  ดังนั้น จึงเกิดแนวคิดที่จะนำปัญหาที่เกิดขึ้นทั้งหมดกับเด็ก สตรี ผู้สูงอายุ ผู้พิการและผู้ประสบภัยมาตีกรอบส่วนของพื้นที่ที่ทับซ้อนในเชิงรูปธรรมและนำมาแก้ไขในเชิงบูรณาการที่ยั่งยืน ทั้งทางด้านร่างกายและจิตใจ รวมทั้งการปฏิบัติตามแนวนโยบายร่วมกัน [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<span class="fb_share"><fb:like href="http://www.asamedia.org/2011/12/25-%e0%b8%a1%e0%b8%b9%e0%b8%a5%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b4%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%98%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%93%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%82%e0%b8%a2%e0%b8%8a%e0%b8%99%e0%b9%8c/" layout="button_count"></fb:like></span><div id="attachment_30249" class="wp-caption alignleft" style="width: 310px"><a class="highslide" onclick="return vz.expand(this)" href="http://www.asamedia.org/wp-content/uploads/iq5c7b26e31c6e031fccb647e8254e8a1d.jpg"><img class="size-medium wp-image-30249" src="http://www.asamedia.org/wp-content/uploads/iq5c7b26e31c6e031fccb647e8254e8a1d-300x200.jpg" alt="" width="300" height="200" /></a><p class="wp-caption-text">นักวิชาการตอบรับ โครงการ “ร่วมปัน แบ่งใจ สู่สายใยเด็ก และสตรี”สนับสนุนแนวคิดการแก้ไขปัญหาสังคมไทยแบบบูรณาการ และยั่งยืน</p></div>
<p>กลุ่มเครือข่ายนักธุรกิจสกุลอมาตยกุล มูลนิธิเพื่อนหญิง และ มูลนิธิศูนย์พิทักษ์สิทธิเด็ก พร้อม 22 มูลนิธิองค์กรสาธารณประโยชน์ในประเทศไทย จับมือจัดโครงการ “ร่วมปัน แบ่งใจ สู่สายใยเด็ก<span id="more-30248"></span>และสตรี” หรือ UCW เพื่อระดมพลังร่วมช่วยกันแก้ปัญหาสังคมไทยแบบบูรณาการ ยั่งยืน ครบทุกมิติ ประเดิมงานแรกด้วยการระดมทุนบริจาคจากหน่วยงานต่างๆทุกภาคส่วน พร้อมตั้ง “ศูนย์เครือข่ายกลาง UCW” ประสานงานรับเรื่องราวร้องทุกข์ ส่งปัญหาสู่มือมูลนิธิเครือข่ายที่เข้าใจปัญหาอย่างแท้จริง</p>
<p><img src="http://www.naewna.com/images/space.gif" alt="" width="40" height="1" />ดร.อุษณากร อมาตยกุล ประธานคณะกรรมการโครงการฯเปิดเผยว่า การจับมือร่วมกันของ25 มูลนิธิองค์กรสาธารณาประโยชน์ในประเทศไทยครั้งนี้ ถือเป็นปรากฏการณ์รวมพลังครั้งแรก และครั้งสำคัญก็ว่าได้โดยมีจุดประสงค์อันแน่วแน่เดียวกันคือ การช่วยเหลือกันแก้ไข-เยียวยา-ฟื้นฟู-ป้องกัน ปัญหาสังคมไทยแบบยั่งยืน รวมทั้งจะสามารถสร้างพลังเชื่อมต่อการแก้ไขปัญหาให้ครบทุกมิติ</p>
<p><img src="http://www.naewna.com/images/space.gif" alt="" width="40" height="1" /> “โครงการดังกล่าวเกิดขึ้นโดยสืบเนื่องจากยุคปัจจุบันเด็ก สตรี ผู้สูงอายุ ผู้พิการ และผู้ประสบภัย ได้ถูกคุกคามจากภัยของสังคมมากขึ้น ซึ่งแต่ละปัญหาได้ฝังรากลึกในสังคม ทำให้เกิดความเสียหายทั้งทางตรงและทางอ้อม ทั้งนี้ ปัญหาต่างๆ ดังกล่าวก็ได้รับการการช่วยเหลือเยียวยาจากองค์กรต่างๆ ในประเทศ ไม่ว่าจะเป็นทั้งภาครัฐและเอกชน รวมทั้งองค์กรสาธารณประโยชน์ต่างๆ จากทั้งในและนอกประเทศหลายองค์กร ส่งผลให้เกิดการทับซ้อนของปัญหาขึ้น</p>
<p><img src="http://www.naewna.com/images/space.gif" alt="" width="40" height="1" /> ดังนั้น จึงเกิดแนวคิดที่จะนำปัญหาที่เกิดขึ้นทั้งหมดกับเด็ก สตรี ผู้สูงอายุ ผู้พิการและผู้ประสบภัยมาตีกรอบส่วนของพื้นที่ที่ทับซ้อนในเชิงรูปธรรมและนำมาแก้ไขในเชิงบูรณาการที่ยั่งยืน ทั้งทางด้านร่างกายและจิตใจ รวมทั้งการปฏิบัติตามแนวนโยบายร่วมกัน เพื่อพัฒนาและต่อยอดระดับการแก้ไขปัญหาต่อกลุ่มเป้าหมายในเชิงลึกๆ ต่อไป ขณะเดียวก็เพื่อเป็นการสนองตามพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ว่า “การเข้าถึง เข้าใจ และพัฒนา” ในการเข้าถึงและแก้ไขปัญหาเพื่อประชาชนอีกด้วย”</p>
<p><img src="http://www.naewna.com/images/space.gif" alt="" width="40" height="1" /> อย่างไรก็ตาม ทางโครงการได้มองถึงปัญหาของการเยียวยาแก้ไขปัญหาของเด็กและสตรีที่ผ่านทางมูลนิธิฯ องค์กรสาธารณประโยชน์ว่าไม่สามารถกระทำการได้อย่างเต็มที่ หรือเท่ากับศักยภาพที่มี กล่าวคือ องค์กรต่างๆ มีศักยภาพในระดับสูง แต่การก้าวสู่การทำงานให้เต็มความสามารถนั้นยังขาดปัจจัยอีกหลายประการ โดยเฉพาะปัจจัยด้าน “เงินทุน” จึงส่งผลให้ดารดำเนินงานตามนโยบายขององค์กรต่างๆ เหล่านี้ไม่ประสบผลสำเร็จเท่าที่ควร</p>
<p><img src="http://www.naewna.com/images/space.gif" alt="" width="40" height="1" /> “ทางโครงการมีการดำเนินงานในเบื้องต้น คือการระดมเงินบริจาคจากหน่วยงานต่างๆ ทุกภาคส่วนในสังคมไทย ซึ่งจะมีการจัดงานในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2555 ณ โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์แอทเซ็นทรัลเวิลด์ ห้องคอนเวนชั่นเซ็นเตอร์ ชั้น 22 โดยจัดเป็นกึ่งกาล่าดินเนอร์ให้ผู้ร่วมโครงการฯ สามารถพบปะสังสรรค์ในแวดวงของนักธุรกิจ กลุ่มองค์กร เพื่อแลกเปลี่ยนแนวคิดทางเศรษฐกิจ เพื่อความร่วมมือกันทางด้านการค้า เสนอข้อคิดเห็น การแก้ปัญหาของภัยคุกคามเด็ก สตรี ผู้สูงอายุ ผู้พิการ และผู้ประสบภัย</p>
<p><img src="http://www.naewna.com/images/space.gif" alt="" width="40" height="1" /> ด้าน นายปถมัง อมาตยกุล เลขานุการโครงการฯ กล่าวต่อว่า การจัดตั้งโครงการดังกล่าวเพื่อเป็นสื่อกลางในการทำงานให้กับทุกมูลนิธิฯทั้ง 25 องค์กร ไม่ว่าจะเป็นด้านเงินทุน การประชาสัมพันธ์ รวมไปถึงด้านบุคลากร เพื่อเป็นการเพิ่มศักยภาพให้กับการทำงานของมูลนิธิต่างๆ</p>
<p><img src="http://www.naewna.com/images/space.gif" alt="" width="40" height="1" /> “ปัญหาด้านเด็กและสตรี ผู้พิการ ส่วนใหญ่ในสังคม เมื่อมีการแจ้งปัญหาต่างๆ เข้ามา เรื่องส่วนใหญ่จะถูกโยนไปที่มูลนิธิปวีณาทั้งหมด ทำให้ปัญหาเหล่านั้นเกิดการกระจุกตัว และจัดการไม่ทั่วถึง ทั้งที่ในประเทศไทยมีมูลนิธิฯ ที่มีศักยภาพในการทำงานด้านนี้อยู่จำนวนมาก ดังนั้น หน้าที่และวัตถุประสงค์หลักของเราคือ การผนึกกำลังกับมูลนิธิต่างๆ เหล่านี้ ในการเป็นกระบอกเสียงเพื่อจัดการกระจายปัญหาต่างๆ ที่ได้รับมาจากการร้องเรียน เพื่อให้ได้รับการแก้ไขอย่างทั่วถึงและยั่งยืนต่อไป”</p>
<p><img src="http://www.naewna.com/images/space.gif" alt="" width="40" height="1" /> ทั้งนี้ ทางโครงการให้ทั้ง 25 มูลนิธิ จัดกิจกรรมขึ้นมามูลนิธิละ 3 กิจกรรม และช่วยในเรื่องของการระดมทุน ประชาสัมพันธ์งาน ให้การทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งจะมีการทำงานร่วมกันอย่างเป็นระบบ ทั้งการจัดกิจกรรม โครงการ โดยการร่วมมือกันของทั้ง 25 โครงการในการทำงานให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เพื่อการจัดการปัญหาที่ยั่งยืนอย่างต่อเนื่อง ให้แก่บรรดาเด็ก สตรี ผู้สูงอายุ ผู้พิการ และผู้ประสบภัย ให้ได้รับการฟื้นฟูทั้งด้านร่างกายและจิตใจมากที่สุด</p>
<div align="center"></div>
<p>วันที่ 22/12/2011</p>
<p>ที่มา : แนวหน้า</p>
<p>ภาพ : <a href="http://www.ryt9.com/s/prg/1304697">http://www.ryt9.com/s/prg/1304697</a></p>
<span class="fb_share"><fb:like href="http://www.asamedia.org/2011/12/25-%e0%b8%a1%e0%b8%b9%e0%b8%a5%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b4%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%98%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%93%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%82%e0%b8%a2%e0%b8%8a%e0%b8%99%e0%b9%8c/" layout="button_count"></fb:like></span>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.asamedia.org/2011/12/25-%e0%b8%a1%e0%b8%b9%e0%b8%a5%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b4%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%98%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%93%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%82%e0%b8%a2%e0%b8%8a%e0%b8%99%e0%b9%8c/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>แบรนด์เนทช่วยน้ำท่วม</title>
		<link>http://www.asamedia.org/2011/12/%e0%b9%81%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b9%8c%e0%b9%80%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%8a%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%97%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%a1/</link>
		<comments>http://www.asamedia.org/2011/12/%e0%b9%81%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b9%8c%e0%b9%80%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%8a%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%97%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%a1/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 08 Dec 2011 05:32:36 +0000</pubDate>
		<dc:creator>wanManeeporn</dc:creator>
				<category><![CDATA[Features]]></category>
		<category><![CDATA[คนทำดี]]></category>
		<category><![CDATA[องค์กร]]></category>
		<category><![CDATA[ช่วยเหลือผู้ประสบภัย]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำท่วม]]></category>
		<category><![CDATA[ผ่านมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่งยามยาก]]></category>
		<category><![CDATA[มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่งยามยาก]]></category>
		<category><![CDATA[แบรนด์เนท]]></category>
		<category><![CDATA[แบรนด์เนทช่วยน้ำท่วม]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.asamedia.org/?p=29917</guid>
		<description><![CDATA[เห็นพี่น้องคนไทยหลายพื้นที่เดือดร้อนจากมหาอุทกภัยครั้งใหญ่ ผู้บริหารสาว กรกฎ ศรีวิกรม์ แห่งศูนย์การค้าเกษรพลาซ่า จึงงดฉลองรื่นเริงส่งท้ายปี เปลี่ยนรูปแบบมาจัดงาน “เกษรปันน้ำใจ ช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม” ชวนคนคุ้นเคยมาร่วมประมูลสินค้าแบรนด์เนม หารายได้ช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม ผ่านมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย โดยการทำบุญครั้งใหญ่ได้รับการสนับสนุนจากลักซัวรี่แบรนด์ดัง ส่งสินค้ามาร่วมประมูล อาทิ ซัลวาตอเร เฟอรากาโม, เอ็มโพริโอ อาร์มานี่, มงต์บลอง, ริโมว่า พร้อมกับของรักของหวงของเซเลบริตี้ล้นน้ำใจ ที่ส่งมารวมประมูลทั้งหมด  11 ชิ้น โดยมี ม.ล.อัศนี ปราโมช องคมนตรี และท่านผู้หญิงวราพร ปราโมช ณ อยุธยา เป็นประธานเปิดการประมูลพร้อมเปิดไฟต้นคริสต์มาส เมื่อเร็ว ๆ ที่ชั้นจี ศูนย์การค้า เกษรพลาซ่า              บรรยากาศการประมูลร้อนแรงตั้งแต่ชิ้นแรก เมื่อกระเป๋า “รุ่นนโปลี จากเอ็มโพริโอ อาร์มานี่” เผยโฉมออกมา หลังใช้เวลายกป้ายไม่นาน สุริยน ศรีอรทัยกุล แห่งบิวตี้เจมส์ ไม่พลาดความตั้งใจคว้าไปนอนกอดในราคา 30,000 บาท [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<span class="fb_share"><fb:like href="http://www.asamedia.org/2011/12/%e0%b9%81%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b9%8c%e0%b9%80%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%8a%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%97%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%a1/" layout="button_count"></fb:like></span><p><a class="highslide" href="http://www.asamedia.org/wp-content/uploads/2079.jpg"><img class="alignnone size-full wp-image-29918" src="http://www.asamedia.org/wp-content/uploads/2079.jpg" alt="" width="620" height="334" /></a></p>
<p>เห็นพี่น้องคนไทยหลายพื้นที่เดือดร้อนจากมหาอุทกภัยครั้งใหญ่ ผู้บริหารสาว กรกฎ ศรีวิกรม์ แห่งศูนย์การค้าเกษรพลาซ่า จึงงดฉลองรื่นเริงส่งท้ายปี เปลี่ยนรูปแบบมาจัดงาน “เกษรปันน้ำใจ ช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม” ชวนคนคุ้นเคยมาร่วมประมูลสินค้าแบรนด์เนม หารายได้ช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม ผ่านมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย โดยการทำบุญครั้งใหญ่ได้รับการสนับสนุนจากลักซัวรี่แบรนด์ดัง ส่งสินค้ามาร่วมประมูล อาทิ ซัลวาตอเร เฟอรากาโม, เอ็มโพริโอ อาร์มานี่, มงต์บลอง, ริโมว่า พร้อมกับของรักของหวงของเซเลบริตี้ล้นน้ำใจ ที่ส่งมารวมประมูลทั้งหมด  11 ชิ้น โดยมี ม.ล.อัศนี ปราโมช องคมนตรี และท่านผู้หญิงวราพร ปราโมช ณ อยุธยา เป็นประธานเปิดการประมูลพร้อมเปิดไฟต้นคริสต์มาส เมื่อเร็ว ๆ ที่ชั้นจี ศูนย์การค้า เกษรพลาซ่า             </p>
<p>บรรยากาศการประมูลร้อนแรงตั้งแต่ชิ้นแรก เมื่อกระเป๋า “รุ่นนโปลี จากเอ็มโพริโอ อาร์มานี่” เผยโฉมออกมา หลังใช้เวลายกป้ายไม่นาน สุริยน ศรีอรทัยกุล แห่งบิวตี้เจมส์ ไม่พลาดความตั้งใจคว้าไปนอนกอดในราคา 30,000 บาท ส่วนนักสะสมนาฬิกา เพ็ญ สุขสมบูรณ์วงศ์ คว้านาฬิกาข้อมือ 2 เรือนไปแบบไร้คู่แข่ง  ทั้งนาฬิกาฟอร์ติส ลิมิเต็ดอิดิชั่น รุ่นบี-42 จากยูกิ ศรีกาญจนา ราคา 50,000 บาท และนาฬิกาโอริส เรือนที่ 55 จาก 999 เรือนรุ่นลิมิเต็ดอิดิชั่น จัดทำพิเศษในโอกาสพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงครองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี ของ ดร.ปราโมทย์ เหรียญเจริญกุล ในราคา 50,000 บาท</p>
<p>สำหรับเจ้าของงาน กรกฎ ศรีวิกรม์ อดใจไม่ไหวยกป้ายประมูล “กระเป๋าคลัทช์ แบรนด์ควันเพ็ญ” มาถือสมใจในราคา 60,000 บาท ส่วน “กระเป๋าสะพายสีออติคัลไวท์ ขนาดกลางจากซัลวาตอเร เฟอรากาโม” ม.ล.ปุณยนุช ดุลยจินดา ประมูลชนะขาดไป 70,000 บาท, สาวรักศิลปะ รชชต เศรษฐวรเดช คว้าศิลปะแขวนผนัง ผลงานออกแบบของ เพลินจันทร์ รุ่นประพันธ์ ไปแต่งคอนโดแห่งใหม่ในราคาเบา ๆ  22,000 บาท ปล่อยให้ ณรัณ ธรรมาวรานุคปต์ และ น้องปั่น ปั่น ลูกสาวตัวน้อย ชาญ ศรีวิกรม์ สลับกันยกป้ายประมูลอย่างถึงพริกถึงขิง ชิง “ปากกาด้ามหรูสีสโนว์ ไวท์ จากมงต์บลอง” ผลสุดท้ายน้องปั่นปั่น ชนะขาดได้ปากกาไปฝากคุณพ่อที่ราคา 52,000 บาท</p>
<p>ส่วนชิ้นร้อนฉ่ากลางงานประมูลที่สุด ต้องยกให้ “กระเป๋าชาเนลรุ่นหายาก 2.55 มัลเทลิก เทอร์ควอยส์ แฟลพ์” ของดาราสาว อารยา เอ ฮาร์เก็ต ที่ขับเคี่ยวยกป้ายประมูลกันระหว่าง ศรีสอาด ชั้นสามารถ และ ม.ล.ปุณยนุช ดุลยจินดา แต่สุดท้ายฝ่ายแรกใจถึงกว่าจึงได้เป็นเจ้าของสมใจไปสะพายเล่นๆ ในราคา 1.4 แสนบาท ซึ่งก่อนหน้านี้ได้ยกป้ายประมูลจนคว้า “กระเป๋าเดินทางริโมว่า” รุ่นใหม่เอี่ยมไปใช้ก่อนใครในเอเชีย ในราคา 1.5 แสนบาท  งานนี้เรียกได้ว่าผู้ประมูลทุกคนกลับบ้านพร้อมของถูกใจ แถมยังอิ่มบุญกันถ้วนหน้า เพราะหลังเคาะปิดการประมูลแบรนด์เบอร์เบอรี่ควักกระเป๋าสมทบเพิ่ม 30,000 บาท รวมเป็นเงินกว่า  7 แสนบาท  โดยนำยอดเงินดังกล่าวมาร่วมกับเงินจากการจำหน่ายสินค้ามือสองซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 2 ธ.ค.ที่ผ่านมา และร่วมกับผู้มีจิตศรัทธาร่วมบริจาคยังกล่องที่ตั้งตามจุดต่าง ๆ ภายในศูนย์การค้าเกษร รวมเป็นเงินกว่า 1.3 ล้านบาท ที่จะนำไปช่วยเหลือผู้ประสบภัย ผ่านมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่งยามยาก.</p>
<p>ขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก : เดลินิวส์</p>
<span class="fb_share"><fb:like href="http://www.asamedia.org/2011/12/%e0%b9%81%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b9%8c%e0%b9%80%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%8a%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%97%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%a1/" layout="button_count"></fb:like></span>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.asamedia.org/2011/12/%e0%b9%81%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b9%8c%e0%b9%80%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%8a%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%97%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%a1/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>บิ๊กบอสยามาฮ่า พร้อมด้วย ณเดชน์ และโตโน่ ลงพื้นที่ช่วยเหลือผู้ประสบภัย</title>
		<link>http://www.asamedia.org/2011/12/%e0%b8%9a%e0%b8%b4%e0%b9%8a%e0%b8%81%e0%b8%9a%e0%b8%ad%e0%b8%aa%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%ae%e0%b9%88%e0%b8%b2-%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%a1%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%a7/</link>
		<comments>http://www.asamedia.org/2011/12/%e0%b8%9a%e0%b8%b4%e0%b9%8a%e0%b8%81%e0%b8%9a%e0%b8%ad%e0%b8%aa%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%ae%e0%b9%88%e0%b8%b2-%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%a1%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%a7/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 02 Dec 2011 01:53:02 +0000</pubDate>
		<dc:creator>wanManeeporn</dc:creator>
				<category><![CDATA[Features]]></category>
		<category><![CDATA[คนทำดี]]></category>
		<category><![CDATA[องค์กร]]></category>
		<category><![CDATA[ณเดชน์]]></category>
		<category><![CDATA[บิ๊กบอสยามาฮ่า]]></category>
		<category><![CDATA[บิ๊กบอสยามาฮ่า พร้อมด้วย ณเดชน์ และโตโน่ ลงพื้นที่ช่วยเหลือผู้ประสบภัย]]></category>
		<category><![CDATA[เหลือผู้ประสบภัย]]></category>
		<category><![CDATA[โตโน่]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.asamedia.org/?p=29740</guid>
		<description><![CDATA[บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด อาสาเป็นสื่อกลางช่วยเหลือผู้ประสบภัย โดยมี คุณประพันธ์ พลธนะ วสิทธิ์ รองประธานกรรมการบริหาร ลงพื้นที่ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยด้วยตนเอง พร้อมด้วยศิลปินดาราและนักร้องซุปเปอร์สตาร์ ณเดชน์ คูกิมิยะ และ โตโน่ เดอะสตาร์ โดยนำถุงยังชีพไปส่งมอบให้ผู้ที่ได้รับความเดือดร้อน ณ บริเวณหมู่บ้านรัตนโกสินทร์ 200 ปี อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี เมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา ซึ่งครั้งนี้นับเป็นการ ลงพื้นที่ครั้งที่ 5 สำหรับในเขตกรุงเทพฯและ ปริมณฑล ทั้งนี้ยังมีจังหวัดอื่นๆที่ยามาฮ่าได้ลงพื้นที่ช่วยเหลือและฟื้นฟู สำหรับในครั้งหน้าจะเป็นที่ใด ติดตามความเคลื่อนไหวได้ที่นี่ ขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก : sanook]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<span class="fb_share"><fb:like href="http://www.asamedia.org/2011/12/%e0%b8%9a%e0%b8%b4%e0%b9%8a%e0%b8%81%e0%b8%9a%e0%b8%ad%e0%b8%aa%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%ae%e0%b9%88%e0%b8%b2-%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%a1%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%a7/" layout="button_count"></fb:like></span><p><a class="highslide" href="http://www.asamedia.org/wp-content/uploads/21003_002.jpg"><img class="alignnone size-full wp-image-29748" src="http://www.asamedia.org/wp-content/uploads/21003_002.jpg" alt="" width="500" height="334" /></a></p>
<p>บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด อาสาเป็นสื่อกลางช่วยเหลือผู้ประสบภัย โดยมี <strong>คุณประพันธ์ พลธนะ วสิทธิ์ รองประธานกรรมการบริหาร</strong> ลงพื้นที่ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยด้วยตนเอง</p>
<p><img src="http://music.sanook.com/story_picture/m/21003_003.jpg" alt="" border="0" /></p>
<p><img src="http://music.sanook.com/story_picture/m/21003_004.jpg" alt="" border="0" /></p>
<p>พร้อมด้วยศิลปินดาราและ<strong>นักร้องซุปเปอร์สตาร์ ณเดชน์ คูกิมิยะ และ โตโน่ เดอะสตาร์</strong> โดยนำถุงยังชีพไปส่งมอบให้ผู้ที่ได้รับความเดือดร้อน ณ บริเวณหมู่บ้านรัตนโกสินทร์ 200 ปี อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี เมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา</p>
<p><img src="http://music.sanook.com/story_picture/m/21003_005.jpg" alt="" border="0" /></p>
<p><img src="http://music.sanook.com/story_picture/m/21003_006.jpg" alt="" border="0" /></p>
<p><img src="http://music.sanook.com/story_picture/m/21003_007.jpg" alt="" border="0" /></p>
<p><img src="http://music.sanook.com/story_picture/m/21003_008.jpg" alt="" border="0" /></p>
<p><strong>ซึ่งครั้งนี้นับเป็นการ ลงพื้นที่ครั้งที่ 5 สำหรับในเขตกรุงเทพฯและ ปริมณฑล ทั้งนี้ยังมีจังหวัดอื่นๆที่ยามาฮ่าได้ลงพื้นที่ช่วยเหลือและฟื้นฟู</strong> สำหรับในครั้งหน้าจะเป็นที่ใด ติดตามความเคลื่อนไหวได้ที่นี่</p>
<p>ขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก : sanook</p>
<span class="fb_share"><fb:like href="http://www.asamedia.org/2011/12/%e0%b8%9a%e0%b8%b4%e0%b9%8a%e0%b8%81%e0%b8%9a%e0%b8%ad%e0%b8%aa%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%ae%e0%b9%88%e0%b8%b2-%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%a1%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%a7/" layout="button_count"></fb:like></span>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.asamedia.org/2011/12/%e0%b8%9a%e0%b8%b4%e0%b9%8a%e0%b8%81%e0%b8%9a%e0%b8%ad%e0%b8%aa%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%ae%e0%b9%88%e0%b8%b2-%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%a1%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%a7/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เมืองโคราชเปิดบ้านรับผู้อพยพซับน้ำตาตอบแทนคนไทยไม่ทิ้งกัน</title>
		<link>http://www.asamedia.org/2011/11/%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%82%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%9a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%9c/</link>
		<comments>http://www.asamedia.org/2011/11/%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%82%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%9a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%9c/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 02 Nov 2011 06:51:18 +0000</pubDate>
		<dc:creator>pimai</dc:creator>
				<category><![CDATA[Features]]></category>
		<category><![CDATA[องค์กร]]></category>
		<category><![CDATA[คนละไม้คนละมือ]]></category>
		<category><![CDATA[จังหวัดโคราช]]></category>
		<category><![CDATA[ช่วยเหลือผู้ประสบภัย]]></category>
		<category><![CDATA[ซับน้ำตาคนไทย]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำใจคนไทย]]></category>
		<category><![CDATA[ศูนย์ประสานงานผู้อพยพ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.asamedia.org/?p=27868</guid>
		<description><![CDATA[ช่วงเวลาเดียวกันนี้ เมื่อปี 2553 จ.นคร ราชสีมา เมืองย่าโม-โคราช ต้องประสบความทุกข์ระทมแสนสาหัสจากมหาวิกฤติน้ำท่วมในประวัติศาสตร์รอบ 100 ปี ช่วงนั้นชาวโคราชต่างซาบซึ้งในมหาธารน้ำใจจากพี่น้องคนไทยด้วยกัน ช่วยกันคนละไม้คนละมือ หยิบยื่นช่วยเหลือในทุกรูปแบบ ทั้งเครื่องอุปโภคบริโภคเพื่อประทังชีวิต ตลอดจนเงินบริจาคที่นำมาช่วยบรรเทาความเดือดร้อน ทำให้โคราชรอดพ้นจากวิกฤติครั้งนั้นไปด้วยดี มาถึงปีนี้พี่น้องคนไทยในหลายพื้นที่เขตภาคกลาง กรุงเทพฯ และปริมณฑล กำลังประสบชะตากรรมชีวิตที่เดือดร้อนอย่างหนักจากมหาอุทกภัยครั้งใหญ่หลวงของประเทศ หลายชีวิตหลายครอบครัวต้องอพยพหนีน้ำเพื่อเอาชีวิตรอด และไม่รู้วันข้างหน้าจะดำเนินชีวิตต่อไปอย่างไร เป็นเหตุการณ์สะเทือนใจคนไทยทั้งประเทศ ในสถานการณ์ที่ต้องมีการเคลื่อนย้ายผู้คนและสิ่งของเพื่อหนีน้ำท่วม ทำให้ศูนย์รองรับผู้อพยพหลายแห่งในพื้นที่น้ำท่วมไม่เพียงพอ กลายเป็นความโกลาหลที่ต้องเร่งหาทางแก้ไขโดยด่วน จ.นครราชสีมา โดย นายระพี ผ่องบุพกิจ พ่อเมืองโคราช มองเห็นสภาพปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องคนไทยที่เกิดขึ้น จึงประกาศให้ จ.นครราชสีมา จัดตั้งศูนย์อพยพประชาชนผู้ประสบภัยน้ำท่วม เริ่มดำเนินการในพื้นที่ 4 อำเภอที่มีทำเลที่ตั้งอยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯและจังหวัดทางภาคกลางพื้นที่ที่ประสบภัย เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของการช่วยเหลือผู้เดือดร้อนจำนวนมากที่กำลังต้องการที่พักพิงอยู่อาศัยในภาวะที่ต้องประสบปัญหาวิกฤติ และถือเป็นการแสดงออกถึงน้ำใจของชาวโคราช ตอบแทนที่ครั้งหนึ่งเคยช่วยชีวิตชาวโคราชรอดพ้นจากภัยน้ำท่วม ประหนึ่งน้ำใจ “คนไทยไม่ทิ้งกัน” นายระพี ผ่องบุพกิจ ผวจ.นคร ราชสีมา กล่าวว่า ที่ผ่านมาได้ประชุมร่วมกับนายอำเภอ 32 อำเภอของโคราช เพื่อวางแนวทางช่วยเหลือประชาชนผู้เดือดร้อนจากมหาอุทกภัยใน จ.พระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี นนทบุรี และกรุงเทพฯ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<span class="fb_share"><fb:like href="http://www.asamedia.org/2011/11/%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%82%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%9a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%9c/" layout="button_count"></fb:like></span><p><a class="highslide" onclick="return vz.expand(this)" href="http://www.asamedia.org/wp-content/uploads/p12url13.jpg"><img class="alignnone size-full wp-image-27869" title="p12url" src="http://www.asamedia.org/wp-content/uploads/p12url13.jpg" alt="" width="300" height="201" /></a></p>
<p>ช่วงเวลาเดียวกันนี้ เมื่อปี 2553 จ.นคร ราชสีมา เมืองย่าโม-โคราช ต้องประสบความทุกข์ระทมแสนสาหัสจากมหาวิกฤติน้ำท่วมในประวัติศาสตร์รอบ 100 ปี ช่วงนั้นชาวโคราชต่างซาบซึ้งในมหาธารน้ำใจจากพี่น้องคนไทยด้วยกัน ช่วยกันคนละไม้คนละมือ หยิบยื่นช่วยเหลือในทุกรูปแบบ ทั้งเครื่องอุปโภคบริโภคเพื่อประทังชีวิต<span id="more-27868"></span> ตลอดจนเงินบริจาคที่นำมาช่วยบรรเทาความเดือดร้อน ทำให้โคราชรอดพ้นจากวิกฤติครั้งนั้นไปด้วยดี</p>
<p>มาถึงปีนี้พี่น้องคนไทยในหลายพื้นที่เขตภาคกลาง กรุงเทพฯ และปริมณฑล กำลังประสบชะตากรรมชีวิตที่เดือดร้อนอย่างหนักจากมหาอุทกภัยครั้งใหญ่หลวงของประเทศ หลายชีวิตหลายครอบครัวต้องอพยพหนีน้ำเพื่อเอาชีวิตรอด และไม่รู้วันข้างหน้าจะดำเนินชีวิตต่อไปอย่างไร เป็นเหตุการณ์สะเทือนใจคนไทยทั้งประเทศ ในสถานการณ์ที่ต้องมีการเคลื่อนย้ายผู้คนและสิ่งของเพื่อหนีน้ำท่วม ทำให้ศูนย์รองรับผู้อพยพหลายแห่งในพื้นที่น้ำท่วมไม่เพียงพอ กลายเป็นความโกลาหลที่ต้องเร่งหาทางแก้ไขโดยด่วน</p>
<p>จ.นครราชสีมา โดย นายระพี ผ่องบุพกิจ พ่อเมืองโคราช มองเห็นสภาพปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องคนไทยที่เกิดขึ้น จึงประกาศให้ จ.นครราชสีมา จัดตั้งศูนย์อพยพประชาชนผู้ประสบภัยน้ำท่วม เริ่มดำเนินการในพื้นที่ 4 อำเภอที่มีทำเลที่ตั้งอยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯและจังหวัดทางภาคกลางพื้นที่ที่ประสบภัย เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของการช่วยเหลือผู้เดือดร้อนจำนวนมากที่กำลังต้องการที่พักพิงอยู่อาศัยในภาวะที่ต้องประสบปัญหาวิกฤติ และถือเป็นการแสดงออกถึงน้ำใจของชาวโคราช ตอบแทนที่ครั้งหนึ่งเคยช่วยชีวิตชาวโคราชรอดพ้นจากภัยน้ำท่วม ประหนึ่งน้ำใจ “คนไทยไม่ทิ้งกัน” นายระพี ผ่องบุพกิจ ผวจ.นคร ราชสีมา กล่าวว่า ที่ผ่านมาได้ประชุมร่วมกับนายอำเภอ 32 อำเภอของโคราช เพื่อวางแนวทางช่วยเหลือประชาชนผู้เดือดร้อนจากมหาอุทกภัยใน จ.พระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี นนทบุรี และกรุงเทพฯ โดยมีข้อสรุปให้ใช้พื้นที่ อ.วังน้ำเขียว อ.ปากช่อง อ.ปักธงชัย และ อ.สีคิ้ว เปิดเป็นศูนย์รับผู้อพยพโดยเร่งด่วน มีการเตรียมพร้อมสถานที่และสิ่งอำนวยความสะดวกทุกอย่างเพื่อให้ประชาชนผู้ประสบภัยย้ายเข้ามาพักพิงในทันที</p>
<p>ซึ่งเรื่องนี้ได้ประสานไปทาง ศปภ.แล้ว สามารถเคลื่อนย้ายผู้อพยพเข้ามาพักพิงที่ศูนย์ประสานงานผู้อพยพ จ.นครราชสีมา ได้ทันที เบื้องต้นสามารถรองรับได้อย่างน้อย 8,000 คน และพร้อมขยายได้อีกหากมีจำนวนมากกว่านี้ ลำดับแรกจะใช้พื้นที่ อ.วังน้ำเขียว เพราะอยู่ใกล้กรุงเทพฯ เดินทางสะดวก ใช้สถานที่ 8 แห่ง เช่น ศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุของ อบจ.รองรับได้ 250 คน วัด 4 แห่ง โรงเรียน 2 แห่ง และบ้านพักรีสอร์ทของชมรมผู้ประกอบการวังน้ำเขียวรองรับได้อีก 500 คน รวมแล้วศูนย์วังน้ำเขียวรองรับได้ประมาณ 2,000 คน รวมทั้งศูนย์ที่ อ.ปากช่อง ใช้สถานที่ทั้งวัด โรงเรียน เทศบาลฯ อนามัย รีสอร์ท รองรับได้อีก 3,800 คน หากยังมีความต้องการอพยพเข้ามาเพิ่มอีกก็จะใช้สถานที่พักพิงใน อ.ปักธงชัย และ อ.สีคิ้ว ซึ่งตอนนี้ได้สั่งการให้สถานที่ทุกแห่งเตรียมความพร้อมไว้หมดแล้ว</p>
<p>“ชาวโคราชพร้อมช่วยซับน้ำตาพี่น้องคนไทยตลอดเวลา ในยามที่พี่น้องกำลังเดือดร้อนจากมหาอุทกภัยครั้งใหญ่ของชาติ เราต้องแสดงสปิริตของคนไทย รักกันสามัคคีกันจริง ๆ เราไม่เกี่ยงกัน เรายอมลำบากเล็ก ๆ น้อย ๆ เพื่อช่วยเหลือผู้ที่ลำบากกว่า และชาวโคราชก็สำนึกมาโดยตลอด เมื่อปีที่แล้วโคราชถูกน้ำท่วม ก็มีพี่น้องคนไทยคอยช่วยเหลือกันจนสามารถฝ่าวิกฤติมาได้ มาถึงวันนี้พี่น้องเรากำลังลำบาก คนโคราชก็พร้อมช่วยซับน้ำตา ยินดีต้อนรับผู้ประสบภัยให้เข้ามาพักอาศัยที่โคราชบ้านเรา และที่สำคัญโคราชรับผู้อพยพได้ไม่อั้นและเปิดรับได้ทันที” นายระพี ระบุ</p>
<p>อย่างไรก็ตาม การเตรียมความพร้อมของศูนย์รองรับผู้อพยพที่ จ.นครราชสีมา ตอนนี้ได้มีการระดมสิ่งของบริจาคไว้แล้วมากมาย พร้อมนำไปช่วยเหลือผู้ที่จะอพยพเข้ามาพักที่โคราชได้เต็มที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งทางจังหวัดได้สั่งให้นายอำเภอช่วยกันระดมเส้นหมี่โคราชจากแหล่งผลิตชุมชนต่าง ๆ เพื่อนำมาผัดหมี่โคราชให้ผู้ประสบภัยได้รับประทานอาหารที่เป็นของดีโคราช ขณะเดียวกันทางศูนย์ฯ ยังมีความต้องการสิ่งของเครื่องอุปโภคบริโภคอีกมาก เช่น น้ำดื่ม ผ้าเช็ดตัว ผ้าถุง ผ้าอนามัย และสิ่งของจำเป็นพื้นฐานอื่น ๆ เพื่อนำมาช่วยเหลือพี่น้องที่ย้ายเข้ามา นอกจากนี้ยังได้เตรียมที่จอดรถไว้รองรับและกิจกรรมสันทนาการไว้เพื่อให้ผู้ประสบภัยได้คลายเครียดอีกด้วย ทั้งนี้ ประชาชนผู้เดือดร้อนสามารถโทรศัพท์ประสานงานได้ที่ ปภ.นครราชสีมา โทร. 0-4424-2280 ตลอดเวลา.</p>
<p>ประเมธ  เพราะพินิจ , มนัส  กบขุนทด</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ที่มา : เดลินิวส์</p>
<span class="fb_share"><fb:like href="http://www.asamedia.org/2011/11/%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%82%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%9a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%9c/" layout="button_count"></fb:like></span>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.asamedia.org/2011/11/%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%82%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%9a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%9c/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ได้เวลาช่วย&#8221;คนที่ช่วยคนอื่น&#8221;</title>
		<link>http://www.asamedia.org/2011/10/%e0%b9%84%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%a7%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%8a%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%84%e0%b8%99/</link>
		<comments>http://www.asamedia.org/2011/10/%e0%b9%84%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%a7%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%8a%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%84%e0%b8%99/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 30 Oct 2011 10:27:54 +0000</pubDate>
		<dc:creator>pimai</dc:creator>
				<category><![CDATA[Features]]></category>
		<category><![CDATA[องค์กร]]></category>
		<category><![CDATA[กองทุนช่วยคนที่ช่วยคนอื่น]]></category>
		<category><![CDATA[กู้วิกฤติน้ำท่วม]]></category>
		<category><![CDATA[นักล่าถุงยังชีพ]]></category>
		<category><![CDATA[สถาบันพระปกเกล้า]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.asamedia.org/?p=27811</guid>
		<description><![CDATA[นักศึกษาสถาบันพระปกเกล้าตั้งวงถกกู้วิกฤติน้ำท่วม ตั้งกองทุน &#8220;ช่วยคนที่ช่วยคนอื่น&#8221; พร้อมเสนอจัดระบบแจกของบริจาค หลังพบปัญหา&#8221;นักล่าถุงยังชีพ&#8221; วงสุนทรียาสนทนาของนักศึกษาหลักสูตรการเสริมสร้างสังคมสันติสุข (4 ส.) ทั้ง 3 รุ่นของสถาบันพระปกเกล้า ซึ่งประกอบด้วยผู้ทรงคุณวุฒิจากทุกสาขาอาชีพ ทั้งภาคราชการ เอกชน และประชาสังคม เพื่อระดมความเห็นเกี่ยวกับการรับมือมหาอุทกภัย และปัญหาอีกมากมายที่จะตามมาหลังน้ำลด เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (28 ต.ค.) ทุกฝ่ายเห็นตรงกันที่จะรณรงค์ให้ประชาชนพึ่งตนเอง ใช้สติ และปรับวิถีชีวิตอยู่กับน้ำ เร่งช่วยผู้ที่ช่วยเหลือคนอื่น และจัดทำแผนฟื้นฟูหลังน้ำลดอย่างเป็นระบบ พล.อ.เอกชัย ศรีวิลาศ ผู้อำนวยการสำนักสันติวิธีและธรรมาภิบาล สถาบันพระปกเกล้า เปิดเผยว่า วงสนทนาได้มีการบอกเล่าแลกเปลี่ยนประสบการณ์การเข้าไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยทั้งในนามส่วนตัวและกลุ่มองค์กร ทำให้ได้รับรู้ว่าสิ่งของที่นำไปแจกจ่ายให้กับผู้ประสบภัยนั้น แม้ด้านหนึ่งจะเป็นเรื่องการให้ความช่วยเหลือที่ดีและจำเป็น แต่อีกด้านหนึ่งกลับกลายเป็นว่าทำให้คนบางกลุ่มเรียกร้องแต่ของแจก และเกิดการแจกซ้ำซ้อน เพราะการแจกไม่ได้มีการบริหารจัดการที่ดี หลายองค์กรนำสิ่งของบรรเทาทุกข์ไปแจกกันเอง หลายบ้านหลายชุมชนจึงได้รับซ้ำซ้อนหลายครั้ง ส่วนบางชุมชนกลับไม่ได้รับเลย ทั้งนี้ ประสบการณ์จากวงสนทนาพบโมเดลดีๆ จากบางชุมชนที่พยายามพึ่งตนเอง เช่น การร่วมแรงร่วมใจกันบริหารจัดการน้ำหรือรับมือเมื่อมีการตัดกระแสไฟฟ้า มีการลงขันคนละ 500 บาทหรือ 1,000 บาทไปซื้อเครื่องปั่นไฟเพื่อปั่นไฟใช้ร่วมกันในกิจกรรมของชุมชนเท่าที่จำเป็น และจัดวางคนเพื่อระวังป้องกันภัย อาหารการกินก็นำมาแบ่งปันกัน เป็นต้น จึงเห็นตรงกันว่าจะนำโมเดลดีๆ เหล่านี้เล่าสู่สาธารณะผ่านสื่อ พล.อ.เอกชัย กล่าวต่อว่า [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<span class="fb_share"><fb:like href="http://www.asamedia.org/2011/10/%e0%b9%84%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%a7%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%8a%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%84%e0%b8%99/" layout="button_count"></fb:like></span><p><a class="highslide" onclick="return vz.expand(this)" href="http://www.asamedia.org/wp-content/uploads/news_img_416449_1.jpg"><img class="alignnone size-medium wp-image-27812" title="news_img_416449_1" src="http://www.asamedia.org/wp-content/uploads/news_img_416449_1-300x202.jpg" alt="" width="300" height="202" /></a></p>
<p><strong>นักศึกษาสถาบันพระปกเกล้าตั้งวงถกกู้วิกฤติน้ำท่วม ตั้งกองทุน &#8220;ช่วยคนที่ช่วยคนอื่น&#8221; พร้อมเสนอจัดระบบแจกของบริจาค หลังพบปัญหา&#8221;นักล่าถุงยังชีพ&#8221;<span id="more-27811"></span></strong></p>
<p>วงสุนทรียาสนทนาของนักศึกษาหลักสูตรการเสริมสร้างสังคมสันติสุข (4 ส.) ทั้ง 3 รุ่นของสถาบันพระปกเกล้า ซึ่งประกอบด้วยผู้ทรงคุณวุฒิจากทุกสาขาอาชีพ ทั้งภาคราชการ เอกชน และประชาสังคม เพื่อระดมความเห็นเกี่ยวกับการรับมือมหาอุทกภัย และปัญหาอีกมากมายที่จะตามมาหลังน้ำลด เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (28 ต.ค.) ทุกฝ่ายเห็นตรงกันที่จะรณรงค์ให้ประชาชนพึ่งตนเอง ใช้สติ และปรับวิถีชีวิตอยู่กับน้ำ เร่งช่วยผู้ที่ช่วยเหลือคนอื่น และจัดทำแผนฟื้นฟูหลังน้ำลดอย่างเป็นระบบ</p>
<p><strong>พล.อ.เอกชัย ศรีวิลาศ</strong> ผู้อำนวยการสำนักสันติวิธีและธรรมาภิบาล สถาบันพระปกเกล้า เปิดเผยว่า วงสนทนาได้มีการบอกเล่าแลกเปลี่ยนประสบการณ์การเข้าไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยทั้งในนามส่วนตัวและกลุ่มองค์กร ทำให้ได้รับรู้ว่าสิ่งของที่นำไปแจกจ่ายให้กับผู้ประสบภัยนั้น แม้ด้านหนึ่งจะเป็นเรื่องการให้ความช่วยเหลือที่ดีและจำเป็น แต่อีกด้านหนึ่งกลับกลายเป็นว่าทำให้คนบางกลุ่มเรียกร้องแต่ของแจก และเกิดการแจกซ้ำซ้อน เพราะการแจกไม่ได้มีการบริหารจัดการที่ดี หลายองค์กรนำสิ่งของบรรเทาทุกข์ไปแจกกันเอง หลายบ้านหลายชุมชนจึงได้รับซ้ำซ้อนหลายครั้ง ส่วนบางชุมชนกลับไม่ได้รับเลย</p>
<p>ทั้งนี้ ประสบการณ์จากวงสนทนาพบโมเดลดีๆ จากบางชุมชนที่พยายามพึ่งตนเอง เช่น การร่วมแรงร่วมใจกันบริหารจัดการน้ำหรือรับมือเมื่อมีการตัดกระแสไฟฟ้า มีการลงขันคนละ 500 บาทหรือ 1,000 บาทไปซื้อเครื่องปั่นไฟเพื่อปั่นไฟใช้ร่วมกันในกิจกรรมของชุมชนเท่าที่จำเป็น และจัดวางคนเพื่อระวังป้องกันภัย อาหารการกินก็นำมาแบ่งปันกัน เป็นต้น จึงเห็นตรงกันว่าจะนำโมเดลดีๆ เหล่านี้เล่าสู่สาธารณะผ่านสื่อ</p>
<p>พล.อ.เอกชัย กล่าวต่อว่า จากปัญหาเรื่องของบริจาค วงสนทนาเห็นตรงกันว่าจะต้องบริหารจัดการของบริจาคกันใหม่ เพราะไม่อยากให้คนไทยบางกลุ่มอยู่ในภาวะทุพพลภาพ งอมืองอเท้า รอให้ทหารมาช่วย พอทหารเข้าไปช่วยก็ถามว่าเมื่อวานทำไมไม่มา กลายเป็นภาระของเจ้าหน้าที่ ไม่ยอมช่วยเหลือตัวเอง ขณะเดียวกันก็จะระดมทุน ซึ่งตอนนี้มีทุนประเดิมอยู่แล้ว แต่จะไม่เน้นไปที่การซื้อของแจก เพื่อไม่ให้เกิด <strong>&#8220;นักล่าถุงยังชีพ&#8221;</strong> เพราะมีประสบการณ์จริงที่ไปพบคนสะสมถุงยังชีพ เอาไปกองๆ ไว้เพื่ออวดกัน บางคนเก็บไว้กินเป็นปียังไม่หมด</p>
<p>ฉะนั้นกลุ่มนักศึกษา <strong>&#8220;4 ส.&#8221;</strong> จะมุ่งช่วยเหลือผู้ที่ช่วยเหลือผู้อื่น เช่น ทหารที่บ้านก็ถูกน้ำท่วมเหมือนกัน แต่ยังต้องออกไปช่วยคนอื่น ก็มาคิดกันว่าจะช่วยทหารเหล่านี้อย่างไร ซึ่งอาจไม่ใช่การช่วยในรูปตัวเงิน เพราะจะกลายเป็นเบี้ยหัวแตก</p>
<p>อีกเรื่องหนึ่งที่ได้ข้อสรุปคือการเสนอให้เตรียมแผนฟื้นฟูหลังน้ำลด เพราะจะมีปัญหาตามมาอีกมาก เช่น โรคภัยไข้เจ็บ การจัดการขยะ น้ำเน่าเสีย รวมไปถึงความขัดแย้งของคนในชุมชนด้วยกันเอง เพราะมีประสบการณ์จากจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่เกิดภัยพิบัติเมื่อปีที่แล้วว่า คนในชุมชนหลายชุมชนทะเลาะกันเรื่องของแจกรุนแรงมาก ถึงกับบาดหมางกันไปเลย ขณะที่ใน กทม.เองก็มีการใช้อาวุธในหลายจุด</p>
<p>&#8220;ทั้ง 3 เรื่องนี้สรุปว่าจะเร่งดำเนินการ โดยเฉพาะสื่อสารผ่านสื่อสาธารณะให้สังคมได้เห็นโมเดลดีๆ บุคคลดีๆ ที่น่าเชิดชู และเร่งทำโครงการช่วยเหลือผู้ช่วยเหลือคนอื่นต่อไป&#8221; พล.อ.เอกชัย กล่าว</p>
<p><strong>เตือนอย่าเอาชีวิตแลกทรัพย์สิน </strong></p>
<p>สำหรับประเด็นอื่นๆ ที่น่าสนใจจากวงสนทนาดังกล่าว ประกอบด้วย</p>
<p>- เมื่อน้ำท่วมและยังไม่ได้อพยพ ต้องจัดการกับตัวเองก่อน คือต้องเตรียมตัวให้พร้อม เช่น มีรองเท้ายางกันของมีคมและไฟดูด</p>
<p>- ต้องรู้วิธีอยู่กับน้ำ อยู่อย่างไรไม่ให้กายใจเดือนร้อน</p>
<p>- ขั้นตอนการรับมือน้ำท่วม คือ ก่อนน้ำมาให้เตรียมพร้อม น้ำกำลังมาต้องอยู่กับน้ำให้ได้ เมื่อน้ำไปแล้วต้องฟื้นฟู กำจัดขยะ กำจัดน้ำเน่า มลพิษ และจัดสภาพแวดล้อมใหม่ รวมถึงฟื้นฟูสภาพจิตใจ</p>
<p>- ร่วมสร้างหรือสนับสนุนชุมชนเข้มแข็งให้เป็นตัวอย่าง แล้วให้สื่อนำไปขยายผล เช่น ก่อนน้ำมามีการจัดระเบียบการจราจร จัดพื้นที่ให้พร้อมกับการรับความช่วยเหลือยามฉุกเฉิน เตรียมที่จอดรถให้เรียบร้อย เมื่อน้ำมาคนในชุมชนช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ป้องกันชุนชนของตัวเอง ไม่พึ่งพาบุคคลภายนอกมากนัก มีการเรี่ยไรเงินคนในชุมชน เตรียมอาหาร เครื่องปั่นไฟ และน้ำมันสำรอง จัดเวรยามรักษาหมู่บ้าน ชุมชนเหล่านี้ที่ประสบความสำเร็จ ควรนำเสนอออกสื่อเพื่อเป็นตัวอย่าง</p>
<p>- ไม่ควรเอาชีวิตของตัวเอง ไปแลกกับทรัพย์สิน</p>
<p>- ควรนำเสนอสารคดีชีวิตปู่เย็น ให้สังคมรับรู้ถึงความทรนงในการพึ่งตนเอง</p>
<p>- ต้องช่วยคนที่ช่วยคนอื่นก่อน เพราะคนที่เสียสละ เหนื่อยยาก บางคนสละแม้ชีวิตเพื่อคนอื่น ต้องได้รับการดูแล แต่สังคมยังไม่ได้ดูแลคนที่ทำหน้าที่ช่วยคนอื่นเหล่านี้เลย</p>
<p>- นักศึกษาหลักสูตร 4 ส.ทุกรุ่น จะรวมตัวกันจัดการปัญหาเรื่องน้ำ จัดตั้งกองทุนช่วยเหลือตามแนวทางที่เสนอ และเตรียมสำหรับฟื้นฟูหลังน้ำลด ทั้งสภาพจิตใจ และสภาพแวดล้อม</p>
<p>- เมื่อน้ำลดควรมีการถอดบทเรียน เพื่อถ่ายทอดประสบการณ์และป้องกันความสูญเสียในอนาคต</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ที่มา : กรุงเทพธุรกิจ</p>
<span class="fb_share"><fb:like href="http://www.asamedia.org/2011/10/%e0%b9%84%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%a7%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%8a%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%84%e0%b8%99/" layout="button_count"></fb:like></span>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.asamedia.org/2011/10/%e0%b9%84%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%a7%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%8a%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%84%e0%b8%99/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ร่วมด้วยช่วยผู้ประสบภัยสี่ขา</title>
		<link>http://www.asamedia.org/2011/10/%e0%b8%a3%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%a1%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%8a%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%aa%e0%b8%9a%e0%b8%a0%e0%b8%b1/</link>
		<comments>http://www.asamedia.org/2011/10/%e0%b8%a3%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%a1%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%8a%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%aa%e0%b8%9a%e0%b8%a0%e0%b8%b1/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 26 Oct 2011 05:03:02 +0000</pubDate>
		<dc:creator>pimai</dc:creator>
				<category><![CDATA[Features]]></category>
		<category><![CDATA[องค์กร]]></category>
		<category><![CDATA[จิตอาสาช่วยน้ำท่วม]]></category>
		<category><![CDATA[เครือข่ายวิชาชีพสัตวแพทย์ช่วยน้ำท่วม]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.asamedia.org/?p=27482</guid>
		<description><![CDATA[ถึงแม้ผู้ประสบภัยสี่ขาจะพูดไม่ได้ แต่พวกมันก็ต้องการอาหาร ที่พัก ยารักษาโรค และอยากที่จะมีชีวิตอยู่..ไม่น้อยไปกว่ามนุษย์  ไม่เพียงแต่เครือข่ายจิตอาสาเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม ยังมีเครือข่ายคนรักสัตว์ที่รวมตัวกันอย่างแข็งขัน เดินหน้าภารกิจช่วยเหลือเพื่อนสี่ขาตาดำๆที่ประสบชะตากรรมเดือดร้อนไม่น้อยไปกว่ามนุษย์ ไม่ว่าจะเป็น &#8220;เครือข่ายวิชาชีพสัตวแพทย์ช่วยน้ำท่วม&#8221; เครือข่ายสัตว์แพทย์นับร้อยคนที่มารวมกันเฉพาะกิจแบบไม่แบ่งสี แบ่งสถาบัน  เพื่อภารกิจมนุษยธรรม โดยมีอาคารคณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ถนนอังรีดูนังต์ เป็นศูนย์กลางในการรับบริจาคอาหารสัตว์ และบรรจุสิ่งของเพื่อส่งต่อความช่วยเหลือสัตว์ในท้องที่ต่างๆที่ประสบภัยน้ำท่วม รศ.นสพ.ดร.สุดสรร ศิริไวทยพงศ์ อาจารย์คณะสัตว์แพทย์ศาสตร์ จุฬาฯ ผู้ประสานงานเครือข่ายวิชาชีพสัตวแพทย์ช่วยน้ำท่วม ประเมินว่าประชากรสัตว์เลี้ยงที่ได้รับผลกระทบครั้งนี้น่าจะสูงถึงนับหมื่นตัว โดยจำนวนไม่น้อยที่ยังติดตามเกาะแก่ง ตามหลังคาบ้านเรือน โดยเฉพาะในพื้นที่ที่น้ำท่วมสูงซึ่งยากแก่การเข้าถึง ต้องอาศัยเรือหรือรถขนาดใหญ่ซึ่งถือเป็นอุปสรรคใหญ่  แนวทางของการเข้าไปให้การช่วยเหลือของเครือข่ายฯในระยะแรก คือ การนำอาหารและยาเข้าไปถึงยังจุดที่เกิดปัญหา การส่งทีมสัตวแพทย์ไปรักษาสัตว์ที่เจ็บป่วยให้ดำรงชีพได้ในภาวะน้ำท่วม &#8220;สัตว์ที่ถูกทอดทิ้งจริงๆ คือ สุนัขจรจัดที่ไม่เจ้าของ พวกนี้พยายามหนีเอาชีวิตรอดขึ้นไปอยู่ในที่แห้ง เราพยายามเข้าไปให้อาหารโดยฝากไว้กับคนในพื้นที่รอบๆ&#8221; รศ.นสพ.ดร.สุดสรร ยืนยันว่า การให้ความช่วยเหลือด้านอาหารและยาเพื่อให้สัตว์อยู่ได้ โดยไม่ขนย้ายสัตว์ออกมานอกพื้นที่ น่าจะเป็นวิธีที่ดีที่สุดในขณะนี้ ยกเว้นบางกรณีเช่นลูกสุนัขกำลังจะจมน้ำ เพราะการขนย้ายออกอาจจะก่อให้เกิดปัญหา เช่น สัตว์พลัดพรากจากเจ้าของ การหาสถานที่รับเลี้ยงในระยะยาว อย่างไรก็ตาม หากสถานการณ์น้ำท่วมเริ่มทวีความรุนแรงในพื้นที่กรุงเทพฯ ในกรณีที่จำเป็นจริงๆ คณะสัตวแพทย์ฯ จุฬาฯ อาจจะตั้งศูนย์พักพิงสัตว์เลี้ยงเพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนต่อไป  ด้าน ศรัณย์ชนก พงศ์กมลานนท์ ผู้ประสานงานชมรม &#8220;A Call For Animal Rights&#8221; Walk [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<span class="fb_share"><fb:like href="http://www.asamedia.org/2011/10/%e0%b8%a3%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%a1%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%8a%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%aa%e0%b8%9a%e0%b8%a0%e0%b8%b1/" layout="button_count"></fb:like></span><p><a class="highslide" onclick="return vz.expand(this)" href="http://www.asamedia.org/wp-content/uploads/news_img_415262_1.jpg"><img class="alignnone size-medium wp-image-27483" title="news_img_415262_1" src="http://www.asamedia.org/wp-content/uploads/news_img_415262_1-300x199.jpg" alt="" width="300" height="199" /></a></p>
<p><strong>ถึงแม้ผู้ประสบภัยสี่ขาจะพูดไม่ได้ แต่พวกมันก็ต้องการอาหาร ที่พัก ยารักษาโรค และอยากที่จะมีชีวิตอยู่..ไม่น้อยไปกว่ามนุษย์</strong></p>
<p><strong></strong> ไม่เพียงแต่เครือข่ายจิตอาสาเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม ยังมีเครือข่ายคนรักสัตว์ที่รวมตัวกันอย่างแข็งขัน เดินหน้าภารกิจช่วยเหลือเพื่อนสี่ขาตาดำๆที่ประสบ<span id="more-27482"></span>ชะตากรรมเดือดร้อนไม่น้อยไปกว่ามนุษย์<br />
ไม่ว่าจะเป็น <strong>&#8220;เครือข่ายวิชาชีพสัตวแพทย์ช่วยน้ำท่วม&#8221;</strong> เครือข่ายสัตว์แพทย์นับร้อยคนที่มารวมกันเฉพาะกิจแบบไม่แบ่งสี แบ่งสถาบัน  เพื่อภารกิจมนุษยธรรม โดยมีอาคารคณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ถนนอังรีดูนังต์ เป็นศูนย์กลางในการรับบริจาคอาหารสัตว์ และบรรจุสิ่งของเพื่อส่งต่อความช่วยเหลือสัตว์ในท้องที่ต่างๆที่ประสบภัยน้ำท่วม<br />
<strong>รศ.นสพ.ดร.สุดสรร ศิริไวทยพงศ์</strong> อาจารย์คณะสัตว์แพทย์ศาสตร์ จุฬาฯ ผู้ประสานงานเครือข่ายวิชาชีพสัตวแพทย์ช่วยน้ำท่วม ประเมินว่าประชากรสัตว์เลี้ยงที่ได้รับผลกระทบครั้งนี้น่าจะสูงถึงนับหมื่นตัว โดยจำนวนไม่น้อยที่ยังติดตามเกาะแก่ง ตามหลังคาบ้านเรือน โดยเฉพาะในพื้นที่ที่น้ำท่วมสูงซึ่งยากแก่การเข้าถึง ต้องอาศัยเรือหรือรถขนาดใหญ่ซึ่งถือเป็นอุปสรรคใหญ่<br />
<a class="highslide" onclick="return vz.expand(this)" href="http://www.asamedia.org/wp-content/uploads/news_img_415262_2.jpg"><img class="alignleft size-medium wp-image-27485" title="news_img_415262_2" src="http://www.asamedia.org/wp-content/uploads/news_img_415262_2-300x225.jpg" alt="" width="300" height="225" /></a> แนวทางของการเข้าไปให้การช่วยเหลือของเครือข่ายฯในระยะแรก คือ การนำอาหารและยาเข้าไปถึงยังจุดที่เกิดปัญหา การส่งทีมสัตวแพทย์ไปรักษาสัตว์ที่เจ็บป่วยให้ดำรงชีพได้ในภาวะน้ำท่วม<br />
&#8220;สัตว์ที่ถูกทอดทิ้งจริงๆ คือ สุนัขจรจัดที่ไม่เจ้าของ พวกนี้พยายามหนีเอาชีวิตรอดขึ้นไปอยู่ในที่แห้ง เราพยายามเข้าไปให้อาหารโดยฝากไว้กับคนในพื้นที่รอบๆ&#8221;<br />
รศ.นสพ.ดร.สุดสรร ยืนยันว่า <strong>การให้ความช่วยเหลือด้านอาหารและยาเพื่อให้สัตว์อยู่ได้ โดยไม่ขนย้ายสัตว์ออกมานอกพื้นที่ น่าจะเป็นวิธีที่ดีที่สุดในขณะนี้ ยกเว้นบางกรณีเช่นลูกสุนัขกำลังจะจมน้ำ เพราะการขนย้ายออกอาจจะก่อให้เกิดปัญหา เช่น สัตว์พลัดพรากจากเจ้าของ การหาสถานที่รับเลี้ยงในระยะยาว</strong> อย่างไรก็ตาม หากสถานการณ์น้ำท่วมเริ่มทวีความรุนแรงในพื้นที่กรุงเทพฯ ในกรณีที่จำเป็นจริงๆ คณะสัตวแพทย์ฯ จุฬาฯ อาจจะตั้งศูนย์พักพิงสัตว์เลี้ยงเพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนต่อไป<br />
<a class="highslide" onclick="return vz.expand(this)" href="http://www.asamedia.org/wp-content/uploads/news_img_415262_3.jpg"><img class="alignright size-medium wp-image-27484" title="news_img_415262_3" src="http://www.asamedia.org/wp-content/uploads/news_img_415262_3-300x225.jpg" alt="" width="300" height="225" /></a> ด้าน <strong>ศรัณย์ชนก พงศ์กมลานนท์</strong> ผู้ประสานงานชมรม <strong>&#8220;A Call For Animal Rights&#8221; Walk Rally</strong> อีกหนึ่งเครือข่ายอาสาคนรักสัตว์ที่มารวมตัวกันเพื่อช่วยเหลือหมาแมว สะท้อนมุมมองว่า ไม่เพียงแต่คนเท่านั้นที่ต้องการความช่วยเหลือ ยังมีสัตว์เลี้ยงจำนวนไม่น้อยที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ โดยเฉพาะสภาพที่น่าสะเทือนใจ ไม่ว่าจะเป็นบรรดาสัตว์เลี้ยงที่เจ้าของจงใจขังทิ้งไว้ในบ้านหรือในกรงให้อยู่ตามยถากรรม  บางตัวต้องตายคากรง บางตัวลอยคออยู่ในบ้าน สุนัขที่พยายามหนีน้ำขึ้นไปอาศัยอยู่กับคนแต่โดนทำร้ายจนพิการ เป็นต้น<br />
&#8221; พวกเราเป็น Nobody เป็นคนรักสัตว์จากหลายอาชีพที่นัดมารวมตัวกัน เริ่มจากเคยไปช่วยเหลือสุนัขที่เขตประเวศแล้วพบกัน จนต่อมามีกรณีสุนัขโดนจับไปขายที่นครพนม เลยเริ่มรวมกลุ่มทำกิจกรรมเรียกร้องกฎหมายคุ้มครองสัตว์ จนกระทั่งน้ำท่วมจึงรวมกลุ่มกันไปช่วยในพื้นที่ตั้งแต่ 2 เดือนก่อนเริ่มจากที่แรก คือ ลพบุรีและอยุธยา&#8221;<br />
งานนี้ อาสาแต่ละคนมากันด้วยใจล้วนๆ โดยจะเข้าไปช่วยเหลือตามเคสที่มีคนเข้ามาประกาศแจ้ง โดยมีกระดานข่าวบนเฟซบุ๊คเป็นสื่อระดมรถ เรือ เพื่อเข้าไปช่วยสัตว์ที่ติดค้างในพื้นที่น้ำท่วม รวมทั้งหาแหล่งรับฝากสัตว์เลี้ยง หาบ้านใหม่ให้ เคสหนึ่งที่กลุ่มฯเข้าไปช่วยมากที่สุด คือ 200 ชีวิตที่ &#8220;บ้านเปี่ยมรัก&#8221; จ.ปทุมธานี ซึ่งเจ้าของ &#8220;คุณศักดิ์&#8221;รับเลี้ยงสุนัขและแมวที่ไม่มีเจ้าของเหล่านี้ไว้แต่มาถูกน้ำท่วม โดยทางเครือข่ายได้ช่วยกันจัดหาบ้านเช่าเพื่อให้เป็นที่พักพิง แทน และได้รับการสนับสนุนจากบรรดาคนรักสัตว์ร่วมกันบริจาคช่วยเหลือ</p>
<p><a class="highslide" onclick="return vz.expand(this)" href="http://www.asamedia.org/wp-content/uploads/news_img_415262_5.jpg"><img class="alignnone size-medium wp-image-27487" title="news_img_415262_5" src="http://www.asamedia.org/wp-content/uploads/news_img_415262_5-300x224.jpg" alt="" width="300" height="224" /></a><br />
&#8221; สัตว์เลี้ยงบางตัวเจ้าของจนใจที่จะพาไปด้วย เพราะเรือที่มาช่วยอพยพไม่ยอมให้เอาสัตว์ขึ้นเรือ เจ้าของก็จะมาโพสต์ขอความช่วยเหลือภายหลัง ขณะที่บางตัวเจ้าของจงใจปล่อยทิ้งไว้ ระดับน้ำสูงขึ้นเรื่อยๆถ้าปล่อยทิ้งไว้ก็อาจจะต้องตายแน่ๆ &#8221;<br />
สำหรับการเข้าไปช่วยเหลือแต่ละครั้ง เธอบอกว่า ไม่เพียงแต่เอาอาหารไปช่วยสัตว์เท่านั้น ยังพยายามจัดถุงยังชีพเพื่อไปช่วยผู้ประสบภัยที่อยู่ในพื้นที่ด้วย เพราะน้ำท่วมใหญ่ครั้งนี้ ทั้งคนทั้งสัตว์ต่างเดือดร้อนกันถ้วนหน้า อะไรที่พอจะช่วยกันได้ก็ต้องช่วยเหลือเกื้อกูลกัน<br />
ที่มา : กรุงเทพธุรกิจ</p>
<p>&nbsp;</p>
<span class="fb_share"><fb:like href="http://www.asamedia.org/2011/10/%e0%b8%a3%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%a1%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%8a%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%aa%e0%b8%9a%e0%b8%a0%e0%b8%b1/" layout="button_count"></fb:like></span>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.asamedia.org/2011/10/%e0%b8%a3%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%a1%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%8a%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%aa%e0%b8%9a%e0%b8%a0%e0%b8%b1/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>กสทช.ใช้วิทยุสมัครเล่นช่วยน้ำท่วม</title>
		<link>http://www.asamedia.org/2011/10/%e0%b8%81%e0%b8%aa%e0%b8%97%e0%b8%8a-%e0%b9%83%e0%b8%8a%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b8%b8%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%8a/</link>
		<comments>http://www.asamedia.org/2011/10/%e0%b8%81%e0%b8%aa%e0%b8%97%e0%b8%8a-%e0%b9%83%e0%b8%8a%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b8%b8%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%8a/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 11 Oct 2011 11:53:26 +0000</pubDate>
		<dc:creator>pimai</dc:creator>
				<category><![CDATA[องค์กร]]></category>
		<category><![CDATA[ทรูมูฟ]]></category>
		<category><![CDATA[พื้นที่ประสบภัยน้ำท่วม]]></category>
		<category><![CDATA[ระบบสื่อสารโทรคมนาคม]]></category>
		<category><![CDATA[วิทยุสมัครเล่น]]></category>
		<category><![CDATA[วิทยุสื่อสาร]]></category>
		<category><![CDATA[เอไอเอส]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.asamedia.org/?p=26520</guid>
		<description><![CDATA[กสทช.ใช้วิทยุสมัครเล่นช่วยน้ำท่วม ขณะที่ ค่ายมือถือ ออกมาตรการช่วยเหลือ เอไอเอสเติมเงินให้ฟรี 50 บาท,ทรูมูฟไม่ตัดสัญญาณมือถือ ประธานกสทช.ประกาศงานเร่งด่วนต้องเข้าไปช่วยระบบสื่อสารโทรคม หวังช่วยวิทยุสื่อสาร-สมัครเล่นเป้นตัวช่วย เพราะเป็นเพียงอุปกรณ์เดียวที่ใช้ได้ดีที่สุด พร้อมประสานศปภ.หวังบูรณาการระบบให้ช่วยเหลือประชาชนได้ทุกพื้นที่ เอไอเอสรับสถานีฐานเสียหายจากน้ำท่วมรวม 26 แห่ง เร่งแก้ไขให้ลูกค้าใช้งานได้ พร้อมเติมเงินเข้าระบบให้ลูกค้าอยุธยากว่าหมื่นรายคนละ 50 บาทฟรี ส่วนทรูมูฟประกาศไม่ตัดสัญญาณมือถือถ้าลูกค้าค้างจ่ายเงิน พร้อมขยายวันให้ฟรี 30 วันหากเงินอยู่แต่วันหมด พร้อมทำระบบให้ลูกค้าโทรฟรีเบอร์ฉุกเฉิน พล.อ.อ.ธเรศ ปุณศรี  ประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.)  เปิดเผยว่า ภาระกิจเร่งด่วนของกสทช.จะต้องเข้าไปช่วยเหลือระบบสื่อสารโทรคมนาคมในพื้นที่ประสบภัยพิบัตน้ำท่วม โดยจะขยายเครือข่ายวิทยุสื่อสาร และวิทยุสมัครเล่น (วอกกี้ ทอล์คกี้) ให้เพิ่มจำนวนมากยิ่งขึ้น เพราะเป็นระบบสื่อสารเดียวที่จะใช้ติดต่อสื่อสาร และช่วยเหลือผู้ประสบภัยในพื้นที่น้ำท่วม ซึ่งขณะนี้ได้ให้วิทยุสื่อสารศูนย์สายลม เป็นหน่วยประงานในการสื่อสารภัยพิบัติน้ำท่วม ถือเป็นส่วนหนึ่งของศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม (ศปภ.) ที่ดอนเมือง เพื่อบูรณการระบบสื่อสาร เพื่อให้การช่วยเหลือประชาชนได้ในทุกพื้นที่ ล่าสุดได้มอบเครื่องทวนสัญญาณ (รีพีทเตอร์)ให้กับชมรมวิทยุสมัครเล่น จ.พระนครศรีอยุธยา เพื่อให้การส่งสัญญาณวิทยุสื่อสารขยายวงกว้างได้มากยิ่งขึ้น ขณะที่พ.อ.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ รองประธานกสทช.ด้านกิจการโทรคมนาคม กล่าวว่า สิ่งที่กสทช.ต้องเร่งทำคือช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม ซึ่งเป็นเครือข่ายที่ช่วยเหลือได้มาก  [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<span class="fb_share"><fb:like href="http://www.asamedia.org/2011/10/%e0%b8%81%e0%b8%aa%e0%b8%97%e0%b8%8a-%e0%b9%83%e0%b8%8a%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b8%b8%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%8a/" layout="button_count"></fb:like></span><p><a class="highslide" onclick="return vz.expand(this)" href="http://www.asamedia.org/wp-content/uploads/news_img_413047_1.jpg"><img class="alignnone size-medium wp-image-26521" title="news_img_413047_1" src="http://www.asamedia.org/wp-content/uploads/news_img_413047_1-300x195.jpg" alt="" width="300" height="195" /></a></p>
<p><strong>กสทช.ใช้วิทยุสมัครเล่นช่วยน้ำท่วม ขณะที่ ค่ายมือถือ ออกมาตรการช่วยเหลือ เอไอเอสเติมเงินให้ฟรี 50 บาท,ทรูมูฟไม่ตัดสัญญาณมือถือ</strong></p>
<p>ประธาน<a href="http://www.bangkokbiznews.com/home/search/?cx=009233870810540600983%3Ahkyg0dlysoo&amp;cof=FORID%3A9&amp;ie=windows-874&amp;q=%A1%CA%B7%AA." target="_blank">กสทช.</a>ประกาศงานเร่งด่วนต้องเข้าไปช่วยระบบสื่อสารโทรคม หวังช่วยวิทยุสื่อสาร-สมัครเล่นเป้นตัวช่วย เพราะเป็นเพียงอุปกรณ์เดียวที่ใช้ได้ดีที่สุด พร้อม<span id="more-26520"></span>ประสานศปภ.หวังบูรณาการระบบให้ช่วยเหลือประชาชนได้ทุกพื้นที่ เอไอเอสรับสถานีฐานเสียหายจากน้ำท่วมรวม 26 แห่ง เร่งแก้ไขให้ลูกค้าใช้งานได้ พร้อมเติมเงินเข้าระบบให้ลูกค้าอยุธยากว่าหมื่นรายคนละ 50 บาทฟรี ส่วนทรูมูฟประกาศไม่ตัดสัญญาณมือถือถ้าลูกค้าค้างจ่ายเงิน พร้อมขยายวันให้ฟรี 30 วันหากเงินอยู่แต่วันหมด พร้อมทำระบบให้ลูกค้าโทรฟรีเบอร์ฉุกเฉิน</p>
<p>พล.อ.อ.ธเรศ ปุณศรี  ประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (<a href="http://www.bangkokbiznews.com/home/search/?cx=009233870810540600983%3Ahkyg0dlysoo&amp;cof=FORID%3A9&amp;ie=windows-874&amp;q=%A1%CA%B7%AA." target="_blank">กสทช.</a>)  เปิดเผยว่า ภาระกิจเร่งด่วนของ<a href="http://www.bangkokbiznews.com/home/search/?cx=009233870810540600983%3Ahkyg0dlysoo&amp;cof=FORID%3A9&amp;ie=windows-874&amp;q=%A1%CA%B7%AA." target="_blank">กสทช.</a>จะต้องเข้าไปช่วยเหลือระบบสื่อสารโทรคมนาคมในพื้นที่ประสบภัยพิบัตน้ำท่วม โดยจะขยายเครือข่ายวิทยุสื่อสาร และวิทยุสมัครเล่น (วอกกี้ ทอล์คกี้) ให้เพิ่มจำนวนมากยิ่งขึ้น เพราะเป็นระบบสื่อสารเดียวที่จะใช้ติดต่อสื่อสาร และช่วยเหลือผู้ประสบภัยในพื้นที่น้ำท่วม</p>
<p>ซึ่งขณะนี้ได้ให้วิทยุสื่อสารศูนย์สายลม เป็นหน่วยประงานในการสื่อสารภัยพิบัติน้ำท่วม ถือเป็นส่วนหนึ่งของศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม (ศปภ.) ที่ดอนเมือง เพื่อบูรณการระบบสื่อสาร เพื่อให้การช่วยเหลือประชาชนได้ในทุกพื้นที่ ล่าสุดได้มอบเครื่องทวนสัญญาณ (รีพีทเตอร์)ให้กับชมรมวิทยุสมัครเล่น จ.พระนครศรีอยุธยา เพื่อให้การส่งสัญญาณวิทยุสื่อสารขยายวงกว้างได้มากยิ่งขึ้น</p>
<p>ขณะที่พ.อ.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ รองประธาน<a href="http://www.bangkokbiznews.com/home/search/?cx=009233870810540600983%3Ahkyg0dlysoo&amp;cof=FORID%3A9&amp;ie=windows-874&amp;q=%A1%CA%B7%AA." target="_blank">กสทช.</a>ด้านกิจการโทรคมนาคม กล่าวว่า สิ่งที่<a href="http://www.bangkokbiznews.com/home/search/?cx=009233870810540600983%3Ahkyg0dlysoo&amp;cof=FORID%3A9&amp;ie=windows-874&amp;q=%A1%CA%B7%AA." target="_blank">กสทช.</a>ต้องเร่งทำคือช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม ซึ่งเป็นเครือข่ายที่ช่วยเหลือได้มาก  เพราะระบบสื่อสารหลัก ทั้งโทรศัพท์มือถือ ซึ่งเป็นระบบหลักอาจมีปัญหา เพราะสถานีฐานถูกน้ำท่วม แต่เมื่อมีวิทยุสื่อสาร และวิทยุชุมชน ทำให้เข้าไปช่วยเหลือประชาชนได้ในพื้นที่ที่ภาครัฐเข้าไปไม่ถึง เพราะไม่สามารถติดต่อสื่อสารได้</p>
<p>“การพยายามเพิ่มเครือข่ายวิทยุสื่อสารในช่วงนี้ เป็นการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า แต่จากนี้ไปจะพยายามขยายเครือข่ายวิทยุสมัครเล่นให้เพิ่มมากขึ้น และมีความเข็มแข็งมากขึ้นด้วย เพราะแนวโน้มของการเกิดภัยพิบัติมีมากขึ้น เพราะฉนั้นการมีเครือข่ายสาธารณะ เพื่อให้บริการในช่วงเกิดภัยพิบัติ จะเป็นประโยชน์มาก ซึ่งทุกคนสามารถใช้งานร่วมกันได้”</p>
<p>เอไอเอส-ทรูเร่งออกมาตรการช่วยเหลือ<br />
นายวิเชียร เมฆตระการ หัวหน้าคณะเจ้าหน้าที่ผู้บริหาร บมจ.แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (เอไอเอส) กล่าวว่า จากปัญหาน้ำท่วมส่งผลให้สถานีฐานเอไอเอสเสียหายใช้งานไม่ได้รวม 26 แห่ง บริเวณพื้นที่ภาคกลาง ครอบคลุมจ.อยุธยา สิงห์บุรี และชัยนาท โดยขณะนี้ ได้เร่งให้เจ้าหน้าที่เข้าไปซ่อมแซมแล้ว ซึ่งยอมรับว่าปัญหาน้ำท่วมได้กระจายเป็นวงกว้าง แต่ปัญหาจริงๆคือ ชาวบ้านไม่มีไฟฟ้าใช้ ทำให้ไม่สามารถชาร์จโทรศัพท์มือถือได้ ดังนั้น เอไอเอสจึงได้เข้าไปแจกที่ชาร์จไฟเคลื่อนที่โดยใช้ถ่านไฟฉาย</p>
<p>นอกจากนี้ มาตรการช่วยเหลือเบื้องต้น เอไอเอสได้เติมเงินให้ลูกค้าระบบพรีเพด (เติมเงิน) ฟรีมูลค่าเลขหมายละ 50 บาท ซึ่งได้เติมเงินเข้าไปในระบบให้ลูกค้าแล้วกว่า 10,000 ราย ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นลูกค้าที่อยู่ในจ.อยุธยา รวมเป็นเงิน 5 แสนบาท ส่วนลูกค้าระบบโพสต์เพด (รายเดือน) ที่มีกำหนดต้องชำระเงินก็เลื่อนไปออกก่อน ซึ่งลูกค้าจะไม่ถูกตัดสัญญาณ</p>
<p>&#8220;มูลค่าความเสียหายเรายังไม่ได้ประเมิน เพราะสถานีฐานที่เสียหายยังไม่ได้แยกว่า สถานีฐานใดเสียเพราะโดนตัดไฟ หรือเสียเพราะน้ำท่วม แต่จริงๆแล้วอาจมีสถานีฐานเสียหายมากกว่านี้ เพราะมีพื้นที่น้ำท่วมหลายจุด แต่ก็สามารถกู้คืนมาได้ ซึ่งปัญหาสำคัญคือเราต้องทำให้ลูกค้าสามารถติดต่อสื่อสาร ยังใช้โทรศัพท์มือถือได้ ซึ่งถ้าจุดใดที่สามารถนำรถโมบายเคลื่อนที่เข้าไปได้ เราก็พร้อมดำเนินการทันที&#8221;</p>
<p>นายศุภชัย เจียรวนนท์ กรรมการผู้จัดการ และประธานคณะเจ้าหน้าที่ผู้บริหาร บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า ขณะนี้ได้รับรายงานว่าสถานีฐานและชุมสายของทรูมูฟได้รับผลกระทบแล้ว 50-60 สถานีฐาน ซึ่งในจ.อยุธยาแห่งเดียวใช้งานไม่ได้แล้ว 10 แห่ง โดยสาเหตุมาจากทั้งสถานีฐานโดนตัดไฟ และน้ำท่วมทำให้ระบบขัดข้อง</p>
<p>ทั้งนี้ จากปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่ภาคกลาง ประเมินว่ามีลูกค้าทรูมูฟได้รับความเสียหายราว 1 ล้านครัว คิดจากฐานส่วนแบ่งรายได้ที่ทรูมูฟมีจำนวน 20-25% ก็น่าจะมีลูกค้าทรูมูฟได้รับผลกระทบใช้งานโทรศัพท์มือถือ หรือติดต่อสื่อสารไม่ได้ราว 2 แสนครัวเรือน โดยขณะนี้ทรูมูฟได้มีมาตรการช่วยเหลือให้ลูกค้าแล้ว ซึ่งลูกค้าเติมเงินหากยังมีเงินค้างอยู่ในระบบแต่วันหมดแล้ว ทรูมูฟก็ได้เพิ่มวันเข้าไปในระบบให้ฟรี 30 วัน ส่วนลูกค้ารายเดือนหากครบกำหนดชำระเงินก็ไม่โดนตัดสัญญาณ</p>
<p>นอกจากนี้ ยังให้ลูกค้าโทรฟรีเบอร์ฉุกเฉินได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ทั้งเบอร์ขอความช่วยเหลือ GCC 1111 กด 5 เบอร์ 1555 หรือ 191 อีกทั้ง ภายในสัปดาห์นี้ทรูมูฟได้ปรับปรุงระบบให้ลูกค้าทรูมูฟสามารถโทรฟรี โดยยังไม่ได้กำหนดมูลค่าแต่อาจจะเป็นลักษณะให้โทรฟรีวันละกี่นาที</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ที่มา : กรุงเทพธุรกิจ</p>
<p>&nbsp;</p>
<span class="fb_share"><fb:like href="http://www.asamedia.org/2011/10/%e0%b8%81%e0%b8%aa%e0%b8%97%e0%b8%8a-%e0%b9%83%e0%b8%8a%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b8%b8%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%8a/" layout="button_count"></fb:like></span>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.asamedia.org/2011/10/%e0%b8%81%e0%b8%aa%e0%b8%97%e0%b8%8a-%e0%b9%83%e0%b8%8a%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b8%b8%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%8a/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ปันความรักให้สุนัขจรจัด</title>
		<link>http://www.asamedia.org/2011/09/%e0%b8%9b%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%82%e0%b8%88%e0%b8%a3%e0%b8%88%e0%b8%b1/</link>
		<comments>http://www.asamedia.org/2011/09/%e0%b8%9b%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%82%e0%b8%88%e0%b8%a3%e0%b8%88%e0%b8%b1/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 20 Sep 2011 08:01:51 +0000</pubDate>
		<dc:creator>pimai</dc:creator>
				<category><![CDATA[Features]]></category>
		<category><![CDATA[องค์กร]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการ]]></category>
		<category><![CDATA[Dog Rally]]></category>
		<category><![CDATA[พญ.มนทิรา ทองสาริ]]></category>
		<category><![CDATA[ศูนย์ควบคุมสุนัขกรุงเทพมหานคร]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร]]></category>
		<category><![CDATA[เครือข่ายคนรักน้องหมา ในพระอุปถัมภ์พระองค์ภา]]></category>
		<category><![CDATA[แก้ปัญหาสุนัขจรจัด]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.asamedia.org/?p=25731</guid>
		<description><![CDATA[&#160; 7 แนวทางใหม่แก้ไขปัญหาสุนัขจรจัดของ กทม. หลังได้รับพระกรุณาธิคุณจากการทรงตั้ง &#8216;เครือข่ายคนรักน้องหมา ในพระอุปถัมภ์พระองค์ภา&#8217;  กรุงเทพมหานคร โดยสำนักอนามัย ได้ขอความร่วมมือสำนักงานสถิติแห่งชาติสำรวจเมื่อเดือนกันยายน 2553 พบว่ามี สุนัขเลี้ยง ในกรุงเทพฯ ประมาณ 600,000 ตัว และมีสุนัขจรจัด โดยประมาณ 100,000 ตัว พญ.มนทิรา ทองสาริ ผู้อำนวยการ สำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร กล่าว แต่ทั้งสุนัขเลี้ยงและสุนัขจรจัดก็กลายมาเป็นปัญหาทำให้คนในสังคมห่วงใยไม่น้อย ห่วงใยทั้งคุณภาพชีวิตสุนัขและสวัสดิภาพตนเอง เนื่องจาก บางครั้งเจ้าของไม่ได้ฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าให้ &#8216;สุนัขเลี้ยง&#8217; สม่ำเสมอและไม่ได้ทำหมัน ทำให้มีรายงานผู้เสียชีวิตด้วย &#8216;โรคพิษสุนัขบ้า&#8217; ระหว่างเดือนมกราคม-มิถุนายนปีที่แล้ว 6 ราย หรือเฉลี่ยเดือนละหนึ่งราย ซึ่งถือว่าน่าเป็นห่วง เพราะหมายความว่าได้มีการแพร่เชื้อพิษสุนัขบ้าจากสัตว์มาสู่คน พญ.มนทิรา กล่าวและว่า ขณะเดียวกัน การไม่ทำหมัน &#8216;สุนัขเลี้ยง&#8217; ก็เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้จำนวน &#8216;สุนัขจรจัด&#8216; เพิ่มมากขึ้น เมื่อ &#8216;เจ้าของสุนัข&#8217; เลี้ยงสุนัขที่เกิดใหม่ไม่ไหว ก็มักนำไปปล่อยตามสถานที่ต่างๆ กลายเป็นสุนัขจรจัดและออกลูกออกหลานตามมาอีกมากมาย &#160; &#160; ที่กลายเป็นปัญหาอีกลักษณะหนึ่งก็คือ กลุ่มคนรักสุนัข-ผู้ใจบุญ เช่น การเก็บสุนัขจรจัดมาเลี้ยงในบ้านตัวเองหลายสิบตัว บางวัดเลี้ยงสุนัขที่คนนำมาปล่อยเป็นร้อยตัว บางคนไม่ได้นำสุนัขเข้าบ้าน [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<span class="fb_share"><fb:like href="http://www.asamedia.org/2011/09/%e0%b8%9b%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%82%e0%b8%88%e0%b8%a3%e0%b8%88%e0%b8%b1/" layout="button_count"></fb:like></span><p>&nbsp;</p>
<p><strong>7 แนวทางใหม่แก้ไขปัญหาสุนัขจรจัดของ กทม. หลังได้รับพระกรุณาธิคุณจากการทรงตั้ง &#8216;เครือข่ายคนรักน้องหมา ในพระอุปถัมภ์พระองค์ภา&#8217;</strong></p>
<p><a class="highslide" onclick="return vz.expand(this)" href="http://www.asamedia.org/wp-content/uploads/news_img_409835_5.jpg"><img class="alignright size-medium wp-image-25740" title="พญ.มนทิรา ทองสาริ" src="http://www.asamedia.org/wp-content/uploads/news_img_409835_5-219x300.jpg" alt="" width="219" height="300" /></a> กรุงเทพมหานคร โดยสำนักอนามัย ได้ขอความร่วมมือสำนักงานสถิติแห่งชาติสำรวจเมื่อเดือนกันยายน 2553 พบว่า<span id="more-25731"></span>มี <strong>สุนัขเลี้ยง</strong> ในกรุงเทพฯ ประมาณ 600,000 ตัว และมี<strong><a href="http://www.bangkokbiznews.com/home/search/?cx=009233870810540600983%3Ahkyg0dlysoo&amp;cof=FORID%3A9&amp;ie=windows-874&amp;q=%CA%D8%B9%D1%A2%A8%C3%A8%D1%B4" target="_blank">สุนัขจรจัด</a></strong> โดยประมาณ 100,000 ตัว <strong>พญ.มนทิรา ทองสาริ</strong> ผู้อำนวยการ สำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร กล่าว<br />
แต่ทั้งสุนัขเลี้ยงและ<a href="http://www.bangkokbiznews.com/home/search/?cx=009233870810540600983%3Ahkyg0dlysoo&amp;cof=FORID%3A9&amp;ie=windows-874&amp;q=%CA%D8%B9%D1%A2%A8%C3%A8%D1%B4" target="_blank">สุนัขจรจัด</a>ก็กลายมาเป็นปัญหาทำให้คนในสังคมห่วงใยไม่น้อย ห่วงใยทั้งคุณภาพชีวิตสุนัขและสวัสดิภาพตนเอง</p>
<p>เนื่องจาก บางครั้งเจ้าของไม่ได้ฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าให้ &#8216;สุนัขเลี้ยง&#8217; สม่ำเสมอและไม่ได้ทำหมัน ทำให้มีรายงานผู้เสียชีวิตด้วย &#8216;โรคพิษสุนัขบ้า&#8217; ระหว่างเดือนมกราคม-มิถุนายนปีที่แล้ว 6 ราย หรือเฉลี่ยเดือนละหนึ่งราย ซึ่งถือว่าน่าเป็นห่วง เพราะหมายความว่าได้มีการแพร่เชื้อพิษสุนัขบ้าจากสัตว์มาสู่คน พญ.มนทิรา กล่าวและว่า ขณะเดียวกัน การไม่ทำหมัน &#8216;สุนัขเลี้ยง&#8217; ก็เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้จำนวน &#8216;<a href="http://www.bangkokbiznews.com/home/search/?cx=009233870810540600983%3Ahkyg0dlysoo&amp;cof=FORID%3A9&amp;ie=windows-874&amp;q=%CA%D8%B9%D1%A2%A8%C3%A8%D1%B4" target="_blank">สุนัขจรจัด</a>&#8216; เพิ่มมากขึ้น เมื่อ &#8216;เจ้าของสุนัข&#8217; เลี้ยงสุนัขที่เกิดใหม่ไม่ไหว ก็มักนำไปปล่อยตามสถานที่ต่างๆ กลายเป็น<a href="http://www.bangkokbiznews.com/home/search/?cx=009233870810540600983%3Ahkyg0dlysoo&amp;cof=FORID%3A9&amp;ie=windows-874&amp;q=%CA%D8%B9%D1%A2%A8%C3%A8%D1%B4" target="_blank">สุนัขจรจัด</a>และออกลูกออกหลานตามมาอีกมากมาย</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><a class="highslide" onclick="return vz.expand(this)" href="http://www.asamedia.org/wp-content/uploads/news_img_409835_1.jpg"><img class="alignnone size-medium wp-image-25734" title="สุนัขซึ่งถูกนำมาทิ้งไว้ภายในวัดแห่งหนึ่ง (ศูนย์ภาพเนชั่น)" src="http://www.asamedia.org/wp-content/uploads/news_img_409835_1-300x225.jpg" alt="" width="300" height="225" /></a></p>
<p>&nbsp;<br />
ที่กลายเป็นปัญหาอีกลักษณะหนึ่งก็คือ <strong>กลุ่มคนรักสุนัข-ผู้ใจบุญ</strong> เช่น การเก็บ<a href="http://www.bangkokbiznews.com/home/search/?cx=009233870810540600983%3Ahkyg0dlysoo&amp;cof=FORID%3A9&amp;ie=windows-874&amp;q=%CA%D8%B9%D1%A2%A8%C3%A8%D1%B4" target="_blank">สุนัขจรจัด</a>มาเลี้ยงในบ้านตัวเองหลายสิบตัว บางวัดเลี้ยงสุนัขที่คนนำมาปล่อยเป็นร้อยตัว บางคนไม่ได้นำสุนัขเข้าบ้าน แต่จะให้อาหารในชุมชน ซึ่งมักเกิดความขัดแย้งภายในชุมชน ก่อเหตุเดือดร้อนรำคาญ เห่าเสียงดัง ไล่กัดผู้คนตามท้องถนน ปล่อยสิ่งปฎิกูล เสี่ยงต่อการแพร่พิษโรคสุนัขบ้า เหล่านี้ล้วนอยู่ในหน้าที่ความรับผิดชอบของ กทม. ที่ต้องดูแลความปลอดภัยของประชาชน และเป็นเหตุให้มีคนเรียก กทม. ไปดำเนินการกับ<a href="http://www.bangkokbiznews.com/home/search/?cx=009233870810540600983%3Ahkyg0dlysoo&amp;cof=FORID%3A9&amp;ie=windows-874&amp;q=%CA%D8%B9%D1%A2%A8%C3%A8%D1%B4" target="_blank">สุนัขจรจัด</a></p>
<p>&nbsp;<br />
กทม. ดำเนินการโดยนำ<a href="http://www.bangkokbiznews.com/home/search/?cx=009233870810540600983%3Ahkyg0dlysoo&amp;cof=FORID%3A9&amp;ie=windows-874&amp;q=%CA%D8%B9%D1%A2%A8%C3%A8%D1%B4" target="_blank">สุนัขจรจัด</a>ไปพักพิงที่ <strong>ศูนย์ควบคุมสุนัขกรุงเทพมหานคร(ประเวศ)</strong> ตั้งอยู่ในเขตประเวศ กรุงเทพฯ และ <strong>ศูนย์ควบคุมสุนัขกรุงเทพมหานคร (อุทัยธานี)</strong> ที่ อ.ทัพทัน จ.อุทัยธานี<br />
เมื่อ<a href="http://www.bangkokbiznews.com/home/search/?cx=009233870810540600983%3Ahkyg0dlysoo&amp;cof=FORID%3A9&amp;ie=windows-874&amp;q=%CA%D8%B9%D1%A2%A8%C3%A8%D1%B4" target="_blank">สุนัขจรจัด</a>ไปถึงศูนย์ควบคุมฯ ประเวศ เจ้าหน้าที่ให้เวลา 3-5 วันเพื่อรอเจ้าของสุนัขมาแสดงตัว จากนั้นสุนัขจะอยู่ในความดูแลของสัตวแพทย์ใช้เวลากักกันเพื่อดูว่ามีโรคหรือไม่เพื่อให้การรักษา สุนัขที่ปลอดโรคจะพักไว้เพื่อเตรียมทำหมันเพื่อป้องกันการเพิ่มจำนวนภายในศูนย์ฯ และฉีดวัคซีน บางตัวที่ดูสวยงามและสามารถฝึกได้จะแยกไปอีกกลุ่มเพื่อคัดเลือกให้ประชาชนรับไปอุปการะ ส่วนที่เหลือจะส่งไปให้อยู่ในความดูแล ฝึกหัด และเลี้ยงดูที่ศูนย์ควบคุมฯ อุทัยธานี จนสิ้นอายุไขของสุนัข ซึ่งรับสุนัขได้ 8,000 ตัว ขณะนี้มีสุนัขที่ต้องดูแลแล้ว 5,500 ตัว</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ศูนย์ควบคุมฯ ประเวศ เปรียบเสมือนด่านแรกในการรับ<a href="http://www.bangkokbiznews.com/home/search/?cx=009233870810540600983%3Ahkyg0dlysoo&amp;cof=FORID%3A9&amp;ie=windows-874&amp;q=%CA%D8%B9%D1%A2%A8%C3%A8%D1%B4" target="_blank">สุนัขจรจัด</a> มีสุนัขหมุนเวียนเป็นจำนวนมาก มีศักยภาพรับสุนัขได้ 1,000 ตัว ขณะนี้มีแล้ว 700-800 ตัว แต่ด้วยความที่พื้นที่ 13 ไร่ที่มีอยู่เป็นที่ลุ่ม ตั้งอยู่แหล่งรับน้ำท่วมของกรุงเทพฯ จึงต้องแก้ปัญหามากมายเกี่ยวกับสวัสดิภาพสุนัขที่เกิดขึ้นพร้อมกับรับผิดชอบงานในหน้าที่ให้ดีที่สุด</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ความทราบถึง <strong>พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา</strong> ทรงมีความห่วงใยในชีวิตความเป็นอยู่ของ &#8216;<a href="http://www.bangkokbiznews.com/home/search/?cx=009233870810540600983%3Ahkyg0dlysoo&amp;cof=FORID%3A9&amp;ie=windows-874&amp;q=%CA%D8%B9%D1%A2%A8%C3%A8%D1%B4" target="_blank">สุนัขจรจัด</a>&#8216; เป็นอย่างมาก ทรงศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมถึงปัญหาและแนวทางแก้ไข และมีพระดำริให้จัดตั้ง <strong>เครือข่ายคนรักน้องหมา ในพระอุปถัมภ์พระองค์ภา</strong> เพื่อให้การช่วยเหลือน้องหมาที่ถูกทอดทิ้งให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เพื่อสนองพระดำริ ในพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิตติยาภา &#8216;เครือข่ายคนรักน้องหมา ในพระอุปถัมภ์พระองค์ภา&#8217; ซึ่งประกอบด้วยกลุ่มผู้รักสัตว์จากหลากหลายองค์กร เช่น กลุ่มห้องสุนัข (พันทิป), กลุ่มนักวิ่ง Punky Runners, ThailandPetRescue และเพื่อนๆ จึงร่วมกับ กรุงเทพมหานคร และภาคเอกชน เช่น เดอะ มอลล์ กรุ๊ป,  ดิ เอ็มโพเรี่ยม ช้อปปิ้ง คอมเพล็กซ์, ไทยน้ำทิพย์ จัดงาน <strong>Emporium Pet-a-Porter 2011 : Dog  Charity by Punky Runners</strong> (เอ็มโพเรี่ยม เพ็ท-อา-ปอร์เตร์ ด็อก แชริตี้ บาย พังกี้  รันเนอร์ส) เมื่อวันที่ 3-4 กันยายนที่ผ่านมา หารายได้จากการจัดกิจกรรมต่างๆ ในงานนี้ โดยนำรายได้ทั้งหมดสมทบทุน &#8216;เครือข่ายคนรักน้องหมา ในพระอุปถัมภ์พระองค์ภา&#8217; เพื่อนำเงินบริจาคไปพัฒนาปรับปรุง &#8216;ศูนย์ควบคุมสุนัขฯ ประเวศ&#8217; ให้มีมาตรฐานและสามารถรองรับจำนวนสุนัขที่เพิ่มขึ้น ตลอดจนเพื่อพัฒนาสภาพความเป็นอยู่ของสุนัขให้ดีขึ้น ฟื้นฟูรักษาพยาบาลสุนัขที่เจ็บป่วย-ได้รับบาดเจ็บและพิการให้มีสุขอนามัยที่ดี พร้อมทั้งแก้ไขปัญหา<a href="http://www.bangkokbiznews.com/home/search/?cx=009233870810540600983%3Ahkyg0dlysoo&amp;cof=FORID%3A9&amp;ie=windows-874&amp;q=%CA%D8%B9%D1%A2%A8%C3%A8%D1%B4" target="_blank">สุนัขจรจัด</a>และสัตว์เลี้ยงถูกทอดทิ้งอย่างยั่งยืน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&#8220;กิจกรรมที่เราจัดปีนี้ถือเป็นความพิเศษอย่างยิ่ง โดยได้รับพระกรุณาธิคุณจากพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา เสด็จเป็นองค์ประธานเปิดงานวันที่ 3 กันยายน&#8221; <strong>มนาเทศ อันนวัฒน์</strong> ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายส่งเสริมการตลาด สยามพารากอน กล่าวและว่า กิจกรรมหลักที่น่าตื่นเต้นในคราวนี้คือ  <strong>Run For Dogs</strong> วิ่งการกุศลเพื่อสุนัข ณ อุทยานสวนเบญจสิริ นอกจากชิงถ้วยประทานพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา ยังเป็น &#8216;การวิ่งสะสมอาหารสุนัข&#8217; เพื่อบริจาคให้กับโครงการฯ โดยภายในระยะเวลา 1 ชั่วโมง การวิ่งทุก 1 รอบอุทยานเบญจสิริ (800 เมตร) จะได้ร่วมบริจาคอาหารสุนัขจำนวน 1 กิโลกรัม</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมที่สุนัขวิ่งเพื่อสุนัข คือ <strong>Dog Rally</strong> เป็นเหมือนสนามทดสอบสมรรถภาพสุนัข ไหวพริบปฎิภาณต่างๆ โดยมี คุณใจเพชร สุนัขทรงเลี้ยงในพระองค์ภาฯ นำทีมเปิดฐานและปล่อยสุนัขตัวอื่นๆ ร่วมทดสอบความรู้และเล่นเกมส์</p>
<p><a class="highslide" onclick="return vz.expand(this)" href="http://www.asamedia.org/wp-content/uploads/news_img_409835_2.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-25738" title="สุนัขทรงเลี้ยงในพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา ร่วมเดินแฟชั่นโชว์ในงาน 'เอ็มโพเรี่ยม เพ็ท-อา-ปอร์เตร์ ด็อก แชริตี้ บาย พังกี้ รันเนอร์ส' หาทุนช่วยปรับปรุงคุณภาพสุนัขจรจัดใน ศูนย์ควบคุมสุนัขกรุงเทพมหานคร(ประเวศ)" src="http://www.asamedia.org/wp-content/uploads/news_img_409835_2-300x192.jpg" alt="" width="300" height="192" /></a></p>
<p>&#8220;อีกหนึ่งกิจกรรมในงานนี้ที่เป็นหัวใจของเพ็ท-อา-ปอร์เตร์ คือแฟชั่นโชว์ ปีนี้สิ่งที่แปลกขึ้นหน่อยคือกระแสการสวมหมวก เราเลยทำ Dog Hat Show&#8221; มนาเทศ กล่าวและว่า แสดงแบบโดย <strong>สุนัขทรงเลี้ยง 12  สุนัข</strong> ในพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา ร่วมด้วยสุนัขของดาราและเซเลบ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา ยังทรงประทานพระอนุญาตให้นำภาพ <strong>คุณเพชรเสือ</strong> สุนัขทรงเลี้ยงในพระองค์ภา พิมพ์ลงบนเสื้อยืด จำหน่ายราคาตัวละ 350 บาท เพื่อหารายได้ช่วยเหลือ<a href="http://www.bangkokbiznews.com/home/search/?cx=009233870810540600983%3Ahkyg0dlysoo&amp;cof=FORID%3A9&amp;ie=windows-874&amp;q=%CA%D8%B9%D1%A2%A8%C3%A8%D1%B4" target="_blank">สุนัขจรจัด</a>อีกทาง ผู้สนใจร่วมสมทบทุน ยังหาซื้อได้ที่ ดิ เอ็มโพเรี่ยม พารากอน และเดอะมอลล์ทุกสาขา ถึงวันที่ 31 ตุลาคมนี้</p>
<p><a class="highslide" onclick="return vz.expand(this)" href="http://www.asamedia.org/wp-content/uploads/news_img_409835_4.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-25739" title="แฟชั่นโชว์ Dog Hat Show" src="http://www.asamedia.org/wp-content/uploads/news_img_409835_4-300x224.jpg" alt="" width="300" height="224" /></a><br />
พญ.มนทิรา ทองสาริ กล่าวว่า แนวทางดำเนินงานของสำนักอนามัย กทม. หลังได้รับพระกรุณาธิคุณจาก พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา ทรงตั้งโครงการ &#8216;เครือข่ายคนรักน้องหมา ในพระอุปถัมภ์พระองค์ภา&#8217; เพื่อช่วยปรับปรุงศูนย์ควบคุมฯ ประเวศ มีด้วยกัน 7 แนวทาง</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เริ่มจาก <strong>1.การจดทะเบียนสุนัข</strong> ส่งเสริมให้เจ้าของสุนัขใส่ใจกับสุนัขเลี้ยงของตนมากขึ้นด้วยการขอให้นำสุนัขมาฉีดไมโครชิพและทำประวัติไว้กับ กทม. เมื่อฉีดไมโครชิพแล้ว กทม. จะออก &#8216;บัตรประจำตัวสุนัข&#8217; ให้ ข้อดีคือหากสุนัขสูญหาย ถูกขโมย พลัดหลงออกจากบ้าน แล้วมีผู้พบเจอสุนัข เมื่อนำสุนัขมาส่องชิพจะทราบทันทีว่าจะติดต่อคืนเจ้าของที่บ้านไหน</p>
<p>“กรณีจับแก๊งค้าสุนัขที่นครพนม บางตัวมีชิพที่จดทะเบียนอยู่กับเราด้วย นั่นคือสุนัขถูกขโมยไป” พญ.มนทิรา กล่าว<br />
เจ้าของสุนัขสามารถนำสุนัขไปฉีดไมโครชิพกับ กทม. ได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย แต่อาจต้องรอจังหวะบ้างหากจำนวนชิพเดิมหมดและอยู่ในช่วงการประมูลซื้อชิพใหม่ เจ้าของสุนัขที่สามารถรับผิดชอบค่าใช้จ่ายสามารถนำสุนัขตัวโปรดไปฉีดชิพได้เองที่คลินิกเอกชน มีค่าใช้จ่ายราว 300 บาท กทม.ได้ประสานกับคลินิกเอกชนไว้เรียบร้อยแล้วในเรื่องการส่งข้อมูลเกี่ยวกับสุนัขกลับไปที่กทม. เพราะ &#8216;บัตรประจำตัวสุนัข&#8217; จะต้องออกให้โดยกทม.</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>2<strong>.การทำหมันและฉีดวัคซีน</strong> เพื่อป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าต้องนำสุนัขไปฉีดวัคซีนปีละหนึ่งครั้ง แผนงานที่กทม.ทำอยู่ขณะนี้คือการรณรงค์ฉีดวัคซีน นำสัตวแพทย์ออกฉีดวัคซีน 50 เขตทั่วกรุงเทพฯ พร้อมกันในสัปดาห์เดียว เพื่อป้องกันพร้อมกันทั่วทุกเขต ส่วนเวลาปกติพญ.มนทิรา บอกว่า ศูนย์บริการสาธารณสุขให้บริการฉีดวัคซีนฟรีทุกบ่ายวันศุกร์อยู่แล้ว หากมีสุนัขเกิน 10 ตัวเรียกไปฉีดถึงที่ได้เลย และถ้าเลี้ยงสุนัขแล้วรู้ตัวว่ามีความสามารถเลี้ยงสุนัขได้เพียงตัวเดียว ควรนำสุนัขไปทำหมันเพื่อลดอัตราการเกิดใหม่ของสุนัขที่ต้องรับผิดชอบ สุนัขบ้านมีอายุไขเฉลี่ยราว 7-8 ปี กทม.เคยคำนวณแล้วพบว่า แค่การเลี้ยงสุนัขพันธุ์เล็กและเลี้ยงแบบสมถะ ผู้เลี้ยงต้องใช้เงินราว 200,000 บาทตลอดอายุไขของสุนัข ด้วยเหตุนี้เมื่อสุนัขตัวโปรดออกลูกออกหลานมาเรื่อยๆ ค่าใช้จ่ายย่อมเพิ่มขึ้น แรกๆ อาจไม่รู้สึก แต่นานวันเมื่อค่าใช้จ่ายรัดตัวขึ้น คนส่วนใหญ่ก็มักนำสุนัขรุ่นลูกไปปล่อยตามสถานที่ต่างๆ เป็นสาเหตุของปัญหา<a href="http://www.bangkokbiznews.com/home/search/?cx=009233870810540600983%3Ahkyg0dlysoo&amp;cof=FORID%3A9&amp;ie=windows-874&amp;q=%CA%D8%B9%D1%A2%A8%C3%A8%D1%B4" target="_blank">สุนัขจรจัด</a></p>
<p>&nbsp;<br />
<strong>3.ปรับปรุงสถานที่พักพิงสุนัข</strong> โดยจะพัฒนา ศูนย์ควบคุมสุนัขกรุงเทพมหานคร(ประเวศ) และ ศูนย์ควบคุมสุนัขกรุงเทพมหานคร (อุทัยธานี) ให้สามารถรองรับสุนัขได้อย่างเหมาะสม ขณะนี้กำลังอยู่ในระหว่างการเขียนแบบ อีกส่วนที่กำลังดำเนินการคือการขึ้นทะเบียนเป็น <strong>สถานพักพิงสุนัขชุมชน</strong> โดยเชิญชวน &#8216;กลุ่มคนรักสุนัข-ผู้ใจบุญ&#8217; ที่เลี้ยงสุนัขในบ้านเป็นจำนวนมากๆ มาขึ้นทะเบียนกับกทม. โดยมีหลักเกณฑ์ว่าต้องไม่เลี้ยงเพิ่ม โดยกทม.จะจัดส่งเจ้าหน้าที่ไปทำหมันและฉีดวัคซีนให้สม่ำเสมอ เข้าไปปรับปรุงด้านกายภาพการเลี้ยงให้ดูสะอาดให้สุนัขเหล่านี้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดี ขณะนี้ดำเนินการแล้ว 15 แห่ง และมีมารอ กทม. เข้าไปปรับปรุงอีกหลายสิบแห่ง เท่ากับมีส่วนช่วยแบ่งเบาการทำงานที่ศูนย์ควบคุมฯ ทั้งสองแห่งของกทม.ได้ด้วย</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong> 4.ส่งเสริมการอุปการะสุนัข</strong> ให้ประชาชนช่วยมาทำบุญกับสุนัขที่ถูกทอดทิ้งที่ศูนย์ฯ ประเวศและทัพทัน ส่งเสริมให้ประชาชนมารับไปเลี้ยงเป็นสุนัขบ้าน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>5.สร้างสวนสุนัข</strong> หรือ Dog Park ให้สุนัขและเจ้าของได้มีที่ออกกำลังกายร่วมกัน เพื่อพัฒนาความสัมพันธ์ของสุนัขและเจ้าของ ลดการนำสุนัขไปปล่อยให้น้อยลง การสร้างสวนสุนัขเป็นการทำงานร่วมกันระหว่าง กทม.และสำนักสิ่งแวดล้อม กำหนดสถานที่ไว้ที่ใต้ทางด่วนรามอินทรา สร้างเป็นสวนสาธารณสำหรับสุนัข หลักเกณฑ์การใช้สถานที่ เช่น ต้องจดทะเบียนสุนัข สุนัขต้องมีสายจูงและควบคุมได้ สุนัขต้องไม่ดุ เจ้าของต้องรับผิดชอบความสะอาด ฯลฯ กำลังอยู่ในระหว่างดำเนินงาน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>6.ปลูกฝังเรื่องสวัสดิภาพสัตว์ให้เด็กและเยาวชน</strong> โดยเริ่มตั้งแต่การสร้างหลักสูตรการเลี้ยงสุนัขเลี้ยงสัตว์อย่างถูกต้อง ซึ่งจะเป็นการแก้ปัญหา<a href="http://www.bangkokbiznews.com/home/search/?cx=009233870810540600983%3Ahkyg0dlysoo&amp;cof=FORID%3A9&amp;ie=windows-874&amp;q=%CA%D8%B9%D1%A2%A8%C3%A8%D1%B4" target="_blank">สุนัขจรจัด</a>ระยะยาว</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong> 7.การประชาสัมพันธ์</strong> เนื่องจากที่ผ่านมาขาดการสื่อสารสร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง ทำให้คิดกันไปคนละทาง โดย กทม. จะแก้ไขความเดือดร้อนของประชาชนและดูแลสวัสดิภาพสัตว์ไปพร้อมกัน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ที่ผ่านมา <strong>ศูนย์ควบคุมสุนัขกรุงเทพมหานคร(ประเวศ)</strong> จำเป็นต้องรองรับสุนัขจำนวนมาก ประกอบกับไม่ได้รับการก่อสร้างปรับปรุงมาหลายปี จึงทำให้การควบคุมและดูแลสุนัขขาดประสิทธิภาพที่เหมาะสม  แต่ปัจจุบัน <strong>กรุงเทพมหานคร</strong> ได้เร่งรัดและเข้าดำเนินการแก้ไขปรับปรุงให้สามารถรองรับการควบคุมและดูแลสุนัขได้ดียิ่งขึ้นแล้ว และวางเป้าหมายให้ &#8216;ศูนย์ควบคุมฯ (ประเวศ)&#8217; สามารถควบคุมดูแลสุนัขให้ถูกสุขลักษณะอย่างที่สุดเพื่อสนองพระดำริ ในพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิตติยาภา ซึ่งในการปรับปรุงและแก้ไขปัญหาดังกล่าว กรุงเทพมหานครต้องการการสนับสนุนจากทั้งภาคเอกชนและประชาชน ตลอดจนความรักความเข้าใจของผู้เป็นเจ้าของสัตว์เลี้ยง เพื่อประสบผลสำเร็จมากยิ่งขึ้น</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>โดยเฉพาะ &#8216;ความรัก&#8217; ของเจ้าของสัตว์เลี้ยง ต้องรักอย่างถูกวิธี<br />
<strong>หรือเมื่อหมดรักแล้วก็อย่าผลักไส &#8216;เจ้าตูบที่เคยรัก&#8217; ให้กลายเป็น<a href="http://www.bangkokbiznews.com/home/search/?cx=009233870810540600983%3Ahkyg0dlysoo&amp;cof=FORID%3A9&amp;ie=windows-874&amp;q=%CA%D8%B9%D1%A2%A8%C3%A8%D1%B4" target="_blank">สุนัขจรจัด</a>ที่น่าสงสาร</strong></p>
<p>ภาพ : อนันต์ จันทรสูตร์, กุลพันธ์ ศิริพิมพ์อัมพร</p>
<p><strong>หมายเหตุ : ชมภาพมากกว่านี้ได้ที่ fan page เซ็คชั่น กรุงเทพวันอาทิตย์ คลิก facebook.com/sundaybkk</strong></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ที่มา : กรุงเทพธุรกิจ</p>
<p>&nbsp;</p>
<span class="fb_share"><fb:like href="http://www.asamedia.org/2011/09/%e0%b8%9b%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%82%e0%b8%88%e0%b8%a3%e0%b8%88%e0%b8%b1/" layout="button_count"></fb:like></span>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.asamedia.org/2011/09/%e0%b8%9b%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%82%e0%b8%88%e0%b8%a3%e0%b8%88%e0%b8%b1/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>“คลินิกฟื้นฟูสมรรถภาพการมองเห็น” คลินิกดีที่น่าชื่นชม</title>
		<link>http://www.asamedia.org/2011/09/%e2%80%9c%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%9f%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%9f%e0%b8%b9%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b8%81/</link>
		<comments>http://www.asamedia.org/2011/09/%e2%80%9c%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%9f%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%9f%e0%b8%b9%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b8%81/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 04 Sep 2011 07:56:55 +0000</pubDate>
		<dc:creator>pimai</dc:creator>
				<category><![CDATA[Features]]></category>
		<category><![CDATA[องค์กร]]></category>
		<category><![CDATA[คลินิกฟื้นฟูสมรรถภาพการมองเห็น]]></category>
		<category><![CDATA[คุณภาพชีวิตผู้ป่วย]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้ป่วยยากไร้]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้ป่วยโรคสายตา]]></category>
		<category><![CDATA[ภาวะสายตาเลือนราง]]></category>
		<category><![CDATA[รพ.ศิริราช]]></category>
		<category><![CDATA[วันมหิดล]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.asamedia.org/?p=24949</guid>
		<description><![CDATA[ที่การรักษาโรคทางจักษุวิทยามีพัฒนาการขึ้น แต่ยังคงมีผู้ป่วยอีกจำนวนไม่น้อยที่อาจต้องสูญเสียการมองเห็นแม้จะได้รับการรักษาอย่างเต็มที่แล้วอันเนื่องมาจากความเสื่อมสภาพอย่างถาวรของอวัยวะต่าง ๆ ภายในลูกตาทำให้เกิด ภาวะสายตาเลือนราง ส่งผลให้บุคคลเหล่านั้นตกอยู่ในสภาพที่ไม่อาจช่วยเหลือตัวเองได้มีปัญหาการดำรงชีวิตในทุกด้าน ด้วยตระหนักถึงความสำคัญของการดูแลผู้ป่วยอย่างต่อเนื่อง โรงพยาบาลศิริราช ได้จัดตั้ง คลินิกฟื้นฟูสมรรถภาพทางการมองเห็น (Vision rehabilitation clinic) ขึ้นเพื่อให้บริการทางการแพทย์อย่างต่อเนื่องจากการรักษาโรคและเป็นการดูแลแบบองค์รวม (Holistic care) ทั้งทางด้านร่างกาย จิตใจ สังคม อาชีพ การศึกษาโดยมีการทำงานเชื่อมต่อกับหน่วยงานอื่น ๆ ที่มีการให้บริการเฉพาะด้านดังกล่าว ด้วยจุดหมายเพื่อเพิ่มคุณภาพชีวิตให้แก่ผู้ป่วยให้สามารถช่วยเหลือตนเองได้ดียิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังเป็นสถานที่ฝึกอบรมแก่แพทย์ประจำบ้านและบุคลากรทางการแพทย์อื่น ๆ เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งของระบบการให้ความช่วยเหลือเกื้อกูลกันทางสังคม จากจำนวนผู้ป่วยที่เข้ารับการตรวจรักษาทางด้านจักษุที่โรงพยาบาลศิริราชซึ่งแต่ละวันมีจำนวนหลายร้อยคนและในจำนวนผู้ป่วยที่เข้ารับบริการในคลินิกฟื้นฟูสมรรถภาพทางการมองเห็น 200-300 คนต่อปี ผู้ป่วยดังกล่าวมีการสูญเสียการมองเห็นอย่างถาวรหลังการรักษา โรคตาที่เป็นสาเหตุพบบ่อยในผู้ใหญ่ ได้แก่ เบาหวานขึ้นจอตา จอตาเสื่อม และต้อหิน ขณะที่โรคที่พบบ่อยในเด็ก ได้แก่ โรคของจอตา, เส้นประสาทตา หรือสมองผิดปกติแต่กำเนิด อ.พญ.สุขศรี โชติกวณิชย์ ภาควิชาจักษุวิทยา คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาลให้ความรู้ว่า โรคที่เป็นสาเหตุที่ทำให้สายตาเลือนรางเกิดขึ้นได้จากหลายโรคทั้งเบาหวานขึ้นตา จอตาเสื่อม และต้อหิน ซึ่งภาวะสายตาเลือนรางนี้มักพบมากขึ้นเรื่อย ๆ และแม้จะมีระดับของการป้องกัน รักษา แต่ก็ยังมีหลายโรคส่งผลถึงการสูญเสียการมองเห็นอย่างถาวร ซึ่งการสูญเสียการมองเห็นหากเป็นทั้งสองตาจะส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิตของผู้ป่วยทำให้ต้องได้รับการฟื้นฟู “ตาที่สูญเสียการมองเห็นส่งผลในด้านต่าง [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<span class="fb_share"><fb:like href="http://www.asamedia.org/2011/09/%e2%80%9c%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%9f%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%9f%e0%b8%b9%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b8%81/" layout="button_count"></fb:like></span><p><a class="highslide" onclick="return vz.expand(this)" href="http://www.asamedia.org/wp-content/uploads/p4thurl5.jpg"><img class="alignnone size-full wp-image-24951" title="p4thurl" src="http://www.asamedia.org/wp-content/uploads/p4thurl5.jpg" alt="" width="260" height="192" /></a></p>
<p>ที่การรักษาโรคทางจักษุวิทยามีพัฒนาการขึ้น แต่ยังคงมีผู้ป่วยอีกจำนวนไม่น้อยที่อาจต้องสูญเสียการมองเห็นแม้จะได้รับการรักษาอย่างเต็มที่แล้วอันเนื่องมาจากความเสื่อมสภาพอย่างถาวรของอวัยวะต่าง ๆ ภายในลูกตาทำให้เกิด ภาวะสายตาเลือนราง ส่งผลให้บุคคลเหล่านั้นตกอยู่ในสภาพที่ไม่อาจช่วยเหลือตัวเองได้มีปัญหาการดำรงชีวิตในทุกด้าน<span id="more-24949"></span></p>
<p>ด้วยตระหนักถึงความสำคัญของการดูแลผู้ป่วยอย่างต่อเนื่อง โรงพยาบาลศิริราช ได้จัดตั้ง คลินิกฟื้นฟูสมรรถภาพทางการมองเห็น (Vision rehabilitation clinic) ขึ้นเพื่อให้บริการทางการแพทย์อย่างต่อเนื่องจากการรักษาโรคและเป็นการดูแลแบบองค์รวม (Holistic care) ทั้งทางด้านร่างกาย จิตใจ สังคม อาชีพ การศึกษาโดยมีการทำงานเชื่อมต่อกับหน่วยงานอื่น ๆ ที่มีการให้บริการเฉพาะด้านดังกล่าว ด้วยจุดหมายเพื่อเพิ่มคุณภาพชีวิตให้แก่ผู้ป่วยให้สามารถช่วยเหลือตนเองได้ดียิ่งขึ้น</p>
<p>นอกจากนี้ยังเป็นสถานที่ฝึกอบรมแก่แพทย์ประจำบ้านและบุคลากรทางการแพทย์อื่น ๆ เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งของระบบการให้ความช่วยเหลือเกื้อกูลกันทางสังคม จากจำนวนผู้ป่วยที่เข้ารับการตรวจรักษาทางด้านจักษุที่โรงพยาบาลศิริราชซึ่งแต่ละวันมีจำนวนหลายร้อยคนและในจำนวนผู้ป่วยที่เข้ารับบริการในคลินิกฟื้นฟูสมรรถภาพทางการมองเห็น 200-300 คนต่อปี ผู้ป่วยดังกล่าวมีการสูญเสียการมองเห็นอย่างถาวรหลังการรักษา โรคตาที่เป็นสาเหตุพบบ่อยในผู้ใหญ่ ได้แก่ เบาหวานขึ้นจอตา จอตาเสื่อม และต้อหิน ขณะที่โรคที่พบบ่อยในเด็ก ได้แก่ โรคของจอตา, เส้นประสาทตา หรือสมองผิดปกติแต่กำเนิด</p>
<p>อ.พญ.สุขศรี โชติกวณิชย์ ภาควิชาจักษุวิทยา คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาลให้ความรู้ว่า โรคที่เป็นสาเหตุที่ทำให้สายตาเลือนรางเกิดขึ้นได้จากหลายโรคทั้งเบาหวานขึ้นตา จอตาเสื่อม และต้อหิน ซึ่งภาวะสายตาเลือนรางนี้มักพบมากขึ้นเรื่อย ๆ และแม้จะมีระดับของการป้องกัน รักษา แต่ก็ยังมีหลายโรคส่งผลถึงการสูญเสียการมองเห็นอย่างถาวร ซึ่งการสูญเสียการมองเห็นหากเป็นทั้งสองตาจะส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิตของผู้ป่วยทำให้ต้องได้รับการฟื้นฟู</p>
<p>“ตาที่สูญเสียการมองเห็นส่งผลในด้านต่าง ๆ ทั้งร่างกาย สังคม จิตใจ การศึกษา ฯลฯ การช่วยเหลือผู้ป่วยสายตาเลือนราง นอกเหนือจากการตรวจรักษาโรคที่เกิดขึ้นยังมีในเรื่องของการป้องกัน การฟื้นฟูสมรรถภาพการมองเห็นซึ่งการฟื้นฟูดังกล่าวได้ประสานความร่วมมือร่วมกับภาควิชาอื่น ๆ ภายในโรงพยาบาลศิริราช รวมถึงประสานงานกับหน่วยงานภายนอก อย่างด้านอาชีพ การศึกษา ฯลฯ ทั้งนี้ก็เพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีช่วยเหลือตนเองได้ยิ่งขึ้น”</p>
<p>ภาวะสายตาเลือนรางเกิดขึ้นได้กับทุกเพศวัย ทุกช่วงอายุ แต่ที่พบ 70 กว่าเปอร์เซ็นต์เป็นในกลุ่มผู้ใหญ่</p>
<p>ซึ่งสาเหตุก็แล้วแต่ชนิดของโรค อย่าง เบาหวานขึ้นจอประสาทตาอาจเกิดจากการขาดการควบคุมเบาหวานที่ดี และภาวะกรรมพันธุ์ เป็นต้น</p>
<p>การป้องกันดูแลสุขภาพก่อนต้องเผชิญกับโรคสิ่งนี้จึงมีความสำคัญ อย่าง ต้อหิน ควรหมั่นตรวจเช็กสายตาเช็กความดันตา หากพบความผิดปกตินับแต่เริ่มแรก โรคที่เป็นก็จะไม่ลุกลามผลของการสูญเสียการบาดเจ็บจะลดน้อยลง แต่อย่างไรแล้วโรคบางโรคที่เป็นกรรมพันธุ์ก็ยากต่อการป้องกัน การดูแลลดความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะดังกล่าวจึงควรได้รับการตรวจเช็กตาเป็นระยะอย่างน้อยปีละครั้ง</p>
<p>หากพบความผิดปกติอย่างเช่น ตามัวมองเห็นภาพได้น้อยลง ปวดตา ระคายเคืองตา ตาแดง ฯลฯ ไม่ควรนิ่งนอนใจควรพบแพทย์เพื่อรับการตรวจวินิจฉัยยิ่งมีอายุเพิ่มขึ้น 40 ปีขึ้นไปควรได้รับการตรวจตา นอกจากนี้ควรหลีกเลี่ยงแดดจ้า ฝุ่น ลม สารเคมี ฯลฯ ซึ่งหากพบความผิดปกติควรรีบรับการรักษาความรุนแรงก็จะลดน้อยลง</p>
<p>คลินิกฟื้นฟูสมรรถภาพทางการมองเห็น การดำเนินงานได้ครอบคลุมการสอน การปฏิบัติกิจวัตรประจำวัน, การทำความคุ้นเคยกับสภาพแวดล้อมและการเคลื่อนไหว, การสั่งอุปกรณ์ช่วยการมองเห็น, การกระตุ้นการมองเห็นในเด็กและการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการดูแลผู้ป่วยแบบองค์รวมทั้งนี้เพื่อช่วยผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น</p>
<p>และเนื่องในโอกาส วันมหิดล วันคล้ายวันสวรรคตของสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก “พระบิดาแห่งการแพทย์แผนปัจจุบันของไทย” วันที่ 24 กันยายน 2554 ที่จะเวียนมาบรรจบอีกวาระ ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ได้จัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติหารายได้ช่วยผู้ป่วยยากไร้และด้อยโอกาส รพ.ศิริราช โอกาสนี้สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ทรงพระกรุณารับเป็นองค์ประธานจัดงานหารายได้ โดยมีกิจกรรม อาทิ การจัดรายการเฉลิมพระเกียรติในวันเสาร์ที่ 17 กันยายน 2554 เวลา 22.30 น. ทาง ททบ.5 นักศึกษาวิทยาเขตบางกอกน้อยร่วมกันออกรับบริจาคพร้อมมอบธงและสติกเกอร์ เป็นที่ระลึกทั่วกรุงเทพฯ ปริมณฑลและจังหวัดใกล้เคียงโดยปีนี้ธงเป็นสีม่วงตามวันมหิดล</p>
<p>รวมทั้งร่วมสานต่อพระราชปณิธานด้วยการเป็น “ผู้ให้” แก่ผู้ป่วยยากไร้และด้อยโอกาส รพ.ศิริราช บริจาคโดยตรงที่ศิริราชมูลนิธิ ตึกมหิดลบำเพ็ญ ชั้น 1 รพ.ศิริราช โทร. 0-2419-7658-60 รวมทั้งบริจาคผ่านธนาคารทุกสาขาทั่วประเทศ ชื่อบัญชี “ศิริราชมูลนิธิ” (ธงวันมหิดล) ประเภทออมทรัพย์ ได้แก่ ธนาคารกรุงไทย สาขาพระปิ่นเกล้า, ธนาคารกสิกรไทย สาขาพรานนก, ธนาคารกรุงเทพ สาขาตลิ่งชัน, ธนาคารกรุงศรีอยุธยา สาขาอรุณอมรินทร์, ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาศิริราช, ธนาคารทหารไทย สาขาราชดำเนิน ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร สาขานางเลิ้ง, ธนาคารออมสิน สาขาศิริราช และธนาคารธนชาต สาขาศิริราช.</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ที่มา : เดลินิวส์</p>
<span class="fb_share"><fb:like href="http://www.asamedia.org/2011/09/%e2%80%9c%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%9f%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%9f%e0%b8%b9%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b8%81/" layout="button_count"></fb:like></span>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.asamedia.org/2011/09/%e2%80%9c%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%9f%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%9f%e0%b8%b9%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b8%81/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

