<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ASA Media : อาสามีเดีย &#187; โครงการ</title>
	<atom:link href="http://www.asamedia.org/category/volunteer/activities/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.asamedia.org</link>
	<description>สื่อสีขาว สื่อสร้างสรรค์ สร้างจิตสำนึกดี</description>
	<lastBuildDate>Fri, 10 Feb 2012 13:27:02 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.3.1</generator>
		<item>
		<title>โครงการอาสาสมัครแพทย์ พยาบาลไทย และนานาชาติ คืนรอยยิ้มสวยให้คนไทย ผู้พิการปากแหว่ง เพดานโหว่</title>
		<link>http://www.asamedia.org/2012/02/%e0%b9%82%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b9%81%e0%b8%9e%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b9%8c-%e0%b8%9e/</link>
		<comments>http://www.asamedia.org/2012/02/%e0%b9%82%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b9%81%e0%b8%9e%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b9%8c-%e0%b8%9e/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 10 Feb 2012 04:19:19 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Features]]></category>
		<category><![CDATA[คนทำดี]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการ]]></category>
		<category><![CDATA[คืนรอยยิ้มให้คนไทย]]></category>
		<category><![CDATA[ช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาส]]></category>
		<category><![CDATA[ช่วยเหลือผู้พิการ]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้พิการปากแหว่ง เพดานโหว่]]></category>
		<category><![CDATA[ศูนย์การแพทย์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ]]></category>
		<category><![CDATA[อาสาสมัครแพทย์พยาบาลไทย]]></category>
		<category><![CDATA[โรงพยาบาลชลประทาน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.asamedia.org/?p=30973</guid>
		<description><![CDATA[เนื่องในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯทรงเจริญพระชนมายุครบ 84 พรรษา ในปี 2554 และสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินินาถ จะทรงเจริญพระชนมายุครบ 80 พรรษา ในปี 2555 กอปรกับ &#160; ปนิธานอันแน่วแน่ ทุ่มเท ของหน่วยงานภาครัฐ เอกชน รวมถึงเหล่าอาสาสมัครแพทย์ พยาบาลไทย และนานาชาติ ในการคืนรอยยิ้มสวยให้คนไทย ผู้พิการปากแหว่ง เพดานโหว่ &#160; โครงการอาสาสมัครแพทย์ พยาบาลไทย และนานาชาติ เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ” จึงได้เกิดขึ้น โดย เป็นความร่วมมือระหว่างกระทรวงสาธารณสุข สมาคมแพทย์ไทยในสหรัฐอเมริกา บริษัทเมืองไทยประกันภัย จำกัด (มหาชน) ศูนย์การแพทย์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ จ.นครนายก และ โรงพยาบาลชลประทาน โดยได้ เปิดศูนย์รักษา ผ่าตัดประชาชนผู้ยากไร้และด้อยโอกาส ทุพพลภาพ พิการปากแหว่ง เพดานโหว่ โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ระหว่างวันที่ 6-12 ก.พ.นี้ เพื่อที่จะเห็นคนไทยยิ้มได้เต็มที่ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<span class="fb_share"><fb:like href="http://www.asamedia.org/2012/02/%e0%b9%82%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b9%81%e0%b8%9e%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b9%8c-%e0%b8%9e/" layout="button_count"></fb:like></span><div id="attachment_30974" class="wp-caption aligncenter" style="width: 410px"><a class="highslide" onclick="return vz.expand(this)" href="http://www.asamedia.org/wp-content/uploads/1716.gif"><img class="size-full wp-image-30974" title="" src="http://www.asamedia.org/wp-content/uploads/1716.gif" alt="" width="400" height="300" /></a><p class="wp-caption-text">นพ.สุรวิทย์ คนสมบูรณ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข , นายแพทย์สมชาย กุลวัฒนาพร กก.บริหารสมาคมแพทย์ไทยในสหรัฐอเมริกา, ศ.นพ.วุฒิชัย ธนาพงศธร คณบดีคณะแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ, นพ.สมดี รัตนาวิบูลย์ ผอ.โรงพยาบาลชลประทาน และนวลพรรณ ล่ำซำ ร่วมแถลงข่าว</p></div>
<p>เนื่องในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯทรงเจริญพระชนมายุครบ 84 พรรษา ในปี 2554 และสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินินาถ จะทรงเจริญพระชนมายุครบ 80 พรรษา ในปี 2555 กอปรกับ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ปนิธานอันแน่วแน่ ทุ่มเท ของหน่วยงานภาครัฐ เอกชน รวมถึงเหล่าอาสาสมัครแพทย์ พยาบาลไทย และนานาชาติ ในการคืนรอยยิ้มสวยให้คนไทย ผู้พิการปากแหว่ง เพดานโหว่</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>โครงการอาสาสมัครแพทย์ พยาบาลไทย และนานาชาติ เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ” จึงได้เกิดขึ้น โดย เป็นความร่วมมือระหว่างกระทรวงสาธารณสุข สมาคมแพทย์ไทยในสหรัฐอเมริกา บริษัทเมืองไทยประกันภัย จำกัด (มหาชน) ศูนย์การแพทย์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ จ.นครนายก และ โรงพยาบาลชลประทาน โดยได้ เปิดศูนย์รักษา ผ่าตัดประชาชนผู้ยากไร้และด้อยโอกาส ทุพพลภาพ พิการปากแหว่ง เพดานโหว่ โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ระหว่างวันที่ 6-12 ก.พ.นี้ เพื่อที่จะเห็นคนไทยยิ้มได้เต็มที่ ตลอดทั้ง 365 วัน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>นพ.สุรวิทย์ คนสมบูรณ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ประธานโครงการร่วมฯฝ่ายไทย(ภาครัฐ) เปิดเผยว่า การจัดดำเนินโครงการฯครั้งนี้ จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 6-12 ก.พ.55 โดยจัดขึ้นพร้อมกัน ณ ศูนย์การแพทย์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ จ.นครนายก และโรงพยาบาลชลประทาน (ปากเกร็ด จ.นนทบุรี) ซึ่งตลอดการดำเนินงานครั้งนี้ยังได้รับการสนับสนุนด้านสถานที่ อุปกรณ์และบุคลากรจากโรงพยาบาลต่างๆที่ร่วมโครงการ โดยเฉพาะอุปกรณ์ด้านการแพทย์ ที่นำเข้าจากสหรัฐอเมริกา นอกจากนี้ยังได้รับการสนับสนุนด้านอื่นๆ อาทิ การประชาสัมพันธ์ ด้านการเดินทาง ด้านที่พัก สิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ตลอดโครงการ จากทั้งภาครัฐบาลและภาคเอกชนหลายองค์กร</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>นายแพทย์สมชาย กุลวัฒนาพร กรรมการบริหารสมาคมแพทย์ไทยในสหรัฐอเมริกา ประธานโครงการร่วมฯฝ่ายสหรัฐอเมริกา กล่าวว่า การผ่าตัดในครั้งนี้คณะแพทย์พยาบาลไทยจากสหรัฐอเมริกา ร่วมมือกับอาสาสมัครแพทย์พยาบาลนานาชาติ ในสหรัฐอเมริกาจำนวนกว่า 60 ท่าน ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการผ่าตัดศัลยกรรมจากมหาวิทยาลัยแพทย์ต่างๆ อาทิ มหาวิทยาลัยโคลัมเบีย มหาวิทยาลัยอัลเบิร์ต ไอสไตน์ มหาวิทยาลัยนิวยอร์ก และมหาวิทยาลัยคอร์แนล เราหวังว่าจะได้มีโอกาสช่วยเหลือพี่น้องคนไทยผู้ยากไร้และด้อยโอกาส ในท้องถิ่นทุรกันดาร โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายรักษาพยาบาลแต่อย่างใด เพื่อหวังที่จะตามรอยเบื้องพระยุคลบาทของทั้งสองพระองค์ และได้มีโอกาสทำประโยชน์แก่พี่น้องคนไทย และแผ่นดินเกิด ด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ด้านนางนวลพรรณ ล่ำซำ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เมืองไทยประกันภัย จำกัด (มหาชน) ประธานโครงการร่วมฯฝ่ายไทย (ภาคเอกชน) กล่าวว่า ครั้งนี้นับเป็นครั้งที่ 3 ที่บริษัทได้เข้ามามีส่วนร่วมในฐานะภาคเอกชนรายแรกรายเดียว ในการทำประโยชน์เพื่อพี่น้องคนไทยที่ยากไร้ ลำบากจากความเจ็บป่วย พิการจากอาการปากแหว่งเพดานโหว่ โดยบริษัทได้ทำหน้าที่ดูแลด้านที่พักสำหรับคณะแพทย์ทั้งหมด ตลอดจนผู้ป่วยและญาติ พร้อมอาหาร 3 มื้อ และรถรับ-ส่ง ถึงภูมิลำเนาตลอดโครงการฯ ซึ่งตนหวังอย่างยิ่งว่า โครงการนี้จะทำให้พี่น้องคนไทยในถิ่นทุรกันดารได้รับโอกาสที่จะมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น เพื่อที่จะได้สามารถดูแลช่วยเหลือตัวเอง ครอบครัว ตลอดจนทำประโยชน์เพื่อประเทศชาติต่อไปในอนาคต ซึ่งต้องขอขอบคุณทุกๆฝ่ายที่มีส่วนร่วมในการแบ่งปันครั้งนี้ด้วย</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>“โครงการฯนี้เรามุ่งมั่นที่จะให้การสนับสนุนและช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง จากความเข้าใจและตั้งใจอันดีที่อยากเห็นพี่น้องชาวไทยมีรอยยิ้มที่สดใส สามารถอยู่ร่วมกับสังคม รวมถึงใช้ชีวิต ช่วยเหลือทั้งต่อตนเอง ครอบครัว และสังคมได้อย่างคนปกติ ซึ่งเราคาดว่าจะมีผู้ป่วยที่เป็นผู้ยากไร้และด้อยโอกาสที่ทุพพลภาพ พิการ “ปาก-จมูกแหว่ง” เข้ามารับการรักษาในครั้งนี้ ซึ่งส่วนใหญ่มาจากภาคอีสาน 200 คน โดยทางเมืองไทย ประกันภัย ขอยืนยันว่า หากมีโครงการดีๆเพื่อช่วยเหลือสังคมที่สามารถมีส่วนร่วมให้ชีวิตพ่อ แม่ พี่ น้อง เราจะร่วมช่วยเหลือกับสังคมไทยต่อไป</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ที่มา : แนวหน้า</p>
<span class="fb_share"><fb:like href="http://www.asamedia.org/2012/02/%e0%b9%82%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b9%81%e0%b8%9e%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b9%8c-%e0%b8%9e/" layout="button_count"></fb:like></span>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.asamedia.org/2012/02/%e0%b9%82%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b9%81%e0%b8%9e%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b9%8c-%e0%b8%9e/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ถอดรหัส 3 วิธี สร้างคนดี มีจิตอาสาประสบการณ์ที่หาไม่ได้ในห้องเรียน</title>
		<link>http://www.asamedia.org/2011/12/%e0%b8%96%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b8%a3%e0%b8%ab%e0%b8%b1%e0%b8%aa-3-%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5-%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b8%b5-%e0%b8%a1/</link>
		<comments>http://www.asamedia.org/2011/12/%e0%b8%96%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b8%a3%e0%b8%ab%e0%b8%b1%e0%b8%aa-3-%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5-%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b8%b5-%e0%b8%a1/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 22 Dec 2011 14:34:16 +0000</pubDate>
		<dc:creator>pimai</dc:creator>
				<category><![CDATA[Features]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการ]]></category>
		<category><![CDATA[กิจกรรมเพื่อเด็กและเยาวชน]]></category>
		<category><![CDATA[ค่ายอาสาพัฒนาสร้างเสริมสุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[จิตอาสา]]></category>
		<category><![CDATA[ถอดรหัส]]></category>
		<category><![CDATA[ประสบการณ์นอกห้องเรียน]]></category>
		<category><![CDATA[ละครเปลี่ยนพฤติกรรมเด็ก]]></category>
		<category><![CDATA[สร้างคนดี]]></category>
		<category><![CDATA[สร้างสุขภาวะทางจิตใจ]]></category>
		<category><![CDATA[สสส.]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการ (เชิง) วิทยาศาสตร์เพื่อสุขภาพที่ดีกว่า]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.asamedia.org/?p=30211</guid>
		<description><![CDATA[เมื่อเอ่ยถึงวิธีการสร้างคนให้เป็นคนดี หลายคนคงจะหลุดปากออกมาว่า ยากนะ ขณะที่การสอนคนให้เป็นคนไม่ดีช่างง่ายเหลือหลาย แต่ไม่ว่าจะยากเย็นเพียงใดก็ต้องหาวิธีทำให้ได้ เพราะบ้านเมืองเราตอนนี้ต้องการคนดีมาบริหาร ซึ่งก็มีหลายหน่วยงานที่ทำเรื่องของความดี รวมถึง สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ที่หลายคนรู้จักอาจจะคุ้นเคยกับเรื่อง งดเหล้า งดบุหรี่ เท่านั้น ตอนนี้ก็ได้หันมาทำในเรื่องของการส่งเสริมการทำความดี การสร้างสุขภาวะทางจิตใจที่ดี ในคนกลุ่มต่าง ๆ ด้วยแล้ว โดยการร่วมมือกับเครือข่าย อย่างมูลนิธิโกมลคีมทอง กลุ่มมะขามป้อม มูลนิธิสื่อชาวบ้าน ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีแห่งชาติ (ไบโอเทค) ในการหาวิธีการทดลองสร้างกระบวนการให้เด็กและเยาวชน ประชาชน เรียนรู้ถึงการสร้างสุขภาวะทางจิตใจที่ดี การเป็นคนดีได้อย่างไร โดยมีการรวบรวมวิธีการต่าง ๆ ที่น่าสนใจ น.ส.วีรินทร์วดี สุนทรหงส์ ผู้จัดการโครงการค่ายอาสาพัฒนาสร้างเสริมสุขภาพ มูลนิธิโกมลคีมทอง สะท้อนให้ฟังว่า มูลนิธิร่วมมือกับ สสส. ใช้กระบวนการค่ายอาสาเป็นวิธีหนึ่งในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของชุมชน พร้อมฝึกกระบวนการคิดอย่างมีสุขภาวะผ่านการทำงานค่ายสร้างสุข โดยเราจะทำให้เด็กที่มาเข้าค่ายได้เรียนรู้วิธีการสร้างความสุขให้ตนเอง รู้จักการเป็นผู้ให้ เช่น ช่วงน้ำท่วมที่ผ่านมาได้ทำโครงการช่วยเหลือสังคมด้วยการตั้งศูนย์ช่วยเหลือและฟื้นฟูผู้ประสบภัยผนวกกับการทำค่ายอาสาฯ ที่มีอยู่เดิมแล้วทำให้โครงการเกิดการสร้างระบบอาสาสมัครของเยาวชนที่มีจิตอาสามากมาย พอเด็กและเยาวชนเหล่านี้ได้ปฏิบัติจริง ได้ลงไปช่วยคนเดือดร้อน เขาจะเข้าใจความทุกข์ และมีความสุขกับการเป็นผู้ให้ ขณะที่อีกวิธีการหนึ่ง คือ การใช้ละครเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมเด็กและเยาวชน รวมถึงสร้างการตระหนักรู้ของชุมชน นายพฤหัส [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<span class="fb_share"><fb:like href="http://www.asamedia.org/2011/12/%e0%b8%96%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b8%a3%e0%b8%ab%e0%b8%b1%e0%b8%aa-3-%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5-%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b8%b5-%e0%b8%a1/" layout="button_count"></fb:like></span><p><a class="highslide" onclick="return vz.expand(this)" href="http://www.asamedia.org/wp-content/uploads/160.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-30215" title="1" src="http://www.asamedia.org/wp-content/uploads/160-300x225.jpg" alt="" width="300" height="225" /></a></p>
<p>เมื่อเอ่ยถึงวิธีการสร้างคนให้เป็นคนดี หลายคนคงจะหลุดปากออกมาว่า ยากนะ ขณะที่การสอนคนให้เป็นคนไม่ดีช่างง่ายเหลือหลาย แต่ไม่ว่าจะยากเย็นเพียงใดก็ต้องหาวิธีทำให้ได้ เพราะบ้านเมืองเราตอนนี้ต้องการคนดีมาบริหาร ซึ่งก็มีหลายหน่วยงานที่ทำเรื่องของความดี รวมถึง สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุข<span id="more-30211"></span>ภาพ (สสส.) ที่หลายคนรู้จักอาจจะคุ้นเคยกับเรื่อง งดเหล้า งดบุหรี่ เท่านั้น ตอนนี้ก็ได้หันมาทำในเรื่องของการส่งเสริมการทำความดี การสร้างสุขภาวะทางจิตใจที่ดี ในคนกลุ่มต่าง ๆ ด้วยแล้ว โดยการร่วมมือกับเครือข่าย อย่างมูลนิธิโกมลคีมทอง กลุ่มมะขามป้อม มูลนิธิสื่อชาวบ้าน ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีแห่งชาติ (ไบโอเทค) ในการหาวิธีการทดลองสร้างกระบวนการให้เด็กและเยาวชน ประชาชน เรียนรู้ถึงการสร้างสุขภาวะทางจิตใจที่ดี การเป็นคนดีได้อย่างไร โดยมีการรวบรวมวิธีการต่าง ๆ ที่น่าสนใจ</p>
<p><a class="highslide" onclick="return vz.expand(this)" href="http://www.asamedia.org/wp-content/uploads/3816.jpg"><img class="alignright size-medium wp-image-30218" title="3816" src="http://www.asamedia.org/wp-content/uploads/3816-300x161.jpg" alt="" width="300" height="161" /></a>น.ส.วีรินทร์วดี สุนทรหงส์ ผู้จัดการโครงการค่ายอาสาพัฒนาสร้างเสริมสุขภาพ มูลนิธิโกมลคีมทอง สะท้อนให้ฟังว่า มูลนิธิร่วมมือกับ สสส. ใช้กระบวนการค่ายอาสาเป็นวิธีหนึ่งในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของชุมชน พร้อมฝึกกระบวนการคิดอย่างมีสุขภาวะผ่านการทำงานค่ายสร้างสุข โดยเราจะทำให้เด็กที่มาเข้าค่ายได้เรียนรู้วิธีการสร้างความสุขให้ตนเอง รู้จักการเป็นผู้ให้ เช่น ช่วงน้ำท่วมที่ผ่านมาได้ทำโครงการช่วยเหลือสังคมด้วยการตั้งศูนย์ช่วยเหลือและฟื้นฟูผู้ประสบภัยผนวกกับการทำค่ายอาสาฯ ที่มีอยู่เดิมแล้วทำให้โครงการเกิดการสร้างระบบอาสาสมัครของเยาวชนที่มีจิตอาสามากมาย พอเด็กและเยาวชนเหล่านี้ได้ปฏิบัติจริง ได้ลงไปช่วยคนเดือดร้อน เขาจะเข้าใจความทุกข์ และมีความสุขกับการเป็นผู้ให้</p>
<p>ขณะที่อีกวิธีการหนึ่ง คือ การใช้ละครเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมเด็กและเยาวชน รวมถึงสร้างการตระหนักรู้ของชุมชน นายพฤหัส พหลกุลบุตร หัวหน้าโครงการละครเพื่อการเปลี่ยนแปลงกลุ่มมะขามป้อม มูลนิธิสื่อชาวบ้าน สสส.บอกว่า ได้จัดโครงการละครเพื่อการเปลี่ยนแปลงเข้าสู่ปีที่ 3 ได้สร้างเด็ก และเยาวชนจิตอาสาเป็นจำนวนมากและมีเครือข่ายอยู่ทั่วประเทศ เราใช้ละครในการฝึกกระบวนการคิดของเด็ก เช่น คิดเนื้อหา วิธีการเล่าเรื่อง การถ่ายทอดให้คนเข้าใจ รู้จักการทำงานร่วมกัน เป็นต้น สิ่งเหล่านี้เป็นการฝึกให้เด็กและเยาวชนรู้จักการทำงานร่วมกัน ขณะเดียวกันเราจะได้เห็นความคิดของเด็ก ๆ สะท้อนปัญหาสังคมผ่านละคร อาทิ ปัญหาคุณธรรม จริยธรรม ปัญหายาเสพติด การทุจริตคอร์รัปชั่น การพัฒนาความรู้ด้านการเมือง เพราะเด็ก ๆ จะได้ร่วมลงมือแก้ไขปัญหาด้วยตัวของเขาเอง ทั้งนี้ทางกลุ่มได้มีการรวบรวมกระบวนการต่าง ๆ มาจัดทำเป็นหลักสูตรเพื่อเผยแพร่แล้ว หากสถานศึกษาใดสนใจก็สามารถนำไปใช้ได้</p>
<p><a class="highslide" onclick="return vz.expand(this)" href="http://www.asamedia.org/wp-content/uploads/414.jpg"><img class="alignnone size-medium wp-image-30220" title="4" src="http://www.asamedia.org/wp-content/uploads/414-300x225.jpg" alt="" width="300" height="225" /></a></p>
<p>ส่วน นายชายกร สินธุสัย นักวิชาการศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีแห่งชาติ (ไบโอเทค) ผู้จัดการโครงการ (เชิง) วิทยาศาสตร์เพื่อสุขภาพที่ดีกว่า สสส. กล่าวว่า วิธีการของเราใช้สาระด้านวิทยาศาสตร์เป็นตัวในการสร้างสุขภาพที่ดีกว่า ให้แก่คนทุกกลุ่ม แต่ที่เราเน้นจะเป็นกลุ่มเด็กและเยาวชน โดยการนำความรู้ด้านวิทยาศาสตร์เชื่อมโยงกับเรื่องอื่น ๆ ในการนำมาพัฒนาคุณภาพชีวิต อาทิ สื่อคลิปวิดีโอหรือเพลงวิทยาศาสตร์ที่สามารถอธิบายต่อไปที่เรื่องเหตุและผลในวิชาพระพุทธศาสนา การทำความเข้าใจสังคม สุขภาวะทางปัญญา การนำกระบวนการทางวิทยาศาสตร์มาสอนให้เด็กได้คิดถึงระบบเหตุและผลจะเห็นว่าวิทยาศาสตร์ก็นำมาสอนให้คนเป็นคนดีได้</p>
<p>เมื่อได้เห็นวิธีการจากเหล่าบรรดานักคิดกันแล้ว มาฟังความรู้สึกของน้อง ๆ เยาวชนที่ได้สัมผัสกับหลักสูตรนอกห้องเรียนทั้ง 3 วิธีการว่า เขาได้รับอะไรมาบ้าง น้องอู๋ อรรถพล รอดสันเทียะ นักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา ที่ได้ร่วมโครงการละครเพื่อการเปลี่ยนแปลง กลุ่มตะขบป่า เล่าให้ฟังว่า ล่าสุดได้เข้าร่วมละครชุมชน ทำให้ได้เรียนรู้ปัญหาของชุมชน มองเห็นเหตุผลของตัวละคร ทำให้เราเห็นตัวเองมากขึ้น ไม่ปฏิเสธความเลวร้ายของมนุษย์ ว่ามีทั้งดีและไม่ดี ซึ่งเป็นความจริงของคน ทำให้เรามองคนแบบเปิดใจมากขึ้น ไม่ตีตราว่าคนนี้ดีหรือไม่ดี</p>
<p>“เราได้วางแผนทำงานสังคมไว้หลายโครงการ เพื่อพัฒนาเยาวชน ชุมชน ซึ่งล่าสุดอาจารย์ที่ปรึกษากำลังตั้งศูนย์เรียนรู้ เพื่อให้เยาวชน ชุมชน เข้ามาเรียนรู้การใช้ละครเพื่อการเปลี่ยนแปลงพัฒนาสังคมได้อย่างไร ผมเชื่อว่า กิจกรรมละครเพื่อการเปลี่ยนแปลงเป็นหลักสูตรนอกห้องเรียนที่หาได้ยาก ทั้งความรู้ใหม่และได้ลงมือปฏิบัติมากกว่าหลักสูตรในห้องเรียน” น้องอู๋ย้ำ</p>
<p>ส่วน ธนภัทร แสงหิรัญ หรือ น้องตั้ม บัณฑิตจากมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ในฐานะผู้ประสานงานศูนย์คนรุ่นใหม่ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม โครงการค่ายอาสาพัฒนาสร้างเสริมสุขภาพ มูลนิธิโกมลคีมทอง เล่าว่า ตอนนี้มาทำกิจกรรมช่วยน้ำท่วมอยู่ โดยคิดโครงการที่จะทำให้ชุมชนอยู่ได้อย่างยั่นยืนเมื่อยามมีภัย ซึ่งจะมีการถอดบทเรียนร่วมกัน เพื่อนำมาถ่ายทอดให้แก่ชุมชนอื่น ๆ ได้เรียนรู้ โครงการนี้ทำให้เราได้รู้จักตัวเอง ได้พัฒนาการทำงาน รู้จักควบคุมจิตใจเมื่อเจอปัญหา จะเห็นได้จากที่ตนได้พาน้อง ๆ ลงชุมชนเจอสถานการณ์ร่วมกัน แก้ปัญหาร่วมกัน เช่น การช่วยเหลือคนน้ำท่วม โดยเหตุการณ์พวกนี้ไม่มีสอนในห้องเรียน ทำให้เรารู้จักความสุขของการเป็นผู้ให้ สิ่งที่เราได้รับจากการเป็นผู้ให้ ไม่ใช่เงินตรา แต่เป็นรอยยิ้มของผู้คน รอยยิ้มของผู้เดือดร้อน แค่นี้ก็มีความสุขมากอย่างบอกไม่ถูก</p>
<p>สำหรับอีกคนหนึ่ง น้องแบงค์ นัทวุฒิ ศิริเวช นักเรียนชั้น ม.3 โรงเรียนนวมินทราชินูทิศ พายัพ ที่เคยเข้าร่วมโครงการ (เชิง)วิทยาศาสตร์เพื่อสุขภาพที่ดีกว่า สสส. กล่าวว่า การเข้าร่วมโครงการนี้ทำให้เรารู้จักเหตุและผล ได้รู้จักตัวเองว่า ชอบอะไร ที่สำคัญเรายังได้นำวิทยาศาสตร์ไปช่วยเหลือสังคม โดยล่าสุดกำลังคิดค้นเครื่องบำบัดน้ำเสียขนาดเล็กไว้ใช้ยามน้ำท่วมหรือเกิดภัยพิบัติต่าง ๆ เพื่อนำไปช่วยเหลือชุมชนและประชาชน อย่างไรก็ตามกิจกรรมนี้ให้อะไรมากกว่าที่ตนคิดแน่นอน</p>
<p>เราได้เห็นวิธีการที่ สสส.ร่วมมือกับเครือข่ายจัดกิจกรรมที่ส่งเสริมให้เด็กและเยาวชน เรียนรู้การเป็นคนดีมีจิตอาสา รู้จักเห็นอกเห็นใจผู้อื่นจากประสบการณ์จริง ซึ่งเป็นสิ่งที่ควรสนับสนุนให้เด็กได้เรียนรู้วิธีการทำความดีกันมากกว่าการเสพติดวัตถุ เทคโนโลยี ซึ่งหาไม่ได้ในห้องเรียน หากเขาได้สัมผัสกับการเป็นผู้ให้ ไม่ใช่เป็นเพียงผู้รับ เขาจะเข้าใจว่า ความสุขทางใจที่ไม่ต้องพึ่งวัตถุนั้นเป็นเช่นไร.</p>
<p><em><strong>มนตรี  ประทุม</strong></em></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ที่มา : เดลินิวส์</p>
<span class="fb_share"><fb:like href="http://www.asamedia.org/2011/12/%e0%b8%96%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b8%a3%e0%b8%ab%e0%b8%b1%e0%b8%aa-3-%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5-%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b8%b5-%e0%b8%a1/" layout="button_count"></fb:like></span>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.asamedia.org/2011/12/%e0%b8%96%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b8%a3%e0%b8%ab%e0%b8%b1%e0%b8%aa-3-%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5-%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b8%b5-%e0%b8%a1/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>สหประชาชาติ &#8216;เชิดชู&#8217; &#8216;โครงการดอยตุง&#8217; โมเดลพัฒนาของโลก(1)</title>
		<link>http://www.asamedia.org/2011/09/%e0%b8%aa%e0%b8%ab%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%b4-%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%8a%e0%b8%b9-%e0%b9%82%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%87/</link>
		<comments>http://www.asamedia.org/2011/09/%e0%b8%aa%e0%b8%ab%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%b4-%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%8a%e0%b8%b9-%e0%b9%82%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%87/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 30 Sep 2011 06:35:50 +0000</pubDate>
		<dc:creator>pimai</dc:creator>
				<category><![CDATA[Features]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการ]]></category>
		<category><![CDATA[กาแฟดอยตุง]]></category>
		<category><![CDATA[กิจกรรมทางเศรษฐกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[ต้นแบบการพัฒนา]]></category>
		<category><![CDATA[มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง]]></category>
		<category><![CDATA[สหประชาชาติ]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการดอยตุง]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการสมเด็จย่า]]></category>
		<category><![CDATA[โมเดลการพัฒนา]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.asamedia.org/?p=26031</guid>
		<description><![CDATA[“โครงการพัฒนาดอยตุง เป็นตัวอย่างที่ดีของการพัฒนากิจกรรมทางเศรษฐกิจต่าง ๆ แทนการปลูกพืชยาเสพติด ไม่ใช่แค่การปลูกพืชทดแทน เรากำลังพูดถึงการพัฒนาทางเลือกที่หลากหลายในการดำรงชีวิตที่ทำได้จริง ไม่ได้พูดถึงแค่การปลูกพืชอย่างใดอย่างหนึ่งทดแทนเท่านั้น” ดร.อันโทนิโอ มารีอา คอสต้า รองเลขาธิการสหประชาชาติ และ ผอ.บริหารสำนักงานควบคุมยาเสพติดและป้องกันอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ กล่าวในการประชุมคณะกรรมาธิการด้านยาเสพติดแห่งสหประชาชาติ ครั้งที่ 51 ที่ผ่านมา ณ กรุงเวียนนา ออสเตรีย แสดงให้เห็นว่า โครงการนี้ไม่ได้เป็นที่ยอมรับแค่ในประเทศเท่านั้น แต่เป็นการยอมรับในระดับโลกด้วย ทำให้แต่ละปีมูลนิธิแม่ฟ้าหลวง องค์กรแม่ของโครงการดอยตุง ต้องต้อนรับคณะนักศึกษาที่มาดูงานถึงปีละกว่า 700 คณะ 6 หมื่นกว่าคน โดยเฉพาะ 3-4 ปีที่ผ่านมา มีนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยชั้นนำของโลก เช่น นิวยอร์กยูนิเวอร์ซิตี้ ฮาร์เวิร์ด โคลัมเบีย รวมทั้ง จุฬาฯ, ธรรมศาสตร์, มหิดล ฯลฯ หลั่งไหลเข้ามาเรียนรู้การทำงานของโครงการดอยตุงด้วยสายตาตนเอง จนหลายคนมีโลกทัศน์เปลี่ยนไปจากหน้ามือเป็นหลังมือ “เพราะโครงการพัฒนาดอยตุงเป็นต้นแบบที่มีการพัฒนาอย่างบูรณาการ ไม่ได้ทำเป็นแท่ง ๆ แต่นำทุกหน่วยงานมาร้อยเรียงกัน จึงทำสำเร็จและแตกต่างจากคนอื่น คำว่าบูรณาการของมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงยังหมายถึงการพัฒนาคุณภาพชีวิตทั้งด้านเศรษฐกิจและสังคมของคนในพื้นที่หมื่นกว่าคนบนดอยตุง” ม.ร.ว.ดิศนัดดา ดิศกุล ประธานกรรมการมูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์กล่าว [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<span class="fb_share"><fb:like href="http://www.asamedia.org/2011/09/%e0%b8%aa%e0%b8%ab%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%b4-%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%8a%e0%b8%b9-%e0%b9%82%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%87/" layout="button_count"></fb:like></span><p><a class="highslide" onclick="return vz.expand(this)" href="http://www.asamedia.org/wp-content/uploads/t01.jpg"><img class="alignleft size-full wp-image-26032" title="t01" src="http://www.asamedia.org/wp-content/uploads/t01.jpg" alt="" width="300" height="225" /></a></p>
<p>“โครงการพัฒนาดอยตุง เป็นตัวอย่างที่ดีของการพัฒนากิจกรรมทางเศรษฐกิจต่าง ๆ แทนการปลูกพืชยาเสพติด ไม่ใช่แค่การปลูกพืชทดแทน เรากำลังพูดถึงการพัฒนาทาง<span id="more-26031"></span>เลือกที่หลากหลายในการดำรงชีวิตที่ทำได้จริง ไม่ได้พูดถึงแค่การปลูกพืชอย่างใดอย่างหนึ่งทดแทนเท่านั้น” ดร.อันโทนิโอ มารีอา คอสต้า รองเลขาธิการสหประชาชาติ และ ผอ.บริหารสำนักงานควบคุมยาเสพติดและป้องกันอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ กล่าวในการประชุมคณะกรรมาธิการด้านยาเสพติดแห่งสหประชาชาติ ครั้งที่ 51 ที่ผ่านมา ณ กรุงเวียนนา ออสเตรีย</p>
<p>แสดงให้เห็นว่า โครงการนี้ไม่ได้เป็นที่ยอมรับแค่ในประเทศเท่านั้น แต่เป็นการยอมรับในระดับโลกด้วย ทำให้แต่ละปีมูลนิธิแม่ฟ้าหลวง องค์กรแม่ของโครงการดอยตุง ต้องต้อนรับคณะนักศึกษาที่มาดูงานถึงปีละกว่า 700 คณะ 6 หมื่นกว่าคน โดยเฉพาะ 3-4 ปีที่ผ่านมา มีนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยชั้นนำของโลก เช่น นิวยอร์กยูนิเวอร์ซิตี้ ฮาร์เวิร์ด โคลัมเบีย รวมทั้ง จุฬาฯ, ธรรมศาสตร์, มหิดล ฯลฯ หลั่งไหลเข้ามาเรียนรู้การทำงานของโครงการดอยตุงด้วยสายตาตนเอง จนหลายคนมีโลกทัศน์เปลี่ยนไปจากหน้ามือเป็นหลังมือ</p>
<p>“เพราะโครงการพัฒนาดอยตุงเป็นต้นแบบที่มีการพัฒนาอย่างบูรณาการ ไม่ได้ทำเป็นแท่ง ๆ แต่นำทุกหน่วยงานมาร้อยเรียงกัน จึงทำสำเร็จและแตกต่างจากคนอื่น คำว่าบูรณาการของมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงยังหมายถึงการพัฒนาคุณภาพชีวิตทั้งด้านเศรษฐกิจและสังคมของคนในพื้นที่หมื่นกว่าคนบนดอยตุง” ม.ร.ว.ดิศนัดดา ดิศกุล ประธานกรรมการมูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์กล่าว</p>
<p>นับแต่โครงการดอยตุงได้ก่อกำเนิดขึ้นจากพระราชดำริของ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี สมเด็จย่า ของคนไทย เมื่อเกือบ 30 ปีที่แล้ว ด้วยทรงสังเกตเห็นว่าชาวไทยภูเขาเผ่าต่าง ๆ ที่ทรงเสด็จฯ ไปเยี่ยมเยียนมีชีวิตยากลำบาก ทั้งหมดมาจากความไม่รู้และความยากจนแร้นแค้น ชาวบ้านมักทำไร่เลื่อนลอยย้ายที่ปลูกพืชไปเรื่อย ๆ ทำให้ป่าหมดไป พอป่าหมดก็ไม่มีน้ำ ไม่มีน้ำก็ปลูกพืชไม่ขึ้น หรือถึงปลูกพืชได้ก็ไม่มีถนนจะไปอีก ไม่รู้จะขายอะไร ก็ต้องปลูกฝิ่นในที่สุด ขายฝิ่นง่ายกว่าเพราะมีคนไปซื้อถึงที่</p>
<p>“เงินที่ขายฝิ่นได้ไม่ได้ทำให้รวยอย่างที่เราเข้าใจ แต่เขาซื้อข้าวกินได้  6-7 เดือนเท่านั้น นี่ทำให้ชีวิตเขาแร้นแค้นมาก วัน ๆ หนึ่งไม่ต้องคิดอะไร แค่คิดว่าจะกินอะไรจะดีกว่า สมเด็จย่า จึงรับสั่งว่า ต้องช่วยเขาให้ช่วยตัวเองได้ นี่เป็นจุดที่ทำให้เรารู้ว่าเป็นจุดรอด คือทำยังไงให้รอดพ้น เอาโครงการเข้าไป ปลูกต้นไม้ ปลูกกาแฟ แมคคาเดเมีย ทอผ้า ทำสวนเพิ่มมูลค่า ปลูกดอกไม้สวย ๆ เอาไปขายได้ 10 บาท แต่ถ้าเอามาลงสวน คนเวียนกันมาดูหลายรอบ ทำให้คุ้มค่ากว่า มีรายได้เพิ่ม เมื่อมีรายได้ก็ซื้อของกินได้ ตอนที่เขาไม่มีอะไรเลยเขาต้องกู้มากิน เมื่อมี เขาไม่ต้องกู้ ไม่ต้องค้ายา ไม่ต้องขายลูกสาวกิน เฟสแรกที่ทำให้เขารอดใช้เวลา 6 ปี เฟส 2 หรือกลางน้ำให้พอมีพออยู่ ใช้หนี้ได้ มีบ้าน มีทีวี ผ่อนมอเตอร์ไซค์ได้ จนมีอาชีพยั่งยืน มีเงินส่งลูกเรียน รวม 15 ปี” คุณหญิงพวงร้อย ดิศกุล ณ อยุธยา ผอ.โครงการพัฒนาดอยตุง กล่าวถึงแนวทางปฏิบัติที่ สมเด็จย่า ได้ทรงมอบไว้เป็นมรดกในการทำโครงการดอยตุง จนกลายเป็นแบบอย่างพัฒนาที่นานาชาติให้การรับรอง</p>
<p>จากจุดเริ่มต้นมาถึงตอนนี้ โครงการพัฒนาดอยตุงฯ มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ได้พัฒนาส่งเสริมธุรกิจให้ประชาชน 4 ประเภทด้วยกัน คือ 1. ธุรกิจกาแฟ ภายใต้แบรนด์ ดอยตุง มีร้านทั้งหมด 25 สาขา กรุงเทพฯ เชียงใหม่ เชียงราย และแมคคาเดเมียดอยตุง 2. งานหัตกรรม ภายใต้ร้านดอยตุงไลฟ์สไตล์ มีผลิตภัณฑ์กระดาษสา เครื่องแต่งบ้าน พรม ช่วงเศรษฐกิจตกต่ำเกิดผลกระทบบ้าง แต่ไปดีที่ตลาดต่างประเทศ ใช้วัตถุดิบพวกฝ้าย กก เป็นของทำเองหมด 3. ธุรกิจท่องเที่ยว มีที่พักบนดอยตุง มีที่พักจำนวน 80 ห้อง คนจะมาเที่ยวสวน ดูพระตำหนัก มีนักท่องเที่ยวปีละประมาณ 1 ล้านคน เป็นที่ที่อากาศดี อาหารสด ที่พักราคาไม่แพง และ 4. ธุรกิจการเกษตร เช่นดอกไม้ พืชผักต่าง ๆ เป็นต้น ธุรกิจทั้ง 4 อย่างทำรายได้ในปีที่ผ่านมา 450 ล้านบาท สามารถเลี้ยงโครงการได้พอควร เพราะมีตลาดรองรับที่ดี</p>
<p>“แต่เราอยากผลักดันให้ดีกว่านี้ ยิ่งธุรกิจไปได้ดี ชาวบ้านที่ร่วมโครงการก็ยิ่งมีรายได้มากขึ้น แต่ไม่ได้มองเรื่องเงินเป็นหลัก สำคัญคือทำยังไงให้ชาวบ้านเลี้ยงตัวเองได้ เราต้องดูความพร้อมของเขาด้วย พร้อมจะทำไหม ค่าแรงก็ให้น้อยไม่ได้ ต้องให้เขาพออยู่ ถือสินค้าเป็นส่วนในการพัฒนาคน ไม่ทำร้ายสิ่งแวดล้อม ไม่ใช้สีที่เป็นพิษ อย่างกาแฟดอยตุง บอกได้เลยตรวจสอบละเอียด ไม่มีเชื้อราไม่มีแบคทีเรียอะไรทั้งสิ้น เนื่องจากเราเป็นโครงการในพระนามสมเด็จย่า ต้องระวังเป็นพิเศษ เป็นศักดิ์ศรี ต้องให้ของที่มีคุณภาพกับผู้บริโภคค่ะ” คุณหญิงพวงร้อยสำทับ</p>
<p>จากความสามารถเชิงช่าง ทำให้ “อีเกีย” เฟอร์นิเจอร์สัญชาติสวีเดนชื่อดัง ก็เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ของดอยตุงเป็นส่วนประกอบในชิ้นงานของตนด้วย และเพื่อพัฒนาช่องทางการตลาด ดอยตุงได้พัฒนาเว็บไซต์เพื่อซื้อขายทางอีคอมเมิร์ซด้วย ใครสนใจดูได้ที่ www.doitung.com เลือกชมเลือกซื้อหาสินค้าที่น่าสนใจได้ นอกจากสวยแล้ว ราคาก็ยุติธรรมด้วย เหนืออื่นใด เป็นการกระจายรายได้ให้คนไทยอีกหลายหมื่นชีวิตที่ร่วมในโครงการนี้</p>
<p>วงจรการเรียนรู้ กำลังขยายขึ้นเรื่อย ๆ ท่ามกลางปัญหาที่รุมเร้าโลกใบนี้มากมาย ไทยเรามีของดีแสนยอดเยี่ยม หนึ่งในนั้นคือ โครงการพัฒนาดอยตุง ของ สมเด็จย่า ที่กำลังกลายเป็นต้นแบบการยกระดับชีวิตความเป็นอยู่ของมนุษยชาติ ให้พึ่งตนเองได้ อย่างยั่งยืน.</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ที่มา : เดลินิวส์</p>
<p>ภาพ : 88DB.com</p>
<span class="fb_share"><fb:like href="http://www.asamedia.org/2011/09/%e0%b8%aa%e0%b8%ab%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%b4-%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%8a%e0%b8%b9-%e0%b9%82%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%87/" layout="button_count"></fb:like></span>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.asamedia.org/2011/09/%e0%b8%aa%e0%b8%ab%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%b4-%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%8a%e0%b8%b9-%e0%b9%82%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%87/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ผ่าตัดแก้ไขความพิการเฉลิมพระเกียรติ 84 พรรษา</title>
		<link>http://www.asamedia.org/2011/09/%e0%b8%9c%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b9%89%e0%b9%84%e0%b8%82%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%89/</link>
		<comments>http://www.asamedia.org/2011/09/%e0%b8%9c%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b9%89%e0%b9%84%e0%b8%82%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%89/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 26 Sep 2011 10:26:31 +0000</pubDate>
		<dc:creator>pimai</dc:creator>
				<category><![CDATA[Features]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการ]]></category>
		<category><![CDATA[ผ่าตัดกะโหลกศีรษะ]]></category>
		<category><![CDATA[เอ็มเทค]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการผ่าตัดแก้ไขความพิการ]]></category>
		<category><![CDATA[โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.asamedia.org/?p=25928</guid>
		<description><![CDATA[เอ็มเทคร่วมกับม.ธรรมศาสตร์ “โครงการผ่าตัดแก้ไขความพิการของกะโหลกศีรษะและใบหน้าให้กับผู้ป่วยยากไร้จำนวน 84 ราย” เฉลิมพระเกียรติ 84 พรรษา เอ็มเทค จับมือ มธ. จัด “โครงการผ่าตัดแก้ไขความพิการของกะโหลกศีรษะและใบหน้าให้กับผู้ป่วยยากไร้จำนวน 84 ราย” เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชในวโรกาสทรงมีพระชนมายุครบ 84 พรรษา และเพื่อฉลองวาระครบรอบ 25 ปี การก่อตั้งศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ และวาระครบรอบ 24 ปี การก่อตั้งโรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ร่วมกับโรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ แถลงข่าวโครงการผ่าตัดแก้ไขความพิการของกะโหลกศีรษะและใบหน้าให้กับผู้ป่วยยากไร้จำนวน 84 ราย ในระยะเวลา 1 ปี โดยผู้ป่วยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย  เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชในวโรกาสทรงเจริญพระชนมายุครบ 84 พรรษา  และฉลองวาระครบรอบ 25 ปี การก่อตั้งศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ และวาระครบรอบ 24 ปี การก่อตั้งโรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ โดยมีรองศาสตราจารย์ ดร.วีระศักดิ์ อุดมกิจเดชา ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ และรองศาสตราจารย์ ดร. กำพล รุจิวิชชญ์ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<span class="fb_share"><fb:like href="http://www.asamedia.org/2011/09/%e0%b8%9c%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b9%89%e0%b9%84%e0%b8%82%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%89/" layout="button_count"></fb:like></span><p><a class="highslide" onclick="return vz.expand(this)" href="http://www.asamedia.org/wp-content/uploads/news_img_410840_1.jpg"><img class="alignnone size-medium wp-image-25930" title="news_img_410840_1" src="http://www.asamedia.org/wp-content/uploads/news_img_410840_1-300x187.jpg" alt="" width="300" height="187" /></a></p>
<p><strong>เอ็มเทคร่วมกับม.ธรรมศาสตร์ “โครงการผ่าตัดแก้ไขความพิการของกะโหลกศีรษะและใบหน้าให้กับผู้ป่วยยากไร้จำนวน 84 ราย” เฉลิมพระเกียรติ 84 พรรษา<span id="more-25928"></span></strong></p>
<p>เอ็มเทค จับมือ มธ. จัด “โครงการ<a href="http://www.bangkokbiznews.com/home/search/?cx=009233870810540600983%3Ahkyg0dlysoo&amp;cof=FORID%3A9&amp;ie=windows-874&amp;q=%BC%E8%D2%B5%D1%B4" target="_blank">ผ่าตัด</a>แก้ไขความพิการของกะโหลกศีรษะและใบหน้าให้กับผู้ป่วยยากไร้จำนวน 84 ราย” เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชในวโรกาสทรงมีพระชนมายุครบ 84 พรรษา และเพื่อฉลองวาระครบรอบ 25 ปี การก่อตั้งศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ และวาระครบรอบ 24 ปี การก่อตั้งโรงพยาบาลธรรมศาสตร์<a href="http://www.bangkokbiznews.com/home/search/?cx=009233870810540600983%3Ahkyg0dlysoo&amp;cof=FORID%3A9&amp;ie=windows-874&amp;q=%E0%A9%C5%D4%C1%BE%C3%D0%E0%A1%D5%C2%C3%B5%D4" target="_blank">เฉลิมพระเกียรติ</a><br />
ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ร่วมกับโรงพยาบาลธรรมศาสตร์<a href="http://www.bangkokbiznews.com/home/search/?cx=009233870810540600983%3Ahkyg0dlysoo&amp;cof=FORID%3A9&amp;ie=windows-874&amp;q=%E0%A9%C5%D4%C1%BE%C3%D0%E0%A1%D5%C2%C3%B5%D4" target="_blank">เฉลิมพระเกียรติ</a> แถลงข่าวโครงการ<a href="http://www.bangkokbiznews.com/home/search/?cx=009233870810540600983%3Ahkyg0dlysoo&amp;cof=FORID%3A9&amp;ie=windows-874&amp;q=%BC%E8%D2%B5%D1%B4" target="_blank">ผ่าตัด</a>แก้ไขความพิการของกะโหลกศีรษะและใบหน้าให้กับผู้ป่วยยากไร้จำนวน 84 ราย ในระยะเวลา 1 ปี</p>
<p>โดยผู้ป่วยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย  เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชในวโรกาสทรงเจริญพระชนมายุครบ 84 พรรษา  และฉลองวาระครบรอบ 25 ปี การก่อตั้งศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ และวาระครบรอบ 24 ปี การก่อตั้งโรงพยาบาลธรรมศาสตร์<a href="http://www.bangkokbiznews.com/home/search/?cx=009233870810540600983%3Ahkyg0dlysoo&amp;cof=FORID%3A9&amp;ie=windows-874&amp;q=%E0%A9%C5%D4%C1%BE%C3%D0%E0%A1%D5%C2%C3%B5%D4" target="_blank">เฉลิมพระเกียรติ</a> โดยมีรองศาสตราจารย์ ดร.วีระศักดิ์ อุดมกิจเดชา ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ และรองศาสตราจารย์ ดร. กำพล รุจิวิชชญ์ รองอธิการบดีฝ่ายบริหารศูนย์รังสิต มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ให้เกียรติเป็นประธานในการแถลงข่าวร่วมกับ รองศาสตราจารย์นายแพทย์ศุภชัย ฐิติอาชากุล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลธรรมศาสตร์<a href="http://www.bangkokbiznews.com/home/search/?cx=009233870810540600983%3Ahkyg0dlysoo&amp;cof=FORID%3A9&amp;ie=windows-874&amp;q=%E0%A9%C5%D4%C1%BE%C3%D0%E0%A1%D5%C2%C3%B5%D4" target="_blank">เฉลิมพระเกียรติ</a> ดร.กฤษณ์ไกรพ์ สิทธิเสรีประทีป และรศ.นพ.ภัทรวิทย์ รักษ์กุล หัวหน้าโครงการวิจัย</p>
<p>รองศาสตราจารย์ ดร.วีระศักดิ์ อุดมกิจเดชา ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ  (เอ็มเทค) กล่าวว่า นับตั้งแต่ปี พ.ศ.2542 เป็นต้นมา การใช้วัสดุฝังในจากเทคโนโลยีการสร้างต้นแบบรวดเร็วได้รับการตอบรับเป็นอย่างดียิ่งจากศัลยแพทย์ไทยในสถานพยาบาลชั้นนำทั่วประเทศ และมีแนวโน้มการใช้งานเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้มีจำนวนผู้ป่วยที่ได้รับการ<a href="http://www.bangkokbiznews.com/home/search/?cx=009233870810540600983%3Ahkyg0dlysoo&amp;cof=FORID%3A9&amp;ie=windows-874&amp;q=%BC%E8%D2%B5%D1%B4" target="_blank">ผ่าตัด</a>ใส่วัสดุฝังในจากเทคโนโลยีนี้แล้วมากกว่า 900 ราย จากสถานพยาบาลกว่า 70 แห่งทั่วประเทศ (นับถึงสิงหาคม พ.ศ.2554)</p>
<p>โดยวัสดุฝังในที่ผลิตขึ้นโดยเอ็มเทคนี้มีมูลค่าอยู่ที่ 10,000–50,000 บาท (ราคาขึ้นอยู่กับขนาดและความซับซ้อนของวัสดุฝังใน) ซึ่งเป็นราคาที่ถูกกว่าชิ้นงานที่สั่งจากต่างประเทศมาก แต่เนื่องจากเทคโนโลยีดังกล่าวเป็นเทคโนโลยีที่ไม่สามารถเบิกจ่ายได้ตามสวัสดิการต่างๆ ของประชาชน จึงทำให้ผู้ป่วยส่วนใหญ่ไม่สามารถเข้าถึงการใช้วัสดุฝังในจากเทคโนโลยีต้นแบบรวดเร็วทางการแพทย์ได้ ทำให้เทคโนโลยีถูกจำกัดเฉพาะในผู้ป่วยที่มีรายได้สูงเท่านั้น</p>
<p>ดังนั้นเพื่อให้ผู้ป่วยที่ยากไร้ได้มีโอกาสมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นและทัดเทียมกับผู้ป่วยอื่น เอ็มเทคจึงร่วมกับคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และโรงพยาบาลธรรมศาสตร์<a href="http://www.bangkokbiznews.com/home/search/?cx=009233870810540600983%3Ahkyg0dlysoo&amp;cof=FORID%3A9&amp;ie=windows-874&amp;q=%E0%A9%C5%D4%C1%BE%C3%D0%E0%A1%D5%C2%C3%B5%D4" target="_blank">เฉลิมพระเกียรติ</a> จัดทำโครงการ<a href="http://www.bangkokbiznews.com/home/search/?cx=009233870810540600983%3Ahkyg0dlysoo&amp;cof=FORID%3A9&amp;ie=windows-874&amp;q=%BC%E8%D2%B5%D1%B4" target="_blank">ผ่าตัด</a>แก้ไขความพิการของกะโหลกศีรษะและใบหน้าให้กับผู้ป่วยยากไร้จำนวน 84 ราย ในระยะเวลา 1 ปี โดยผู้ป่วยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย  เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชในวโรกาสทรงเจริญพระชนมายุครบ 84 พรรษา  และฉลองวาระครบรอบ 25 ปี การก่อตั้งศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ และวาระครบรอบ 24 ปี การก่อตั้งโรงพยาบาลธรรมศาสตร์<a href="http://www.bangkokbiznews.com/home/search/?cx=009233870810540600983%3Ahkyg0dlysoo&amp;cof=FORID%3A9&amp;ie=windows-874&amp;q=%E0%A9%C5%D4%C1%BE%C3%D0%E0%A1%D5%C2%C3%B5%D4" target="_blank">เฉลิมพระเกียรติ</a> ในปี พ.ศ. 2554</p>
<p>ด้าน ดร.กฤษณ์ไกรพ์ สิทธิเสรีประทีป หัวหน้าโครงการวิจัย ฯ เอ็มเทค กล่าวว่าในปี พ.ศ. 2542      เอ็มเทคได้ริเริ่มงานวิจัยและพัฒนาการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีต้นแบบรวดเร็วในทางการแพทย์ ร่วมกับสถาบันทางการแพทย์ชั้นนำในประเทศหลายแห่ง จนสามารถขึ้นรูปหุ่นจำลองทางการแพทย์ 3 มิติ (Medical Models) เครื่องมือช่วยในการ<a href="http://www.bangkokbiznews.com/home/search/?cx=009233870810540600983%3Ahkyg0dlysoo&amp;cof=FORID%3A9&amp;ie=windows-874&amp;q=%BC%E8%D2%B5%D1%B4" target="_blank">ผ่าตัด</a>เฉพาะบุคคล (Customized Surgical Tools) และวัสดุฝังในเฉพาะบุคคล (Customized Implants) ของอวัยวะต่างๆ ของผู้ป่วย เพื่อนำมาใช้ในการวินิจฉัย วางแผนการ<a href="http://www.bangkokbiznews.com/home/search/?cx=009233870810540600983%3Ahkyg0dlysoo&amp;cof=FORID%3A9&amp;ie=windows-874&amp;q=%BC%E8%D2%B5%D1%B4" target="_blank">ผ่าตัด</a> และทดแทนอวัยวะที่เสียหาย/สูญเสียได้โดยอาศัยข้อมูลจากเครื่อง CT scan ของผู้ป่วยเป็นพื้นฐานในการออกแบบ</p>
<p>จุดเด่นของการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีนี้คือ สามารถสร้างชิ้นงานได้ล่วงหน้าก่อนการ<a href="http://www.bangkokbiznews.com/home/search/?cx=009233870810540600983%3Ahkyg0dlysoo&amp;cof=FORID%3A9&amp;ie=windows-874&amp;q=%BC%E8%D2%B5%D1%B4" target="_blank">ผ่าตัด</a> ชิ้นงานมีความสวยงาม และรูปทรงพอดีกับสรีระของผู้ป่วยแต่ละบุคคล ทำให้เพิ่มประสิทธิภาพและความปลอดภัยในการรักษาผู้ป่วย กล่าวคือทำให้ระยะเวลาการ<a href="http://www.bangkokbiznews.com/home/search/?cx=009233870810540600983%3Ahkyg0dlysoo&amp;cof=FORID%3A9&amp;ie=windows-874&amp;q=%BC%E8%D2%B5%D1%B4" target="_blank">ผ่าตัด</a>และการดมยาสลบลดลง จึงลดความเสี่ยงของผู้ป่วยในการติดเชื้อลงได้ ผลการ<a href="http://www.bangkokbiznews.com/home/search/?cx=009233870810540600983%3Ahkyg0dlysoo&amp;cof=FORID%3A9&amp;ie=windows-874&amp;q=%BC%E8%D2%B5%D1%B4" target="_blank">ผ่าตัด</a>มีความสวยงามมากขึ้น มีความสมดุลกับโครงสร้างกะโหลกศีรษะของแต่ละบุคคล คนไข้ฟื้นตัวได้เร็ว และใช้ระยะเวลาพักฟื้นในโรงพยาบาลน้อยลง เป็นการลดค่าใช้จ่ายทั้งต่อตัวผู้ป่วยและโรงพยาบาล อีกทั้งศัลยแพทย์สามารถลดขั้นตอนการปั้นแต่งกะโหลกศีรษะเทียมด้วยมือ (วิธีดั้งเดิม) ที่สามารถกระทำในห้อง<a href="http://www.bangkokbiznews.com/home/search/?cx=009233870810540600983%3Ahkyg0dlysoo&amp;cof=FORID%3A9&amp;ie=windows-874&amp;q=%BC%E8%D2%B5%D1%B4" target="_blank">ผ่าตัด</a>หลังจากที่เปิดแผล<a href="http://www.bangkokbiznews.com/home/search/?cx=009233870810540600983%3Ahkyg0dlysoo&amp;cof=FORID%3A9&amp;ie=windows-874&amp;q=%BC%E8%D2%B5%D1%B4" target="_blank">ผ่าตัด</a>แล้วเท่านั้น โดยใช้กะโหลกศีรษะเทียมที่เตรียมไว้ล่วงหน้าซึ่งมีขนาดพอดีกับช่องโหว่ของกะโหลกศีรษะมาปลูกถ่ายในคนไข้ได้ทันที</p>
<p>ดร.กฤษณ์ไกรพ์ สิทธิเสรีประทีป ยังกล่าวต่ออีกว่า คุณสมบัติของผู้ป่วยที่จะเข้าร่วมโครงการจะต้องเป็นผู้ป่วยคนไทยที่มีความพิการของกะโหลกศีรษะและใบหน้า มีฐานะยากไร้ ซึ่งไม่สามารถเข้าถึงเทคโนโลยีต้นแบบรวดเร็วทางการแพทย์ ไม่จำกัดถิ่นที่อยู่อาศัย  แต่สามารถเดินทางมา<a href="http://www.bangkokbiznews.com/home/search/?cx=009233870810540600983%3Ahkyg0dlysoo&amp;cof=FORID%3A9&amp;ie=windows-874&amp;q=%BC%E8%D2%B5%D1%B4" target="_blank">ผ่าตัด</a>ได้ที่โรงพยาบาลธรรมศาสตร์<a href="http://www.bangkokbiznews.com/home/search/?cx=009233870810540600983%3Ahkyg0dlysoo&amp;cof=FORID%3A9&amp;ie=windows-874&amp;q=%E0%A9%C5%D4%C1%BE%C3%D0%E0%A1%D5%C2%C3%B5%D4" target="_blank">เฉลิมพระเกียรติ</a>ได้ ไม่ว่าจะเดินทางตัวตนเอง หรือประสานงานส่งตัวผ่านโรงพยาบาลอื่น</p>
<p>ทั้งนี้ การคัดกรองผู้ป่วยยากไร้ โครงการจะให้ทีมบุคลากรของห้องปฏิบัติการต้นแบบรวดเร็วทางการแพทย์ของเอ็มเทค ศัลยแพทย์ และหน่วยสังคมสงเคราะห์ของโรงพยาบาลฯ เป็นผู้ประเมิน สำหรับค่าใช้จ่ายที่ผู้ป่วยจะได้รับการสนับสนุนจากโครงการจะมีค่าวัสดุฝังในจากเทคโนโลยีต้นแบบรวดเร็วทางการแพทย์ และค่าวัสดุสำหรับยึดติดกะโหลกศีรษะเข้ากับวัสดุฝังใน (สนับสนุนโดยศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ), ค่าทำ CT Scan, ค่าห้อง<a href="http://www.bangkokbiznews.com/home/search/?cx=009233870810540600983%3Ahkyg0dlysoo&amp;cof=FORID%3A9&amp;ie=windows-874&amp;q=%BC%E8%D2%B5%D1%B4" target="_blank">ผ่าตัด</a>, ค่าศัลยแพทย์, ค่ายาและเวชภัณฑ์ และค่าห้องพักฟื้น (สนับสนุนโดยโรงพยาบาลธรรมศาสตร์<a href="http://www.bangkokbiznews.com/home/search/?cx=009233870810540600983%3Ahkyg0dlysoo&amp;cof=FORID%3A9&amp;ie=windows-874&amp;q=%E0%A9%C5%D4%C1%BE%C3%D0%E0%A1%D5%C2%C3%B5%D4" target="_blank">เฉลิมพระเกียรติ</a>) จึงกล่าวได้ว่า ผู้ป่วยที่เข้าร่วมโครงการไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ ในการ<a href="http://www.bangkokbiznews.com/home/search/?cx=009233870810540600983%3Ahkyg0dlysoo&amp;cof=FORID%3A9&amp;ie=windows-874&amp;q=%BC%E8%D2%B5%D1%B4" target="_blank">ผ่าตัด</a>รักษา</p>
<p>ผู้ที่สนใจเข้าร่วมโครงการสามารถลงทะเบียนออนไลน์ได้ที่ <a href="http://www.medical-rp.org/">www.medical-rp.org</a>, <a href="http://www.mtec.or.th/">www.mtec.or.th</a> หรือติดต่อ คุณยุพาพร แก้วพรม โทร.             085 834 8460      ; ห้องปฏิบัติการต้นแบบรวดเร็วทางการแพทย์ หน่วยวิจัยวิศวกรรมชีวการแพทย์ ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ โทร.             0 2564 6500       ต่อ 4021, 4026; แผนกผู้ป่วยนอกศัลยกรรม โรงพยาบาลธรรมศาสตร์<a href="http://www.bangkokbiznews.com/home/search/?cx=009233870810540600983%3Ahkyg0dlysoo&amp;cof=FORID%3A9&amp;ie=windows-874&amp;q=%E0%A9%C5%D4%C1%BE%C3%D0%E0%A1%D5%C2%C3%B5%D4" target="_blank">เฉลิมพระเกียรติ</a> โทร. 0 2926 9137-8</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ที่มา : กรุงเทพธุรกิจ</p>
<p>&nbsp;</p>
<span class="fb_share"><fb:like href="http://www.asamedia.org/2011/09/%e0%b8%9c%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b9%89%e0%b9%84%e0%b8%82%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%89/" layout="button_count"></fb:like></span>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.asamedia.org/2011/09/%e0%b8%9c%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b9%89%e0%b9%84%e0%b8%82%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%89/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ปันความรักให้สุนัขจรจัด</title>
		<link>http://www.asamedia.org/2011/09/%e0%b8%9b%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%82%e0%b8%88%e0%b8%a3%e0%b8%88%e0%b8%b1/</link>
		<comments>http://www.asamedia.org/2011/09/%e0%b8%9b%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%82%e0%b8%88%e0%b8%a3%e0%b8%88%e0%b8%b1/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 20 Sep 2011 08:01:51 +0000</pubDate>
		<dc:creator>pimai</dc:creator>
				<category><![CDATA[Features]]></category>
		<category><![CDATA[องค์กร]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการ]]></category>
		<category><![CDATA[Dog Rally]]></category>
		<category><![CDATA[พญ.มนทิรา ทองสาริ]]></category>
		<category><![CDATA[ศูนย์ควบคุมสุนัขกรุงเทพมหานคร]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร]]></category>
		<category><![CDATA[เครือข่ายคนรักน้องหมา ในพระอุปถัมภ์พระองค์ภา]]></category>
		<category><![CDATA[แก้ปัญหาสุนัขจรจัด]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.asamedia.org/?p=25731</guid>
		<description><![CDATA[&#160; 7 แนวทางใหม่แก้ไขปัญหาสุนัขจรจัดของ กทม. หลังได้รับพระกรุณาธิคุณจากการทรงตั้ง &#8216;เครือข่ายคนรักน้องหมา ในพระอุปถัมภ์พระองค์ภา&#8217;  กรุงเทพมหานคร โดยสำนักอนามัย ได้ขอความร่วมมือสำนักงานสถิติแห่งชาติสำรวจเมื่อเดือนกันยายน 2553 พบว่ามี สุนัขเลี้ยง ในกรุงเทพฯ ประมาณ 600,000 ตัว และมีสุนัขจรจัด โดยประมาณ 100,000 ตัว พญ.มนทิรา ทองสาริ ผู้อำนวยการ สำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร กล่าว แต่ทั้งสุนัขเลี้ยงและสุนัขจรจัดก็กลายมาเป็นปัญหาทำให้คนในสังคมห่วงใยไม่น้อย ห่วงใยทั้งคุณภาพชีวิตสุนัขและสวัสดิภาพตนเอง เนื่องจาก บางครั้งเจ้าของไม่ได้ฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าให้ &#8216;สุนัขเลี้ยง&#8217; สม่ำเสมอและไม่ได้ทำหมัน ทำให้มีรายงานผู้เสียชีวิตด้วย &#8216;โรคพิษสุนัขบ้า&#8217; ระหว่างเดือนมกราคม-มิถุนายนปีที่แล้ว 6 ราย หรือเฉลี่ยเดือนละหนึ่งราย ซึ่งถือว่าน่าเป็นห่วง เพราะหมายความว่าได้มีการแพร่เชื้อพิษสุนัขบ้าจากสัตว์มาสู่คน พญ.มนทิรา กล่าวและว่า ขณะเดียวกัน การไม่ทำหมัน &#8216;สุนัขเลี้ยง&#8217; ก็เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้จำนวน &#8216;สุนัขจรจัด&#8216; เพิ่มมากขึ้น เมื่อ &#8216;เจ้าของสุนัข&#8217; เลี้ยงสุนัขที่เกิดใหม่ไม่ไหว ก็มักนำไปปล่อยตามสถานที่ต่างๆ กลายเป็นสุนัขจรจัดและออกลูกออกหลานตามมาอีกมากมาย &#160; &#160; ที่กลายเป็นปัญหาอีกลักษณะหนึ่งก็คือ กลุ่มคนรักสุนัข-ผู้ใจบุญ เช่น การเก็บสุนัขจรจัดมาเลี้ยงในบ้านตัวเองหลายสิบตัว บางวัดเลี้ยงสุนัขที่คนนำมาปล่อยเป็นร้อยตัว บางคนไม่ได้นำสุนัขเข้าบ้าน [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<span class="fb_share"><fb:like href="http://www.asamedia.org/2011/09/%e0%b8%9b%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%82%e0%b8%88%e0%b8%a3%e0%b8%88%e0%b8%b1/" layout="button_count"></fb:like></span><p>&nbsp;</p>
<p><strong>7 แนวทางใหม่แก้ไขปัญหาสุนัขจรจัดของ กทม. หลังได้รับพระกรุณาธิคุณจากการทรงตั้ง &#8216;เครือข่ายคนรักน้องหมา ในพระอุปถัมภ์พระองค์ภา&#8217;</strong></p>
<p><a class="highslide" onclick="return vz.expand(this)" href="http://www.asamedia.org/wp-content/uploads/news_img_409835_5.jpg"><img class="alignright size-medium wp-image-25740" title="พญ.มนทิรา ทองสาริ" src="http://www.asamedia.org/wp-content/uploads/news_img_409835_5-219x300.jpg" alt="" width="219" height="300" /></a> กรุงเทพมหานคร โดยสำนักอนามัย ได้ขอความร่วมมือสำนักงานสถิติแห่งชาติสำรวจเมื่อเดือนกันยายน 2553 พบว่า<span id="more-25731"></span>มี <strong>สุนัขเลี้ยง</strong> ในกรุงเทพฯ ประมาณ 600,000 ตัว และมี<strong><a href="http://www.bangkokbiznews.com/home/search/?cx=009233870810540600983%3Ahkyg0dlysoo&amp;cof=FORID%3A9&amp;ie=windows-874&amp;q=%CA%D8%B9%D1%A2%A8%C3%A8%D1%B4" target="_blank">สุนัขจรจัด</a></strong> โดยประมาณ 100,000 ตัว <strong>พญ.มนทิรา ทองสาริ</strong> ผู้อำนวยการ สำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร กล่าว<br />
แต่ทั้งสุนัขเลี้ยงและ<a href="http://www.bangkokbiznews.com/home/search/?cx=009233870810540600983%3Ahkyg0dlysoo&amp;cof=FORID%3A9&amp;ie=windows-874&amp;q=%CA%D8%B9%D1%A2%A8%C3%A8%D1%B4" target="_blank">สุนัขจรจัด</a>ก็กลายมาเป็นปัญหาทำให้คนในสังคมห่วงใยไม่น้อย ห่วงใยทั้งคุณภาพชีวิตสุนัขและสวัสดิภาพตนเอง</p>
<p>เนื่องจาก บางครั้งเจ้าของไม่ได้ฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าให้ &#8216;สุนัขเลี้ยง&#8217; สม่ำเสมอและไม่ได้ทำหมัน ทำให้มีรายงานผู้เสียชีวิตด้วย &#8216;โรคพิษสุนัขบ้า&#8217; ระหว่างเดือนมกราคม-มิถุนายนปีที่แล้ว 6 ราย หรือเฉลี่ยเดือนละหนึ่งราย ซึ่งถือว่าน่าเป็นห่วง เพราะหมายความว่าได้มีการแพร่เชื้อพิษสุนัขบ้าจากสัตว์มาสู่คน พญ.มนทิรา กล่าวและว่า ขณะเดียวกัน การไม่ทำหมัน &#8216;สุนัขเลี้ยง&#8217; ก็เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้จำนวน &#8216;<a href="http://www.bangkokbiznews.com/home/search/?cx=009233870810540600983%3Ahkyg0dlysoo&amp;cof=FORID%3A9&amp;ie=windows-874&amp;q=%CA%D8%B9%D1%A2%A8%C3%A8%D1%B4" target="_blank">สุนัขจรจัด</a>&#8216; เพิ่มมากขึ้น เมื่อ &#8216;เจ้าของสุนัข&#8217; เลี้ยงสุนัขที่เกิดใหม่ไม่ไหว ก็มักนำไปปล่อยตามสถานที่ต่างๆ กลายเป็น<a href="http://www.bangkokbiznews.com/home/search/?cx=009233870810540600983%3Ahkyg0dlysoo&amp;cof=FORID%3A9&amp;ie=windows-874&amp;q=%CA%D8%B9%D1%A2%A8%C3%A8%D1%B4" target="_blank">สุนัขจรจัด</a>และออกลูกออกหลานตามมาอีกมากมาย</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><a class="highslide" onclick="return vz.expand(this)" href="http://www.asamedia.org/wp-content/uploads/news_img_409835_1.jpg"><img class="alignnone size-medium wp-image-25734" title="สุนัขซึ่งถูกนำมาทิ้งไว้ภายในวัดแห่งหนึ่ง (ศูนย์ภาพเนชั่น)" src="http://www.asamedia.org/wp-content/uploads/news_img_409835_1-300x225.jpg" alt="" width="300" height="225" /></a></p>
<p>&nbsp;<br />
ที่กลายเป็นปัญหาอีกลักษณะหนึ่งก็คือ <strong>กลุ่มคนรักสุนัข-ผู้ใจบุญ</strong> เช่น การเก็บ<a href="http://www.bangkokbiznews.com/home/search/?cx=009233870810540600983%3Ahkyg0dlysoo&amp;cof=FORID%3A9&amp;ie=windows-874&amp;q=%CA%D8%B9%D1%A2%A8%C3%A8%D1%B4" target="_blank">สุนัขจรจัด</a>มาเลี้ยงในบ้านตัวเองหลายสิบตัว บางวัดเลี้ยงสุนัขที่คนนำมาปล่อยเป็นร้อยตัว บางคนไม่ได้นำสุนัขเข้าบ้าน แต่จะให้อาหารในชุมชน ซึ่งมักเกิดความขัดแย้งภายในชุมชน ก่อเหตุเดือดร้อนรำคาญ เห่าเสียงดัง ไล่กัดผู้คนตามท้องถนน ปล่อยสิ่งปฎิกูล เสี่ยงต่อการแพร่พิษโรคสุนัขบ้า เหล่านี้ล้วนอยู่ในหน้าที่ความรับผิดชอบของ กทม. ที่ต้องดูแลความปลอดภัยของประชาชน และเป็นเหตุให้มีคนเรียก กทม. ไปดำเนินการกับ<a href="http://www.bangkokbiznews.com/home/search/?cx=009233870810540600983%3Ahkyg0dlysoo&amp;cof=FORID%3A9&amp;ie=windows-874&amp;q=%CA%D8%B9%D1%A2%A8%C3%A8%D1%B4" target="_blank">สุนัขจรจัด</a></p>
<p>&nbsp;<br />
กทม. ดำเนินการโดยนำ<a href="http://www.bangkokbiznews.com/home/search/?cx=009233870810540600983%3Ahkyg0dlysoo&amp;cof=FORID%3A9&amp;ie=windows-874&amp;q=%CA%D8%B9%D1%A2%A8%C3%A8%D1%B4" target="_blank">สุนัขจรจัด</a>ไปพักพิงที่ <strong>ศูนย์ควบคุมสุนัขกรุงเทพมหานคร(ประเวศ)</strong> ตั้งอยู่ในเขตประเวศ กรุงเทพฯ และ <strong>ศูนย์ควบคุมสุนัขกรุงเทพมหานคร (อุทัยธานี)</strong> ที่ อ.ทัพทัน จ.อุทัยธานี<br />
เมื่อ<a href="http://www.bangkokbiznews.com/home/search/?cx=009233870810540600983%3Ahkyg0dlysoo&amp;cof=FORID%3A9&amp;ie=windows-874&amp;q=%CA%D8%B9%D1%A2%A8%C3%A8%D1%B4" target="_blank">สุนัขจรจัด</a>ไปถึงศูนย์ควบคุมฯ ประเวศ เจ้าหน้าที่ให้เวลา 3-5 วันเพื่อรอเจ้าของสุนัขมาแสดงตัว จากนั้นสุนัขจะอยู่ในความดูแลของสัตวแพทย์ใช้เวลากักกันเพื่อดูว่ามีโรคหรือไม่เพื่อให้การรักษา สุนัขที่ปลอดโรคจะพักไว้เพื่อเตรียมทำหมันเพื่อป้องกันการเพิ่มจำนวนภายในศูนย์ฯ และฉีดวัคซีน บางตัวที่ดูสวยงามและสามารถฝึกได้จะแยกไปอีกกลุ่มเพื่อคัดเลือกให้ประชาชนรับไปอุปการะ ส่วนที่เหลือจะส่งไปให้อยู่ในความดูแล ฝึกหัด และเลี้ยงดูที่ศูนย์ควบคุมฯ อุทัยธานี จนสิ้นอายุไขของสุนัข ซึ่งรับสุนัขได้ 8,000 ตัว ขณะนี้มีสุนัขที่ต้องดูแลแล้ว 5,500 ตัว</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ศูนย์ควบคุมฯ ประเวศ เปรียบเสมือนด่านแรกในการรับ<a href="http://www.bangkokbiznews.com/home/search/?cx=009233870810540600983%3Ahkyg0dlysoo&amp;cof=FORID%3A9&amp;ie=windows-874&amp;q=%CA%D8%B9%D1%A2%A8%C3%A8%D1%B4" target="_blank">สุนัขจรจัด</a> มีสุนัขหมุนเวียนเป็นจำนวนมาก มีศักยภาพรับสุนัขได้ 1,000 ตัว ขณะนี้มีแล้ว 700-800 ตัว แต่ด้วยความที่พื้นที่ 13 ไร่ที่มีอยู่เป็นที่ลุ่ม ตั้งอยู่แหล่งรับน้ำท่วมของกรุงเทพฯ จึงต้องแก้ปัญหามากมายเกี่ยวกับสวัสดิภาพสุนัขที่เกิดขึ้นพร้อมกับรับผิดชอบงานในหน้าที่ให้ดีที่สุด</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ความทราบถึง <strong>พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา</strong> ทรงมีความห่วงใยในชีวิตความเป็นอยู่ของ &#8216;<a href="http://www.bangkokbiznews.com/home/search/?cx=009233870810540600983%3Ahkyg0dlysoo&amp;cof=FORID%3A9&amp;ie=windows-874&amp;q=%CA%D8%B9%D1%A2%A8%C3%A8%D1%B4" target="_blank">สุนัขจรจัด</a>&#8216; เป็นอย่างมาก ทรงศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมถึงปัญหาและแนวทางแก้ไข และมีพระดำริให้จัดตั้ง <strong>เครือข่ายคนรักน้องหมา ในพระอุปถัมภ์พระองค์ภา</strong> เพื่อให้การช่วยเหลือน้องหมาที่ถูกทอดทิ้งให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เพื่อสนองพระดำริ ในพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิตติยาภา &#8216;เครือข่ายคนรักน้องหมา ในพระอุปถัมภ์พระองค์ภา&#8217; ซึ่งประกอบด้วยกลุ่มผู้รักสัตว์จากหลากหลายองค์กร เช่น กลุ่มห้องสุนัข (พันทิป), กลุ่มนักวิ่ง Punky Runners, ThailandPetRescue และเพื่อนๆ จึงร่วมกับ กรุงเทพมหานคร และภาคเอกชน เช่น เดอะ มอลล์ กรุ๊ป,  ดิ เอ็มโพเรี่ยม ช้อปปิ้ง คอมเพล็กซ์, ไทยน้ำทิพย์ จัดงาน <strong>Emporium Pet-a-Porter 2011 : Dog  Charity by Punky Runners</strong> (เอ็มโพเรี่ยม เพ็ท-อา-ปอร์เตร์ ด็อก แชริตี้ บาย พังกี้  รันเนอร์ส) เมื่อวันที่ 3-4 กันยายนที่ผ่านมา หารายได้จากการจัดกิจกรรมต่างๆ ในงานนี้ โดยนำรายได้ทั้งหมดสมทบทุน &#8216;เครือข่ายคนรักน้องหมา ในพระอุปถัมภ์พระองค์ภา&#8217; เพื่อนำเงินบริจาคไปพัฒนาปรับปรุง &#8216;ศูนย์ควบคุมสุนัขฯ ประเวศ&#8217; ให้มีมาตรฐานและสามารถรองรับจำนวนสุนัขที่เพิ่มขึ้น ตลอดจนเพื่อพัฒนาสภาพความเป็นอยู่ของสุนัขให้ดีขึ้น ฟื้นฟูรักษาพยาบาลสุนัขที่เจ็บป่วย-ได้รับบาดเจ็บและพิการให้มีสุขอนามัยที่ดี พร้อมทั้งแก้ไขปัญหา<a href="http://www.bangkokbiznews.com/home/search/?cx=009233870810540600983%3Ahkyg0dlysoo&amp;cof=FORID%3A9&amp;ie=windows-874&amp;q=%CA%D8%B9%D1%A2%A8%C3%A8%D1%B4" target="_blank">สุนัขจรจัด</a>และสัตว์เลี้ยงถูกทอดทิ้งอย่างยั่งยืน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&#8220;กิจกรรมที่เราจัดปีนี้ถือเป็นความพิเศษอย่างยิ่ง โดยได้รับพระกรุณาธิคุณจากพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา เสด็จเป็นองค์ประธานเปิดงานวันที่ 3 กันยายน&#8221; <strong>มนาเทศ อันนวัฒน์</strong> ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายส่งเสริมการตลาด สยามพารากอน กล่าวและว่า กิจกรรมหลักที่น่าตื่นเต้นในคราวนี้คือ  <strong>Run For Dogs</strong> วิ่งการกุศลเพื่อสุนัข ณ อุทยานสวนเบญจสิริ นอกจากชิงถ้วยประทานพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา ยังเป็น &#8216;การวิ่งสะสมอาหารสุนัข&#8217; เพื่อบริจาคให้กับโครงการฯ โดยภายในระยะเวลา 1 ชั่วโมง การวิ่งทุก 1 รอบอุทยานเบญจสิริ (800 เมตร) จะได้ร่วมบริจาคอาหารสุนัขจำนวน 1 กิโลกรัม</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมที่สุนัขวิ่งเพื่อสุนัข คือ <strong>Dog Rally</strong> เป็นเหมือนสนามทดสอบสมรรถภาพสุนัข ไหวพริบปฎิภาณต่างๆ โดยมี คุณใจเพชร สุนัขทรงเลี้ยงในพระองค์ภาฯ นำทีมเปิดฐานและปล่อยสุนัขตัวอื่นๆ ร่วมทดสอบความรู้และเล่นเกมส์</p>
<p><a class="highslide" onclick="return vz.expand(this)" href="http://www.asamedia.org/wp-content/uploads/news_img_409835_2.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-25738" title="สุนัขทรงเลี้ยงในพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา ร่วมเดินแฟชั่นโชว์ในงาน 'เอ็มโพเรี่ยม เพ็ท-อา-ปอร์เตร์ ด็อก แชริตี้ บาย พังกี้ รันเนอร์ส' หาทุนช่วยปรับปรุงคุณภาพสุนัขจรจัดใน ศูนย์ควบคุมสุนัขกรุงเทพมหานคร(ประเวศ)" src="http://www.asamedia.org/wp-content/uploads/news_img_409835_2-300x192.jpg" alt="" width="300" height="192" /></a></p>
<p>&#8220;อีกหนึ่งกิจกรรมในงานนี้ที่เป็นหัวใจของเพ็ท-อา-ปอร์เตร์ คือแฟชั่นโชว์ ปีนี้สิ่งที่แปลกขึ้นหน่อยคือกระแสการสวมหมวก เราเลยทำ Dog Hat Show&#8221; มนาเทศ กล่าวและว่า แสดงแบบโดย <strong>สุนัขทรงเลี้ยง 12  สุนัข</strong> ในพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา ร่วมด้วยสุนัขของดาราและเซเลบ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา ยังทรงประทานพระอนุญาตให้นำภาพ <strong>คุณเพชรเสือ</strong> สุนัขทรงเลี้ยงในพระองค์ภา พิมพ์ลงบนเสื้อยืด จำหน่ายราคาตัวละ 350 บาท เพื่อหารายได้ช่วยเหลือ<a href="http://www.bangkokbiznews.com/home/search/?cx=009233870810540600983%3Ahkyg0dlysoo&amp;cof=FORID%3A9&amp;ie=windows-874&amp;q=%CA%D8%B9%D1%A2%A8%C3%A8%D1%B4" target="_blank">สุนัขจรจัด</a>อีกทาง ผู้สนใจร่วมสมทบทุน ยังหาซื้อได้ที่ ดิ เอ็มโพเรี่ยม พารากอน และเดอะมอลล์ทุกสาขา ถึงวันที่ 31 ตุลาคมนี้</p>
<p><a class="highslide" onclick="return vz.expand(this)" href="http://www.asamedia.org/wp-content/uploads/news_img_409835_4.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-25739" title="แฟชั่นโชว์ Dog Hat Show" src="http://www.asamedia.org/wp-content/uploads/news_img_409835_4-300x224.jpg" alt="" width="300" height="224" /></a><br />
พญ.มนทิรา ทองสาริ กล่าวว่า แนวทางดำเนินงานของสำนักอนามัย กทม. หลังได้รับพระกรุณาธิคุณจาก พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา ทรงตั้งโครงการ &#8216;เครือข่ายคนรักน้องหมา ในพระอุปถัมภ์พระองค์ภา&#8217; เพื่อช่วยปรับปรุงศูนย์ควบคุมฯ ประเวศ มีด้วยกัน 7 แนวทาง</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เริ่มจาก <strong>1.การจดทะเบียนสุนัข</strong> ส่งเสริมให้เจ้าของสุนัขใส่ใจกับสุนัขเลี้ยงของตนมากขึ้นด้วยการขอให้นำสุนัขมาฉีดไมโครชิพและทำประวัติไว้กับ กทม. เมื่อฉีดไมโครชิพแล้ว กทม. จะออก &#8216;บัตรประจำตัวสุนัข&#8217; ให้ ข้อดีคือหากสุนัขสูญหาย ถูกขโมย พลัดหลงออกจากบ้าน แล้วมีผู้พบเจอสุนัข เมื่อนำสุนัขมาส่องชิพจะทราบทันทีว่าจะติดต่อคืนเจ้าของที่บ้านไหน</p>
<p>“กรณีจับแก๊งค้าสุนัขที่นครพนม บางตัวมีชิพที่จดทะเบียนอยู่กับเราด้วย นั่นคือสุนัขถูกขโมยไป” พญ.มนทิรา กล่าว<br />
เจ้าของสุนัขสามารถนำสุนัขไปฉีดไมโครชิพกับ กทม. ได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย แต่อาจต้องรอจังหวะบ้างหากจำนวนชิพเดิมหมดและอยู่ในช่วงการประมูลซื้อชิพใหม่ เจ้าของสุนัขที่สามารถรับผิดชอบค่าใช้จ่ายสามารถนำสุนัขตัวโปรดไปฉีดชิพได้เองที่คลินิกเอกชน มีค่าใช้จ่ายราว 300 บาท กทม.ได้ประสานกับคลินิกเอกชนไว้เรียบร้อยแล้วในเรื่องการส่งข้อมูลเกี่ยวกับสุนัขกลับไปที่กทม. เพราะ &#8216;บัตรประจำตัวสุนัข&#8217; จะต้องออกให้โดยกทม.</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>2<strong>.การทำหมันและฉีดวัคซีน</strong> เพื่อป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าต้องนำสุนัขไปฉีดวัคซีนปีละหนึ่งครั้ง แผนงานที่กทม.ทำอยู่ขณะนี้คือการรณรงค์ฉีดวัคซีน นำสัตวแพทย์ออกฉีดวัคซีน 50 เขตทั่วกรุงเทพฯ พร้อมกันในสัปดาห์เดียว เพื่อป้องกันพร้อมกันทั่วทุกเขต ส่วนเวลาปกติพญ.มนทิรา บอกว่า ศูนย์บริการสาธารณสุขให้บริการฉีดวัคซีนฟรีทุกบ่ายวันศุกร์อยู่แล้ว หากมีสุนัขเกิน 10 ตัวเรียกไปฉีดถึงที่ได้เลย และถ้าเลี้ยงสุนัขแล้วรู้ตัวว่ามีความสามารถเลี้ยงสุนัขได้เพียงตัวเดียว ควรนำสุนัขไปทำหมันเพื่อลดอัตราการเกิดใหม่ของสุนัขที่ต้องรับผิดชอบ สุนัขบ้านมีอายุไขเฉลี่ยราว 7-8 ปี กทม.เคยคำนวณแล้วพบว่า แค่การเลี้ยงสุนัขพันธุ์เล็กและเลี้ยงแบบสมถะ ผู้เลี้ยงต้องใช้เงินราว 200,000 บาทตลอดอายุไขของสุนัข ด้วยเหตุนี้เมื่อสุนัขตัวโปรดออกลูกออกหลานมาเรื่อยๆ ค่าใช้จ่ายย่อมเพิ่มขึ้น แรกๆ อาจไม่รู้สึก แต่นานวันเมื่อค่าใช้จ่ายรัดตัวขึ้น คนส่วนใหญ่ก็มักนำสุนัขรุ่นลูกไปปล่อยตามสถานที่ต่างๆ เป็นสาเหตุของปัญหา<a href="http://www.bangkokbiznews.com/home/search/?cx=009233870810540600983%3Ahkyg0dlysoo&amp;cof=FORID%3A9&amp;ie=windows-874&amp;q=%CA%D8%B9%D1%A2%A8%C3%A8%D1%B4" target="_blank">สุนัขจรจัด</a></p>
<p>&nbsp;<br />
<strong>3.ปรับปรุงสถานที่พักพิงสุนัข</strong> โดยจะพัฒนา ศูนย์ควบคุมสุนัขกรุงเทพมหานคร(ประเวศ) และ ศูนย์ควบคุมสุนัขกรุงเทพมหานคร (อุทัยธานี) ให้สามารถรองรับสุนัขได้อย่างเหมาะสม ขณะนี้กำลังอยู่ในระหว่างการเขียนแบบ อีกส่วนที่กำลังดำเนินการคือการขึ้นทะเบียนเป็น <strong>สถานพักพิงสุนัขชุมชน</strong> โดยเชิญชวน &#8216;กลุ่มคนรักสุนัข-ผู้ใจบุญ&#8217; ที่เลี้ยงสุนัขในบ้านเป็นจำนวนมากๆ มาขึ้นทะเบียนกับกทม. โดยมีหลักเกณฑ์ว่าต้องไม่เลี้ยงเพิ่ม โดยกทม.จะจัดส่งเจ้าหน้าที่ไปทำหมันและฉีดวัคซีนให้สม่ำเสมอ เข้าไปปรับปรุงด้านกายภาพการเลี้ยงให้ดูสะอาดให้สุนัขเหล่านี้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดี ขณะนี้ดำเนินการแล้ว 15 แห่ง และมีมารอ กทม. เข้าไปปรับปรุงอีกหลายสิบแห่ง เท่ากับมีส่วนช่วยแบ่งเบาการทำงานที่ศูนย์ควบคุมฯ ทั้งสองแห่งของกทม.ได้ด้วย</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong> 4.ส่งเสริมการอุปการะสุนัข</strong> ให้ประชาชนช่วยมาทำบุญกับสุนัขที่ถูกทอดทิ้งที่ศูนย์ฯ ประเวศและทัพทัน ส่งเสริมให้ประชาชนมารับไปเลี้ยงเป็นสุนัขบ้าน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>5.สร้างสวนสุนัข</strong> หรือ Dog Park ให้สุนัขและเจ้าของได้มีที่ออกกำลังกายร่วมกัน เพื่อพัฒนาความสัมพันธ์ของสุนัขและเจ้าของ ลดการนำสุนัขไปปล่อยให้น้อยลง การสร้างสวนสุนัขเป็นการทำงานร่วมกันระหว่าง กทม.และสำนักสิ่งแวดล้อม กำหนดสถานที่ไว้ที่ใต้ทางด่วนรามอินทรา สร้างเป็นสวนสาธารณสำหรับสุนัข หลักเกณฑ์การใช้สถานที่ เช่น ต้องจดทะเบียนสุนัข สุนัขต้องมีสายจูงและควบคุมได้ สุนัขต้องไม่ดุ เจ้าของต้องรับผิดชอบความสะอาด ฯลฯ กำลังอยู่ในระหว่างดำเนินงาน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>6.ปลูกฝังเรื่องสวัสดิภาพสัตว์ให้เด็กและเยาวชน</strong> โดยเริ่มตั้งแต่การสร้างหลักสูตรการเลี้ยงสุนัขเลี้ยงสัตว์อย่างถูกต้อง ซึ่งจะเป็นการแก้ปัญหา<a href="http://www.bangkokbiznews.com/home/search/?cx=009233870810540600983%3Ahkyg0dlysoo&amp;cof=FORID%3A9&amp;ie=windows-874&amp;q=%CA%D8%B9%D1%A2%A8%C3%A8%D1%B4" target="_blank">สุนัขจรจัด</a>ระยะยาว</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong> 7.การประชาสัมพันธ์</strong> เนื่องจากที่ผ่านมาขาดการสื่อสารสร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง ทำให้คิดกันไปคนละทาง โดย กทม. จะแก้ไขความเดือดร้อนของประชาชนและดูแลสวัสดิภาพสัตว์ไปพร้อมกัน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ที่ผ่านมา <strong>ศูนย์ควบคุมสุนัขกรุงเทพมหานคร(ประเวศ)</strong> จำเป็นต้องรองรับสุนัขจำนวนมาก ประกอบกับไม่ได้รับการก่อสร้างปรับปรุงมาหลายปี จึงทำให้การควบคุมและดูแลสุนัขขาดประสิทธิภาพที่เหมาะสม  แต่ปัจจุบัน <strong>กรุงเทพมหานคร</strong> ได้เร่งรัดและเข้าดำเนินการแก้ไขปรับปรุงให้สามารถรองรับการควบคุมและดูแลสุนัขได้ดียิ่งขึ้นแล้ว และวางเป้าหมายให้ &#8216;ศูนย์ควบคุมฯ (ประเวศ)&#8217; สามารถควบคุมดูแลสุนัขให้ถูกสุขลักษณะอย่างที่สุดเพื่อสนองพระดำริ ในพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิตติยาภา ซึ่งในการปรับปรุงและแก้ไขปัญหาดังกล่าว กรุงเทพมหานครต้องการการสนับสนุนจากทั้งภาคเอกชนและประชาชน ตลอดจนความรักความเข้าใจของผู้เป็นเจ้าของสัตว์เลี้ยง เพื่อประสบผลสำเร็จมากยิ่งขึ้น</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>โดยเฉพาะ &#8216;ความรัก&#8217; ของเจ้าของสัตว์เลี้ยง ต้องรักอย่างถูกวิธี<br />
<strong>หรือเมื่อหมดรักแล้วก็อย่าผลักไส &#8216;เจ้าตูบที่เคยรัก&#8217; ให้กลายเป็น<a href="http://www.bangkokbiznews.com/home/search/?cx=009233870810540600983%3Ahkyg0dlysoo&amp;cof=FORID%3A9&amp;ie=windows-874&amp;q=%CA%D8%B9%D1%A2%A8%C3%A8%D1%B4" target="_blank">สุนัขจรจัด</a>ที่น่าสงสาร</strong></p>
<p>ภาพ : อนันต์ จันทรสูตร์, กุลพันธ์ ศิริพิมพ์อัมพร</p>
<p><strong>หมายเหตุ : ชมภาพมากกว่านี้ได้ที่ fan page เซ็คชั่น กรุงเทพวันอาทิตย์ คลิก facebook.com/sundaybkk</strong></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ที่มา : กรุงเทพธุรกิจ</p>
<p>&nbsp;</p>
<span class="fb_share"><fb:like href="http://www.asamedia.org/2011/09/%e0%b8%9b%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%82%e0%b8%88%e0%b8%a3%e0%b8%88%e0%b8%b1/" layout="button_count"></fb:like></span>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.asamedia.org/2011/09/%e0%b8%9b%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%82%e0%b8%88%e0%b8%a3%e0%b8%88%e0%b8%b1/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>นำขยะอันตรายมาแลกยาสามัญประจำบ้านได้ที่รพ.กทม.ทั้ง 8 แห่ง</title>
		<link>http://www.asamedia.org/2011/09/%e0%b8%99%e0%b8%b3%e0%b8%82%e0%b8%a2%e0%b8%b0%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%81%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a1/</link>
		<comments>http://www.asamedia.org/2011/09/%e0%b8%99%e0%b8%b3%e0%b8%82%e0%b8%a2%e0%b8%b0%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%81%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a1/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 10 Sep 2011 16:11:13 +0000</pubDate>
		<dc:creator>pimai</dc:creator>
				<category><![CDATA[Features]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการ]]></category>
		<category><![CDATA[รณรงค์คัดแยกขยะอันตราย]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการขยะแลกยา]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการตลาดนัดมูลฝอยอันตราย]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการแยกขยะของกทม.]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.asamedia.org/?p=25273</guid>
		<description><![CDATA[&#160; กทม. จัด “ โครงการตลาดนัดมูลฝอยอันตราย ” เพื่อรณรงค์คัดแยกขยะอันตรายออกจากมูลฝอยทั่วไป ตั้งแต่ 15 ก.ย. &#8211; 31 ธ.ค. 54 ร่วมนำขยะอันตรายมาแลกยาสามัญประจำบ้านได้ที่โรงพยาบาลสังกัดกทม.ทั้ง 8 แห่ง (8 ก.ย. 54) เวลา 10.30 น. พญ.มาลินี สุขเวชชวรกิจ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานแถลงข่าว “ โครงการตลาดนัดมูลฝอยอันตราย ” โดยมี นายบรรจง สุขดี ผู้อำนวยการสำนักสิ่งแวดล้อม และนายสราวุฒิ สนธิแก้ว ผู้อำนวยการสำนักการแพทย์ กทม. ร่วมแถลง ณ ห้องรัตนโกสินทร์ กทม. &#160; กรุงเทพมหานคร กำหนดจัด “ โครงการตลาดนัดมูลฝอยอันตราย ” ขึ้น เพื่อรณรงค์ให้เจ้าหน้าที่ ผู้ใช้บริการของโรงพยาบาล สังกัดกรุงเทพหมานคร และประชาชนทั่วไป ที่ยังขาดความรู้ ความเข้าใจ และแรงจูงใจในการคัดแยกขยะอันตรายออกจากมูลฝอยทั่วไป ส่งผลให้การจัดการขยะอันตรายเป็นไปอย่างไม่ถูกต้องและขาดความระมัดระวัง ซึ่งก่อให้เกิดปัญหาต่อสุขภาพของประชาชนและสิ่งแวดล้อม ได้คัดแยกขยะอันตรายได้อย่างถูกวิธี โดยการจัดกิจกรรมให้ผู้สนใจนำขยะอันตรายมาแลกยาสามัญประจำบ้าน ได้ที่โรงพยาบาลในสังกัดกรุงเทพมหานครทั้ง [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<span class="fb_share"><fb:like href="http://www.asamedia.org/2011/09/%e0%b8%99%e0%b8%b3%e0%b8%82%e0%b8%a2%e0%b8%b0%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%81%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a1/" layout="button_count"></fb:like></span><p><a class="highslide" onclick="return vz.expand(this)" href="http://www.asamedia.org/wp-content/uploads/A_1236.jpg"><img class="alignnone size-full wp-image-25282" title="A_1236" src="http://www.asamedia.org/wp-content/uploads/A_1236.jpg" alt="" width="215" height="183" /></a></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>กทม. จัด “ <strong>โครงการตลาดนัดมูลฝอยอันตราย </strong>” เพื่อรณรงค์คัดแยกขยะอันตรายออกจากมูลฝอยทั่วไป ตั้งแต่ 15 ก.ย. &#8211; 31 ธ.ค. 54 ร่วมนำขยะอันตรายมาแลกยาสามัญประจำบ้านได้ที่โรงพยาบาลสังกัดกทม.ทั้ง 8 แห่ง</p>
<p>(8 ก.ย. 54) เวลา 10.30 น. <strong>พญ.มาลินี สุขเวชชวรกิจ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร </strong>เป็นประธานแถลงข่าว “ <strong>โครงการตลาดนัดมูลฝอยอันตราย </strong>” โดยมี นายบรรจง สุขดี ผู้อำนวยการสำนักสิ่งแวดล้อม และนายสราวุฒิ สนธิแก้ว ผู้อำนวยการสำนักการแพทย์ กทม. ร่วมแถลง ณ ห้องรัตนโกสินทร์ กทม.</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><a class="highslide" onclick="return vz.expand(this)" href="http://www.asamedia.org/wp-content/uploads/08-09-54-03.jpg"><img class="alignnone size-medium wp-image-25283" title="08-09-54-03" src="http://www.asamedia.org/wp-content/uploads/08-09-54-03-300x199.jpg" alt="" width="300" height="199" /></a></p>
<p>กรุงเทพมหานคร กำหนดจัด “ โครงการตลาดนัดมูลฝอยอันตราย ” ขึ้น เพื่อรณรงค์ให้เจ้าหน้าที่ ผู้ใช้บริการของโรงพยาบาล สังกัดกรุงเทพหมานคร และประชาชนทั่วไป ที่ยังขาดความรู้ ความเข้าใจ และแรงจูงใจในการคัดแยกขยะอันตรายออกจากมูลฝอยทั่วไป ส่งผลให้การจัดการขยะอันตรายเป็นไปอย่างไม่ถูกต้องและขาดความระมัดระวัง ซึ่งก่อให้เกิดปัญหาต่อสุขภาพของประชาชนและสิ่งแวดล้อม ได้คัดแยกขยะอันตรายได้อย่างถูกวิธี โดยการจัดกิจกรรมให้ผู้สนใจนำขยะอันตรายมาแลกยาสามัญประจำบ้าน ได้ที่โรงพยาบาลในสังกัดกรุงเทพมหานครทั้ง 8 แห่ง ได้แก่</p>
<p>1. โรงพยาบาลกลาง</p>
<p>2. โรงพยาบาลตากสิน</p>
<p>3. โรงพยาบาลเจริญกรุงประชารักษ์</p>
<p>4. โรงพยาบาลหลวงพ่อทวีศักดิ์ ชุตินธโรอุทิศ</p>
<p>5. โรงพยาบาลเวชการุณย์รัศมิ์</p>
<p>6. โรงพยาบาลลาดกระบังกรุงเทพมหานคร</p>
<p>7. โรงพยาบาลราชพิพัฒน์</p>
<p>8. โรงพยาบาลสิรินธร</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ทั้งนี้จากการสำรวจข้อมูลพบว่า ในปัจจุบันปริมาณขยะอันตรายจากบ้านเรือนที่จัดเก็บได้มีเพียง 0.60 ตันต่อวัน จากปริมาณที่คาดการณ์เฉลี่ยทั้งหมดต่อวัน 24 ตัน โดยขยะประเภทมูลฝอยอันตราย แบ่งเป็น</p>
<p>กลุ่มแบตเตอรี่ (รีไซเคิลไม่ได้) ได้แก่ แบตเตอรี่รถยนต์ ถ่านไฟฉายก้อนใหญ่ ถ่านก้อนเล็ก 2 A,3A</p>
<p>กลุ่มหลอดไฟ ได้แก่ หลอดฟลูออเรสเซนต์สั้น/ยาว หลอดตะเกียบ หลอดไส้</p>
<p>กลุ่มอุปกรณ์สำนักงาน ได้แก่ ไส้ปากกา กระดาษคาร์บอน หมึกปริ๊นเตอร์ แท่นหมึก/ขวดหมึก</p>
<p>กลุ่มบรรจุภัณฑ์ ได้แก่ ขวดน้ำยาล้างห้องน้ำ กระป๋องสเปรย์ ยาฆ่าแมลง ขวดยาทาเล็บ หลอดยาย้อมผม เครื่องสำอางค์หมดอายุ ขวดยาหมดอายุ ขวดน้ำมันเครื่อง ขวดทินเนอร์/กระป๋องสี</p>
<p>กลุ่มแบตเตอรี่(รีไซเคิลได้) ได้แก่ แบตเตอรี่โน้ตบุค แบตเตอรี่กล้องถ่ายรูป (ชนิด recharge ) และแบตเตอรี่มือถือ (ชนิด recharge )<br />
ทั้งนี้ ขอเชิญชวนเจ้าหน้าที่ ผู้ใช้บริการของโรงพยาบาลสังกัดกรุงเทพมหานคร และประชาชนทั่วไปนำขยะอันตรายมาแลก ยาสามัญประจำบ้าน ได้ที่โรงพยาบาลในสังกัดสำนักการแพทย์ทั้ง 8 แห่ง ระหว่างวันที่ 15 ก.ย. &#8211; 31 ธ.ค. 54</p>
<p><a class="highslide" onclick="return vz.expand(this)" href="http://www.asamedia.org/wp-content/uploads/08-09-54-04.jpg"><img class="alignnone size-medium wp-image-25285" title="08-09-54-04" src="http://www.asamedia.org/wp-content/uploads/08-09-54-04-300x199.jpg" alt="" width="300" height="199" /></a></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ที่มา : prbangkok.com</p>
<p>ภาพ : npc-se.co.th, prbangkok.com</p>
<span class="fb_share"><fb:like href="http://www.asamedia.org/2011/09/%e0%b8%99%e0%b8%b3%e0%b8%82%e0%b8%a2%e0%b8%b0%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%81%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a1/" layout="button_count"></fb:like></span>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.asamedia.org/2011/09/%e0%b8%99%e0%b8%b3%e0%b8%82%e0%b8%a2%e0%b8%b0%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%81%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a1/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ชุมชนสวนอ้อย-ตัวอย่างที่เห็นจริงจากโครงการกทม. ลดละเลิกเหล้า ลดความรุนแรงต่อผู้หญิงและเด็ก</title>
		<link>http://www.asamedia.org/2011/08/%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%82%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%8a%e0%b8%b8%e0%b8%a1%e0%b8%8a%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%aa/</link>
		<comments>http://www.asamedia.org/2011/08/%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%82%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%8a%e0%b8%b8%e0%b8%a1%e0%b8%8a%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%aa/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 31 Aug 2011 09:27:15 +0000</pubDate>
		<dc:creator>wawwan</dc:creator>
				<category><![CDATA[Features]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการ]]></category>
		<category><![CDATA[ชุมชนคลองเตย]]></category>
		<category><![CDATA[ประนอม เภตรา]]></category>
		<category><![CDATA[ปัญหาครอบครัว]]></category>
		<category><![CDATA[ปัญหาความรุนแรงในสังคม]]></category>
		<category><![CDATA[ปัญหายาเสพติด]]></category>
		<category><![CDATA[เครือข่ายชุมชนสวนอ้อย]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการกทม. ลดละเลิกเหล้า ลดความรุนแรงต่อผู้หญิงและเด็ก]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.asamedia.org/?p=22562</guid>
		<description><![CDATA[เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่า “คลองเตย” เป็นเขตชุมชนที่มีปัญหาเรื่องยาเสพติดรวมทั้งปัญหาครอบครัวเป็นอันดับต้น ๆ ของ กทม. ที่ผ่านมาเครือข่ายชุมชนสวนอ้อย จึงได้ร่วมกันแก้ปัญหาโดยการเข้าโครงการ กทม. ลดละเลิกเหล้า ลดความรุนแรงต่อผู้หญิงและเด็ก โดยการแก้ไข ป้องกัน และเฝ้าระวังปัญหาความรุนแรงที่เกิดขึ้นในระดับชุมชนซึ่งดำเนินงานมากว่า 3 ปีแล้ว โดยเล็งเห็นว่า เหล้าและเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ทุกชนิดเป็นต้นเหตุสำคัญของการเกิดปัญหาต่าง ๆ ตามมามากมาย ล่าสุดทางเครือข่ายชุมชนสวนอ้อยได้ให้ความสำคัญกับเด็กและเยาวชนในชุมชน ที่มีความเสี่ยงต่อการหลงเดินทางผิด จึงได้จัดกิจกรรมให้เยาวชนเล่นดนตรีหลีกหนียาเสพติด โดยใช้ชื่อโครงการว่า “กิจกรรมครอบครัวเลิกเหล้า เยาวชนดนตรี ทำดีมีเงินออม” โดยเด็กเยาวชนที่มาเล่นดนตรีส่วนใหญ่มาจากครอบครัวคนละเลิกเหล้า ประนอม เภตรา ผู้ประสานงานเครือข่ายชุมชนสวนอ้อย กล่าวว่า โครงการนี้เป็นโครงการที่สานต่อมาจากโครงการของนักศึกษามหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒเมื่อปีที่แล้ว ที่เลือกชุมชนสวนอ้อยเป็นชุมชนนำร่องในการทำกิจกรรมกับเยาวชนโดยการฝึกสอนให้ร้องเพลง เพื่อให้เด็กรู้จักใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ซึ่งทางเครือข่ายฯเห็นว่ากิจกรรมดังกล่าวสามารถช่วยแก้ปัญหาเด็กแว้น ติดเกม และยาเสพติด ในช่วงปิดเทอมได้ จึงชักชวนเด็กเยาวชนที่เป็น กลุ่มเสี่ยง เช่น เด็กที่มีปัญหาครอบครัวเพราะพ่อแม่แยกทางกัน หรือพ่อแม่ผู้ปกครองไม่มีเวลาให้เพราะต้องทำงาน มาร้อง เต้น เล่นดนตรี ตามความถนัดของแต่ละคน จนปัจจุบันมีเด็กเข้าร่วมกิจกรรมจำนวน 24 คนแล้ว และในที่สุดก็สามารถจัดตั้งวงดนตรีขนาดเล็กได้หนึ่งวง “นอกจากนี้ โครงการดังกล่าวยังมีการปลูกฝังให้เด็กรู้จักการออม ไม่ใช้จ่ายฟุ่มเฟือย [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<span class="fb_share"><fb:like href="http://www.asamedia.org/2011/08/%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%82%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%8a%e0%b8%b8%e0%b8%a1%e0%b8%8a%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%aa/" layout="button_count"></fb:like></span><p><a class="highslide" href="http://www.asamedia.org/wp-content/uploads/p21g1.jpg"><img class="alignleft size-medium wp-image-22563" src="http://www.asamedia.org/wp-content/uploads/p21g1-300x225.jpg" alt="" width="300" height="225" /></a> เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่า “คลองเตย” เป็นเขตชุมชนที่มีปัญหาเรื่องยาเสพติดรวมทั้งปัญหาครอบครัวเป็นอันดับต้น ๆ ของ กทม. <span id="more-22562"></span>ที่ผ่านมาเครือข่ายชุมชนสวนอ้อย จึงได้ร่วมกันแก้ปัญหาโดยการเข้าโครงการ กทม. ลดละเลิกเหล้า ลดความรุนแรงต่อผู้หญิงและเด็ก โดยการแก้ไข ป้องกัน และเฝ้าระวังปัญหาความรุนแรงที่เกิดขึ้นในระดับชุมชนซึ่งดำเนินงานมากว่า 3 ปีแล้ว โดยเล็งเห็นว่า เหล้าและเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ทุกชนิดเป็นต้นเหตุสำคัญของการเกิดปัญหาต่าง ๆ ตามมามากมาย</p>
<p>ล่าสุดทางเครือข่ายชุมชนสวนอ้อยได้ให้ความสำคัญกับเด็กและเยาวชนในชุมชน ที่มีความเสี่ยงต่อการหลงเดินทางผิด จึงได้จัดกิจกรรมให้เยาวชนเล่นดนตรีหลีกหนียาเสพติด โดยใช้ชื่อโครงการว่า “กิจกรรมครอบครัวเลิกเหล้า เยาวชนดนตรี ทำดีมีเงินออม” โดยเด็กเยาวชนที่มาเล่นดนตรีส่วนใหญ่มาจากครอบครัวคนละเลิกเหล้า</p>
<p>ประนอม เภตรา ผู้ประสานงานเครือข่ายชุมชนสวนอ้อย กล่าวว่า โครงการนี้เป็นโครงการที่สานต่อมาจากโครงการของนักศึกษามหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒเมื่อปีที่แล้ว ที่เลือกชุมชนสวนอ้อยเป็นชุมชนนำร่องในการทำกิจกรรมกับเยาวชนโดยการฝึกสอนให้ร้องเพลง เพื่อให้เด็กรู้จักใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ซึ่งทางเครือข่ายฯเห็นว่ากิจกรรมดังกล่าวสามารถช่วยแก้ปัญหาเด็กแว้น ติดเกม และยาเสพติด ในช่วงปิดเทอมได้ จึงชักชวนเด็กเยาวชนที่เป็น กลุ่มเสี่ยง เช่น เด็กที่มีปัญหาครอบครัวเพราะพ่อแม่แยกทางกัน หรือพ่อแม่ผู้ปกครองไม่มีเวลาให้เพราะต้องทำงาน มาร้อง เต้น เล่นดนตรี ตามความถนัดของแต่ละคน จนปัจจุบันมีเด็กเข้าร่วมกิจกรรมจำนวน 24 คนแล้ว และในที่สุดก็สามารถจัดตั้งวงดนตรีขนาดเล็กได้หนึ่งวง</p>
<p>“นอกจากนี้ โครงการดังกล่าวยังมีการปลูกฝังให้เด็กรู้จักการออม ไม่ใช้จ่ายฟุ่มเฟือย โดยการสอนให้รู้จักเก็บเงินค่าขนมมาหยอดกระปุก เพื่อเก็บไว้เป็นทุนการศึกษา และใช้จ่ายเมื่อจำเป็น ซึ่งเงินที่ได้จากการออมเหล่านั้น เด็กจะเป็นผู้บริหารจัดการกันเองตามกฎกติกาที่วางไว้ให้ ภายใต้การดูแลของผู้ใหญ่ เพื่อให้พวกเขาเกิดความภาคภูมิใจกับเงินออมของตนเอง ซึ่งหากครอบครัวหรือเด็กที่เข้าร่วมโครงการคนใดไม่มีเงินเรียนหนังสือก็สามารถกู้ยืมได้ โดยคิดดอกเบี้ยเพียงร้อยละ 1 เท่านั้น เป็นการช่วยลดปัญหาการกู้เงินนอกระบบที่มีดอกเบี้ยรายวันได้อีกทางหนึ่ง ถึงแม้จำนวนเงินที่มีให้กู้จะไม่มากนักแต่อย่างน้อยก็ยังช่วยเยียวยากันได้บ้าง”</p>
<p>ด้าน ชาญยุทธ ขันธะชะวะนะ ผู้ปกครองของเยาวชนที่เข้าร่วมโครงการฯ และเป็นครอบครัวต้นแบบที่สามารถเลิกเหล้าได้สำเร็จ กล่าวว่า เมื่อก่อนเคยดื่มเหล้าทุกวันเป็นเวลากว่า 20 ปี โดยเสียเงินค่าเหล้าวันละ 100 กว่าบาท ที่ผ่านมาภรรยากับลูกเคยขอร้องให้เลิกหลายครั้งแต่ไม่สำเร็จ แต่พอลูกเข้ามาร่วมกับโครงการนี้ จึงเกิดความละอายที่จะดื่มเหล้าต่อไป ดังนั้นจึงได้ตัดสินใจเลิกทั้งเหล้าและบุหรี่อย่างเด็ดขาดตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ปัจจุบันนอกจากจะมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงขึ้นแล้ว มีเวลาให้ครอบครัวและมีความสุขมากขึ้น ตลอดจนมีเงินเก็บมากพอที่จะดาวน์รถแท็กซี่เป็นของตนเองได้อีกด้วย</p>
<p>“เมื่อมองย้อนกลับไปมองดูตัวเองในอดีต ทำให้รู้สึกเสียดายเวลา และเงินทอง เวลาที่สูญเสียไปกับการดื่มเหล้าเป็นอย่างมาก ยังดีที่ไม่ไปเกิดอุบัติเหตุเพราะการขาดสติจากน้ำเมา และหากนำเงินทั้งหมดนั้นมารวมกัน วันนี้ผมคงมีบ้าน มีรถ มีเงินเลี้ยงครอบครัวได้อย่างสบาย ดังนั้น จึงอยากให้พ่อแม่ทุกคนที่ยังคงดื่มเหล้าอยู่ ลดละเลิกเสีย เพราะนอกจากจะบั่นทอนสุขภาพกายของตัวเองแล้ว ยังบั่นทอนจิตใจของคนในครอบครัวด้วย และที่สำคัญจะได้ไม่ต้องมานั่งเสียดายภายหลัง”</p>
<p>ขณะที่ ด.ช.ชาญชัย ขันธะชะวะนะ เยาวชนที่เข้าร่วมโครงการฯ กล่าวว่า โดยส่วนตัวชอบเล่นดนตรีอยู่แล้ว และเมื่อได้มีโอกาสมาเข้าร่วมโครงการฯ ทำให้มีพื้นที่ในการแสดงออกทางดนตรีมากขึ้น ตลอดจนรู้จักการเก็บออมโดยตลอดระยะเวลาที่เข้าร่วมโครงการสามารถเก็บเงินได้ประมาณ 1,300 บาทแล้ว โดยจะเก็บต่อไปเรื่อย ๆ เพื่อนำไปเป็นทุนการศึกษา และที่สำคัญรู้สึกดีใจและภูมิใจมากที่วันนี้ผมสามารถทำให้พ่อสามารถเลิกเหล้าได้สำเร็จ</p>
<p>นับว่าเป็นโครงการดี ๆ อีกโครงการหนึ่ง ที่ควรได้รับการส่งเสริมและสนับสนุนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้มากกว่านี้ เพราะนอกจากจะทำให้เด็กเยาวชนใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ในทางสร้างสรรค์แล้ว ยังเป็นการส่งเสริมให้ครอบครัวอบอุ่น ปลอดภัยจากสิ่งเสพติด โดยเฉพาะเหล้า-บุหรี่ ได้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังเป็นการสร้างรากฐานที่มั่นคงให้กับเยาวชนซึ่งเป็นอนาคตของชาติต่อไป.</p>
<p>ที่มา : เดลินิวส์</p>
<span class="fb_share"><fb:like href="http://www.asamedia.org/2011/08/%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%82%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%8a%e0%b8%b8%e0%b8%a1%e0%b8%8a%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%aa/" layout="button_count"></fb:like></span>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.asamedia.org/2011/08/%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%82%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%8a%e0%b8%b8%e0%b8%a1%e0%b8%8a%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%aa/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ไทยคว้ารางวัลยูเอ็นส่งเสริมศักยภาพผู้หญิง</title>
		<link>http://www.asamedia.org/2011/08/%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%a5%e0%b8%a2%e0%b8%b9%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b9%87%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b9%88%e0%b8%87/</link>
		<comments>http://www.asamedia.org/2011/08/%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%a5%e0%b8%a2%e0%b8%b9%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b9%87%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b9%88%e0%b8%87/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 27 Aug 2011 02:57:11 +0000</pubDate>
		<dc:creator>pimai</dc:creator>
				<category><![CDATA[Features]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการ]]></category>
		<category><![CDATA[บัตรเครดิต มาสเตอร์คาร์ด]]></category>
		<category><![CDATA[รางวัลยูเอ็น]]></category>
		<category><![CDATA[ศักยภาพสตรี]]></category>
		<category><![CDATA[ส่งเสริมศักยภาพผู้หญิง]]></category>
		<category><![CDATA[องค์การสหประชาชาติ]]></category>
		<category><![CDATA[โปรเจคท์ อินสไพร์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.asamedia.org/?p=24651</guid>
		<description><![CDATA[สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานจากประเทศสิงคโปร์ เมื่อวันที่ 24 ส.ค. ว่า ผลการประกวดรางวัลส่งเสริมศักยภาพสตรี “โปรเจคท์ อินสไพร์” ปีแรกขององค์การสหประชาชาติ ในโซนเอเชียที่ประเทศสิงคโปร์ ปรากฏว่าทีม “แฮปปินอย โปรแกรม” จากฟิลิปปินส์ คว้ารางวัลชนะเลิศ พร้อมเงินรางวัล 25,000 ดอลลาร์สหรัฐ โดยเป็นโครงการช่วยฝึกฝนสตรีฟิลิปปินส์ 1,000 คน ให้สามารถบริหารร้านค้าชุมชน ในเมืองลูซอนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่วนรองชนะเลิศเป็นของทีมไทยและอินเดีย ได้เงินรางวัลทีมละ 10,000 ดอลลาร์สหรัฐ โดยทีมไทยได้จากโครงการฝึกสอนภาษา แก่ผู้หญิงลี้ภัยชาวพม่าที่อาศัยอยู่ตามแนวชายแดนติดกับไทย โปรเจคท์ อินสไพร์ ก่อตั้งเมื่อเดือน มี.ค. 2554 เนื่องในโอกาสครบรอบ 100 ปีวันสตรีสากล โดยจะมอบรางวัลให้กลุ่มที่มีผลงานดีเด่น ในการส่งเสริมสตรีและเด็กหญิงยากจน ในภูมิภาคแอฟริกา เอเชีย และตะวันออกกลาง ให้สามารถดำรงชีวิตดีขึ้น การประกวดปีแรกนี้คัดเลือกผลงานจาก 450 ทีมทั่วโลก จนเหลือรอบสุดท้าย 10 ทีม โดยคณะกรรมการตัดสินเป็นผู้ทรงคุณวุฒิทางด้านเศรษฐศาสตร์ และนักวิชาการ ที่ได้รับการคัดเลือกจากสหประชาชาติ และในส่วนของรางวัลโซนเอเชียนี้ เป็นโครงการริเริ่มร่วมกัน ระหว่างสตรียูเอ็นในสิงคโปร์ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<span class="fb_share"><fb:like href="http://www.asamedia.org/2011/08/%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%a5%e0%b8%a2%e0%b8%b9%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b9%87%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b9%88%e0%b8%87/" layout="button_count"></fb:like></span><p><a class="highslide" onclick="return vz.expand(this)" href="http://www.asamedia.org/wp-content/uploads/un.jpg"><img class="alignnone size-full wp-image-24652" title="un" src="http://www.asamedia.org/wp-content/uploads/un.jpg" alt="" width="300" height="225" /></a></p>
<p>สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานจากประเทศสิงคโปร์ เมื่อวันที่ 24 ส.ค. ว่า ผลการประกวดรางวัลส่งเสริมศักยภาพสตรี “โปรเจคท์ อินสไพร์” ปีแรกขององค์การสหประชาชาติ ในโซนเอเชียที่<span id="more-24651"></span>ประเทศสิงคโปร์ ปรากฏว่าทีม “แฮปปินอย โปรแกรม” จากฟิลิปปินส์ คว้ารางวัลชนะเลิศ พร้อมเงินรางวัล 25,000 ดอลลาร์สหรัฐ โดยเป็นโครงการช่วยฝึกฝนสตรีฟิลิปปินส์ 1,000 คน ให้สามารถบริหารร้านค้าชุมชน ในเมืองลูซอนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่วนรองชนะเลิศเป็นของทีมไทยและอินเดีย ได้เงินรางวัลทีมละ 10,000 ดอลลาร์สหรัฐ โดยทีมไทยได้จากโครงการฝึกสอนภาษา แก่ผู้หญิงลี้ภัยชาวพม่าที่อาศัยอยู่ตามแนวชายแดนติดกับไทย</p>
<p>โปรเจคท์ อินสไพร์ ก่อตั้งเมื่อเดือน มี.ค. 2554 เนื่องในโอกาสครบรอบ 100 ปีวันสตรีสากล โดยจะมอบรางวัลให้กลุ่มที่มีผลงานดีเด่น ในการส่งเสริมสตรีและเด็กหญิงยากจน ในภูมิภาคแอฟริกา เอเชีย และตะวันออกกลาง ให้สามารถดำรงชีวิตดีขึ้น การประกวดปีแรกนี้คัดเลือกผลงานจาก 450 ทีมทั่วโลก จนเหลือรอบสุดท้าย 10 ทีม โดยคณะกรรมการตัดสินเป็นผู้ทรงคุณวุฒิทางด้านเศรษฐศาสตร์ และนักวิชาการ ที่ได้รับการคัดเลือกจากสหประชาชาติ และในส่วนของรางวัลโซนเอเชียนี้ เป็นโครงการริเริ่มร่วมกัน ระหว่างสตรียูเอ็นในสิงคโปร์ กับบริษัทบัตรเครดิต มาสเตอร์คาร์ด</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ที่มา : เดลินิวส์</p>
<p>&nbsp;</p>
<span class="fb_share"><fb:like href="http://www.asamedia.org/2011/08/%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%a5%e0%b8%a2%e0%b8%b9%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b9%87%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b9%88%e0%b8%87/" layout="button_count"></fb:like></span>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.asamedia.org/2011/08/%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%a5%e0%b8%a2%e0%b8%b9%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b9%87%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b9%88%e0%b8%87/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>&#8220;เพื่อนชุมชน&#8221;อยู่อย่างมิตร&#8221;ธุรกิจ + ชุมชน&#8221;</title>
		<link>http://www.asamedia.org/2011/08/%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%8a%e0%b8%b8%e0%b8%a1%e0%b8%8a%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%b9%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%a1%e0%b8%b4/</link>
		<comments>http://www.asamedia.org/2011/08/%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%8a%e0%b8%b8%e0%b8%a1%e0%b8%8a%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%b9%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%a1%e0%b8%b4/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 23 Aug 2011 12:41:57 +0000</pubDate>
		<dc:creator>pimai</dc:creator>
				<category><![CDATA[โครงการ]]></category>
		<category><![CDATA[ชุมชนกับโรงงาน]]></category>
		<category><![CDATA[บ้านฉาง]]></category>
		<category><![CDATA[ปัญหาโรงงานกับสิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้ประกอบการ]]></category>
		<category><![CDATA[พื้นที่สีเขียว]]></category>
		<category><![CDATA[มาบตาพุด]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการเพื่อนชุมชน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.asamedia.org/?p=24351</guid>
		<description><![CDATA[แม้เป็นจะ&#8221;โรงงาน&#8221;แต่ก็อยู่ร่วมกับ&#8221;ผู้คน&#8221;ได้อย่างสันติเช่นเดียวกับโครงการ&#8221;เพื่อนชุมชน&#8221; สายใยแห่งมิตรสลายปมขัดแย้ง สู่การอยู่ร่วมอย่างยั่งยืน 1 ปี ที่ผ่านมา โครงการดีๆ ที่ชื่อ &#8220;เพื่อนชุมชน&#8221; ก่อตัวขึ้นบนความร่วมมือของ 5 องค์กรพันธมิตร ได้แก่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ,เครือเอสซีจี ,บริษัทบีแอลซีพี เพาเวอร์ จำกัด ,บริษัท ดาว เคมิคอล (ประเทศไทย) จำกัด และกลุ่มบริษัทโกลว์  จุดร่วมของพวกเขาคือ ต่างเป็นผู้ประกอบการใน &#8220;นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด&#8221; จ.ระยอง พื้นที่ที่ถูกประทับตราว่า เป็นเมืองอุตสาหกรรม หนึ่งใน &#8220;ตัวการ&#8221; สำคัญที่สร้างมลภาวะให้กับคนระยอง แม้จะไม่อาจปฏิเสธได้ว่าพื้นที่แห่งนี้ช่วยผลักดันการเจริญเติบโตของเศรษฐกิจไทย เป็นอย่างมาก ความหลังฝังจำเกิดขึ้นในปี 2552 เมื่อสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน ร่วมกับชาวบ้านมาบตาพุด รวม 43 ราย ฟ้องหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กรณีได้ร่วมกันให้ความเห็นชอบอนุมัติ อนุญาติ โครงการหรือกิจกรรมจำนวน 76 โครงการ ที่ดำเนินการในพื้นที่มาบตาพุด และบริเวณใกล้เคียง โดยไม่ดำเนินการให้ถูกต้องตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในมาตรา 67 [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<span class="fb_share"><fb:like href="http://www.asamedia.org/2011/08/%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%8a%e0%b8%b8%e0%b8%a1%e0%b8%8a%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%b9%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%a1%e0%b8%b4/" layout="button_count"></fb:like></span><p><a class="highslide" onclick="return vz.expand(this)" href="http://www.asamedia.org/wp-content/uploads/news_img_404316_1.jpg"><img class="alignnone size-full wp-image-24352" title="news_img_404316_1" src="http://www.asamedia.org/wp-content/uploads/news_img_404316_1.jpg" alt="" width="465" height="350" /></a></p>
<p><strong>แม้เป็นจะ&#8221;โรงงาน&#8221;แต่ก็อยู่ร่วมกับ&#8221;ผู้คน&#8221;ได้อย่างสันติเช่นเดียวกับโครงการ&#8221;เพื่อนชุมชน&#8221; สายใยแห่งมิตรสลายปมขัดแย้ง สู่การอยู่ร่วมอย่างยั่งยืน</strong></p>
<p>1 ปี ที่ผ่านมา โครงการดีๆ ที่ชื่อ &#8220;เพื่อนชุมชน&#8221; ก่อตัวขึ้นบนความร่วมมือของ 5 องค์กรพันธมิตร ได้แก่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ,เครือเอสซีจี ,บริษัทบีแอลซีพี<span id="more-24351"></span> เพาเวอร์ จำกัด ,บริษัท ดาว เคมิคอล (ประเทศไทย) จำกัด และกลุ่มบริษัทโกลว์  จุดร่วมของพวกเขาคือ ต่างเป็นผู้ประกอบการใน &#8220;นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด&#8221; จ.ระยอง</p>
<p>พื้นที่ที่ถูกประทับตราว่า เป็นเมืองอุตสาหกรรม หนึ่งใน &#8220;ตัวการ&#8221; สำคัญที่สร้างมลภาวะให้กับคนระยอง แม้จะไม่อาจปฏิเสธได้ว่าพื้นที่แห่งนี้ช่วยผลักดันการเจริญเติบโตของเศรษฐกิจไทย เป็นอย่างมาก</p>
<p>ความหลังฝังจำเกิดขึ้นในปี 2552 เมื่อสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน ร่วมกับชาวบ้านมาบตาพุด รวม 43 ราย ฟ้องหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กรณีได้ร่วมกันให้ความเห็นชอบอนุมัติ อนุญาติ โครงการหรือกิจกรรมจำนวน 76 โครงการ ที่ดำเนินการในพื้นที่มาบตาพุด และบริเวณใกล้เคียง โดยไม่ดำเนินการให้ถูกต้องตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในมาตรา 67 วรรคสองของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 กรณีเป็นโครงการหรือกิจกรรมที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อชุมชนอย่างรุนแรงทั้งทางด้านคุณภาพสิ่งแวดล้อมทรัพยากรธรรมชาติและสุขภาพซึ่งจะกระทำมิได้</p>
<p>เว้นแต่จะได้ศึกษาและประเมินผลกระทบต่อคุณภาพสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชนในชุมชน และจัดให้มีกระบวนการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนและผู้มีส่วนได้เสีย รวมทั้งให้องค์กรอิสระซึ่งประกอบด้วยผู้แทนองค์การเอกชนด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ และผู้แทนสถาบันอุดมศึกษาที่จัดการการศึกษาด้านสิ่งแวดล้อมหรือทรัพยากรธรรมชาติ หรือด้านสุขภาพให้ความเห็นชอบก่อนมีการดำเนินการ</p>
<p>ที่สำคัญยังขอให้ศาลปกครองมีคำสั่งระงับโครงการ หรือกิจกรรมใดของ 76 โครงการ ในเขตมาบตาพุด บ้านฉาง จ.ระยอง และใกล้เคียง ไว้จนกว่าศาลจะมีคำพิพากษา</p>
<p>จนในที่สุดศาลปกครองได้มีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวให้ระงับการดำเนินโครงการและกิจกรรมทั้ง 76 โครงการ มูลค่าเงินลงทุนรวมกว่า 4 แสนล้านบาท ไว้เป็นการชั่วคราวจนกว่าจะมีคำพิพากษา</p>
<p>ขณะที่ผลของคำพิพากษาทำให้มีโครงการหรือกิจการเข้าข่ายถูกเพิกถอนใบอนุญาต “2 โครงการ” จาก 76 โครงการ ซึ่งต้องกลับไปนำเสนอเข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมอีกครั้ง ประกอบด้วย โครงการโรงงานผลิตเอทิลีนออกไซด์และเอทิลีน ไกลคอล (ส่วนขยาย) ของบริษัท ทีโอซี ไกลคอล จำกัด ในเครือ บริษัท ปตท.เคมิคอล จำกัด (มหาชน) และ โครงการขยายกำลังการผลิตไวนิลคลอไรด์โมโนเมอร์ของ บริษัทไทยพลาสติกและเคมีภัณฑ์ จำกัด (มหาชน)</p>
<p>ฝันร้ายของผู้ประกอบการ ที่สะท้อนให้เห็นถึง &#8220;พลัง&#8221; ที่ยิ่งใหญ่ของภาคประชาชน !</p>
<p>เตือนผู้ประกอบการแบบหนักๆว่า ธุรกิจจะอยู่รอดได้อย่างยั่งยืน จำเป็นต้องมีชุมชน เป็นหลังอิง</p>
<p>กลายเป็นที่มาของ<a href="http://www.bangkokbiznews.com/home/search/?cx=009233870810540600983%3Ahkyg0dlysoo&amp;cof=FORID%3A9&amp;ie=windows-874&amp;q=%E2%A4%C3%A7%A1%D2%C3%E0%BE%D7%E8%CD%B9%AA%D8%C1%AA%B9" target="_blank">โครงการเพื่อนชุมชน</a> !</p>
<p>กับเป้าหมายที่จะเปลี่ยนมุมมองของคนที่พื้นที่ จากที่มองพวกเขาเป็น &#8220;ผู้ร้าย&#8221; ให้กลายเป็น &#8220;มิตรที่ดี&#8221;</p>
<p>โดยค่อยๆขยายผลโครงการความร่วมมือให้กว้างขวางขึ้นเรื่อยๆ พร้อมๆ กับสมาชิกหน้าใหม่ๆที่เดินเข้ามา</p>
<p>ในที่สุดโครงการเล็กๆจากเหล่าผู้ประกอบการพี่เบิ้ม ก็ถูกยกระดับขึ้นเป็น “มูลนิธิเพื่อนชุมชน” ไปเรียบร้อยแล้ว</p>
<p>“วีรศักดิ์ โฆสิตไพศาล” กรรมการผู้จัดการใหญ่บริษัท ปตท.เคมิคอล จำกัด (มหาชน) ในฐานะประธานกลุ่มและนายกสมาคมเพื่อนชุมชน บอกเราว่า เป้าหมายของพวกเขาคือต้องการขยายผลโครงการนี้ออกไปให้มากขึ้น โดยเฉพาะโรงงานที่อยู่ในนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุดทั้งหมด  เพราะเชื่อว่าหากโรงงานอุตสาหกรรมสามารถรวมกลุ่มกันได้อย่างเข้มแข็ง นั่นหมายถึงจะมีพลังทำอะไรๆเพื่อชุมชนได้อีกมหาศาล</p>
<p>“ถ้ารวมตัวกันได้นั่นหมายความว่าเราจะมีทั้งกำลังคน กำลังแรง และกำลังเงิน ที่จะทำกิจกรรมดีๆ ให้ชุมชนได้มากขึ้นขึ้น จากที่ทำกันอยู่แค่ 5 บริษัท แต่ตอนนี้เพิ่มมาเป็นกว่า 10 บริษัท ซึ่งที่ผ่านมามีงบประมาณปีละ 100 ล้านบาท แต่ในอนาคตจะเพิ่มขึ้นกว่านี้ เพื่อนำไปใช้ในกิจกรรมชุมชน ให้ชุมชนในพื้นที่ได้รับประโยชน์อย่างเต็มที่”</p>
<p>ผลิตผลจากโครงการน้ำดี สื่อให้เห็นเป็นรูปธรรม เช่น การจัดงานสัมมนาให้กับ 160  โรงงานอุตสาหกรรมในนิคมฯมาบตาพุดทั้งขนาดเล็ก กลาง และใหญ่ เพื่อนำความรู้ไปปรับปรุงและพัฒนาโรงงานให้อยู่คู่ชุมชนและสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นสุข</p>
<p>เหตุผลที่เริ่มต้นด้วยสัมมนาให้ความรู้ วีรศักดิ์บอกว่า เนื่องจากยังมีอีกหลายโรงงาน ที่มีความรู้ในเรื่องของการลดมลภาวะเป็นพิษในโรงงานไม่มากพอ บางโรงงานต้องการความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญ แต่อาจไม่มีทุน หรือไม่พร้อมจะลงทุนในเรื่องเหล่านี้  โครงการ “เพื่อนชุมชน” จะเข้าไปชี้แนะ</p>
<p>&#8220;การเพิ่มพื้นที่สีเขียว&#8221; ยังเป็นอีกความตั้งใจดีที่พวกเขาทำมาโดยตลอด ประธานกลุ่มเพื่อนชุมชน บอกเราว่า จากเดิมผู้ประกอบการไม่ได้ให้ความสนใจเรื่องนี้เท่าไรนัก แต่เมื่อเพื่อนชุมชนเข้าไปทำความเข้าใจ ก็ได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดี ผลตอบแทนที่ได้กลับมาคือ สามารถเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้นิคมฯมาบตาพุดได้ถึง 270 ไร่ ปลูกต้นไม้ให้งอกงามถึง 1 แสนต้น เพื่อให้พื้นที่แห่งนี้กลายเป็นปอดฟอกอากาศให้บริสุทธิ์ขึ้น</p>
<p>ที่น่าสนใจกว่านั้น คือการเปลี่ยนภาพโรงงานแห่งความลับ มาทำให้ “เพื่อนชุมชน” เป็นเสมือนประตูสู่การเรียนรู้ของคนชุมชนและผู้ที่สนใจ โดยการเปิดบ้าน เพื่อให้ชุมชนเข้ามาดูกระบวนการผลิตถึงในโรงงาน ทำให้ทราบเกี่ยวกับขั้นตอนการทำงาน ความปลอดภัย หรือแม้แต่เปิดให้โรงงานต่างๆ เข้ามาศึกษาเรียนรู้ เพื่อนำความรู้ไปปรับใช้ในโรงงานอุตสาหกรรมของตนเองด้วย</p>
<p>“สิ่งที่เพื่อนชุมชน ได้รับกลับมาถือว่าดีมาก เพราะทำให้ชุมชนเกิดความเข้าใจถึงกระบวนการทำงานของโรงงานอุตสาหกรรม กลายเป็นการลดความขัดแย้งระหว่าง คน กับ โรงงานอุตสาหกรรม” เขาเชื่อเช่นนั้น</p>
<p>ควบคู่ไปกับการเปิดใจของโรงงานอุตสาหกรรม พวกเขาก็เลือกที่จะ &#8220;ดูแลคุณภาพชีวิตชุมชน&#8221; ไปพร้อมกัน โดยการจัดกิจกรรมต่างๆ ทั้งที่มาจากความต้องการของชุมชน และสิ่งที่พวกเขามองว่าสามารถเติมเต็มให้ชุมชนได้ อย่างการแก้ไขปัญหาบริการด้านสุขภาพ ด้วยการจัดหาบุคลากรทางการแพทย์เข้ามาให้บริการแก่คนในพื้นที่</p>
<p>ทุ่มงบประมาณ 30 ล้านบาท เพื่อจ้างแพทย์ที่เกษียณอายุราชการ พยาบาล เทคนิคการแพทย์ นักวิชาการสาธารณสุข และพยายาลวิชาชีพ มาประจำที่ ศูนย์สุขภาพชุมชน โรงพยาบาลมาบตาพุด โครงการหน่วยแพทย์เคลื่อนที่เพื่อนชุมชน และเพิ่มศักยภาพของงาน ยังได้ผนึกความร่วมมือกับบริษัททั้งในกลุ่มและนอกกลุ่มเพื่อนชุมชน เพื่อให้บริการอย่างครอบคลุมทั้ง 89 ชุมชน ในวันนี้</p>
<p>เวลาเดียวกันก็มอบทุนการศึกษาหลักสูตรพยาบาลศาสตร์ 200 ทุน เป็นเวลา 4 ปี สำหรับนักเรียนที่มีภูมิลำเนาอยู่ในพื้นที่ จ.ระยอง กับความหวังให้ลูกหลานคนระยองได้กลับมาทำงานในพื้นที่ แก้ไขปัญหาการขาดแคลนแรงงานพยาบาลในอนาคต รวมถึงมอบทุนการศึกษาปริญญาตรีด้านวิศวกรรมศาสตร์และครุศาสตร์ เป้าหมาย 60  ทุนในระยะเวลา 4  ปี</p>
<p>วีรศักดิ์ บอกเราว่า นี่เป็นเพียงงานบางส่วนที่พวกเขาได้ลงมือทำไปแล้ว ในอนาคตยังมีแผนขับเคลื่อนชุมชนในแง่มุมต่างๆ อีกมากมาย รวมถึงหวังที่จะขยายผลให้ครอบคลุมทั้งจังหวัดระยองตลอดจนพื้นที่ใกล้เคียง</p>
<p>“เพื่อนชุมชนในวันที่เป็นมูลนิธิฯ จะมีความคล่องตัวมากขึ้น ทั้งงานในพื้นที่และการดึงหน่วยงานต่างๆ เข้ามามีส่วนร่วม นั่นจะทำให้โครงการนี้ประสบผลสำเร็จมาก”</p>
<p>ขณะที่แผนการดำเนินงานในปี 2554  ยังอยู่ระหว่างการจัดทำ ผ่านความร่วมมือของเพื่อนพ้องผู้ประกอบการที่เพิ่มจำนวนขึ้น สิ่งที่พวกเขาเชื่อว่าจะเป็นประโยชน์ไม่ว่าจะกับชุมชน ตลอดจนโรงงานอุตสาหกรรม คือการที่เพื่อนชุมชน จะเป็นสื่อกลางทำให้ “ผู้ประกอบการ” และ “ชุมชน” ได้ทราบข้อมูลของกันและกันอย่างถูกต้องและชัดเจน เปิดใจที่จะเรียนรู้และเข้าถึงกันได้มากขึ้น</p>
<p>หากทั้งคนและโรงงานอยู่ร่วมกันได้อย่างมี “ความสุข” ก็จะทำให้กิจการนั้นไปสู่วิถีแห่งความยั่งยืน</p>
<p>สิ่งที่พวกเขาหวังไปกว่านั้น คือการที่ “เพื่อนชุมชน” จะกลายเป็นโครงการต้นแบบ เพื่อให้นิคมอุตสาหกรรมอื่นๆ นำไปจัดการแก้ไขปัญหาในพื้นที่ของตนเอง</p>
<p>ตลอด 1 ปีที่ผ่านมา “เพื่อนชุมชน” ดูเหมือนจะก้าวพ้นในเรื่อง “ความไว้วางใจกันและกัน” ไปได้ในระดับหนึ่ง</p>
<p>&#8220;จุดเริ่มต้น&#8221; ของชุมชนและโรงงาน ที่จะอยู่ร่วมกันได้อย่างสันติ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ที่มา : กรุงเทพธุรกิจ</p>
<span class="fb_share"><fb:like href="http://www.asamedia.org/2011/08/%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%8a%e0%b8%b8%e0%b8%a1%e0%b8%8a%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%b9%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%a1%e0%b8%b4/" layout="button_count"></fb:like></span>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.asamedia.org/2011/08/%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%8a%e0%b8%b8%e0%b8%a1%e0%b8%8a%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%b9%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%a1%e0%b8%b4/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เครือข่ายการระวังภัยในหอพัก</title>
		<link>http://www.asamedia.org/2011/07/%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%82%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%a0%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b9%83%e0%b8%99/</link>
		<comments>http://www.asamedia.org/2011/07/%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%82%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%a0%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b9%83%e0%b8%99/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 30 Jul 2011 05:48:59 +0000</pubDate>
		<dc:creator>pimai</dc:creator>
				<category><![CDATA[Features]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการ]]></category>
		<category><![CDATA[ภัยหอพัก]]></category>
		<category><![CDATA[มหาวิทยาลัยรามคำแหง]]></category>
		<category><![CDATA[เครือข่ายระวังภัยในหอพัก]]></category>
		<category><![CDATA[เพื่อนข้างห้องเตือนภัย]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.asamedia.org/?p=23850</guid>
		<description><![CDATA[มหาวิทยาลัยรามคำแหง ร่วมกับสำนักงานเขตบางกะปิ และสน.หัวหมาก จัดกิจกรรม “เพื่อนข้างห้องเตือนภัย” ครั้งที่  1 ในวันอาทิตย์ที่ 7 ส.ค. 2557 เวลา 09.00-13.00 น. ณ บริเวณซอยรามคำแหง 49/1 เพื่อสร้างความสัมพันธ์และจิตสำนึกให้ผู้พักอาศัยในหอพักมีความห่วงใยและช่วยเหลือกัน อีกทั้งเป็นการสร้างเครือข่ายความร่วมมือในการเฝ้าระวังภัยในหอพักและชุมชน โดยมี พล.ต.วิมล เปาอินทร์ รองจเรตำรวจ เป็นประธานเปิดงาน และมีการบรรยาย เรื่อง “เครือข่ายออนไลน์เตือนภัยหอพัก” โดย พ.ต.อ.สรรค์หกิจ บำรุงสุขสวัสดิ์ ผู้กำกับการ สน.หัวหมากภายในงานมีการให้บริการต่าง ๆ จากเขตบางกะปิ เช่น การตรวจสุขภาพ บริการตัดผม ซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้า ฝึกอาชีพ และบริการตรวจสุขภาพจากโครงการแพทย์แผนไทย ม.ร. รวมทั้งให้บริการของว่าง เครื่องดื่ม อาหาร และแจกนกหวีดเตือนภัยแก่ผู้ร่วมกิจกรรมด้วย สอบถามรายละเอียด ที่งานประชาสัมพันธ์ ม.ร. โทร.0-2310-8045-7. &#160; ที่มา : เดลินิวส์ ภาพ ๅ: psu.ac.th]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<span class="fb_share"><fb:like href="http://www.asamedia.org/2011/07/%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%82%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%a0%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b9%83%e0%b8%99/" layout="button_count"></fb:like></span><p><a class="highslide" onclick="return vz.expand(this)" href="http://www.asamedia.org/wp-content/uploads/บรรยากาศภายในหอพัก.jpg"><img class="alignnone size-medium wp-image-23852" title="หอพัก" src="http://www.asamedia.org/wp-content/uploads/บรรยากาศภายในหอพัก-300x225.jpg" alt="" width="300" height="225" /></a></p>
<p>มหาวิทยาลัยรามคำแหง ร่วมกับสำนักงานเขตบางกะปิ และสน.หัวหมาก จัดกิจกรรม “เพื่อนข้างห้องเตือนภัย” ครั้งที่  1 ในวันอาทิตย์ที่ 7 ส.ค. 2557 เวลา 09.00-13.00 น. ณ บริเวณซอยรามคำแหง 49/1 เพื่อสร้างความสัมพันธ์และจิตสำนึกให้ผู้พักอาศัยในหอพักมีความห่วงใยและช่วย<span id="more-23850"></span>เหลือกัน อีกทั้งเป็นการสร้างเครือข่ายความร่วมมือในการเฝ้าระวังภัยในหอพักและชุมชน โดยมี พล.ต.วิมล เปาอินทร์ รองจเรตำรวจ เป็นประธานเปิดงาน และมีการบรรยาย เรื่อง “เครือข่ายออนไลน์เตือนภัยหอพัก” โดย พ.ต.อ.สรรค์หกิจ บำรุงสุขสวัสดิ์ ผู้กำกับการ สน.หัวหมากภายในงานมีการให้บริการต่าง ๆ จากเขตบางกะปิ เช่น การตรวจสุขภาพ บริการตัดผม ซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้า ฝึกอาชีพ และบริการตรวจสุขภาพจากโครงการแพทย์แผนไทย ม.ร. รวมทั้งให้บริการของว่าง เครื่องดื่ม อาหาร และแจกนกหวีดเตือนภัยแก่ผู้ร่วมกิจกรรมด้วย สอบถามรายละเอียด ที่งานประชาสัมพันธ์ ม.ร. โทร.0-2310-8045-7.</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ที่มา : เดลินิวส์</p>
<p>ภาพ ๅ: psu.ac.th</p>
<span class="fb_share"><fb:like href="http://www.asamedia.org/2011/07/%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%82%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%a0%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b9%83%e0%b8%99/" layout="button_count"></fb:like></span>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.asamedia.org/2011/07/%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%82%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%a0%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b9%83%e0%b8%99/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

