<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ASA Media : อาสามีเดีย &#187; ชุมชน</title>
	<atom:link href="http://www.asamedia.org/category/volunteer/community/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.asamedia.org</link>
	<description>สื่อสีขาว สื่อสร้างสรรค์ สร้างจิตสำนึกดี</description>
	<lastBuildDate>Fri, 10 Feb 2012 13:27:02 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.3.1</generator>
		<item>
		<title>Fortron กิจกรรมทำโป่งดินเทียม แหล่งอาหารสัตว์ ณ อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่</title>
		<link>http://www.asamedia.org/2011/03/fortron-%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b9%82%e0%b8%9b%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%94%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%a1/</link>
		<comments>http://www.asamedia.org/2011/03/fortron-%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b9%82%e0%b8%9b%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%94%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%a1/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 18 Mar 2011 04:01:45 +0000</pubDate>
		<dc:creator>wanManeeporn</dc:creator>
				<category><![CDATA[คนทำดี]]></category>
		<category><![CDATA[ชุมชน]]></category>
		<category><![CDATA[กิจกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[มลพิษทางอากาศ]]></category>
		<category><![CDATA[ระยะทาง]]></category>
		<category><![CDATA[สัตว์]]></category>
		<category><![CDATA[สิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.asamedia.org/?p=19607</guid>
		<description><![CDATA[&#160; The Fortron Way กิจกรรมทำโป่งดินเทียม แหล่งอาหารสัตว์ ณ อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ปากช่อง กับอีกหนึ่งความภาคภูมิใจแห่งผู้นำผลิตภัณฑ์บำรุงรักษารถยนต์ตามระยะทาง? เพื่อสิ่งแวดล้อมและ ร่วมกันลดปัญหามลพิษทางอากาศ กับนวัตกรรมเพื่อการเผาไหม้ที่สมบูรณ์ของเครื่องยนต์ ซึ่งเป็นหนึ่งใน Green Activity ภายใต้นโยบาย The Fortron Way. สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 02-961-3717-8 นันท์นภัส โพธิ์งาม (หญิง) ฝ่ายการสื่อสารการตลาด ที่มา  :  ThaiPR.net]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<span class="fb_share"><fb:like href="http://www.asamedia.org/2011/03/fortron-%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b9%82%e0%b8%9b%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%94%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%a1/" layout="button_count"></fb:like></span><p>&nbsp;</p>
<div><a class="highslide" href="http://www.asamedia.org/wp-content/uploads/iq475e2d0dfea85828e45486cb702b35a5.jpg"><img class="alignnone size-medium wp-image-19608" src="http://www.asamedia.org/wp-content/uploads/iq475e2d0dfea85828e45486cb702b35a5-300x225.jpg" alt="" width="300" height="225" /></a></div>
<div>The Fortron Way</div>
<p>กิจกรรมทำโป่งดินเทียม แหล่งอาหารสัตว์ ณ อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ปากช่อง กับอีกหนึ่งความภาคภูมิใจแห่งผู้นำผลิตภัณฑ์บำรุงรักษารถยนต์ตามระยะทาง? เพื่อสิ่งแวดล้อมและ ร่วมกันลดปัญหามลพิษทางอากาศ<span id="more-19607"></span> กับนวัตกรรมเพื่อการเผาไหม้ที่สมบูรณ์ของเครื่องยนต์ ซึ่งเป็นหนึ่งใน Green Activity ภายใต้นโยบาย The Fortron Way.</p>
<p>สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 02-961-3717-8 นันท์นภัส โพธิ์งาม (หญิง) ฝ่ายการสื่อสารการตลาด</p>
<p>ที่มา  :  ThaiPR.net</p>
<span class="fb_share"><fb:like href="http://www.asamedia.org/2011/03/fortron-%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b9%82%e0%b8%9b%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%94%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%a1/" layout="button_count"></fb:like></span>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.asamedia.org/2011/03/fortron-%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b9%82%e0%b8%9b%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%94%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%a1/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ขอเป็นรายสุดท้ายได้ไหม</title>
		<link>http://www.asamedia.org/2010/07/%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%87%e0%b8%99%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%94%e0%b8%97%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b9%84%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b9%84%e0%b8%ab%e0%b8%a1/</link>
		<comments>http://www.asamedia.org/2010/07/%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%87%e0%b8%99%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%94%e0%b8%97%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b9%84%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b9%84%e0%b8%ab%e0%b8%a1/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 17 Jul 2010 14:12:47 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Features]]></category>
		<category><![CDATA[ชุมชน]]></category>
		<category><![CDATA[ทีวี]]></category>
		<category><![CDATA[สื่อ]]></category>
		<category><![CDATA[อันตราย]]></category>
		<category><![CDATA[เด็ก]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.asamedia.org/?p=8170</guid>
		<description><![CDATA[เช้าวันนี้ อากาศแจ่มใสผมได้รับเมล์ฉบับหนึ่งจากพี่ชายกัลยาณมิตรท่านหนึ่งเป็นบทความ “มองนอกดูใน” ซึ่งเขียนโดยท่านแม่ชีศันสนีย์ แห่งเสถียรธรรมสถาน เป็นบทความที่ปรารถนาให้ทุกท่านที่หาเลี้ยงชีพโดยการทำสื่อทุกแขนงทุกประเภทได้อ่านจริงๆครับ ด้วยความเคารพ     ขอให้เป็นรายสุดท้ายได้ไหม !   เมื่อหลายวันที่ผ่านมา บนหน้าหนึ่งของหนังสือพิมพ์หลายฉบับเสนอข่าวเด็กหญิงวัย 6 ขวบแขวนคอตายตามตัวละครในละครฮิตเรื่องหนึ่ง&#8230;แวบแรกที่เห็นข่าว&#8230;แน่นอนว่านี่ไม่ใช่รายแรก&#8230;แต่จะเป็นรายสุดท้ายได้ไหม !ถึงเวลาที่สื่อควรจะทบทวนตัวเองในการนำเสนอหรือยัง !             ทันทีที่อ่านข่าวจบ ข้าพเจ้าได้ขอให้ฝ่ายสื่อของเสถียรธรรมสถานนำละครเรื่องนั้นตอนต่อไปและใกล้จบมาให้ดู ซึ่งมีแต่ความรุนแรง พยาบาท อาฆาต เอาคืน ตายแล้วยังมาเอาคืน ภาพการแขวนคอตายของตัวละครตัวหนึ่ง แม้ตามท้องเรื่องจะไม่ตายสมความตั้งใจ เพราะมีคนมาช่วยไว้ได้ทัน แต่ด้วยความไม่เดียงสาของเด็กหญิงวัย 6 ขวบที่ยังไม่สามารถแยกแยะโลกแห่งความจริงและโลกแห่งละครได้ชวนเด็กชายผู้เป็นแฝดคนน้องเล่นเลียนแบบในละคร แต่ในชีวิตจริงไม่มีตัวช่วย เด็กหญิงตัวน้อยจึงจากไปอย่างไม่มีวันกลับ  จะมีใครตระหนักหรือไม่ว่าในเวลาที่เกิดภาพจำ 1 ภาพขึ้นในหัวใจของคนหนึ่งคน มันอาจจะกลายมาเป็นภาพจริงของคนคนนั้นในวันต่อมาก็ได้ สิ่งที่เกิดขึ้นคือการเลียนแบบ&#8230;ไม่ใช่เรียนรู้สื่อที่ทำให้คนเลียนแบบ สื่อที่ไม่ทำให้เกิดกระบวนการแห่งการเรียนรู้ สื่อจะเป็นนวัตกรรมในการสร้างคนได้อย่างไร สื่อจะเป็นปาฏิหาริย์ในการทำให้คนในยุคนี้ตื่นได้อย่างไร เรื่องนี้เป็นกรณีศึกษาที่ควรจะทำให้เราหันมาพูดกันในเรื่องปาฏิหาริย์ในการตื่นของสื่อที่จะต้องนำเสนอการเรียนรู้มากกว่าการเลียนแบบ ยิ่งสังคมมีคนอ่อนแอมากเท่าไร สื่อยิ่งต้องเป็นครู สื่อต้องเป็นผู้นำทางจิตวิญญาณ สื่อต้องเป็นบวร (บ้าน วัด โรงเรียน) ที่จะสอนเรื่องการเดินทางของชีวิต เป็นหนทางที่สื่อให้คนดูเข้าสู่กระแสของอริยชน ไม่ใช่เพียงการนำธรรมะ นำคำเทศน์ออกมาเป็นบท ๆ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<span class="fb_share"><fb:like href="http://www.asamedia.org/2010/07/%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%87%e0%b8%99%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%94%e0%b8%97%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b9%84%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b9%84%e0%b8%ab%e0%b8%a1/" layout="button_count"></fb:like></span><p><a class="highslide" onclick="return vz.expand(this)" href="http://www.asamedia.org/wp-content/uploads/dekdootv.jpg"><img class="size-medium wp-image-8171 alignnone" title="dekdootv" src="http://www.asamedia.org/wp-content/uploads/dekdootv-300x196.jpg" alt="" width="300" height="196" /></a></p>
<p>เช้าวันนี้ อากาศแจ่มใสผมได้รับเมล์ฉบับหนึ่งจากพี่ชายกัลยาณมิตรท่านหนึ่งเป็นบทความ “มองนอกดูใน” <span id="more-8170"></span>ซึ่งเขียนโดยท่านแม่ชีศันสนีย์ แห่งเสถียรธรรมสถาน<br />
เป็นบทความที่ปรารถนาให้ทุกท่านที่หาเลี้ยงชีพโดยการทำสื่อทุกแขนงทุกประเภทได้อ่านจริงๆครับ<br />
ด้วยความเคารพ<br />
 <br />
 <br />
ขอให้เป็นรายสุดท้ายได้ไหม !<br />
 <br />
เมื่อหลายวันที่ผ่านมา บนหน้าหนึ่งของหนังสือพิมพ์หลายฉบับเสนอข่าวเด็กหญิงวัย 6 ขวบแขวนคอตายตามตัวละครในละครฮิตเรื่องหนึ่ง&#8230;แวบแรกที่เห็นข่าว&#8230;แน่นอนว่านี่ไม่ใช่รายแรก&#8230;แต่จะเป็นรายสุดท้ายได้ไหม !ถึงเวลาที่สื่อควรจะทบทวนตัวเองในการนำเสนอหรือยัง !<br />
            ทันทีที่อ่านข่าวจบ ข้าพเจ้าได้ขอให้ฝ่ายสื่อของเสถียรธรรมสถานนำละครเรื่องนั้นตอนต่อไปและใกล้จบมาให้ดู ซึ่งมีแต่ความรุนแรง พยาบาท อาฆาต เอาคืน ตายแล้วยังมาเอาคืน ภาพการแขวนคอตายของตัวละครตัวหนึ่ง แม้ตามท้องเรื่องจะไม่ตายสมความตั้งใจ เพราะมีคนมาช่วยไว้ได้ทัน แต่ด้วยความไม่เดียงสาของเด็กหญิงวัย 6 ขวบที่ยังไม่สามารถแยกแยะโลกแห่งความจริงและโลกแห่งละครได้ชวนเด็กชายผู้เป็นแฝดคนน้องเล่นเลียนแบบในละคร แต่ในชีวิตจริงไม่มีตัวช่วย เด็กหญิงตัวน้อยจึงจากไปอย่างไม่มีวันกลับ  จะมีใครตระหนักหรือไม่ว่าในเวลาที่เกิดภาพจำ 1 ภาพขึ้นในหัวใจของคนหนึ่งคน มันอาจจะกลายมาเป็นภาพจริงของคนคนนั้นในวันต่อมาก็ได้<br />
สิ่งที่เกิดขึ้นคือการเลียนแบบ&#8230;ไม่ใช่เรียนรู้สื่อที่ทำให้คนเลียนแบบ สื่อที่ไม่ทำให้เกิดกระบวนการแห่งการเรียนรู้ สื่อจะเป็นนวัตกรรมในการสร้างคนได้อย่างไร สื่อจะเป็นปาฏิหาริย์ในการทำให้คนในยุคนี้ตื่นได้อย่างไร เรื่องนี้เป็นกรณีศึกษาที่ควรจะทำให้เราหันมาพูดกันในเรื่องปาฏิหาริย์ในการตื่นของสื่อที่จะต้องนำเสนอการเรียนรู้มากกว่าการเลียนแบบ ยิ่งสังคมมีคนอ่อนแอมากเท่าไร สื่อยิ่งต้องเป็นครู สื่อต้องเป็นผู้นำทางจิตวิญญาณ สื่อต้องเป็นบวร (บ้าน วัด โรงเรียน) ที่จะสอนเรื่องการเดินทางของชีวิต เป็นหนทางที่สื่อให้คนดูเข้าสู่กระแสของอริยชน ไม่ใช่เพียงการนำธรรมะ นำคำเทศน์ออกมาเป็นบท ๆ แม้แต่ละคร ก็ต้องเป็นละครที่ดูแล้วต้องกลับมาย้อนดูกิเลสของคนดูได้ ไม่ใช่ดูแล้วก็เลียนแบบเลย  จริงอยู่ที่ละครบางเรื่องหรือรายการบางประเภทมักมีการเขียนกำกับไว้ว่าผู้ใหญ่ควรให้คำแนะนำในการดู แต่จุดประสงค์ของการมีพ่อแม่หรือผู้ใหญ่นั่งดูอยู่ด้วยก็ไม่ใช่เพื่อให้พ่อแม่หรือผู้ใหญ่มานั่งห้ามว่าฉากนั้นไม่ดี ฉากนี้ก็ดูไม่ได้ แต่สิ่งที่พ่อแม่หรือผู้ใหญ่ต้องสอนเด็ก ๆ ก็คือ สิ่งที่เขากำลังให้เราดูนั้นคือการเรียนรู้&#8230;ที่เลียนแบบไม่ได้ และเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในเรื่องนี้ก็ล้วนถูกสร้างขึ้นอย่างเกินความจริง การด่าทอกันแม้แต่คำเดียว มันถูกกดลงไปเป็นหลุมเกวียน ไม่มีครอบครัวไหนที่จะมากรอกยากันอย่างอาฆาตมาดร้ายขนาดนั้น การข่มให้ผู้อื่นอยู่เบื้องล่าง การบีบปากคนแล้วกรอกยา ซึ่งเกิดขึ้นหลังจากฉากผูกคอตายนั้น มีความจำเป็นอะไรหรือที่ต้องเสนอความโหดร้ายถึงเพียงนี้ ชีวิตของเราที่อยู่ในปัจจุบันนี้ไม่มีความจำเป็นเลยแม้แต่น้อยที่จะต้องมารับรู้เรื่องราวเหล่านี้แม้สักเรื่องเดียว  มันอาจจะเป็นความสำเร็จของนักแสดง เป็นกำไรของคนจัดละคร เรตติ้งสูง แต่การแฝงความรุนแรง การทำลาย ปัจจุบันขณะที่ดู ที่จะทำให้เราซึ่งเป็นคนดูกลายเป็นเหยื่อที่หลงตามอารมณ์ในขณะนั้น เมื่อเราไม่สามารถเรียกร้องความรับผิดชอบจากใครได้ ก็ต้องมาเรียกร้องจากคนทำสื่อนี่เอง เพราะถ้าไม่มีคนทำ ก็ไม่มีคนดู ไม่ว่าทำละครอะไรออกมาก็มีคนดู เพราะคนปัจจุบันอ่อนแอและพร้อมที่จะดูอยู่แล้ว             คนทำละครต้องมีสำนึก แล้วรู้ว่าสิ่งที่ทำลงไปแล้วนั้น คนที่รอดูอยู่มีหลากหลายประเภทเหลือเกิน พร้อมกับเวลาที่นำเสนอ ก็มีเด็กบางส่วนที่ยังไม่หลับ หรือผู้ใหญ่บางคนที่ปล่อยปละละเลยโดยให้โทรทัศน์ช่วยเลี้ยงลูก เป็นเพื่อนลูกได้ สิ่งเหล่านี้เป็นความล่มจม สิ่งเหล่านี้ไม่ได้เป็นปาฏิหาริย์ในการตื่นโดยสิ้นเชิง  และการเสนอข่าวโดยการจำลองเหตุการณ์ด้วยใช้เชือกเส้นเดิม เก้าอี้ตัวเดิม ต้นไม้ต้นเดิม แล้วให้เด็กชายผู้เป็นแฝดคนน้องทำในสิ่งที่พี่สาวทำผ่านสื่อนั้นหมายความว่าอย่างไร  เรากำลังทำอะไรกับเด็กที่ยังไม่ตายคนนี้หรือ เราจะทำภาพจริงให้มันเป็นภาพจำเพื่อให้เด็กอีกคนตายทั้งเป็นเพื่ออะไร มันสูญเสียพอแล้วหรือยัง เด็กคนนี้จะเป็นการสูญเสียกรณีสุดท้ายร่วมกันได้หรือไม่ มาช่วยกันสร้างปาฏิหาริย์ในการตื่นกันเสียทีเถิดค่ะ<br />
 <br />
ธรรมสวัสดี<br />
 <br />
ที่มา <a href="http://www.sdsweb.org/th/index.php?topgroupid=1&amp;groupid=5">http://www.sdsweb.org/th/index.php?topgroupid=1&amp;groupid=5</a><br />
 <br />
             (ขออนุญาตเพิ่มเติม)<br />
          นี่คงไม่ใช่ครั้งแรกของทุกท่านที่ได้พบได้อ่านเรื่องราว ผลกระทบจากการสร้างสื่อที่ไม่เหมาะสมและขาดสติ          ตัวผมเองก็เช่นกัน เมื่อ 2 ปีก่อน ก็ได้พบและตัดเก็บพาดหัวหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่งไว้<br />
จนเมื่อปลายปีที่แล้ว พาดหัวนี้ก็มีส่วนทำให้ผมพอใจยินดีที่จะขอยุติบทบาทหน้าที่ในวงการโฆษณา (วงการซึ่งมีส่วนสำคัญในการสร้างปรากฎการณ์ปรารถนาผิวขาวใส whitening)<br />
และหันมาเลือกทำ&#8230;ในสิ่งที่กำลังทำอยู่ในทุกวันนี้&#8230; _/\_</p>
<span class="fb_share"><fb:like href="http://www.asamedia.org/2010/07/%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%87%e0%b8%99%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%94%e0%b8%97%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b9%84%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b9%84%e0%b8%ab%e0%b8%a1/" layout="button_count"></fb:like></span>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.asamedia.org/2010/07/%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%87%e0%b8%99%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%94%e0%b8%97%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b9%84%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b9%84%e0%b8%ab%e0%b8%a1/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ห้องสมุดเล็กๆ…เพื่อชุมชนใหญ่</title>
		<link>http://www.asamedia.org/2010/07/%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%b8%e0%b8%94%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b9%87%e0%b8%81%e0%b9%86%e2%80%a6%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%8a%e0%b8%b8%e0%b8%a1/</link>
		<comments>http://www.asamedia.org/2010/07/%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%b8%e0%b8%94%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b9%87%e0%b8%81%e0%b9%86%e2%80%a6%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%8a%e0%b8%b8%e0%b8%a1/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 13 Jul 2010 10:58:03 +0000</pubDate>
		<dc:creator>kirayu</dc:creator>
				<category><![CDATA[Features]]></category>
		<category><![CDATA[คนทำดี]]></category>
		<category><![CDATA[ชุมชน]]></category>
		<category><![CDATA[องค์กร]]></category>
		<category><![CDATA[กิจกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[กิ่งจันทร์]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าว]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวเด็ก]]></category>
		<category><![CDATA[ซอยกิ่งจันทร์]]></category>
		<category><![CDATA[ถนนจันทน์]]></category>
		<category><![CDATA[พันธกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[ภาษา]]></category>
		<category><![CDATA[วาดภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[ห้องสมุดชุมชน]]></category>
		<category><![CDATA[เด็ก]]></category>
		<category><![CDATA[เพื่อชุมชน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.asamedia.org/?p=7630</guid>
		<description><![CDATA[อาจเป็นห้องสมุดเล็กๆแต่ภารกิจและความมุ่งมั่นไม่ได้เล็กตามขนาด ห้องสมุดชุมชน โดยมูลนิธิพันธกิจชุมชน ในซอยกิ่งจันทร์ (ซอย จันทน์ 51 บริเวณแยก3 ) เปิดมาได้ไม่ถึง 2 ปี  ก็มีเด็กๆในชุมชนมาใช้บริการไม่ขาดสายในแต่ละวัน ด้วยบริการของเจ้าหน้าที่ ที่เป็นมิตรและดูเป็นกันเอง ที่สำคัญคือมีการจัดกิจกรรมต่างที่น่าสนใจ เช่น กิจกรรมฉายหนังเพื่อแรงบันดานใจ กิจกรรมการวาดภาพ กิจกรรมดนตรี การเรียนภาษาไทยและต่างประเทศ และอื่นๆอีกมากมาย หนังสือส่วนใหญ่ได้รับการบริจาคของคนในชุมชนและผู้รู้ข่าวตามสื่อต่างๆนับว่าเป็นความร่วมมือที่เป็นจุดเริ่มตนของการทำกิจกรรมที่ยิ่งใหญ่ต่อไป ทั้งนี้ยังมีโครงการห้องสมุดเดินทาง เพื่อน้องๆที่ห่างไกลจากการศึกษาในเมืองโดยได้ของบริจาคที่จำเป็นสำหรับหการเรียนมากมายในแต่ละครั้งจากบุคคลทั่วไปด้วย นับว่าเป็นความร่วมมือที่น่าชื่นชมยินดี ของชาวชุมชนกิ่งจันทร์ ชาวอาสามีเดี่ยขอให้กิจการของมูลนิธิพันธกิจชุมชน ประสบความสำเส็จตามวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้อย่างราบรื่นนะครับ สามารถติดต่อมูลนิธิได้ที่ www.cmfound.org ที่มา : อาสามีเดี่ย โดย คิรายุ อภิมา]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<span class="fb_share"><fb:like href="http://www.asamedia.org/2010/07/%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%b8%e0%b8%94%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b9%87%e0%b8%81%e0%b9%86%e2%80%a6%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%8a%e0%b8%b8%e0%b8%a1/" layout="button_count"></fb:like></span><p><a class="highslide" href="http://www.asamedia.org/wp-content/uploads/201006181673.jpg"><img class="alignnone size-medium wp-image-7631" src="http://www.asamedia.org/wp-content/uploads/201006181673-300x225.jpg" alt="" width="300" height="225" /></a></p>
<p>อาจเป็นห้องสมุดเล็กๆแต่ภารกิจและความมุ่งมั่นไม่ได้เล็กตามขนาด ห้องสมุดชุมชน โดยมูลนิธิพันธกิจชุมชน ในซอยกิ่งจันทร์ (ซอย จันทน์ 51 บริเวณแยก3 ) เปิดมาได้ไม่ถึง 2 ปี <span id="more-7630"></span></p>
<p>ก็มีเด็กๆในชุมชนมาใช้บริการไม่ขาดสายในแต่ละวัน ด้วยบริการของเจ้าหน้าที่ ที่เป็นมิตรและดูเป็นกันเอง ที่สำคัญคือมีการจัดกิจกรรมต่างที่น่าสนใจ เช่น กิจกรรมฉายหนังเพื่อแรงบันดานใจ</p>
<p>กิจกรรมการวาดภาพ กิจกรรมดนตรี การเรียนภาษาไทยและต่างประเทศ และอื่นๆอีกมากมาย</p>
<p><a class="highslide" href="http://www.asamedia.org/wp-content/uploads/201006181667.jpg"><img class="alignnone size-medium wp-image-7632" src="http://www.asamedia.org/wp-content/uploads/201006181667-300x225.jpg" alt="" width="300" height="225" /></a></p>
<p>หนังสือส่วนใหญ่ได้รับการบริจาคของคนในชุมชนและผู้รู้ข่าวตามสื่อต่างๆนับว่าเป็นความร่วมมือที่เป็นจุดเริ่มตนของการทำกิจกรรมที่ยิ่งใหญ่ต่อไป ทั้งนี้ยังมีโครงการห้องสมุดเดินทาง</p>
<p>เพื่อน้องๆที่ห่างไกลจากการศึกษาในเมืองโดยได้ของบริจาคที่จำเป็นสำหรับหการเรียนมากมายในแต่ละครั้งจากบุคคลทั่วไปด้วย</p>
<p><a class="highslide" href="http://www.asamedia.org/wp-content/uploads/201006181669.jpg"><img class="alignnone size-medium wp-image-7633" src="http://www.asamedia.org/wp-content/uploads/201006181669-300x225.jpg" alt="" width="300" height="225" /></a></p>
<p>นับว่าเป็นความร่วมมือที่น่าชื่นชมยินดี ของชาวชุมชนกิ่งจันทร์ ชาวอาสามีเดี่ยขอให้กิจการของมูลนิธิพันธกิจชุมชน ประสบความสำเส็จตามวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้อย่างราบรื่นนะครับ</p>
<p>สามารถติดต่อมูลนิธิได้ที่ <a href="http://www.cmfound.org">www.cmfound.org</a></p>
<p>ที่มา : อาสามีเดี่ย</p>
<p>โดย คิรายุ อภิมา</p>
<span class="fb_share"><fb:like href="http://www.asamedia.org/2010/07/%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%b8%e0%b8%94%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b9%87%e0%b8%81%e0%b9%86%e2%80%a6%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%8a%e0%b8%b8%e0%b8%a1/" layout="button_count"></fb:like></span>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.asamedia.org/2010/07/%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%b8%e0%b8%94%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b9%87%e0%b8%81%e0%b9%86%e2%80%a6%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%8a%e0%b8%b8%e0%b8%a1/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ที่นี่สุโขทัย  ในวันที่โลกร้อน</title>
		<link>http://www.asamedia.org/2010/07/%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b9%82%e0%b8%82%e0%b8%97%e0%b8%b1%e0%b8%a2-%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b9%82/</link>
		<comments>http://www.asamedia.org/2010/07/%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b9%82%e0%b8%82%e0%b8%97%e0%b8%b1%e0%b8%a2-%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b9%82/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 05 Jul 2010 08:40:34 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Pichet Pinpetch</dc:creator>
				<category><![CDATA[Features]]></category>
		<category><![CDATA[ชุมชน]]></category>
		<category><![CDATA[ภูมิภาค]]></category>
		<category><![CDATA[สุโขทัย]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.asamedia.org/?p=6368</guid>
		<description><![CDATA[ย้อนอดีตไปสมัยก่อน สุโขทัยคือเมืองที่มีความอุดมสมบูรณ์ จนมีคำกล่าวในหลักศิลาจารึกว่า “สุโขทัยนี้ดี ในน้ำมีปลา ในนามีข้าว” ในปี ๒๕๕๓ วรรคทองของคำกล่าวที่ชาวสุโขทัยภาคภูมิใจ กำลังจะเลือนหายไปพร้อมกับภาพของทุ่งนาที่แห้งแล้ง บางแปลงข้าวยืนต้นตาย ลำน้ำยมเหือดแห้ง  ลำคลองเกือบทุกสายไม่เหลือน้ำให้ทำนาและไม่เหลือให้ปลาได้แหวกว่าย มานพ สินจันทร์ หนึ่งในชาวนาที่เป็นคนรุ่นใหม่ ได้กล่าวว่า “การทำนาในปีนี้เป็นเรื่องยากกว่าทุกปี ภัยแล้งที่ยาวนาน ทำให้แหล่งน้ำที่ใช้ทำนามีไม่พอ น่าจะเป็นผลมาจากภาวะโลกร้อน” ทั้งที่มีประกาศเตือนจากหน่วยงานของรัฐให้งดทำนาในฤดูแล้งที่ผ่านมา แต่ชาวนาสุโขทัยในหลายพื้นที่ก็ยังเสี่ยงทำนา เหตุผลก็คือถ้าไม่ลงมือทำนาในช่วงเดือนมีนาคมหรือเมษายน ก็จะเก็บเกี่ยวไม่ทันฤดูน้ำหลาก น้ำจะมาท่วมนาก่อนที่จะได้เก็บเกี่ยว ปีนี้เป็นปีที่ชาวนาทำนากันอย่างไม่มีความสุข  เป็นเสียงสะท้อนที่ได้ยินจากชาวนาหลายคน ความแห้งแล้งที่ยาวนานและอุณหภูมิที่สูงกว่า ๔๐ องศาเซลเซียส ทำให้ต้องเสียค่าใช้จ่ายจากการซื้อน้ำมันเพื่อสูบน้ำจากใต้ดินในอัตราที่สูง อากาศที่ร้อนจัดทำให้น้ำที่สูบขึ้นมาหล่อเลี้ยงต้นข้าวแห้งหายภายใน ๓ วัน ซ้ำร้ายหนอนและแมลงก็ระบาดรุนแรงและดื้อยาทำให้ต้องเสียเงินซื้อสารเคมีมาปราบเพิ่มขึ้น บางรายถอดใจกลางทางเราก็จะเห็นข้าวตายในนาหลายแปลง แปลงที่เหลืออยู่คนทำนากัดฟันสู้ ดูแลข้าวจนได้เห็นรวงก็ต้องผิดหวังอีกครั้งอุณหภูมิที่สูงเกินทำให้ข้าวผสมเกสรไม่เต็มที่ผลผลิตที่ได้จึงตกต่ำเหลือเพียงไร่ละ ๒๐-๓๐ ถังซ้ำราคารับซื้อข้าวก็ลดลงเหลือเกวียนละ ๕๐๐๐-๖๐๐๐ บาท เมื่อขายข้าว กำไรจึงไม่มีแถมยังติดลบ จึงไม่แปลกที่คนที่ลงทั้งทุนลงทั้งแรงจะท้อแท้ (จากการสอบถามพบว่าราคารับซื้อข้าวขั้นต่ำที่ควรจะเป็น ในความเห็นของคนทำนาจะอยู่ที่เกวียนละ ๘๐๐๐ บาท ในขณะที่ต้นทุนการทำนาต่อไร่จะอยู่ที่ ๒๕๐๐-๓๐๐๐ บาท โดยมีเงื่อนไขที่เป็นตัวแปรสำคัญอีกตัวหนึ่งก็คือผลผลิตข้าวต่อไร่ต้องได้อย่างต่ำ ๗๐-๘๐ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<span class="fb_share"><fb:like href="http://www.asamedia.org/2010/07/%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b9%82%e0%b8%82%e0%b8%97%e0%b8%b1%e0%b8%a2-%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b9%82/" layout="button_count"></fb:like></span><p><a class="highslide" onclick="return vz.expand(this)" href="http://www.asamedia.org/wp-content/uploads/sukhothai.jpg"><img class="alignnone size-full wp-image-6405" title="sukhothai" src="http://www.asamedia.org/wp-content/uploads/sukhothai.jpg" alt="" width="448" height="310" /></a></p>
<p>ย้อนอดีตไปสมัยก่อน สุโขทัยคือเมืองที่มีความอุดมสมบูรณ์ จนมีคำกล่าวในหลักศิลาจารึกว่า “สุโขทัยนี้ดี ในน้ำมีปลา ในนามีข้าว” ในปี ๒๕๕๓ <span id="more-6368"></span>วรรคทองของคำกล่าวที่ชาวสุโขทัยภาคภูมิใจ กำลังจะเลือนหายไปพร้อมกับภาพของทุ่งนาที่แห้งแล้ง บางแปลงข้าวยืนต้นตาย ลำน้ำยมเหือดแห้ง  ลำคลองเกือบทุกสายไม่เหลือน้ำให้ทำนาและไม่เหลือให้ปลาได้แหวกว่าย</p>
<p><strong>มานพ สินจันทร์</strong> หนึ่งในชาวนาที่เป็นคนรุ่นใหม่ ได้กล่าวว่า “การทำนาในปีนี้เป็นเรื่องยากกว่าทุกปี ภัยแล้งที่ยาวนาน ทำให้แหล่งน้ำที่ใช้ทำนามีไม่พอ น่าจะเป็นผลมาจากภาวะโลกร้อน” ทั้งที่มีประกาศเตือนจากหน่วยงานของรัฐให้งดทำนาในฤดูแล้งที่ผ่านมา แต่ชาวนาสุโขทัยในหลายพื้นที่ก็ยัง<strong>เสี่ยงทำนา</strong> เหตุผลก็คือถ้าไม่ลงมือทำนาในช่วงเดือนมีนาคมหรือเมษายน ก็จะเก็บเกี่ยวไม่ทันฤดูน้ำหลาก น้ำจะมาท่วมนาก่อนที่จะได้เก็บเกี่ยว</p>
<p>ปีนี้เป็นปีที่ชาวนาทำนากันอย่างไม่มีความสุข  เป็นเสียงสะท้อนที่ได้ยินจากชาวนาหลายคน ความแห้งแล้งที่ยาวนานและอุณหภูมิที่สูงกว่า ๔๐ องศาเซลเซียส ทำให้ต้องเสียค่าใช้จ่ายจากการซื้อน้ำมันเพื่อสูบน้ำจากใต้ดินในอัตราที่สูง อากาศที่ร้อนจัดทำให้น้ำที่สูบขึ้นมาหล่อเลี้ยงต้นข้าวแห้งหายภายใน ๓ วัน ซ้ำร้ายหนอนและแมลงก็ระบาดรุนแรงและดื้อยาทำให้ต้องเสียเงินซื้อสารเคมีมาปราบเพิ่มขึ้น บางรายถอดใจกลางทางเราก็จะเห็นข้าวตายในนาหลายแปลง แปลงที่เหลืออยู่คนทำนากัดฟันสู้ ดูแลข้าวจนได้เห็นรวงก็ต้องผิดหวังอีกครั้งอุณหภูมิที่สูงเกินทำให้ข้าวผสมเกสรไม่เต็มที่ผลผลิตที่ได้จึงตกต่ำเหลือเพียงไร่ละ ๒๐-๓๐ ถังซ้ำราคารับซื้อข้าวก็ลดลงเหลือเกวียนละ ๕๐๐๐-๖๐๐๐ บาท เมื่อขายข้าว กำไรจึงไม่มีแถมยังติดลบ จึงไม่แปลกที่คนที่ลงทั้งทุนลงทั้งแรงจะท้อแท้ (จากการสอบถามพบว่าราคารับซื้อข้าวขั้นต่ำที่ควรจะเป็น ในความเห็นของคนทำนาจะอยู่ที่เกวียนละ ๘๐๐๐ บาท ในขณะที่ต้นทุนการทำนาต่อไร่จะอยู่ที่ ๒๕๐๐-๓๐๐๐ บาท โดยมีเงื่อนไขที่เป็นตัวแปรสำคัญอีกตัวหนึ่งก็คือผลผลิตข้าวต่อไร่ต้องได้อย่างต่ำ ๗๐-๘๐ ถัง คือตัวเลขที่บ่งบอกว่าชาวนาพออยู่ได้)</p>
<p>เกิดอะไรขึ้นกับเมือง อู่ข้าว อู่น้ำแห่งนี้ ความอุดมสมบูรณ์ที่เคยมีหายไปไหน เมื่อเกิดปัญหาน้ำท่วมหรือภัยแล้งขึ้นมาครั้งใด คนบนลุ่มน้ำยมก็ถามหาเขื่อนแก่งเสือเต้นแน่ใจแล้วหรือว่า ถ้ามีเขื่อนแห่งนี้แล้วจะแก้ปัญหาความแห้งแล้งได้อย่างยั่งยืน <strong>อนาคตหากมีเขื่อนได้ แต่จะมีน้ำให้เขื่อนได้กักเก็บหรือไม่</strong> หากใครได้ติดตามศึกษาเรื่องราวของภาวะโลกร้อนอย่างใกล้ชิดก็จะรู้คำตอบนี้เป็นอย่างดี อุณหภูมิที่เพิ่มขึ้น(ปัจจุบันอุณหภูมิของโลกเพิ่มขึ้น ๐.๗ องศาเซลเซียสเมื่อเทียบจาก ๑๐๐ ปีที่แล้ว หากอุณหภูมิของโลกเพิ่มขึ้นจากเดิมถึง ๖ องศาเซลเซียส วันนั้นสิ่งมีชีวิตบนโลกใบนี้จะอยู่ไม่ได้ : ชาธร สิทธิเคหภาค; ถ้าโลกนี้ไม่มีต้นไม้) ในขณะที่ป่าไม้ลดลงอย่างต่อเนื่อง จะทำให้เกิดความแห้งแล้งยาวนาน ปริมาณฝนต่อปีจะลดลง เมื่อถึงที่สุดโซนของภูมิอากาศบนโลกจะเปลี่ยนไป ประเทศเราจะมีสภาพภูมิอากาศแห้งแล้งแบบประเทศในเขตทะเลทราย ถึงวันนั้นจะเพาะปลูกอะไรไม่ได้ปริมาณฝนต่อปีจะต่ำมากจนไม่สามารถกักเก็บน้ำไว้ได้อีกต่อไปนี่คือคำตอบที่ว่าทำไมเขื่อนที่มนุษย์สร้างไม่สามารถกักเก็บน้ำได้อีกต่อไป ธรรมชาติได้ส่งสัญญาณเตือนเรามากขึ้นทุกขณะแต่ในวงกว้างของสังคมยังไม่ค่อยตะหนักถึง ชาวบ้านยังสรุปที่มาของความแห้งแล้งในปีนี้ว่าเป็นเพราะ “ปีนี้เดือนไทยมีเดือน ๘ สองหน”  เลยทำให้แล้งกว่าปีที่ผ่านมาภูมิปัญญาชาวบ้านอาจทำนายถูกต้องมายาวนานแต่ในอนาคตอาจคลาดเคลื่อน ถ้าสังเกตดูจะพบว่า ในปีที่มีเดือน ๘ สองหนก่อนหน้านี้ความแห้งแล้งอาจจะยาวนานเหมือนกันแต่อุณหภูมิไม่เคยสูงขนาดนี้ และจากการบันทึกอุณหภูมิในช่วง ๕ ปีหลังจะพบว่าแนวโน้มของอุณหภูมิสูงขึ้นทุกปี นี่คือสิ่งที่บ่งบอกว่าถึงเวลาแล้วที่ทุกคนต้องหันมาสนใจร่วมกันแก้ไขและหยุดปัญหาโลกร้อน องค์การบริหารส่วนจังหวัดสุโขทัยได้ตะหนักถึงปัญหานี้โดยเป็นหน่วยงานส่วนท้องถิ่นแห่งแรกที่จัดให้มีโครงการ “คืนข้าวให้นา คืนปลาให้น้ำ” โดยมีเป้าหมายส่งเสริมให้เกษตรกรกลับมาทำเกษตรแนวธรรมชาติลดการใช้สารเคมี มีการส่งเสริมให้ทำปุ๋ยใช้เอง โครงการเพิ่งจะเริ่มได้ไม่นานแต่ก็เป็นการจุดประกายให้คนกลับมาเยียวยารักษาสิ่งแวดล้อม จากการศึกษาสาเหตุที่มาของภาวะโลกร้อนพบว่าการทำเกษตรกรรมเป็นสาเหตุสำคัญสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดก๊าซเรือนกระจกที่เกิดจากการเผาฟาง การใช้ปุ๋ยเคมี การย่อยสลายมูลสัตว์และเศษพืชที่ไม่สมบูรณ์ ทำให้เกิดก๊าซมีเทนในชั้นบรรยากาศที่สามารถทำลายโอโซนได้มากกว่าก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ถึง ๒๐ เท่า <strong>เกษตรกรส่วนมากจึงไม่รู้ตัวเลยว่าตนเองมีส่วนทำให้เกิดภาวะโลกร้อน</strong> เพราะเรามักจะไปเพ่งเล็งที่การทำอุตสาหกรรมมากกว่า โครงการขององค์การบริหารส่วนจังหวัดสุโขทัยอาจจะสามารถจุดประกายให้เกิดความรู้สึกให้คนรับรู้ถึงการรักษาหวงแหนธรรมชาติได้ในกลุ่มคนที่มีความรู้สึกร่วม แต่ถ้าจะให้แพร่หลายต้อง<strong>ปลูกจิตสำนึกคนให้เกิดกระแสรักธรรมชาติให้ได้เสียก่อน</strong> ซึ่งดูแล้วยังห่างไกลจากจุดนั้น ตราบใดที่มุมมองของคนในสังคมยังสนใจอยู่เฉพาะปัญหาของตนเองสำนึกต่อปัญหาส่วนรวมก็จะไม่เกิดวิธีการแก้ปัญหาจากทั้งระบบก็จะไม่เกิดนั่นก็<strong>เพราะเราไม่เคยมองปัญหาที่ไกลตัวออกไปเราจึงได้ใส่ใจแต่แก้ปัญหาให้ตัวเองเท่านั้น</strong></p>
<p>            การปลูกจิตสำนึกให้คนได้รู้ว่าปัจจุบันปัญหาภาวะโลกร้อนเป็นปัญหาสำคัญอยู่ในขั้นโคม่าที่ทุกคนบนโลกใบนี้ต้องช่วยกันแก้ไขโดยไม่รีรอเป็นสิ่งสำคัญอันดับแรกที่รัฐบาลของทุกประเทศบนโลกใบนี้ควรทำ ยิ่งปลูกจิตสำนึกนี้ลงลึกเข้าไปในชุมชนระดับท้องถิ่นได้มากและเร็วเท่าไร เราทุกคนก็จะปลอดภัยจากภัยธรรมชาติที่กำลังเริ่มก่อตัวทำลายมนุษย์ได้เร็วขึ้นเท่านั้น <strong>หนทางในการแก้ไขปัญหาที่ยั่งยืนและตรงจุดที่สุดก็คือ</strong><strong> </strong><strong>“</strong><strong>การปลูกต้นไม้</strong><strong>”</strong> เพื่อคืนผืนป่าให้กับโลก มีข้อมูลที่ทำให้เรามองเห็นภาพการทำลายป่าที่เราคาดไม่ถึง <strong>รู้ไหมว่าทุกๆ ๑ นาทีบนโลกเราต้นไม้จะถูกตัดไปเป็นพื้นที่ขนาดเท่ากับ สนามฟุตบอล ๑ สนาม</strong> ถ้าทุกๆนาทีเราสูญเสียต้นไม้ได้มากขนาดนี้แล้วทุกๆปีเราเสียป่าไปเท่าไร <strong>การปลูกต้นไม้ ๑ ล้านต้นในขณะที่คนทำลายเป็นล้านไร่คงจะไม่ทันการ</strong> ปัจจุบันพื้นที่ป่าไม้ของประเทศไทยมีเหลืออยู่ไม่เกิน ๓๐ % ของพื้นที่ประเทศเป็นอัตราที่ลดลงอย่างน่าใจหายเมื่อเทียบกับปี พ.ศ. ๒๕๐๔ ที่พื้นที่ป่าไม้ของประเทศยังเหลือมากกว่า ๕๐ %  อัตราการถูกทำลายอย่างรวดเร็วของป่าไม้คงพอจะทำให้เราได้มองเห็นแล้วว่ามีความจำเป็นที่เร่งด่วนที่<strong>ทุกคนบนโลกนี้ต้องช่วยกันปลูกต้นไม้ ก่อนที่จะไม่มีต้นไม้ให้ปลูก เราต้องช่วยกันปลูกต้นไม้ขณะที่ยังมีน้ำไว้รดต้นไม้และต้องปลูกให้ทันเวลาก่อนที่จะไม่มีฝนตกลงมาให้เขื่อนกักเก็บ ช่วยกันเถอะทุกๆคนก่อนที่จะไม่มีคนบนโลกเหลืออยู่</strong></p>
<p><strong>เชตวัน</strong></p>
<span class="fb_share"><fb:like href="http://www.asamedia.org/2010/07/%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b9%82%e0%b8%82%e0%b8%97%e0%b8%b1%e0%b8%a2-%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b9%82/" layout="button_count"></fb:like></span>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.asamedia.org/2010/07/%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b9%82%e0%b8%82%e0%b8%97%e0%b8%b1%e0%b8%a2-%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b9%82/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ร่วมอุดหนุนสินค้าที่ระลึกจากภาพวาดฝีพระหัตถ์</title>
		<link>http://www.asamedia.org/2010/06/%e0%b8%a3%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%b8%e0%b8%94%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a3%e0%b8%b0/</link>
		<comments>http://www.asamedia.org/2010/06/%e0%b8%a3%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%b8%e0%b8%94%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a3%e0%b8%b0/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 30 Jun 2010 16:36:02 +0000</pubDate>
		<dc:creator>joystation</dc:creator>
				<category><![CDATA[ชุมชน]]></category>
		<category><![CDATA[ท้องถิ่น]]></category>
		<category><![CDATA[ประชาสัมพันธ์]]></category>
		<category><![CDATA[มาช่วยกัน]]></category>
		<category><![CDATA[องค์กร]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.asamedia.org/?p=5841</guid>
		<description><![CDATA[ขอเชิญเลือกซื้อสินค้าที่ระลึก ได้ที่ สภาสถาปนิก โทรศัพท์ 02-318-2112 ]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<span class="fb_share"><fb:like href="http://www.asamedia.org/2010/06/%e0%b8%a3%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%b8%e0%b8%94%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a3%e0%b8%b0/" layout="button_count"></fb:like></span><p> </p>
<div id="attachment_5845" class="wp-caption alignnone" style="width: 235px"><a class="highslide" href="http://www.asamedia.org/wp-content/uploads/P11901592.jpg"><img class="size-medium wp-image-5845" src="http://www.asamedia.org/wp-content/uploads/P11901592-225x300.jpg" alt="" width="225" height="300" /></a><p class="wp-caption-text">ภาพวาดฝีพระหัตถ์</p></div>
<p>ขอเชิญเลือกซื้อสินค้าที่ระลึกผลิตจากภาพวาดฝีพระหัตถ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี (รายได้ทั้งหมดนำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวาย)</p>
<p>ผู้สนใจติดต่อสั่งซื้อได้ที่ สภาสถาปนิก โทรศัพท์ 02-318-2112</p>
<p>หรือ www.act.or.th</p>
<p>(ด่วน สินค้ามีจำนวนจำกัด)</p>
<span class="fb_share"><fb:like href="http://www.asamedia.org/2010/06/%e0%b8%a3%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%b8%e0%b8%94%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a3%e0%b8%b0/" layout="button_count"></fb:like></span>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.asamedia.org/2010/06/%e0%b8%a3%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%b8%e0%b8%94%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a3%e0%b8%b0/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เด็กๆสวิสเซอร์แลนด์จุดเทียนที่จตุรัสรัฐสภาแก่ผู้พิการและผู้ยากไร้</title>
		<link>http://www.asamedia.org/2010/06/%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b9%87%e0%b8%81%e0%b9%86%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%aa%e0%b9%80%e0%b8%8b%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b9%8c%e0%b8%88%e0%b8%b8%e0%b8%94/</link>
		<comments>http://www.asamedia.org/2010/06/%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b9%87%e0%b8%81%e0%b9%86%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%aa%e0%b9%80%e0%b8%8b%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b9%8c%e0%b8%88%e0%b8%b8%e0%b8%94/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 30 Jun 2010 03:40:38 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Twatchai</dc:creator>
				<category><![CDATA[Features]]></category>
		<category><![CDATA[ชุมชน]]></category>
		<category><![CDATA[ต่างประเทศ]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าว]]></category>
		<category><![CDATA[จุดเทียน]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้พิการ]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้ยากไรh]]></category>
		<category><![CDATA[สวิสเซอร์แลนด์]]></category>
		<category><![CDATA[สื่อ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.asamedia.org/?p=5809</guid>
		<description><![CDATA[เด็กๆในสวิสเซอร์แลนด์กำลังจุดเทียนที่จตุรัสรัฐสภา เนื่องในวันแสดงความสามัคคีกันกับผู้พิการและผู้ยากไร้ทั่วประเทศสวิสเซอร์แลนด์]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<span class="fb_share"><fb:like href="http://www.asamedia.org/2010/06/%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b9%87%e0%b8%81%e0%b9%86%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%aa%e0%b9%80%e0%b8%8b%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b9%8c%e0%b8%88%e0%b8%b8%e0%b8%94/" layout="button_count"></fb:like></span><p><a class="highslide" onclick="return vz.expand(this)" href="http://www.asamedia.org/wp-content/uploads/candle-switzerland.jpg"><img class="alignnone size-full wp-image-5810" title="candle-switzerland" src="http://www.asamedia.org/wp-content/uploads/candle-switzerland.jpg" alt="" width="694" height="464" /></a></p>
<p>เด็กๆในสวิสเซอร์แลนด์กำลังจุดเทียนที่จตุรัสรัฐสภา เนื่องในวันแสดงความสามัคคีกันกับผู้พิการและผู้ยากไร้ทั่วประเทศสวิสเซอร์แลนด์</p>
<span class="fb_share"><fb:like href="http://www.asamedia.org/2010/06/%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b9%87%e0%b8%81%e0%b9%86%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%aa%e0%b9%80%e0%b8%8b%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b9%8c%e0%b8%88%e0%b8%b8%e0%b8%94/" layout="button_count"></fb:like></span>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.asamedia.org/2010/06/%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b9%87%e0%b8%81%e0%b9%86%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%aa%e0%b9%80%e0%b8%8b%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b9%8c%e0%b8%88%e0%b8%b8%e0%b8%94/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>กรีนพีซ หนุนเลิกโครงการขยายถนนธนรัชต์มุ่งสู่เขาใหญ่</title>
		<link>http://www.asamedia.org/2010/06/%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%99%e0%b8%9e%e0%b8%b5%e0%b8%8b-%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b9%82%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3/</link>
		<comments>http://www.asamedia.org/2010/06/%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%99%e0%b8%9e%e0%b8%b5%e0%b8%8b-%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b9%82%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 04 Jun 2010 05:57:42 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ชุมชน]]></category>
		<category><![CDATA[เกาะสถานการณ์]]></category>
		<category><![CDATA[กรีนพีซ]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวภูมิภาค]]></category>
		<category><![CDATA[ต้นไม้]]></category>
		<category><![CDATA[ธนรัชต์]]></category>
		<category><![CDATA[หนุน]]></category>
		<category><![CDATA[เขาใหญ่]]></category>
		<category><![CDATA[เลิก]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.asamedia.org/?p=2603</guid>
		<description><![CDATA[ขยายถนนมุ่งสู่&#8217;เขาใหญ่&#8221;โสภณ&#8217;ยันต้นไม้อยู่ครบ   ส่อเค้าบานปลาย โครงการขยายถนนธนรัชต์มุ่งสู่เขาใหญ่ ทส.โร่แจ้งความเอาผิดกราวรูด ทั้งผู้รับเหมา กรมทางหลวง อ.อ.ป.โทษฐานลักลอบตัดไม้ ทำลายป่า ครอบครองไม้อย่างผิดกฎหมายแถมทำหนังสือยกเลิกการตัดไม้ในที่ดินสงวนของกรมทางหลวง ปี พ.ศ. 2511 ขณะที่  “โสภณ” เต้น! ลงพื้นที่บุกพิสูจน์ข้อเท็จจริง ลั่นต้นไม้ที่ถูกตัดยังอยู่ครบ “กรีนพีซ” หนุนให้เลิกโครงการ เกรงส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศ ทำลายธรรมชาติเส้นทางสู่มรดกโลก ด้าน ส.ว.ร้อง “มาร์ค” ยกเลิกโครงการมอเตอร์เวย์บางปะอิน-โคราช หวั่นทำลายสิ่งแวดล้อมมรดกโลก-วิถีชุมชนอย่างรุนแรง     จากกรณีการก่อสร้างขยายทางขึ้นเขาใหญ่ ถนนธนะรัชต์ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา เป็นระยะทาง 8 กม. ซึ่งมีทั้งผู้เห็นด้วย และผู้คัดค้าน เนื่องจากเห็นว่า เป็นการรุกพื้นที่ป่า และต้องตัดโค่นต้นไม้ขนาดใหญ่ อายุหลายร้อยปี ที่ขึ้นอยู่ริมถนน เป็นจำนวน 128 ต้น จนอาจทำให้ระบบนิเวศสูญเสียไป ตามข่าวที่เสนอไปแล้วนั้น     ความคืบหน้าเมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 3 มิ.ย. นายโสภณ ซารัมย์ รมว.     คมนาคม [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<span class="fb_share"><fb:like href="http://www.asamedia.org/2010/06/%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%99%e0%b8%9e%e0%b8%b5%e0%b8%8b-%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b9%82%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3/" layout="button_count"></fb:like></span><p><a class="highslide" onclick="return vz.expand(this)" href="http://www.asamedia.org/wp-content/uploads/y300.jpg"><img class="alignnone size-full wp-image-2605" title="y300" src="http://www.asamedia.org/wp-content/uploads/y300.jpg" alt="" width="300" height="225" /></a></p>
<p>ขยายถนนมุ่งสู่&#8217;เขาใหญ่&#8221;โสภณ&#8217;ยันต้นไม้อยู่ครบ   ส่อเค้าบานปลาย โครงการขยายถนนธนรัชต์มุ่งสู่เขาใหญ่ ทส.โร่แจ้งความเอาผิดกราวรูด ทั้งผู้รับเหมา กรมทางหลวง อ.อ.ป.โทษฐานลักลอบตัดไม้ ทำลายป่า<span id="more-2603"></span> ครอบครองไม้อย่างผิดกฎหมายแถมทำหนังสือยกเลิกการตัดไม้ในที่ดินสงวนของกรมทางหลวง ปี พ.ศ. 2511 ขณะที่  “โสภณ” เต้น! ลงพื้นที่บุกพิสูจน์ข้อเท็จจริง ลั่นต้นไม้ที่ถูกตัดยังอยู่ครบ “กรีนพีซ” หนุนให้เลิกโครงการ เกรงส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศ ทำลายธรรมชาติเส้นทางสู่มรดกโลก ด้าน ส.ว.ร้อง “มาร์ค” ยกเลิกโครงการมอเตอร์เวย์บางปะอิน-โคราช หวั่นทำลายสิ่งแวดล้อมมรดกโลก-วิถีชุมชนอย่างรุนแรง<br />
   <br />
จากกรณีการก่อสร้างขยายทางขึ้นเขาใหญ่ ถนนธนะรัชต์ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา เป็นระยะทาง 8 กม. ซึ่งมีทั้งผู้เห็นด้วย และผู้คัดค้าน เนื่องจากเห็นว่า เป็นการรุกพื้นที่ป่า และต้องตัดโค่นต้นไม้ขนาดใหญ่ อายุหลายร้อยปี ที่ขึ้นอยู่ริมถนน เป็นจำนวน 128 ต้น จนอาจทำให้ระบบนิเวศสูญเสียไป ตามข่าวที่เสนอไปแล้วนั้น<br />
   <br />
ความคืบหน้าเมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 3 มิ.ย. นายโสภณ ซารัมย์ รมว.     คมนาคม นายวีระ เรืองสุขศรีวงศ์ อธิบดีกรมทางหลวง พร้อมคณะได้เดินทางลงพื้นที่ตรวจสอบโครงการขยายถนนธนะรัชต์ เพื่อตรวจสอบข้อมูลอย่างละเอียดอีกครั้ง จากนั้นได้เข้าไปทักทาย และสอบถามชาวบ้านเป็นภาษาอีสาน โดยมีกลุ่มแม่บ้าน นำช่อดอกไม้มอบให้เป็นกำลังใจ ก่อนเดินทางไปตรวจสอบพื้นที่ และท่อนซุง ที่บริเวณหน้าศูนย์อนุรักษ์ช้าง พบไม้มะค่าโมง ไม้ประดู่ ไม้ตะแบก จามจุรี อายุกว่าร้อยปี ถูกตัดนำมากอง ตีตราหมายเลขกำกับไว้ และชี้ให้สื่อมวลชนดูเป็นสักขีพยาน ว่า ไม้ที่ถูกตัดยังอยู่ครบ<br />
   <br />
ขณะเดียวกัน ได้มีกลุ่มกรีนพีซ กลุ่มอนุรักษ์ป่าธรรมชาติประมาณ 10 คน นำโดยนายธารา บัวคำศร ผู้จัดการฝ่ายรณรงค์ ประจำประเทศไทย กรีนพีซเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นำแผ่นป้ายผ้าใบมีข้อความว่า หยุดอาชญากรสิ่งแวดล้อม เพื่อแจ้งถึง รมว.คมนาคม ว่าให้หยุดโครงการขยายถนนธนะรัชต์ ไว้แค่นั้น เนื่องจากส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศ และเป็นการทำลายธรรมชาติ เส้นทางประตูสู่มรดกโลก โดยเห็นว่าถนนที่มีอยู่น่าจะเพียงพอต่อปริมาณของรถที่วิ่งไปมา อีกทั้งเห็นว่าการตัดไม้ขนาดใหญ่ น่าจะมีวาระซ่อนเร้น <br />
   <br />
ขณะที่ นายโสภณ อธิบายต่อกลุ่ม กรีนพีซว่า การขยายถนนไม่ได้บุกรุกพื้นที่ป่า หรือตัดต้นไม้ริมถนน เพราะการขยายเส้นทางทำอย่างดี มีขั้นตอน และต้นไม้ไม่ได้หายไปไหน รวมทั้งได้นำต้นไม้มาปลูกทดแทน แต่การจะหยุดโครงการหรือทำต่อ จะต้องเข้าที่ประชุมหารือกันหลายฝ่าย โดยย้ำว่ากรมทางหลวงไม่ได้ทำผิดอะไร เพราะสร้างความเจริญมาให้ อีกทั้งพื้นที่ถนนธนะรัชต์ อยู่นอกเขตอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ แต่อย่างไรก็ตาม จะรับฟังข้อมูลจากทุกฝ่าย <br />
   <br />
มีรายงานด้วยว่า ในช่วงกลางดึกที่ผ่านมา นายวิบูลย์ มหาวงค์ อายุ 53 ปี หัวหน้าหน่วยป้องกันรักษาป่าที่ นม.1 ฝ่ายป้องกันและปราบปรามกระทำผิดกฎหมาย พ.ร.บ.ป่าไม้ จ.นครราชสีมา ได้เดินทางเข้าพบ พ.ต.ท.จิรศักดิ์ แสนบัว สวส.สภ.ปาก ช่อง เพื่อแจ้งความให้ดำเนินคดีกับผู้กระทำผิด ที่นำเครื่องจักรบุกรุกเข้าไปตัดดันต้นไม้ในเขตพื้นที่ป่าสงวน และครอบครองไม้เกินกว่าที่กฎหมายกำหนด ตาม พ.ร.บ. ป่าไม้ และจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด<br />
   <br />
วันเดียวกัน นายสุวิทย์ คุณกิตติ  รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) กล่าวว่า ตนและทส.ยอมไม่ได้ในเรื่องการขยายถนน แม้ รมว.คมนาคม จะสั่งเดินหน้าก็ไม่เป็นไร เพราะตนได้มอบหมายให้กรมป่าไม้ไปแจ้งความดำเนินคดีกับกรมทางหลวง และอ.อ.ป. ในข้อหาตัดไม้ ทำลายป่า และใช้ประโยชน์จากไม้อย่างผิดกฎหมาย นอกจากนี้ได้ทำหนังสือยกเลิกการตัดไม้ในแนวเขตทางหลวง และในที่ดินสงวนของกรมทางหลวง พ.ศ. 2511 แล้ว เนื่องจากข้อตกลงไม่เหมาะสมกับภาวการณ์ปัจจุบัน และเป็นการป้องกันปัญหาข้อพิพาทในอนาคต ในพื้นที่ป่าไม้อื่นทั่วประเทศ รวมทั้งได้สั่งระงับหนังสือ ผวจ. นครราชสีมา ที่ออกเมื่อวันที่ 2 มิ.ย.ที่ผ่านมา ในการขอทำไม้ของกรมป่าไม้ย้อนหลัง<br />
   <br />
นายสุวิทย์ กล่าวต่อว่า สำหรับกระบวนการเอาผิดกับผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ตั้งแต่ผู้รับเหมา กรมทางหลวง หรืออ.อ.ป. โดยจะต้องถูกตรวจสอบตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด เพราะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ส่งผลกระทบต่อความรู้สึกของประชาชนจำนวนมาก เนื่องจากการขยายถนนที่นำเข้าสู่อุทยานแห่งชาติที่เป็นมรดกโลก หรือ พาร์ค เวย์ จะต้องเอาใจใส่ดูแลอย่างดีและเท่าที่ตรวจสอบพบว่ามีอีกหลายพื้นที่ มีข้อพิพาท ระหว่างทส.กับกรมทางหลวง อาทิ ภาคเหนือ มี 2 แห่ง เช่น ที่ถนนเชียงใหม่-ปาย เป็นพื้นที่อุทยานแห่งชาติ และพื้นที่ป่าสงวนในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ แต่จำรายละเอียดไม่ได้ จึงสั่งให้ยุติหมดแล้วทุกพื้น ที่ และคิดว่าไม่น่าจะลุกลามกลายเป็นปัญหาระหว่างพรรคการเมือง เพราะเป็นเรื่องความรู้สึกของประชาชนที่รับไม่ได้กับการตัดต้นไม้<br />
   <br />
ด้าน นายจตุพร บุรุษพัฒน์ อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช กล่าวว่า ในวันที่ 4 มิ.ย. ตน อธิบดีกรมทาง หลวง และผวจ.นครราชสีมา จะประชุมเรื่อง การฟื้นฟูพื้นที่ที่ถูกทำลาย โดยเบื้องต้นจะปลูกต้นไม้ 2,000 ต้น เพื่อคืนสภาพความสมบูรณ์ให้ป่า แต่ยอมรับว่าคงจะทำให้เหมือน เดิมลำบาก เพราะป่าที่ถูกตัดเป็นป่าธรรมชาติ ต้นไม้แต่ละต้นอายุมากกว่า 50 ปี<br />
   <br />
ขณะที่ นายสมชัย เพียรสถาพร  อธิบดีกรมป่าไม้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม (ทส.) เปิดเผยว่า ได้มอบหมายให้นายวิบูลย์ หัวหน้าหน่วยป้องกันรักษาป่า สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 8 จ.นครราชสีมา เข้าแจ้งความให้สอบสวนหาคนผิด ตัดโค่นต้นไม้หวงห้ามโดยไม่ได้รับอนุญาต โดยในเบื้องต้นทราบว่ามีผู้เกี่ยว ข้อง 2 กลุ่มคือผู้รับเหมารถแบ๊กโฮขนาดใหญ่ เข้าไปไถเปิดพื้นที่ และโค่นล้มต้นไม้ และเจ้าหน้าที่ของ อ.อ.ป. ที่เข้าไปตัดทอนต้นไม้ ที่ถูกโค่นลงมาแล้ว ส่วนบุคคลผู้ออกคำสั่งให้เข้าไปกระทำการ จะเป็นหน้าที่ของพนักงานสอบสวนขยายผล ติดตามหาตัวผู้รับผิดชอบมาดำเนินคดี เพราะถึงแม้จะมีข้อตกลงในอดีต แต่อนุญาตให้ทำไม้ไม่เกิน 20 ท่อน และเป็นระเบียบวิธีปฏิบัติ แต่ครั้งนี้มีต้นไม้ถึง 128 ต้น<br />
   <br />
นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ว.สรรหา ในฐานะประธานอนุกรรมาธิการส่งเสริมภาคประชาชนป้องกันการทุจริตและตรวจสอบการดำเนินการของรัฐ เปิดเผยถึงกรณีกรมทางหลวงขยายถนนมุ่งหน้าไปสู่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ และมีการตัดต้นไม้ทำลายสิ่งแวดล้อมว่า แสดงให้เห็นว่ากรมทางหลวง มีปัญหาวิธีคิด มุ่งแต่จะขยายเส้นทางใช้เงินงบประมาณแผ่นดิน โดยไม่คำนึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งเรื่องที่เกิดขึ้นใช้งบประมาณ 69 ล้านบาท และหากเทียบกับขนาดของปัญหา กรณีที่กรมทางหลวงจะใช้งบประมาณมากกว่าโครงการแรกถึง 1,000 เท่า เป็นเงิน 69,000 ล้านบาท เพื่อดำเนินการก่อสร้างถนนมอเตอร์เวย์บางปะอิน-โคราช ซึ่งจะเป็นอภิโครงการทำลายสิ่งแวดล้อม มรดกโลก อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ และทำลายวิถีชุมชน อ.ปากช่องอย่างรุนแรง<br />
   <br />
นายไพบูลย์ กล่าวต่อว่า จึงขอเรียกร้องให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐ มนตรี สั่งระงับโครงการมอเตอร์เวย์บางปะอิน- โคราช ของกรมทางหลวง เพราะการดำเนิน การรับฟังความคิดเห็นของประชาชนอย่างหมกเม็ด ไม่โปร่งใส และไม่ทั่วถึง ไม่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ และหากทางรัฐบาลปล่อยให้โครงการมอเตอร์เวย์ดำเนินการต่อไปเท่ากับส่งเสริมเรื่องการทำลายสิ่งแวดล้อม อุทยานเขาใหญ่ ทำลายวิถีชุมชนชาว อ.ปากช่อง ครั้งใหญ่ที่สุด โดยทางคณะอนุกมธ. จะประชุมในวันที่ 7 มิ.ย. และภาคประชาชนจะดำเนินการยื่นฟ้องต่อศาลปกครอง กรณีกรมทางหลวงดำเนินโครงการมอเตอร์เวย์บางปะอิน-โคราช แต่ไม่ยอมรับฟังความคิดเห็นของประชาชนอย่างทั่วถึง จึงขัดต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 57 วรรค 2<br />
   <br />
ผู้สื่อข่าวรายงาน หลังนายโสภณ  รมว.คมนาคม พร้อมคณะ ลงพื้นที่ตรวจสอบโครงการขยายถนนธนะรัชต์ แล้ว ได้เดินทางต่อไปยังวัดบ้านไร่ ต.กุดพิมาน อ.ด่านขุนทด เพื่อกราบนมัสการขอพรจากพระเทพวิทยาคม หรือหลวงพ่อคูณ ปริ   สุทโธ เกจิชื่อดัง และนำวัตถุมงคลเป็นเหรียญ “หลวงพ่อพระพุทธคมนาคมบพิธ” รุ่นคมนาคมปลอดภัย 2553 มาให้หลวงพ่อคูณปลุกเสก ก่อนจะเดินทางกลับ.</p>
<span class="fb_share"><fb:like href="http://www.asamedia.org/2010/06/%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%99%e0%b8%9e%e0%b8%b5%e0%b8%8b-%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b9%82%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3/" layout="button_count"></fb:like></span>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.asamedia.org/2010/06/%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%99%e0%b8%9e%e0%b8%b5%e0%b8%8b-%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b9%82%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เมื่อคุณต้องป้องกันตัว</title>
		<link>http://www.asamedia.org/2010/06/%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%84%e0%b8%b8%e0%b8%93%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%9b%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%a7/</link>
		<comments>http://www.asamedia.org/2010/06/%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%84%e0%b8%b8%e0%b8%93%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%9b%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%a7/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 02 Jun 2010 02:44:25 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ชุมชน]]></category>
		<category><![CDATA[ต่อสู้]]></category>
		<category><![CDATA[ป้องกันตัว]]></category>
		<category><![CDATA[ภัยมืด]]></category>
		<category><![CDATA[ภัยหญิง]]></category>
		<category><![CDATA[อัตราย]]></category>
		<category><![CDATA[เหตุด่วน]]></category>
		<category><![CDATA[เหตุร้าย]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.asamedia.org/?p=2102</guid>
		<description><![CDATA[เวลากว่า 22.00 น. ของวันที่ 30 กันยายน 2552 แพทย์หญิงภัทรพร วงษ์จันทร วัย 29 ถูกชนท้ายรถอย่างแรงขณะต่อแถวเลนขวาสุดเพื่อกลับรถบริเวณหน้าที่ทำการไปรษณีย์สาขาถนนพหลโยธินในกรุงเทพฯ เมื่อหันกลับไปมอง เธอพบว่าเป็นรถกระบะ ขณะเตรียมตัวลงไปเจรจา เจ้าของรถกระบะขับชนอีกครั้งก่อนขับหนี ภัทรพรใช้วิธีขับประกบและขับทิ้งห่าง แล้วหยุดรถดักหน้าถึงสามครั้งแต่ไม่เป็นผล เธอขับตามกระทั่งห่างจากจุดเกิดเหตุ 200 เมตร จึงตัดสินใจหักพวงมาลัยเข้าชนรถของคู่กรณี อีกทั้งยังกดแตรค้างไว้เพื่อให้ผู้อื่นสนใจและให้ความช่วยเหลือ เธอกล่าวถึงเหตุผลที่ตัดสินใจทำเช่นนี้ว่า “ดิฉันไม่อาจยอมรับพฤติกรรมข่มเหงรังแกได้” ผลคือล้อขวาหน้าของรถกระบะขึ้นไปอยู่บนเกาะกลางถนนแล้วจอดนิ่ง เธอลงจากรถโดยคว้ามีดพกและสเปรย์พริกไทยติดมือไปด้วย แล้วเห็นว่าเจ้าของรถกระบะเป็นชายในวัย 40 มีท่าทางเมาสุรา เขากล่าวคำหยาบและท้าทาย ขณะเดียวกัน ตำรวจนอกเครื่องแบบนายหนึ่งผ่านมาพบจึงเข้าระงับเหตุ แล้วโทรฯแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจซึ่งพาผู้ก่อเหตุไปสถานีตำรวจ เหตุการณ์เช่นนี้อาจเกิดขึ้นกับใครก็ได้ พวกเราทุกคนล้วนมีโอกาสเป็นเหยื่ออาชญากรรม พ.ต.ท. นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รองผู้กำกับการกลุ่มงานสืบสวน กองบังคับการตำรวจนครบาล กล่าวว่า ปัจจัยประการหนึ่งที่แพทย์หญิงภัทรพรและผู้เอาตัวรอดจากเหตุร้ายคนอื่นๆมีเหมือนกันคือทันต่อสถานการณ์ “พวกเขาตัดสินใจในทันทีว่าจะทำอะไร แม้เป็นการกระทำเพื่อไม่ให้รู้สึกว่าถูกข่มเหงจากคนเมาก็ตาม” ต่อไปนี้เป็นหลักปฏิบัติเพื่อหลีกเลี่ยง ลดความรุนแรง หลบหนี และป้องกันตัวจากอาชญา กรรมประเภทต่างๆ พร้อมเสมอ ต่อไปนี้เป็นข้อปฏิบัติบางประการที่ช่วยให้คุณป้องกันตัวได้อย่างมีประสิทธิภาพ ระมัดระวังอย่างรอบด้าน “มิจฉาชีพมักมองหาเหยื่อที่ดูอ่อนแอและดูไม่ระมัดระวังตัว คุณจึงต้องทำให้คนร้ายเห็นว่าคุณไม่เป็นเช่นนั้น” [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<span class="fb_share"><fb:like href="http://www.asamedia.org/2010/06/%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%84%e0%b8%b8%e0%b8%93%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%9b%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%a7/" layout="button_count"></fb:like></span><p><a class="highslide" onclick="return vz.expand(this)" href="http://www.asamedia.org/wp-content/uploads/252.jpg"><img class="size-full wp-image-2103 alignleft" title="252" src="http://www.asamedia.org/wp-content/uploads/252.jpg" alt="" width="217" height="217" /></a>เวลากว่า 22.00 น. ของวันที่ 30 กันยายน 2552 แพทย์หญิงภัทรพร วงษ์จันทร วัย 29 ถูกชนท้ายรถอย่างแรงขณะต่อแถวเลนขวาสุดเพื่อกลับรถบริเวณหน้าที่ทำการไปรษณีย์สาขาถนนพหลโยธินในกรุงเทพฯ <span id="more-2102"></span>เมื่อหันกลับไปมอง เธอพบว่าเป็นรถกระบะ ขณะเตรียมตัวลงไปเจรจา เจ้าของรถกระบะขับชนอีกครั้งก่อนขับหนี</p>
<p>ภัทรพรใช้วิธีขับประกบและขับทิ้งห่าง แล้วหยุดรถดักหน้าถึงสามครั้งแต่ไม่เป็นผล เธอขับตามกระทั่งห่างจากจุดเกิดเหตุ 200 เมตร จึงตัดสินใจหักพวงมาลัยเข้าชนรถของคู่กรณี อีกทั้งยังกดแตรค้างไว้เพื่อให้ผู้อื่นสนใจและให้ความช่วยเหลือ</p>
<p>เธอกล่าวถึงเหตุผลที่ตัดสินใจทำเช่นนี้ว่า “ดิฉันไม่อาจยอมรับพฤติกรรมข่มเหงรังแกได้”</p>
<p>ผลคือล้อขวาหน้าของรถกระบะขึ้นไปอยู่บนเกาะกลางถนนแล้วจอดนิ่ง เธอลงจากรถโดยคว้ามีดพกและสเปรย์พริกไทยติดมือไปด้วย แล้วเห็นว่าเจ้าของรถกระบะเป็นชายในวัย 40 มีท่าทางเมาสุรา</p>
<p>เขากล่าวคำหยาบและท้าทาย ขณะเดียวกัน ตำรวจนอกเครื่องแบบนายหนึ่งผ่านมาพบจึงเข้าระงับเหตุ แล้วโทรฯแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจซึ่งพาผู้ก่อเหตุไปสถานีตำรวจ</p>
<p>เหตุการณ์เช่นนี้อาจเกิดขึ้นกับใครก็ได้ พวกเราทุกคนล้วนมีโอกาสเป็นเหยื่ออาชญากรรม</p>
<p>พ.ต.ท. นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รองผู้กำกับการกลุ่มงานสืบสวน กองบังคับการตำรวจนครบาล กล่าวว่า ปัจจัยประการหนึ่งที่แพทย์หญิงภัทรพรและผู้เอาตัวรอดจากเหตุร้ายคนอื่นๆมีเหมือนกันคือทันต่อสถานการณ์ “พวกเขาตัดสินใจในทันทีว่าจะทำอะไร แม้เป็นการกระทำเพื่อไม่ให้รู้สึกว่าถูกข่มเหงจากคนเมาก็ตาม”</p>
<p>ต่อไปนี้เป็นหลักปฏิบัติเพื่อหลีกเลี่ยง ลดความรุนแรง หลบหนี และป้องกันตัวจากอาชญา กรรมประเภทต่างๆ</p>
<p>พร้อมเสมอ</p>
<p><strong>ต่อไปนี้เป็นข้อปฏิบัติบางประการที่ช่วยให้คุณป้องกันตัวได้อย่างมีประสิทธิภาพ</strong></p>
<p>ระมัดระวังอย่างรอบด้าน</p>
<p>“มิจฉาชีพมักมองหาเหยื่อที่ดูอ่อนแอและดูไม่ระมัดระวังตัว คุณจึงต้องทำให้คนร้ายเห็นว่าคุณไม่เป็นเช่นนั้น” พ.ต.ท. ธัญยบูรณ์ ธรรมจรัสวงศ์ อดีตสารวัตรป้องกันและปราบปราม สน. ยานนาวา ผู้ริเริ่มโครงการชุมชนป้องกันตนเองย่านสีลมซอย 9 สาทร 10 และสาทร 12 กล่าว หากคุณอยู่ในฝูงชน คุณจะสามารถแยกแยะอาชญากรได้จากคนทั่วไป คนพวกนี้มีท่าทาง การแต่งตัว และบุคลิกแตกต่างออกไป พ.ต.ท. ธัญยบูรณ์แนะว่า “ถามตัวเองว่าคนไหนทำให้คุณรู้สึกว่าเขามีพิรุธ และใส่ใจความรู้สึกของคุณ”</p>
<p>พ.ต.ท. ธัญยบูรณ์แบ่งประเภทอาชญากรไว้สี่กลุ่มดังนี้</p>
<p>มืออาชีพ คนพวกนี้ดูแตกต่างจากคนทั่วไป นิ่งและสุขุมกว่าคนปกติ แฝงตัวอยู่ในกลุ่มคน เช่น การแสดงดนตรี การชุมนุม มักยืนล้วงกระเป๋ากางเกงหรือล้วงย่าม ซึ่งอาจมีปืนซ่อนอยู่</p>
<p>หลุกหลิก พวกนี้มีสายตาท่าทางที่ชวนให้ผิดสังเกต เช่น ส่งสายตาหรือสัญญาณมือให้คู่หู</p>
<p>ไม่น่าเข้าใกล้ พวกนี้ไม่ค่อยมีใครอยากเข้าใกล้เพราะมีท่าทางแปลกๆ เช่น ตัวเหม็น รูปร่างหน้าตาโทรม</p>
<p>มาผิดงาน พวกนี้มีท่าทางต่างจากคนอื่น เช่น มางานดนตรีแต่กลับจ้องมองไปที่เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย</p>
<p>ระมัดระวังทรัพย์สิน</p>
<p>เวลา 0.01 น. ของวันที่ 8 กันยายน 2550 หลังกลับจากดูแลธุรกิจร้านอาหาร อลิสา บุญกัน วัย 26 ขี่จักรยานยนต์ในซอยเขาน้อย ถนนสุขุมวิท จังหวัดชลบุรี เมื่อถึงกลางซอยที่เปลี่ยวและมืด เธอรู้สึกว่ามีมอเตอร์ไซค์คันหนึ่งเร่งเครื่องเพื่อจะเข้าประกบและพยายามกระชากกระเป๋าเงินที่สะพายอยู่ เธอตกใจแล้วเร่งเครื่องหนี แต่ถูกยิงถากหัวไหล่ เมื่อรู้ตัวเช่นนั้น เธอจึงเร่งเครื่องจักรยานยนต์หนี ก่อนไปล้มคว่ำที่หน้าบ้านหลังหนึ่ง ทำให้ได้แผลถลอกทั้งตัว บทเรียนครั้งนี้สอนเธอว่า “ควรหลีกเลี่ยงการขับรถเวลากลางคืนหรือในซอยเปลี่ยว หากจำเป็นควรยอมให้คนร้ายกระชากกระเป๋า แล้วค่อยโทรฯแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ”</p>
<p>อเล็กซ์ เบเรโซวิก ครูสอนป้องกันตัวแห่งบางกอกไฟต์ติงคลับกล่าวว่า อย่าคิดว่าการถูกวิ่งราวเป็นเรื่องไกลตัวโดยเฉพาะเมื่อคุณอยู่ในที่เปลี่ยว ดังนั้น อย่านำของมีค่าไว้ที่เดียวกัน ของไม่มีค่าควรใส่กระเป๋าสะพาย ของมีค่าควรใส่กระเป๋าเสื้อ กระโปรง หรือกางเกง หากคุณถูกคุกคาม พยายามอยู่ใกล้พื้นหญ้าเพราะทำให้เจ็บตัวน้อยเมื่อล้มลง หรือมีอะไรสักอย่างกั้นระหว่างคุณกับคนร้าย เช่น เก้าอี้ ถังขยะ ที่ดื่มน้ำ ฯลฯ เพื่อลดโอกาสถูกทำร้ายร่างกายอย่างรุนแรง</p>
<p>“โดยทั่วไป เมื่อคนร้ายได้กระเป๋าถือที่เข้าใจว่าภายในมีของมีค่าและเงินสดแล้ว เขาจะพอใจและรีบหนีไป” อเล็กซ์กล่าว</p>
<p>พร้อมตอบโต้</p>
<p><strong>เมื่อเผชิญกับคนร้ายหรือเหตุร้าย ให้ทำตามวิธีปฏิบัติต่อไปนี้</strong></p>
<p><em>เมื่อคุณถูกทำร้าย</em></p>
<p>“เมื่อเผชิญหน้ากับคนร้ายหรือเหตุร้าย การตะโกนว่าไฟไหม้จะได้รับความสนใจและความช่วยเหลือมากกว่าตะโกนว่าช่วยด้วย คำว่าช่วยด้วยเป็นคำกว้างๆ หมายถึงอันตรายหลายประเภท ทำให้คนที่ได้ยินไม่อยากเข้าไปยุ่งเกี่ยวด้วย แต่คำว่าไฟไหม้ทำให้คนเห็นว่าเป็นเรื่องพอช่วยได้” อเล็กซ์กล่าว</p>
<p><em>เมื่อถูกงัดแงะย่องเบา</em></p>
<p>พ.ต.ท. ธัญยบูรณ์ให้คำแนะนำว่า หากคุณตื่นขึ้นกลางดึกเพราะเสียงผิดปกติ อย่าเพิ่งรีบเปิดไฟและอย่ายืนตรงหน้าต่าง เพราะนอกจากทำให้คุณตาพร่าแล้วยังทำให้ผู้บุกรุกรู้ว่าคุณอยู่ตรงไหน สิ่งแรกที่ต้องทำคือโทรแจ้งหมายเลข 191 จากนั้นกดปุ่มรีโมตคอนโทรลรถให้ส่งสัญญาณกันขโมย เสียงนี้ดังไปไกลสิบถึง 20 เมตร อาจทำให้นักย่องเบาตกใจและหนีไป</p>
<p>อย่างไรก็ตาม หากคิดจะพกปืนไว้ป้องกันตน คุณต้องแน่ใจว่ารู้วิธีใช้อาวุธชนิดนี้ และ พ.ต.ท. ธัญยบูรณ์แนะนำว่าการเลี้ยงสุนัขที่เห่าดังเป็นอีกทางเลือกที่ดี</p>
<p><em>เมื่อคนแปลกหน้าขอเข้าบ้าน</em></p>
<p>พ.ต.ท. ธัญยบูรณ์กล่าวว่า ผู้ไม่ประสงค์ดีจะทำทุกวิธีเพื่อเข้าบ้านคุณ เช่น ปลอมตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ พนักงานส่งของ หรือช่างประเภทต่างๆ โดยคนร้ายมักอ้างชื่อคนในบ้านจากการแอบดูจดหมายในตู้หน้าบ้าน ดังนั้นก่อนเปิดประตูให้คนเหล่านี้ คุณต้องขอดูบัตรประจำตัวทุกครั้ง รวมทั้งขอหมายเลขโทรศัพท์หน่วยงานของผู้มาเยือน จากนั้น โทรฯตรวจสอบจนมั่นใจจึงเปิดประตู</p>
<p><em>หากคุณถูกลักพาตัว</em></p>
<p>พ.ต.ท. ธัญยบูรณ์กล่าวว่า การถูกลักพาตัวเป็นหนึ่งในเหตุอันตรายร้ายแรง เพราะเป็นการเผชิญหน้ากับคนร้ายระดับมืออาชีพ คนพวกนี้สามารถทำให้คุณบาดเจ็บและเสียชีวิตได้ วิธีป้องกันตัวมีดังนี้</p>
<ul>
<li>“ตอบโต้อย่างเต็มที่เพื่อไม่ให้คนร้ายรู้สึกว่าเขามีอำนาจเหนือคุณ” พ.ต.ท. ธัญยบูรณ์แนะ โดยเฉพาะกรณีที่การลักพาตัวเกิดขึ้นในที่สาธารณะ คุณต้องร้องให้ดังที่สุด ต่อสู้ให้เต็มแรงที่สุด ทำทุกอย่างเพื่อให้หลุดพ้นจากการถูกควบคุมและหนีรอดไปได้ หากคนร้ายมีอาวุธ คุณต้องชั่งน้ำหนักระหว่างความเสี่ยงกับการได้เปรียบหากลงมือก่อน</li>
<li>หากคุณถูกจี้เพื่อลักพาตัวขณะขับรถ จงทำให้เกิดอุบัติเหตุ โดยเฉพาะกรณีที่คุณไม่สามารถต่อสู้ได้ เช่น คนร้ายอยู่เบาะหลังจ่อปืนที่ศีรษะคุณ “การชนท้ายรถคันหน้าทำให้คุณได้รับความสนใจ หรือการกดแตรให้ดังต่อเนื่องอาจทำให้สถานการณ์พลิกผัน และคุณมีโอกาสรอดพ้นจากอันตรายมากขึ้น” พ.ต.ท. ธัญยบูรณ์กล่าว</li>
<li>หากคุณถูกขังไว้ท้ายรถ ควรมองหาที่เปิด รถรุ่นใหม่มักมีที่เปิดจากด้านใน หากไม่มี พยายามถีบไฟท้ายรถให้แตกเพื่อมีช่องให้คุณตะโกนหรือยื่นมือออกมาขอความช่วยเหลือ</li>
</ul>
<p>อยู่ในสถานการณ์เสี่ยงถูกข่มขืน</p>
<p>“ไม่มีหลักปฏิบัติใดๆที่ตายตัว” พ.ต.ท. ธัญยบูรณ์ กล่าว เมื่อรู้ตัวว่ากำลังจะเกิดเหตุร้าย ก่อนตกเป็นเหยื่อการกระทำชำเรา เหนือสิ่งอื่นใดคือคุณต้องมีสติ เชื่อสัญชาตญาณตัวเอง แนวโน้มผู้ข่มขืนมักเป็นบุคคลใกล้ตัว เพื่อนบ้าน คนรู้จัก กระทั่งญาติหรือคนใกล้ชิด คุณต้องเชื่อตัวเองว่าเขาไม่น่าไว้ใจ หรือตนกำลังอยู่ในสถานที่เสี่ยงอันตราย อย่างไรก็ตาม หากจะถูกข่มขืน ข้อสังเกตต่อไปนี้อาจช่วยให้รอดชีวิต</p>
<ul>
<li>ลักษณะคนร้าย “ถ้าผู้ร้ายพยายามปิดบังใบหน้าแสดงว่าไม่เจตนาถึงชีวิต เพราะคุณไม่สามารถให้ปากคำตำรวจได้ว่าเขามีหน้าตาอย่างไร แต่หากเขาเปิดเผยโฉมหน้า มีความเป็นไปได้สูงว่าคุณอาจตกอยู่ในสถานการณ์เสี่ยงต่อชีวิตเป็นอย่างยิ่ง คุณต้องคิดหาหนทางเอาตัวรอดให้ได้” พ.ต.ท. ธัญยบูรณ์กล่าว</li>
<li>ท่าทางของคุณ พยายามหนีบขาให้ชิดและกอด อกให้แน่นที่สุดเท่าที่ทำได้ อย่างน้อยเป็นการแสดงความไม่สมยอม</li>
<li>เรียกสติ “คนเหล่านี้กำลังหน้ามืดและอาจมีจินตนาการถึงคนรัก คุณสามารถเรียกสติเขาคืนมาด้วยการพูดถึงคนที่เขารัก หรืออะไรก็ตามที่คุณ คิดว่าสามารถเปลี่ยนอารมณ์และความต้องการ ทำให้เขารู้ว่าสิ่งที่เขากำลังทำตรงข้ามกับจินตนาการ เช่นพูดว่า แฟนคุณจะคิดอย่างไรถ้ารู้ว่าคุณทำเช่นนี้ คุณกำลังทำร้ายผู้หญิง หรือคุณทำฉันเจ็บ</li>
</ul>
<p>“หากคุณคิดว่าต้องต่อสู้ การจิ้มตาและตีลูกกระเดือกเป็นวิธีเหมาะที่สุด” พ.ต.ท. ธัญยบูรณ์กล่าว</p>
<p>ซักซ้อมและซักซ้อม</p>
<p><strong>คุณสามารถนำหลักปฏิบัติทั้งหลายไปรับมือกับ เหตุร้ายต่างๆได้อย่างมีประสิทธิภาพเมื่อคุณ ซักซ้อมและทบทวน</strong></p>
<p>ซ้อมแจ้งเหตุร้าย</p>
<p>คุณเคยสงสัยไหมว่าทำไมคนจึงหน้าซีดตัวสั่นเมื่อหวาดกลัว คำตอบคือกระบวนการป้องกันตนของร่างกายที่ส่งผลต่อการไหลของโลหิตและทำให้สูญเสียทักษะชั่วคราว ถึงขนาดไม่สามารถขยับนิ้วหรือลิ้นได้เหมือนปกติ ซึ่งเป็นเหตุผลที่ทำให้ต้องซักซ้อมและทบทวน แม้กระทั่งการโทรฯแจ้งเหตุร้าย (เช่น ดิฉันโทรฯจากบ้านเลขที่ 1234 ถนนอโศก กำลังถูกบุกรุกย่องเบา ขอความช่วยเหลือด่วน) การฝึกซ้อมช่วยให้กระบวนการแจ้งภัยเป็นไป อย่างรัดกุมและมีประสิทธิภาพ ด้วยเหตุนี้ สมาชิก ครอบครัวทุกคนจึงควรฝึกซ้อมด้วยวิธีง่ายๆ คือดึง สายเชื่อมสัญญาณออก กดหมายเลข 191 แล้วหัดพูดแจ้งเหตุร้าย</p>
<p>“บ่อยครั้งที่ตำรวจได้รับสายใบ้ซึ่งเป็นเพราะ ผู้โทรฯกลัวและตกใจจนพูดไม่ออก ได้ยินแต่เสียง หายใจหนักๆ ซึ่งเป็นเรื่องไม่น่าเกิดขึ้นในวินาทีแห่ง ความเป็นความตาย อย่างน้อยผู้โทรฯต้องสามารถ แจ้งได้ว่าอยู่ที่ไหน เกิดเหตุอะไร” พ.ต.ท.นพศิลป์กล่าว</p>
<p>ฝึกซ้อมรับเหตุร้าย</p>
<p>โรงเรียน บริษัทเอกชน และบ้านเรือนมักมีการฝึกซ้อมเมื่อเกิดไฟไหม้ ซึ่ง พ.ต.ท.นพศิลป์เห็นว่าควร เพิ่มการฝึกซ้อมเพื่อรับมือกับเหตุร้ายอื่นๆด้วย โดยเฉพาะทางหนีทีไล่ต่างๆ ซึ่งต้องมีการตกลงกัน ในครอบครัวว่าจะทำอย่างไรหากมีผู้บุรุก หนีออกทางหน้าต่างบานไหน ชั้นไหน ใช้อะไรทุบกระจก จากนั้นวิ่งไปรวมตัวกันที่ไหน หรือต้องระวังอะไรบ้าง “ต้องมีหลักปฏิบัติที่ทำให้ทุกคนในครอบครัวมั่นใจว่าสามารถรอดจากเหตุร้าย ซึ่งจะมั่นใจได้มากน้อยแค่ไหนขึ้นอยู่กับการฝึกซ้อม” พ.ต.ท. นพศิลป์กล่าว</p>
<p>ตัวอย่างจากภาพยนตร์</p>
<p>คุณสามารถฝึกซ้อมตามสถานการณ์ต่างๆในภาพยนตร์และรายการโทรทัศน์ พ.ต.ท.นพศิลป์กล่าวว่า สมองคนเรามีระบบที่สั่งให้ทำในสิ่งที่เราเคยเห็นและตั้งใจศึกษา แม้เราไม่เคยทำมาก่อน ดังนั้น การดูภาพยนตร์ตอนนักแสดงใช้เก้าอี้ทุบกระจกเพื่อเข้าไปช่วยเด็กแล้วนึกว่าตนเองคือนักแสดงผู้นั้นจะเป็นประโยชน์ต่อคุณเมื่อเผชิญสถานการณ์ใกล้เคียงกัน “บอกตัวเองให้เป็นพระเอกผู้กล้าหาญในภาพยนตร์ที่คุณจินตนาการ ถามตัวเองว่าคุณจะทำอย่างไรหากเผชิญสถานการณ์นั้นๆ” พ.ต.ท.นพศิลป์กล่าว</p>
<p>ฝึกใจให้จดจ่อ</p>
<p>แล้วคุณเคยสงสัยไหมว่า ทำไมบรรดาสายลับต่างๆ ในภาพยนตร์จึงสามารถอยู่ในสภาพเดิมๆได้นานนับหลายชั่วโมงโดยปราศจากความหวั่นไหววอก แวก ที่เป็นเช่นนี้เพราะพวกเขามีจิตใจจดจ่อ มองเห็นองค์ประกอบรอบตัวเป็นภาพนิ่ง และพยายาม หาบุคคลที่นำไปสู่การแก้ปัญหา พวกเขาฝึกซ้อมให้มีสมาธิ ซึ่งคุณสามารถทำได้ด้วยวิธีดังต่อไปนี้</p>
<p>นำไพ่มาหนึ่งสำรับ หงายทีละใบให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ เมื่อหน้าไพ่คือแจ็ก ให้วางหงาย เมื่อหน้าไพ่คือเก้า วางไว้ด้านขวาของแจ็ก เมื่อหน้าไพ่คือสาม วางไว้ด้านขวาของเก้า โดยโยนไพ่นอกเหนือจากสามใบนี้ไปด้านหลัง เมื่อหมดสำรับจึงทำใหม่หลายๆครั้ง การทำเช่นนี้เป็นการฝึกจิตใจคุณให้จดจ่ออยู่กับเรื่องใดเรื่องหนึ่งและสามารถ มีสติได้เมื่อคุณตกอยู่ในเหตุร้าย</p>
<p>ที่มา : รีดเดอส์ไดเจสต์</p>
<span class="fb_share"><fb:like href="http://www.asamedia.org/2010/06/%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%84%e0%b8%b8%e0%b8%93%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%9b%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%a7/" layout="button_count"></fb:like></span>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.asamedia.org/2010/06/%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%84%e0%b8%b8%e0%b8%93%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%9b%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%a7/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ก้าวต่อไปของ &#8220;นักวิทย์น้อย&#8221; ในโครงการเอ็มเอสดี อิน-สเต็ป</title>
		<link>http://www.asamedia.org/2010/05/%e0%b8%81%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b9%84%e0%b8%9b%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87-%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b9%8c%e0%b8%99/</link>
		<comments>http://www.asamedia.org/2010/05/%e0%b8%81%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b9%84%e0%b8%9b%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87-%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b9%8c%e0%b8%99/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 26 May 2010 19:43:42 +0000</pubDate>
		<dc:creator>wawwan</dc:creator>
				<category><![CDATA[การศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[ชุมชน]]></category>
		<category><![CDATA[ภูมิภาค]]></category>
		<category><![CDATA[วิทยาการ]]></category>
		<category><![CDATA[สิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[องค์กร]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการ]]></category>
		<category><![CDATA[นักวิทย์น้อย]]></category>
		<category><![CDATA[เมืองใต้]]></category>
		<category><![CDATA[เอ็มเอสดี อิน-สเต๊ป]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.asamedia.org/?p=1218</guid>
		<description><![CDATA[&#8220;หนูอยากเป็นนักวิทยาศาสตร์ เพราะจะได้คิดค้นระเบิดและอาวุธไว้ให้ชาวบ้านต่อสู้กับผู้ร้าย&#8221; ความใฝ่ฝันในอดีตของหนูน้อยที่เคยอาศัยอยู่ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ แต่ในปัจจุบันเธอใฝ่ฝันอยากเป็นนักวิทยาศาสตร์ที่คิดค้นสิ่งประดิษฐ์ที่เป็นประโยชน์ต่อเพื่อนมนุษย์ และใช้วิทยาศาสตร์แก้ปัญหาความรุนแรงในบ้านเกิด  ธนิตา จันทร์ขาว หรือน้องบุ๋ม นักเรียนชั้น ม.3 โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 35 คือหนูน้อยคนดังกล่าว เธอเล่าว่า ตอนเด็กเธอเคยอ่านหนังสือเกี่ยวประวัติชีวิตของ อัลเฟรด โนเบล และประทับใจในความเป็นนักวิทยาศาสตร์ใจบุญของเขา ขณะเดียวกันบุ๋มเองก็อยากมีความสามารถเหมือนกับโนเบลที่สามารถประดิษฐ์คิดค้นระเบิดไดนาไมต์ได้                &#8221;แวบแรกที่หนูคิดอยากจะเป็นนักวิทยาศาสตร์ เพราะหนูเคยอ่านหนังสือพบว่าอัลเฟรด โนเบล เขาคิดค้นระเบิดไดนาไมต์ได้ หนูอยากทำระเบิดได้บ้าง เพราะหนูเคยอยู่ในจังหวัดปัตตานีมาก่อน เคยเห็นกลุ่มผู้ร้ายทำร้ายชาวบ้านจนเสียชีวิตต่อหน้าต่อตา&#8221; บุ๋มเล่าด้วยความสะเทือนใจ                ด้วยความเป็นห่วงชีวิตของลูกๆ พ่อของบุ๋มจึงพาครอบครัวย้ายออกจากจังหวัดปัตตานีและมาปักหลักอยู่ในจังหวัดพังงา ส่วนบุ๋มก็ได้ย้ายเข้าไปเรียนที่โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 35 และในช่วงปิดเทอมใหญ่นี้ บุ๋มได้เข้าร่วมในกิจกรรมค่ายวิทยาศาสตร์ของโครงการเอ็มเอสดี อิน-สเต็ป (MSD IN-STEP Science Camp) ครั้งที่ 3 ที่จัดขึ้นที่โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 35 อ.ตะกั่วป่า จ.พังงาน ระหว่างวันที่ 25-27 มี.ค. ที่ผ่านมา ร่วมกับเพื่อนนักเรียนในจังหวัดพังงามากกว่า 100 คน         [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<span class="fb_share"><fb:like href="http://www.asamedia.org/2010/05/%e0%b8%81%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b9%84%e0%b8%9b%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87-%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b9%8c%e0%b8%99/" layout="button_count"></fb:like></span><p><strong><span style="color: #003366"><a class="highslide" href="http://www.asamedia.org/wp-content/uploads/553000006153501.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-1220" src="http://www.asamedia.org/wp-content/uploads/553000006153501-300x225.jpg" alt="โครงการเอ็มเอสดี อิน-สเต็ป พาเยาวชนชาวค่ายวิทยาศาสตร์ศึกษาธรรมชาติพร้อมปลูกป่าชายเลน เพื่อฟื้นฟูแหล่งอนุบาลสัตว์น้ำ และรักษาสมดุลธรรมชาติในจังหวัดพังงา" width="300" height="225" /></a></span></strong></p>
<p><strong><span style="color: #003366">&#8220;หนูอยากเป็นนักวิทยาศาสตร์ เพราะจะได้คิดค้นระเบิดและอาวุธไว้ให้ชาวบ้านต่อสู้กับผู้ร้าย&#8221; ความใฝ่ฝันในอดีตของหนูน้อยที่เคยอาศัยอยู่ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้<span id="more-1218"></span> แต่ในปัจจุบันเธอใฝ่ฝันอยากเป็นนักวิทยาศาสตร์ที่คิดค้นสิ่งประดิษฐ์ที่เป็นประโยชน์ต่อเพื่อนมนุษย์ และใช้วิทยาศาสตร์แก้ปัญหาความรุนแรงในบ้านเกิด</span></strong></p>
<p> ธนิตา จันทร์ขาว หรือน้องบุ๋ม นักเรียนชั้น ม.3 โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 35 คือหนูน้อยคนดังกล่าว เธอเล่าว่า ตอนเด็กเธอเคยอ่านหนังสือเกี่ยวประวัติชีวิตของ อัลเฟรด โนเบล และประทับใจในความเป็นนักวิทยาศาสตร์ใจบุญของเขา ขณะเดียวกันบุ๋มเองก็อยากมีความสามารถเหมือนกับโนเบลที่สามารถประดิษฐ์คิดค้นระเบิดไดนาไมต์ได้<br />
       <br />
       &#8221;<strong>แวบแรกที่หนูคิดอยากจะเป็นนักวิทยาศาสตร์ เพราะหนูเคยอ่านหนังสือพบว่าอัลเฟรด โนเบล เขาคิดค้นระเบิดไดนาไมต์ได้ หนูอยากทำระเบิดได้บ้าง</strong> เพราะหนูเคยอยู่ในจังหวัดปัตตานีมาก่อน เคยเห็นกลุ่มผู้ร้ายทำร้ายชาวบ้านจนเสียชีวิตต่อหน้าต่อตา&#8221; บุ๋มเล่าด้วยความสะเทือนใจ<br />
       <br />
       ด้วยความเป็นห่วงชีวิตของลูกๆ พ่อของบุ๋มจึงพาครอบครัวย้ายออกจากจังหวัดปัตตานีและมาปักหลักอยู่ในจังหวัดพังงา ส่วนบุ๋มก็ได้ย้ายเข้าไปเรียนที่โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 35 และในช่วงปิดเทอมใหญ่นี้ บุ๋มได้เข้าร่วมในกิจกรรมค่ายวิทยาศาสตร์ของโครงการเอ็มเอสดี อิน-สเต็ป (MSD IN-STEP Science Camp) ครั้งที่ 3 ที่จัดขึ้นที่โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 35 อ.ตะกั่วป่า จ.พังงาน ระหว่างวันที่ 25-27 มี.ค. ที่ผ่านมา ร่วมกับเพื่อนนักเรียนในจังหวัดพังงามากกว่า 100 คน<br />
       <br />
       บุ๋มได้เข้าร่วมกิจกรรมค่ายวิทยาศาสตร์ของโครงการนี้อย่างต่อเนื่องทุกปี เธอบอกว่ากิจกรรมค่ายในปีแรก โครงการอิน-สเต็ป ให้นักเรียนฝึกทำโครงงานวิทยาศาสตร์ที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวันได้ และบุ๋มได้ประดิษฐ์เครื่องดักจับโวยวาย (ปลาหมึก) ที่ช่วยให้ชาวประมงจับโวยวายได้ง่ายขึ้น ในปีที่สองบุ๋มรับหน้าที่เป็นวิทยากรประจำฐานความรู้เรื่องพลังงาน ส่วนในปีที่สาม บุ๋มร่วมกิจกรรมค่ายในฐานะพี่เลี้ยงประจำกลุ่มและทำกิจกรรมร่วมกับน้องใหม่ของค่ายในปีนี้<br />
       <br />
       &#8221;ในปีนี้มีกิจกรรมคลินิกวิชาการที่ให้นักเรียนได้กระทบไหล่นักวิทยาศาสตร์ชั้นนำ ซึ่งไม่เคยมีในปีก่อนๆ <strong>ทำให้เรารู้ว่าเรียนวิทยาศาสตร์แล้วสามารถทำอะไรได้บ้าง แต่ละอาชีพมีประโยชน์อย่างไรบ้าง กระตุ้นให้เด็กๆ สนใจวิทยาศาสตร์ และรู้จักอาชีพที่ยังไม่ค่อยเป็นที่นิยมในบ้านเรา</strong> เช่น นักวิทยาศาสตร์ทางทะเล ไกด์ดำน้ำ ซึ่งในจังหวัดพังงามีไกด์ดำน้ำที่เป็นคนไทยไม่ถึง 10 คน และได้รู้ว่าแพทย์และพยาบาลต้องทำงานอย่างไรบ้าง&#8221; บุ๋มเล่าถึงกิจกรรมใหม่ของค่ายวิทยาศาสตร์ในครั้งนี้ ซึ่งแม้จะทำให้เธอรู้จักอาชีพใหม่ๆ ทางด้านวิทยาศาสตร์ แต่บุ๋มก็ยังยืนยันว่าอยากจะเป็นนักเคมี<br />
       <br />
       &#8221;<strong>หนูชอบการค้นคว้า ชอบทำการทดลอง ถ้าโตขึ้นได้เป็นนักวิจัยด้านเคมี เราจะได้คิดค้นอะไรใหม่ๆ ได้จากสารเคมีชนิดต่างๆ และเอามาใช้ให้เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ</strong> เช่น ค้นหาตัวยาใหม่ๆ จากพืชสมุนไพร คิดค้นการผลิตไฟฟ้าหรือพลังงานทดแทนจากสารเคมี หรือถ้าเป็นไปได้หนูก็อยากคิดค้นอะไรที่จะสามารถช่วยแก้ปัญหาใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ได้เหมือนอย่างที่นักวิทยาศาสตร์หลายคนได้คิดค้นกัน เช่น เครื่องตัดสัญญาณโทรศัพท์มือถือ&#8221; บุ๋มบอกกับทีมข่าววิทยาศาสตร์ ASTVผู้จัดการออนไลน์<br />
       <br />
       ด้านวาซีเราะ หรือ ด.ญ.วริสรา โยธารักษ์ นักเรียนชั้น ม.1 จากโรงเรียนตัรบียะห์ อ.ทับปุด จ.พังงา ที่เพิ่งเข้าร่วมกิจกรรมค่ายวิทยาศาตร์ของเอ็มเอสดี อิน-สเต็ป เป็นครั้งแรกและเธอก็สนุกกับกิจกรรมคลินิกวิชาการเช่นกัน<br />
       <br />
       &#8221;คลินิกวิชาการทำให้เรารู้ในสิ่งที่ไม่เคยรู้มาก่อน โดยเฉพาะด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพ เพราะหนูอยากเป็นหมอและในศาสนาอิสลามที่หนูนับถืออยู่ยังขาดแคลนแพทย์มุสลิมที่เป็นหญิง เพราะงานบางอย่างหมอผู้หญิงสามารถทำได้สะดวกกว่าหมอผู้ชาย&#8221; วาซีเราะ เผยความใฝ่ฝันของตัวเอง<br />
       <br />
       นอกจากนั้น วาซีเราะยังประทับใจกิจกรรมการปลูกป่าชายเลนด้วยเหมือนกัน เพราะเธอรู้สึกเหมือนได้ผจญภัย <strong>ได้สำรวจสิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่ในป่าชายเลน ที่สำคัญยังได้มีส่วนร่วมในการช่วยลดภาวะโลกร้อนด้วย เพราะป่าชายเลนเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์น้ำหลายชนิดที่เป็นอาหารของเรา ช่วยป้องกันการกัดเซาะชายฝั่ง และยังเป็นเกราะกำบังคลื่นยักษ์สึนามิได้ด้วย</strong><br />
       <br />
       คลื่นยักษ์สึนามิที่เกิดขึ้นเมื่อ 5 ปีก่อนนั่นเองที่ทำให้เกิดโครงการเอ็มเอสดี อิน-สเต็ป และเกิดค่ายวิทยาศาสตร์ตามมา ซึ่ง ดร.กิตติมา ศรีวัฒนกุล ผอ.ฝ่ายกิจการภายนอก <a href="http://msd-thailand.com/" target="_blank">บริษัท เอ็มเอสดี (ประเทศไทย) จำกัด</a> ผู้สนับสนุนหลักของโครงการดังกล่าว เปิดเผยว่า โครงการนี้เกิดขึ้นเนื่องจากเอ็มเอสดีจุดประสงค์ที่จะช่วยเหลือผู้ประสบภัยสึนามิในประเทศไทยอย่างยั่งยืน โดยมองว่าการให้การศึกษาเป็นสิ่งที่จะช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมได้ยั่งยืนที่สุด และเลือกจังหวัดพังงาเป็นพื้นที่นำร่องในการดำเนินโครงการโครงการเป็นระยะเวลา 6 ปี ภายใต้งบประมาณของบริษัทจำนวน 30 ล้านบาท<br />
       <br />
       โครงการเอ็มเอสดี อิน-สเต็ป ได้รับความร่วมมือจาก<a href="http://www.ipst.ac.th/" target="_blank">สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.)</a> <a href="http://www.obec.go.th/" target="_blank">สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)</a> และ<a href="http://www.kiasia.org/" target="_blank">สถาบันคีนันแห่งเอเชีย</a> โดยเริ่มต้นจากการอบรมครูวิทยาศาสตร์ให้กับโรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการจำนวน 20 โรงเรียนในปี 2549 และในปีต่อๆ มาได้เพิ่มกิจกรรมค่ายวิทยาศาสตร์สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นเข้าไปด้วย ซึ่งในปัจจุบันมีโรงเรียนที่อยู่ในโครงการแล้วทั้งสิ้น 52 โรงเรียน<br />
       <br />
       โครงการนี้มีความมุ่งหวังที่จะ<strong>กระตุ้นให้เด็กสนใจวิทยาศาสตร์ผ่านสื่อการเรียนการสอนรูปแบบใหม่จากสหรัฐฯ ที่ให้เด็กได้ทดลองและเรียนรู้ด้วยการลงมือปฏิบัติจริง สอนให้เด็กรู้จักสังเกตและเรียนรู้จากสิ่งแวดล้อมรอบตัวผ่านกิจกรรมต่างๆ ที่เชื่อมโยงวิทยาศาสตร์เข้ากับชีวิตประจำวัน</strong> เพื่อสร้างแรงบันดาลใจด้านวิทยาศาสตร์ให้แก่นักเรียน รวมทั้งสร้างทัศนคติที่ดีให้แก่ครูวิทยาศาสตร์ เสริมสร้างทักษะและความมั่นใจในการสอน ตลอดจนสามารถปรับเปลี่ยนวิธีการสอนได้เมื่อพบเจอกับสิ่งใหม่<br />
       <br />
       &#8221;การพัฒนาประเทศไม่ใช่หน้าที่ภาครัฐแต่เพียงอย่างเดียว แต่ภาคเอกชนต้องมีส่วนร่วมด้วย โครงการนี้ประสบความสำเร็จได้ก็เพราะความร่วมมือจากหลายหน่วยงาน และเป็นตัวอย่างให้กับบริษัทเอกชนในการช่วยพัฒนาระบบการศึกษาวิทยาศาสตร์ของประเทศไทย ซึ่งจะเกิดประโยชน์ในระยะยาวต่อสังคมและต่อองค์กรด้วย&#8221; ดร.กิตติมา กล่าวและหวังเป็นอย่างยิ่งว่าระยะเวลาอีก 2 ปีที่เหลือของโครงการ จะสามารถทำให้รูปแบบของโครงการมีความยั่งยืนและขยายไปสู่การดำเนินโครงการในพื้นที่อื่นๆ ของประเทศไทยต่อไปได้ พร้อมกับช่วยยกระดับขีดความสามารถของไทยในการแข่งขันกับนานาประเทศ</p>
<span class="fb_share"><fb:like href="http://www.asamedia.org/2010/05/%e0%b8%81%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b9%84%e0%b8%9b%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87-%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b9%8c%e0%b8%99/" layout="button_count"></fb:like></span>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.asamedia.org/2010/05/%e0%b8%81%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b9%84%e0%b8%9b%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87-%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b9%8c%e0%b8%99/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ปลูกจิตสำนึก ด้วยรักและศรัทธา ให้หนูน้อยรักสถาบัน กับกิจกรรมดีๆ</title>
		<link>http://www.asamedia.org/2010/05/%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b8%88%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%99%e0%b8%b6%e0%b8%81-%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0/</link>
		<comments>http://www.asamedia.org/2010/05/%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b8%88%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%99%e0%b8%b6%e0%b8%81-%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 25 May 2010 18:33:34 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ชุมชน]]></category>
		<category><![CDATA[ประชาสัมพันธ์]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการ]]></category>
		<category><![CDATA[กิจกรรม]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.asamedia.org/?p=896</guid>
		<description><![CDATA[กับอีกหนึ่งกิจกรรมสร้างสรรค์สังคม ณ.โรงเรียนตามชนบทที่ห่างไกลจากสายตาผู้ใหญ่เช่นเรา  ให้ชื่อกิจกรรมเล็กๆ แต่เปี่ยมความหมายในสายตาเฝ้ารอ ของพวกเขาเหล่านั้น ว่า    &#8221; หนูก็รักในหลวง &#8220; สถานที่จัดกิจกรรม : ที่โรงเรียนบ้านลำทองหลาง  ปากช่อง จังหวัด นครราชสีมา แนวทาง : จัดกิจกรรมส่งเสริมความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับพระราชกรณียกิจของในหลวง ผ่านกิจกรรมที่คัดสรรค์มาเพื่อเด็กๆ หลากหลายความบันเทิงแฝงสาระ จุดประสงค์ของกิจกรรม : เกิดจากแรงบันดาลใจ ด้วยความรักและเทิดทูนที่มีต่อในหลวง ที่ทรงสร้างและถางทางให้เดินตาม   และด้วยจิตสำนึกของคนไทยกลุ่มเล็กๆอีกกลุ่มหนึ่ง ที่ต้องการสานต่อกิจกรรมดีๆที่คนไทยกลุ่มใหญ่ๆอีกหลายๆกลุ่ม อาจหลงลืม เพื่อเด็ก เพื่อเยาวชน และเพื่ออนาคตของชาติ ที่อยู่ตามโรงเรียนชนบท ห่างไกลความเจริญ ได้ซึมซับเมื่อยามถูกปลูกฝังสิ่งดีๆ ได้รู้สึกรัก และพร้อมหวงแหนต่อสถาบัน และแผ่นดินเกิด เพื่อเติบโตขึ้นมาเป็นผู้ใหญ่ที่ดีและมีคุณภาพต่อไป ปฐมบท : บ้านดินของครูเกียรติ     แรงบันดาลใจให้เด็กเดินตาม ด้วยวิถีพอเพียง จากเด็กหนุ่มจบเพาะช่าง ที่หลงใหลในงานศิลปะ ชอบเขียนภาพและใฝ่ฝันจะมีสตูดิโอ ไว้โชว์ผลงานส่วนตัว ทำไมเขาถึงเลือกหันเหชีวิตศิลปินที่ตั้งเป้าหมายไว้ในอนาคต เบนเข็มขึ้นยอดเขาที่ปากช่อง อะไรเป็นแรงบันดาลใจให้เขา  ตามผู้เขียนมาพูดคุย ดูมุมมองและไลฟ์สไตล์ ของครูเกียรติ ครูพิเศษสอนศิลปะ แห่งโรงเรียนบ้านลำทองหลาง กันครับ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<span class="fb_share"><fb:like href="http://www.asamedia.org/2010/05/%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b8%88%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%99%e0%b8%b6%e0%b8%81-%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0/" layout="button_count"></fb:like></span><p><a class="highslide" onclick="return vz.expand(this)" href="http://www.asamedia.org/wp-content/uploads/CIMG0132%20Small.jpg"></a></p>
<p><a class="highslide" onclick="return vz.expand(this)" href="http://www.asamedia.org/wp-content/uploads/CIMG0132.jpg"></a></p>
<p>กับอีกหนึ่งกิจกรรมสร้างสรรค์สังคม ณ.โรงเรียนตามชนบทที่ห่างไกลจากสายตาผู้ใหญ่เช่นเรา  ให้ชื่อกิจกรรมเล็กๆ แต่เปี่ยมความหมายในสายตาเฝ้ารอ ของพวกเขาเหล่านั้น ว่า    <strong>&#8221; หนูก็รักในหลวง &#8220;<span id="more-896"></span></strong></p>
<p><img src="http://mblog.manager.co.th/uploads/3036/images/CIMG0132%20(Small).JPG" border="0" alt="" width="640" height="480" /></p>
<p><strong>สถานที่จัดกิจกรรม</strong> : ที่โรงเรียนบ้านลำทองหลาง  ปากช่อง จังหวัด นครราชสีมา</p>
<p><strong>แนวทาง</strong> : จัดกิจกรรมส่งเสริมความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับพระราชกรณียกิจของในหลวง ผ่านกิจกรรมที่คัดสรรค์มาเพื่อเด็กๆ หลากหลายความบันเทิงแฝงสาระ</p>
<p><strong>จุดประสงค์ของกิจกรรม</strong> : เกิดจากแรงบันดาลใจ ด้วยความรักและเทิดทูนที่มีต่อในหลวง ที่ทรงสร้างและถางทางให้เดินตาม  </p>
<p>และด้วยจิตสำนึกของคนไทยกลุ่มเล็กๆอีกกลุ่มหนึ่ง ที่ต้องการสานต่อกิจกรรมดีๆที่คนไทยกลุ่มใหญ่ๆอีกหลายๆกลุ่ม อาจหลงลืม</p>
<p>เพื่อเด็ก เพื่อเยาวชน และเพื่ออนาคตของชาติ ที่อยู่ตามโรงเรียนชนบท ห่างไกลความเจริญ ได้ซึมซับเมื่อยามถูกปลูกฝังสิ่งดีๆ</p>
<p>ได้รู้สึกรัก และพร้อมหวงแหนต่อสถาบัน และแผ่นดินเกิด เพื่อเติบโตขึ้นมาเป็นผู้ใหญ่ที่ดีและมีคุณภาพต่อไป</p>
<div id="body_content_text">
<p><strong>ปฐมบท : บ้านดินของครูเกียรติ     </strong></p>
<p><strong>แรงบันดาลใจให้เด็กเดินตาม ด้วยวิถีพอเพียง</strong></p>
<p><img src="http://mblog.manager.co.th/uploads/3036/images/CIMG0056%20(Small).JPG" border="0" alt="" width="640" height="480" /></p>
<p>จากเด็กหนุ่มจบเพาะช่าง ที่หลงใหลในงานศิลปะ ชอบเขียนภาพและใฝ่ฝันจะมีสตูดิโอ ไว้โชว์ผลงานส่วนตัว</p>
<p>ทำไมเขาถึงเลือกหันเหชีวิตศิลปินที่ตั้งเป้าหมายไว้ในอนาคต เบนเข็มขึ้นยอดเขาที่ปากช่อง</p>
<p>อะไรเป็นแรงบันดาลใจให้เขา  ตามผู้เขียนมาพูดคุย ดูมุมมองและไลฟ์สไตล์ ของครูเกียรติ ครูพิเศษสอนศิลปะ แห่งโรงเรียนบ้านลำทองหลาง กันครับ</p>
<p>บทสนทนาระหว่างผู้เขียนกับครูเกียรติ ..ซึ่งตอนนั้น สนิทกันเรียบร้อยแล้วครับ ..ฮา</p>
<p><strong>ผู้เขียน</strong> : อาจารย์ มาไงไปไงครับ ถึงมาปลีกวิเวกอยู่ที่นี่ตามลำพัง</p>
<p><strong>ครูเกียรติ</strong> : มาเที่ยวก่อนครับ มาหาที่วาดรูป ตระเวนไปทั่วปากช่องนั่นแหละ พอดีมาเจอที่แถวๆนี้ เห็นว่าสวยและบรรยากาศดีมากๆมีทั้งภูเขาและน้ำตกอยู่ใกล้บ้าน แถมเป็นที่ของคนรู้จักกัน เลยขอความเมตตาเค้า ขอซื้อซักแปลงนึง ไว้ปลูกบ้าน ปลูกต้นไม้</p>
<p><img src="http://mblog.manager.co.th/uploads/3036/images/CIMG0051%20(Small).JPG" border="0" alt="" width="640" height="480" /></p>
<p><strong>บรรยากาศหน้าบ้านดิน ใช้สำหรับกางเต้นท์ให้ผู้เขียนนอน</strong></p>
<p><img src="http://mblog.manager.co.th/uploads/3036/images/CIMG0048%20(Small).JPG" border="0" alt="" width="640" height="480" /></p>
<p><strong>บรรยากาศข้างบ้านดิน  ลานจอดรถ ทุกยี่ห้อ ทุกขนาด จอดฟรี ไม่มีขโมย</strong></p>
<p><img src="http://mblog.manager.co.th/uploads/3036/images/CIMG0066%20(Small).JPG" border="0" alt="" width="640" height="480" /></p>
<p><strong>ห้องรับแขกของบ้านดิน โปร่ง โล่ง สบาย</strong></p>
<p><img src="http://mblog.manager.co.th/uploads/3036/images/CIMG0031%20(Small).JPG" border="0" alt="" width="640" height="480" /></p>
<p><strong>ห้องน้ำแบบมีซันลู้ปไว้ดูแสงจันทร์ยามค่ำคืน..ยังไม่แล้วเสร็จครับ เข้าช่วงนี้ต้องร้องเพลงให้ดังไว้ก่อน</strong></p>
<p><img src="http://mblog.manager.co.th/uploads/3036/images/CIMG0053%20(Small).JPG" border="0" alt="" width="640" height="480" /></p>
<p><strong>ครัวอินดี้ และพืชผักสวนครัว รั้วกินได้ อยู่ตรงนี้</strong></p>
<p><img src="http://mblog.manager.co.th/uploads/3036/images/CIMG0083%20(Small).JPG" border="0" alt="" width="640" height="480" /></p>
<p><strong>ใกล้ๆกันนั้น ชนิดเดินไม่ทันเหงื่อออก จะพบน้ำตก อันซีน เย็นชื่นใจ และขาใหญ่เจ้าถิ่นดูแลอยู่</strong></p>
<p><img src="http://mblog.manager.co.th/uploads/3036/images/CIMG0125%20(Small).JPG" border="0" alt="" width="640" height="480" /></p>
<p><strong>บรรยากาศ ถนนหนทาง สดใส ไร้มลพิษ ..เปลวควันที่พวยพุ่ง เกิดจากการหุงข้าว ด้วยเตาถ่าน มิใช่เผายาง</strong></p>
<p><strong>ผู้เขียน</strong> : แล้วมาสอนวิชาศิลปะให้เด็กๆที่โรงเรียน ได้ยังไงครับ</p>
<p><strong>ครูเกียรติ</strong> : ช่วงนั้นเป็นครูพิเศษสอนวิชาประวัติศาสตร์ให้ โรงเรียนบ้านหนองอีเหลออยู่ก่อนแล้ว จากงบไทยเข้มแข็งของรัฐบาลน่ะครับ แล้วพอดี ครูที่โรงเรียนบ้านลำทองหลาง มาเห็น ได้พูดคุยกัน แล้วชอบใจในแนวทาง แกเลยชวนไปสอนศิลปะให้กับเด็กที่โรงเรียน โดยให้เอาผลงานศิลปะไปให้โรงเรียนเพื่อขอออดิชั่นดูก่อน ปรากฏว่าเย็นนั้นรู้ผล วันรุ่งขึ้นเลยได้สอนประวัติศาสตร์ควบคู่กับศิลปะ ไปพร้อมกันทั้ง2โรงเรียนครับ</p>
<p>(บ้านครูเกียรติกับโรงเรียนอยู่ติดกัน แค่มุดรั้วลวดหนาม เดินไปนิดเดียวก็ถึง) </p>
<p><img src="http://mblog.manager.co.th/uploads/3036/images/CIMG0068%20(Small).JPG" border="0" alt="" width="640" height="480" /></p>
<p><strong>ผู้เขียน</strong> : แล้วบ้านดินหลังนี้ สร้างเองหรือเปล่า เอาแบบมาจากไหน และทำไมต้องบ้านดินครับ</p>
<p><img src="http://mblog.manager.co.th/uploads/3036/images/CIMG0027%20(Small).JPG" border="0" alt="" width="640" height="480" /></p>
<p><strong>ครูเกียรติ</strong> : บ้านดินนี่ สร้างเองครับ ตั้งแต่ขึ้นโครงบ้านเลย ค่อยๆทำไปเรื่อยๆเหนื่อยก็หยุด ดินก็ขุดเอาแถวนี้แหละ เอามาปั้นและยัดลงในแบบบล็อก เหมือนก่ออิฐน่ะ  นานเหมือนกัน เบ็ดเสร็จพร้อมเข้าอยู่ก็ประมาญ 3เดือนกว่าครับ  แต่หลังคานี่ชาวบ้านเค้ามาช่วยกันลงแรง (เหมือนลงแขกเวลาทำนา คือไม่ต้องจ่ายเงินจ้าง แต่ใช้วิธีผลัดกันมาช่วย หมุนเวียนกันทำ เขามาช่วย เราก็ต้องไปช่วยคืน-ผู้เขียน) </p>
<p><img src="http://mblog.manager.co.th/uploads/3036/images/CIMG0041%20(Small).JPG" border="0" alt="" width="640" height="480" /></p>
<p>รูปแบบบ้านดินนี่ มาจากความชอบส่วนตัวอยู่ก่อนแล้วครับ บวกกับศึกษาค้นคว้าจากตำหรับตำราบ้าง ประยุกต์แต่งเติมตามแนวคิดของตัวเองเข้าไปบ้าง</p>
<p><img src="http://mblog.manager.co.th/uploads/3036/images/CIMG0040%20(Small).JPG" border="0" alt="" width="640" height="480" /></p>
<p>ส่วนที่ต้องทำบ้านดินน่ะเหรอ ชอบนะ มันเป็นศิลปะอีกแขนงนึง แล้วดินที่นี่ก็เหมาะมากมีส่วนผสมที่ลงตัวพอดี  อีกอย่างผมชอบชีวิตเรียบง่าย แบบพอเพียง ได้อยู่กับธรรมชาติ ได้ปลูกฝังศิลปะให้กับเด็กๆ มันเลยเป็นอะไรที่ลงตัวพอดีครับ</p>
<p><img src="http://mblog.manager.co.th/uploads/3036/images/CIMG0039%20(Small).JPG" border="0" alt="" width="640" height="480" /></p>
<p><strong>ผู้เขียน</strong> : สิ่งที่คาดหวังกับเด็กกับสิ่งที่สอนล่ะครับ</p>
<p><strong>ครูเกียรติ</strong>: อยากให้เด็กเรียนศิลปะแบบถูกต้องตามหลักวิชาการตั้งแต่เล็กๆ โดยจะสังเกตุและดูแววของเด็กแต่ละคนครับ ใครมีแววก็พร้อมจะส่งเสริมและสนับสนุนให้เก่งต่อไปครับ</p>
<p>เช่น ภายในโรงเรียนก็ติดประกาศที่บอร์ดให้เด็กที่มีผลงานดีๆได้โชว์ความสามารถเป็นการสร้างแรงจูงใจ   ส่วนภายนอกโรงเรียน ก็จะส่งเด็กไปประกวดแข่งขันวาดภาพตามที่อำเภอหรือจังหวัดจัดกิจกรรมขึ้น</p>
<p><strong>ผู้เขียน</strong> : สุดท้ายครับอาจารย์ อยากฝากอะไรถึงสังคมภายนอกรั้วโรงเรียน อยากเพิ่มอะไรให้กับโรงเรียนหรือเด็กๆครับ</p>
<p><strong>ครูเกียรติ</strong> : <strong>ครับ ก็อยากให้มีการจัดกิจกรรมดีๆ ส่งเสริมความรัก ความสามัคคีให้กับเด็กมากๆ และทั่วถึงครับ อย่างน้อย ให้เด็กได้ซึมซับเกี่ยวกับ ในหลวง ให้รักท่าน จากสิ่งที่ท่านทำให้พวกเรา ไม่ใช่สอนให้เด็กกราบและไหว้ โดยไม่รู้ที่มาที่ไป เพราะเด็กที่เกิดยุคสมัยนี้ ข่าวสารหรือการทรงงานของพระองค์ท่านก็ซาๆลงไปเพราะสุขภาพของท่านไม่แข็งแรงเหมือนสมัยเรา</strong></p>
<p><img src="http://mblog.manager.co.th/uploads/3036/images/CIMG0134%20(Small).JPG" border="0" alt="" width="640" height="480" /></p>
<p>ครับ นี่คือ เศษเสี้ยวส่วนหนึ่ง ของวิถีชีวิต ครูพิเศษสอนศิลปะ แห่งโรงเรียนบ้านลำทองหลาง ครูหนุ่มผมยาว อารมณ์ดี มีชีวิตเรียบง่าย  ที่อยากถ่ายทอดวิชาศิลปะให้กับเด็กๆ มากกว่าต้องการค่าจ้างค่าออนใดๆ และที่สำคัญที่สุด อยากให้เด็กรักถิ่นฐานบ้านเกิดและปลูกฝังเมล็ดพันธ์แห่งรักและศรัทธาต่อสถาบันให้หนูน้อยเติบโตเป็นอนาคตของชาติที่ดีต่อไป    นับเป็นวิถีชีวิตพอเพียง และเป็นแบบอย่างที่น่ายกย่อง ของคนที่อุทิศตนเพื่อเด็กตามชนบท อย่างแท้จริง</p>
<p>..เรื่องของเขา ครูเกียรติ ครูศิลปะ ณ.บ้านดิน ของเด็กๆบ้านลำทองหลาง ยังไม่จบแค่บ้านดินหลังนี้เท่านั้นนะครับ แกจะยังมีส่วนร่วมและคอยช่วยเหลือให้กับกิจกรรมที่กลุ่มของผู้เขียนจะร่วมกันทำที่โรงเรียนแห่งนี้อีกตลอดรายการ ในโอกาสที่จะถึงในเร็วๆนี้อีกอย่างแน่นอน </p>
<p>และนี่ถือเป็น ปฐมบทอันสวยงามแห่งการเริ่มต้นกับกิจกรรมดีๆ ที่จะมีขึ้นจากการสำรวจและหาข้อมูลที่ผ่านมา ก่อนเริ่มลงมือ สร้างสรรค์กิจกรรมดีๆเพื่อเด็กได้รักและศรัทธาต่อสถาบันของเรา และจะนำเสนอ ให้ทุกท่านทราบความคืบหน้าของกิจกรรมนี้ ในโอกาศต่อไปครับ</p>
<p>ขอขอบคุณ : โรงเรียนบ้านลำทองหลาง ปากช่อง  ที่อนุญาตให้ทำกิจกรรม</p>
<p>ขอขอบคุณเป็นพิเศษ : ครูเกียรติ บ้านดิน</p>
<p>หมายเหตุ  : ท่านใดสนใจศึกษาเรื่องบ้านดินแบบเจาะลึก ครูเกียรติแจ้งว่ายินดีให้คำชี้แนะด้วยความยินดียิ่งครับ</p>
</div>
<span class="fb_share"><fb:like href="http://www.asamedia.org/2010/05/%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b8%88%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%99%e0%b8%b6%e0%b8%81-%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0/" layout="button_count"></fb:like></span>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.asamedia.org/2010/05/%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b8%88%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%99%e0%b8%b6%e0%b8%81-%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

