<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ASA Media : อาสามีเดีย &#187; ต่างประเทศ</title>
	<atom:link href="http://www.asamedia.org/category/foreign/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.asamedia.org</link>
	<description>สื่อสีขาว สื่อสร้างสรรค์ สร้างจิตสำนึกดี</description>
	<lastBuildDate>Fri, 03 Feb 2012 17:04:49 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.3.1</generator>
		<item>
		<title>เจ้าชายวิลเลียมเสด็จหมู่เกาะฟอล์คแลนด์</title>
		<link>http://www.asamedia.org/2012/02/%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%a5%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%94%e0%b9%87%e0%b8%88%e0%b8%ab%e0%b8%a1/</link>
		<comments>http://www.asamedia.org/2012/02/%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%a5%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%94%e0%b9%87%e0%b8%88%e0%b8%ab%e0%b8%a1/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 03 Feb 2012 14:17:32 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Features]]></category>
		<category><![CDATA[ต่างประเทศ]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวต่างประเทศ]]></category>
		<category><![CDATA[หมู่เกาะฟอล์คแลนด์]]></category>
		<category><![CDATA[อังกฤษ]]></category>
		<category><![CDATA[อาร์เจนตินา]]></category>
		<category><![CDATA[เจ้าชายวิลเลียม]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.asamedia.org/?p=30913</guid>
		<description><![CDATA[เจ้าชายวิลเลียมเสด็จถึงหมู่เกาะฟอล์คแลนด์ ท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียดกับอาร์เจนตินา เจ้าชายวิลเลียม องค์รัชทายาทลำดับที่ 2 แห่งราชวงศ์อังกฤษ เสด็จถึงหมู่เกาะฟอล์คแลนด์แล้ว ตั้งแต่วันพฤหัสบดี เพื่อทรงร่วมปฏิบัติภารกิจกับกองทัพอากาศ หรือ อาร์เอเอฟ เป็นเวลา 6 สัปดาห์ แต่เป็นประเด็นที่ถูกอาเจนติน่ากล่าวหาว่าเป็นการยั่วยุ กระทรวงกลาโหมของอังกฤษ แถลงว่า การส่งเจ้าชายวิลเลียม ดยุคแห่งเคมบริดจ์ พระชนมายุ 29 ชันษาไปยังหมู่เกาะที่เป็นข้อพิพาทในเซาท์ แอตแลนติกแห่งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของการปฏิบัติภารกิจปกติ ในฐานะนักบินค้นหาและกู้ภัยของกองทัพอากาศ แต่กำหนดเวลาของภารกิจ ก่อให้เกิดความตึงเครียดยิ่งขึ้น เนื่องจากกำลังจะครบรอบ 30 ปี ของสงครามชิงหมู่เกาะฟอล์คแลนด์ ระหว่างอังกฤษกับอาร์เจนติน่า ซึ่งปัจจุบันหมู่เกาะแห่งนี้อยู่ในความควบคุมของอังกฤษ แต่อาร์เจนติน่าอ้างสิทธิ์เหนือหมู่เกาะแห่งนี้ โฆษกกระทรวงกลาโหมของอังกฤษ ได้ยืนยันว่า เรืออากาศเอกเวลส์ ซึ่งหมายถึงเจ้าชายวิลเลียม ทรงร่วมทีมค้นหาและกู้ภัย หรือ เอสเออาร์จำนวน 4 นาย ได้เดินทางถึงหมู่เกาะฟอล์คแลนด์ เพื่อเข้าประจำการและปฏิบัติภารกิจในช่วงเวลาอันสั้น ตอนที่อังกฤษ ประกาศเรื่องนี้ เมื่อเดือนพฤศจิกายน อาร์เจนติน่าได้ตอบโต้ทันทีว่าเป็นการกระทำที่ยั่วยุและกระทรวงต่างประเทศ ได้กล่าวเสียดสีในสัปดาห์นี้ว่า เจ้าชายวิเลียมเสด็จยังเกาะหมู่เกาะฟอล์คแลนด์ในคราบของผู้พิชิต ความตึงเครียดยิ่งเพิ่มสูงขึ้น เมื่ออังกฤษประกาศส่งเรือพิฆาต เอชเอ็มเอส ดอนท์เลสส์ ที่ได้ชื่อว่าใช้เท็คโนโลยีล้ำสมัย เข้าไปประจำการใกล้กับหมู่เกาะฟอล์คแลนด์ แม้เจ้าหน้าที่ทางทหารจะยืนยันว่าเป็นการเข้าไปประจำการตามปกติก็ตาม [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<span class="fb_share"><fb:like href="http://www.asamedia.org/2012/02/%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%a5%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%94%e0%b9%87%e0%b8%88%e0%b8%ab%e0%b8%a1/" layout="button_count"></fb:like></span><p><a class="highslide" onclick="return vz.expand(this)" href="http://www.asamedia.org/wp-content/uploads/news_img_433994_1.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-30914" title="" src="http://www.asamedia.org/wp-content/uploads/news_img_433994_1-300x187.jpg" alt="" width="300" height="187" /></a></p>
<p><strong>เจ้าชายวิลเลียมเสด็จถึงหมู่เกาะฟอล์คแลนด์ ท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียดกับอาร์เจนตินา</strong></p>
<p><a href="http://www.bangkokbiznews.com/home/search/?cx=009233870810540600983%3Ahkyg0dlysoo&amp;cof=FORID%3A9&amp;ie=windows-874&amp;q=%E0%A8%E9%D2%AA%D2%C2%C7%D4%C5%E0%C5%D5%C2%C1" target="_blank">เจ้าชายวิลเลียม</a> องค์รัชทายาทลำดับที่ 2 แห่งราชวงศ์อังกฤษ เสด็จถึงหมู่เกาะฟอล์คแลนด์แล้ว ตั้งแต่วันพฤหัสบดี เพื่อทรงร่วมปฏิบัติภารกิจกับกองทัพอากาศ <span id="more-30913"></span>หรือ อาร์เอเอฟ เป็นเวลา 6 สัปดาห์ แต่เป็นประเด็นที่ถูกอาเจนติน่ากล่าวหาว่าเป็นการยั่วยุ</p>
<p>กระทรวงกลาโหมของอังกฤษ แถลงว่า การส่ง<a href="http://www.bangkokbiznews.com/home/search/?cx=009233870810540600983%3Ahkyg0dlysoo&amp;cof=FORID%3A9&amp;ie=windows-874&amp;q=%E0%A8%E9%D2%AA%D2%C2%C7%D4%C5%E0%C5%D5%C2%C1" target="_blank">เจ้าชายวิลเลียม</a> ดยุคแห่งเคมบริดจ์ พระชนมายุ 29 ชันษาไปยังหมู่เกาะที่เป็นข้อพิพาทในเซาท์ แอตแลนติกแห่งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของการปฏิบัติภารกิจปกติ ในฐานะนักบินค้นหาและกู้ภัยของกองทัพอากาศ แต่กำหนดเวลาของภารกิจ ก่อให้เกิดความตึงเครียดยิ่งขึ้น เนื่องจากกำลังจะครบรอบ 30 ปี ของสงครามชิงหมู่เกาะฟอล์คแลนด์ ระหว่างอังกฤษกับอาร์เจนติน่า ซึ่งปัจจุบันหมู่เกาะแห่งนี้อยู่ในความควบคุมของอังกฤษ แต่อาร์เจนติน่าอ้างสิทธิ์เหนือหมู่เกาะแห่งนี้</p>
<p>โฆษกกระทรวงกลาโหมของอังกฤษ ได้ยืนยันว่า เรืออากาศเอกเวลส์ ซึ่งหมายถึง<a href="http://www.bangkokbiznews.com/home/search/?cx=009233870810540600983%3Ahkyg0dlysoo&amp;cof=FORID%3A9&amp;ie=windows-874&amp;q=%E0%A8%E9%D2%AA%D2%C2%C7%D4%C5%E0%C5%D5%C2%C1" target="_blank">เจ้าชายวิลเลียม</a> ทรงร่วมทีมค้นหาและกู้ภัย หรือ เอสเออาร์จำนวน 4 นาย ได้เดินทางถึงหมู่เกาะฟอล์คแลนด์ เพื่อเข้าประจำการและปฏิบัติภารกิจในช่วงเวลาอันสั้น ตอนที่อังกฤษ ประกาศเรื่องนี้ เมื่อเดือนพฤศจิกายน อาร์เจนติน่าได้ตอบโต้ทันทีว่าเป็นการกระทำที่ยั่วยุและกระทรวงต่างประเทศ ได้กล่าวเสียดสีในสัปดาห์นี้ว่า เจ้าชายวิเลียมเสด็จยังเกาะหมู่เกาะฟอล์คแลนด์ในคราบของผู้พิชิต</p>
<p>ความตึงเครียดยิ่งเพิ่มสูงขึ้น เมื่ออังกฤษประกาศส่งเรือพิฆาต เอชเอ็มเอส ดอนท์เลสส์ ที่ได้ชื่อว่าใช้เท็คโนโลยีล้ำสมัย เข้าไปประจำการใกล้กับหมู่เกาะฟอล์คแลนด์ แม้เจ้าหน้าที่ทางทหารจะยืนยันว่าเป็นการเข้าไปประจำการตามปกติก็ตาม แต่รองประธานาธิบดี อามาโด้ บูดู ของอาร์เจนตินา ระบุว่า อังกฤษใช้เรื่องหมู่เกาะฟอล์คแลนด์ มาดึงดูดความสนใจของสาธารณชนจากปัญหาการว่างงานที่สูงจนเข้าขั้นวิกฤติ ซึ่งถือเป็นการเล่นการเมืองภายใน<br />
เพื่อปกปิดผลงานที่ด้อยประสิทธิภาพของรัฐบาล</p>
<p>หมู่เกาะฟอล์คแลนด์ ซึ่งมีประชาชนอาศัยอยู่ประมาณ 3 พันคน อยู่ภายใต้การปกครองของอังกฤษ มาตั้งแต่ปี 2376 แต่เมื่อวันที่ 2 เมษายน ปี 2525 รัฐบาลทหารของอาร์เจนติน่า ในสมัยนั้น ได้ส่งกำลังเข้าบุกหมู่เกาะฟอล์คแลนด์ ที่อาร์เจนติน่า เรียกว่า มัลวินัส ทำให้เกิดสงคราม 74 วัน ที่ทำให้อังกฤษสูญเสียทหาร 255 นาย อาร์เจนติน่า 255 นาย และชาวเกาะอีก 3 คน</p>
<p>อังกฤษ ยังคงยืนยันการอ้างสิทธิ์เหนือหมู่เกาะแห่งนี้ และประกาศจะปกป้องไปจนตราบนานเท่าที่ประชาชนบนเกาะยังต้องการเป็นส่วนหนึ่งของอังกฤษ ขณะที่กระทรวงกลาโหมยืนยันว่า<a href="http://www.bangkokbiznews.com/home/search/?cx=009233870810540600983%3Ahkyg0dlysoo&amp;cof=FORID%3A9&amp;ie=windows-874&amp;q=%E0%A8%E9%D2%AA%D2%C2%C7%D4%C5%E0%C5%D5%C2%C1" target="_blank">เจ้าชายวิลเลียม</a>เพียงแต่เข้าร่วมภารกิจของกองทัพอากาศ และไม่ได้เสด็จอย่างเป็นทางการในฐานะดยุคแห่งเคมบริดจ์แต่อย่างใด แต่เป็นในฐานะนักบินของทีมเอสเออาร์ล้วน ๆ</p>
<p><a href="http://www.bangkokbiznews.com/home/search/?cx=009233870810540600983%3Ahkyg0dlysoo&amp;cof=FORID%3A9&amp;ie=windows-874&amp;q=%E0%A8%E9%D2%AA%D2%C2%C7%D4%C5%E0%C5%D5%C2%C1" target="_blank">เจ้าชายวิลเลียม</a> ทรงสอบผ่านการเป็นนักบินค้นหาและกู้ภัยของกองทัพอากาศ เมื่อเดือนกันยายน ปี 2553 และทรงเริ่มปฏิบัติงานที่ฐานทัพในแคว้นเวลส์ โดยทรงขับเฮลิคอปเตอร์ไปทรงช่วยทหารเรือที่ตกอยู่ในอันตราย หรือนักเดินทางที่ติดอยู่บนภูเขา ส่วนเจ้าหญิงแคทเธอรีน พระชายา ซึ่งทรงเสกสมรสด้วยอย่างยิ่งใหญ่เมื่อปีที่แล้ว จะทรงออกงานสาธารณะเพียงลำพังในระหว่างที่พระสวามีอยู่ที่หมู่เกาะฟอล์คแลนด์</p>
<p>เจ้าหญิงแคทเธอรีน พระชนมายุ 30 ชันษา จะเสด็จร่วมงานนิทรรศการภาพของลูเซียน ฟรอยด์ ศิลปินร่วมสมัยผู้ล่วงลับ ที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงทั้งรายได้และชื่อเสียง ที่เนชั่นแนล แกลอรี่ ในกรุงลอนดอน วันที่ 8 กุมภาพันธ์ ก่อนจะเสด็จเยี่ยมโรงพยาบาลเด็กในเมืองลิเวอร์พูล วันที่ 14 กุมภาพันธ์</p>
<p>ก่อนหน้านี้ ทั้งสองพระองค์  ทรงได้รับสัตว์เลี้ยงตัวใหม่ เป็นสุนัขพันธุ์คอกเกอร์ สแปเนียล เพื่อเอาไว้เป็นเพื่อนเจ้าหญิงแคทเธอรีน ที่สถานที่ประทับใกล้กับฐานทัพอากาศในแองเจิลซีย์ ทางเหนือของเวลส์ ในยามที่<a href="http://www.bangkokbiznews.com/home/search/?cx=009233870810540600983%3Ahkyg0dlysoo&amp;cof=FORID%3A9&amp;ie=windows-874&amp;q=%E0%A8%E9%D2%AA%D2%C2%C7%D4%C5%E0%C5%D5%C2%C1" target="_blank">เจ้าชายวิลเลียม</a>ทรงติดภารกิจ</p>
<p>การปฏิบัติภารกิจของ<a href="http://www.bangkokbiznews.com/home/search/?cx=009233870810540600983%3Ahkyg0dlysoo&amp;cof=FORID%3A9&amp;ie=windows-874&amp;q=%E0%A8%E9%D2%AA%D2%C2%C7%D4%C5%E0%C5%D5%C2%C1" target="_blank">เจ้าชายวิลเลียม</a>ทั้งในกองทัพอากาศ มีขึ้นหลังจากทรงร่วมปฏิบัติภารกิจในกองทัพบก และกองทัพเรือ เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนจะทรงเป็นองค์ประมุขแห่งราชอาณาจักรและกองทัพ ขณะที่<a href="http://www.bangkokbiznews.com/home/search/?cx=009233870810540600983%3Ahkyg0dlysoo&amp;cof=FORID%3A9&amp;ie=windows-874&amp;q=%E0%A8%E9%D2%AA%D2%C2%C7%D4%C5%E0%C5%D5%C2%C1" target="_blank">เจ้าชายวิลเลียม</a> พระอนุชา ทรงเคยร่วมปฏิบัติภารกิจกับกองทัพบกในอัฟกานิสถาน เป็นเวลา 10 สัปดาห์ ระหว่างปี 2550-2551 โดยที่สื่อมวลชนไม่ได้ระแคะระคาย</p>
<p>อย่างไรก็ตาม กฎมณเฑียรบาลของอังกฤษ ไม่อนุญาตให้<a href="http://www.bangkokbiznews.com/home/search/?cx=009233870810540600983%3Ahkyg0dlysoo&amp;cof=FORID%3A9&amp;ie=windows-874&amp;q=%E0%A8%E9%D2%AA%D2%C2%C7%D4%C5%E0%C5%D5%C2%C1" target="_blank">เจ้าชายวิลเลียม</a>ไปเสี่ยงในอันตรายในสมรภูมิสงครามได้<br />
เมื่อเดือนที่แล้ว อาร์เจนตินา ได้โน้มน้าวให้บราซิล อุรุกวัย และชิลี เข้าร่วมกลุ่ม &#8221; เมอร์โคซูร์ &#8220;ที่มีนโยบายไม่ต้อนรับเรือทุกลำที่ติดธงฟอล์คแลนด์ ที่เป็นรูปเกาะและเรืออยู่กับธงยูเนียน แจ็ค สีแดง ขาว น้ำเงิน ของสหราชอาณาจักร</p>
<p>ทำให้นายกรัฐมนตรีเดวิด คาเมรอน ไม่พอใจ และกล่าวหาประธานาธิบดีคริสตินา เฟอร์นานเดซ เคอร์ชเนอร์ ของอาร์เจนติน่าว่า มีเป้าหมายที่จะล่าอาณานิคมเพื่อครอบครองหมู่เกาะฟอล์คแลนด์ ที่ประชาชนต้องการอยู่กับอังกฤษ ซึ่ง<br />
ผู้นำอาร์เจนติน่าได้ตอบโต้ผู้นำอังกฤษว่า เป็นสามัญชนผู้ยึดติดอยู่กับความโง่เขลา</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ที่มา : กรุงเทพธุรกิจ</p>
<span class="fb_share"><fb:like href="http://www.asamedia.org/2012/02/%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%a5%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%94%e0%b9%87%e0%b8%88%e0%b8%ab%e0%b8%a1/" layout="button_count"></fb:like></span>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.asamedia.org/2012/02/%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%a5%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%94%e0%b9%87%e0%b8%88%e0%b8%ab%e0%b8%a1/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ลังกาฆ่าทิ้งสุนัขนับล้านตัว</title>
		<link>http://www.asamedia.org/2012/01/%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%86%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%97%e0%b8%b4%e0%b9%89%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%82%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%a5%e0%b9%89/</link>
		<comments>http://www.asamedia.org/2012/01/%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%86%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%97%e0%b8%b4%e0%b9%89%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%82%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%a5%e0%b9%89/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 08 Jan 2012 08:15:28 +0000</pubDate>
		<dc:creator>pimai</dc:creator>
				<category><![CDATA[ต่างประเทศ]]></category>
		<category><![CDATA[ฆ่าสุนัขจรจัด]]></category>
		<category><![CDATA[ปัญหาสาธารณสุข]]></category>
		<category><![CDATA[ศรีลังกา]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.asamedia.org/?p=30680</guid>
		<description><![CDATA[วันที่ 7 ม.ค. สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากกรุงโคลัมโบ ประเทศศรีลังกา ว่า ทางการศรีลังกาเตรียมแผนกำจัดสุนัขจรจัดราว 3 ล้านตัวในประเทศ เพื่อแก้ปัญหาโรคพิษสุนัขบ้า และการรักษาพยาบาลประชาชนที่ถูกสุนัขเหล่านี้กัด เฉลี่ยวันละ 2,000 คน นายไมตรีปาละ สิริเสนา รมว.สาธารณสุขศรีลังกา เผยว่า รัฐบาลตัดสินใจยกเลิกการหยุดฆ่าสุนัขจรจัด ที่ดำเนินตลอดมา 5 ปี เนื่องจากนโยบายดังกล่าวล้มเหลว และว่า ปัจจุบันประชากรสุนัขจรจัดในศรีลังกา เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และมีอยู่ประมาณ 3 ล้านตัว กลายเป็นปัญหาใหญ่ด้านสาธารณสุข ในประเทศที่มีประชากรราว 20 ล้านคน และตัวเลขข้อมูลล่าสุดของทางการ ระบุว่า ประชาชนถูกสุนัขจรจัดกัด เข้ารับการรักษาตามสถานพยาบาลต่าง ๆ เฉลี่ยวันละ 2,000 คน ซึ่งรัฐบาลต้องเจียดงบประมาณกว่าปีละ 13 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อแก้ไขปัญหานี้ ก่อนหน้านี้ศรีลังกาอนุญาตให้เจ้าหน้าที่สามารถจับ และฆ่าสุนัขจรจัดได้ทันที แต่ประธานาธิบดีลงนามในคำสั่งห้ามฆ่าเมื่อปี 2549 หลังจากได้รับการต่อต้านและผลักดัน จากหลายกลุ่มองค์กรเพื่อสิทธิสัตว์ โดย 1 ในมาตรการแก้ไขปัญหาของทางการนับจากนั้น คือการจับสุนัขจรจัดทำหมัน [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<span class="fb_share"><fb:like href="http://www.asamedia.org/2012/01/%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%86%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%97%e0%b8%b4%e0%b9%89%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%82%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%a5%e0%b9%89/" layout="button_count"></fb:like></span><div id="attachment_30681" class="wp-caption alignleft" style="width: 310px"><a class="highslide" onclick="return vz.expand(this)" href="http://www.asamedia.org/wp-content/uploads/6487.jpg"><img class="size-medium wp-image-30681" title="" src="http://www.asamedia.org/wp-content/uploads/6487-300x161.jpg" alt="" width="300" height="161" /></a><p class="wp-caption-text">ลังกาเล็งฆ่าทิ้งสุนัขจรจัด 3 ล้านตัว หวังแก้โรคพิษสุนัขบ้า หลังมีคนถูกกัดวันละ 2 พันคน ต้องเสียเงินค่ารักษาปีละกว่า 13 ล้านเหรียญสหรัฐ</p></div>
<p>วันที่ 7 ม.ค. สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากกรุงโคลัมโบ ประเทศศรีลังกา ว่า ทางการศรีลังกาเตรียมแผนกำจัดสุนัขจรจัดราว 3 ล้านตัวในประเทศ เพื่อแก้ปัญหาโรคพิษสุนัขบ้า และการรักษาพยาบาลประชาชนที่ถูกสุนัขเหล่านี้กัด เฉลี่ยวันละ 2,000 คน<span id="more-30680"></span><br />
นายไมตรีปาละ สิริเสนา รมว.สาธารณสุขศรีลังกา เผยว่า รัฐบาลตัดสินใจยกเลิกการหยุดฆ่าสุนัขจรจัด ที่ดำเนินตลอดมา 5 ปี เนื่องจากนโยบายดังกล่าวล้มเหลว และว่า ปัจจุบันประชากรสุนัขจรจัดในศรีลังกา เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และมีอยู่ประมาณ 3 ล้านตัว กลายเป็นปัญหาใหญ่ด้านสาธารณสุข ในประเทศที่มีประชากรราว 20 ล้านคน และตัวเลขข้อมูลล่าสุดของทางการ ระบุว่า ประชาชนถูกสุนัขจรจัดกัด เข้ารับการรักษาตามสถานพยาบาลต่าง ๆ เฉลี่ยวันละ 2,000 คน ซึ่งรัฐบาลต้องเจียดงบประมาณกว่าปีละ 13 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อแก้ไขปัญหานี้<br />
ก่อนหน้านี้ศรีลังกาอนุญาตให้เจ้าหน้าที่สามารถจับ และฆ่าสุนัขจรจัดได้ทันที แต่ประธานาธิบดีลงนามในคำสั่งห้ามฆ่าเมื่อปี 2549 หลังจากได้รับการต่อต้านและผลักดัน จากหลายกลุ่มองค์กรเพื่อสิทธิสัตว์ โดย 1 ในมาตรการแก้ไขปัญหาของทางการนับจากนั้น คือการจับสุนัขจรจัดทำหมัน ฉีดวัคซีนกันโรคกลัวน้ำ และตั้งศูนย์เลี้ยงดูทางภาคเหนือของประเทศ.</p>
<span class="fb_share"><fb:like href="http://www.asamedia.org/2012/01/%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%86%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%97%e0%b8%b4%e0%b9%89%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%82%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%a5%e0%b9%89/" layout="button_count"></fb:like></span>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.asamedia.org/2012/01/%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%86%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%97%e0%b8%b4%e0%b9%89%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%82%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%a5%e0%b9%89/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>อังกฤษส่งเรือรบเข้าอ่าวเปอร์เซีย</title>
		<link>http://www.asamedia.org/2012/01/%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%a4%e0%b8%a9%e0%b8%aa%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b8%9a%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%ad%e0%b9%88%e0%b8%b2/</link>
		<comments>http://www.asamedia.org/2012/01/%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%a4%e0%b8%a9%e0%b8%aa%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b8%9a%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%ad%e0%b9%88%e0%b8%b2/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 08 Jan 2012 08:12:01 +0000</pubDate>
		<dc:creator>pimai</dc:creator>
				<category><![CDATA[ต่างประเทศ]]></category>
		<category><![CDATA[ช่องแคบฮอร์มุซ]]></category>
		<category><![CDATA[อังกฤษ]]></category>
		<category><![CDATA[อิหร่าน]]></category>
		<category><![CDATA[อเมริกา]]></category>
		<category><![CDATA[อ่าวเปอร์เซีย]]></category>
		<category><![CDATA[เรือรบพิฆาตแดริ่ง]]></category>
		<category><![CDATA[เส้นทางลำเลียงน้ำมันดิบ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.asamedia.org/?p=30676</guid>
		<description><![CDATA[เมื่อวันที่ 7 ม.ค. สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ว่า ราชนาวีอังกฤษได้ส่งเรือพิฆาตลำใหม่ล่าสุดมีชื่อว่า &#8220;แดริ่ง&#8221; ออกปฏิบัติภารกิจแรกแล้ว โดยเดินทางมุ่งสู่อ่าวเปอร์เซีย ท่ามกลางสถานการณ์ที่ตึงเครียด หลังประเทศอิหร่านขู่ปิดช่องแคบฮอร์มุซ เส้นทางสำคัญสำหรับเดินเรือ และขนส่งลำเลียงน้ำมันดิบของโลก แถลงการณ์กระทรวงกลาโหมอังกฤษระบุว่า เรือพิฆาตแดริ่งซึ่งติดตั้งระบบสเตลธ์ เพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจจับเรดาร์ จะเดินทางไปร่วมกับเรือรบลำอื่น ๆ ของอังกฤษ ที่ปักหลักลอยลำอยู่ก่อนแล้วในอ่าวเปอร์เซีย แม้ว่าการส่งเรือรบลำนี้ไปเสริม จะมีแผนการล่วงหน้านานกว่าปี แต่มีขึ้นขณะที่อังกฤษและบรรดาประเทศพันธมิตร ต่างแสดงความวิตกกังวล เกี่ยวกับคำขู่ของอิหร่านที่จะปิดช่องแคบฮอร์มุซ ที่เป็นเส้นทางผ่านน้ำมันประมาณ 20 % ของโลก โดยอิหร่านขู่จะดำเนินการ หากถูกชาติตะวันตกใช้มาตรการคว่ำบาตรเพิ่มอีก นายฟิลิป แฮมมอนด์ รมว.กลาโหมอังกฤษเปิดเผย ระหว่างเดินทางเยือนกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ประเทศสหรัฐอเมริกาว่า อังกฤษกับสหรัฐพร้อมจะตอบโต้กับการยั่วยุอย่างเฉียบขาดและรวดเร็วฉับไว เพื่อไม่ให้สถานการณ์ลุกลามบานปลาย. ที่มา : เดลินิวส์]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<span class="fb_share"><fb:like href="http://www.asamedia.org/2012/01/%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%a4%e0%b8%a9%e0%b8%aa%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b8%9a%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%ad%e0%b9%88%e0%b8%b2/" layout="button_count"></fb:like></span><div id="attachment_30677" class="wp-caption alignnone" style="width: 310px"><a class="highslide" onclick="return vz.expand(this)" href="http://www.asamedia.org/wp-content/uploads/6485.jpg"><img class="size-medium wp-image-30677" title="" src="http://www.asamedia.org/wp-content/uploads/6485-300x161.jpg" alt="" width="300" height="161" /></a><p class="wp-caption-text">อิหร่านระอุอังกฤษส่งเรือรบพิฆาต ประจำน่านน้ำอ่าวเปอร์เซีย ขู่พร้อมเปิดศึกหากปิดช่องแคบฮอร์มุซ</p></div>
<p>เมื่อวันที่ 7 ม.ค. สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ว่า ราชนาวีอังกฤษได้ส่งเรือพิฆาตลำใหม่ล่าสุดมีชื่อว่า &#8220;แดริ่ง&#8221; ออกปฏิบัติภารกิจแรกแล้ว โดยเดินทางมุ่งสู่อ่าวเปอร์เซีย ท่ามกลางสถานการณ์ที่ตึงเครียด หลังประเทศอิหร่านขู่ปิดช่องแคบฮอร์มุซ เส้นทางสำคัญสำหรับเดินเรือ และขนส่งลำเลียงน้ำมันดิบของโลก<span id="more-30676"></span></p>
<p>แถลงการณ์กระทรวงกลาโหมอังกฤษระบุว่า เรือพิฆาตแดริ่งซึ่งติดตั้งระบบสเตลธ์ เพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจจับเรดาร์ จะเดินทางไปร่วมกับเรือรบลำอื่น ๆ ของอังกฤษ ที่ปักหลักลอยลำอยู่ก่อนแล้วในอ่าวเปอร์เซีย แม้ว่าการส่งเรือรบลำนี้ไปเสริม จะมีแผนการล่วงหน้านานกว่าปี แต่มีขึ้นขณะที่อังกฤษและบรรดาประเทศพันธมิตร ต่างแสดงความวิตกกังวล เกี่ยวกับคำขู่ของอิหร่านที่จะปิดช่องแคบฮอร์มุซ ที่เป็นเส้นทางผ่านน้ำมันประมาณ 20 % ของโลก โดยอิหร่านขู่จะดำเนินการ หากถูกชาติตะวันตกใช้มาตรการคว่ำบาตรเพิ่มอีก</p>
<p>นายฟิลิป แฮมมอนด์ รมว.กลาโหมอังกฤษเปิดเผย ระหว่างเดินทางเยือนกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ประเทศสหรัฐอเมริกาว่า อังกฤษกับสหรัฐพร้อมจะตอบโต้กับการยั่วยุอย่างเฉียบขาดและรวดเร็วฉับไว เพื่อไม่ให้สถานการณ์ลุกลามบานปลาย.</p>
<p>ที่มา : เดลินิวส์</p>
<span class="fb_share"><fb:like href="http://www.asamedia.org/2012/01/%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%a4%e0%b8%a9%e0%b8%aa%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b8%9a%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%ad%e0%b9%88%e0%b8%b2/" layout="button_count"></fb:like></span>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.asamedia.org/2012/01/%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%a4%e0%b8%a9%e0%b8%aa%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b8%9a%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%ad%e0%b9%88%e0%b8%b2/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>โรงแรมน้ำแข็ง-ประสบการณ์ใหม่สำหรับคนอยาก&#8221;หนาว&#8221;</title>
		<link>http://www.asamedia.org/2012/01/%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b9%81%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b9%81%e0%b8%82%e0%b9%87%e0%b8%87-%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%aa%e0%b8%9a%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%93/</link>
		<comments>http://www.asamedia.org/2012/01/%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b9%81%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b9%81%e0%b8%82%e0%b9%87%e0%b8%87-%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%aa%e0%b8%9a%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%93/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 08 Jan 2012 08:07:34 +0000</pubDate>
		<dc:creator>pimai</dc:creator>
				<category><![CDATA[Features]]></category>
		<category><![CDATA[ต่างประเทศ]]></category>
		<category><![CDATA[สถานที่แปลก]]></category>
		<category><![CDATA[เทศกาลแกะสลักรูปปั้นน้ำแข็ง]]></category>
		<category><![CDATA[เนเธอร์แลนด์]]></category>
		<category><![CDATA[เมืองซวอลล์]]></category>
		<category><![CDATA[โรงแรมน้ำแข็ง]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.asamedia.org/?p=30671</guid>
		<description><![CDATA[ปัจจุบันนี้มีการแข่งขันกันสูงในหลายด้าน ใครมีแนวคิดดีแหวกแนวไม่เหมือนคนอื่น ย่อมได้เปรียบ เหมือนโรงแรมน้ำแข็งในเมืองซวอลล์ ทางตะวันออกเฉียงเหนือของเนเธอร์แลนด์ แดนทิวลิป ซึ่งนอกจากมีเตียงนอน และมินิบาร์แล้ว ยังมีเสื้อคลุมอาบน้ำ รองเท้าแตะเหมือนโรงแรมทั่วไป ยกเว้นอุณหภูมิของห้อง ที่จะหนาวเย็นในระดับใกล้จุดเยือกแข็ง โรงแรมที่ว่านี้ถือเป็นโรงแรมน้ำแข็งแห่งแรกของชาวดัตช์ ด้วยอุณหภูมิ 8 องศาเซลเซียส แอนเน็ต ฟาน ลิมเบิร์ก ผู้จัดการโรงแรมกล่าว  ต่อบรรดานักท่องเที่ยวที่มาพักโรงแรมแห่งนี้เป็นครั้งแรกว่า หากพวกคุณอาบน้ำ (ฝักบัว) ก่อน     เข้านอน จะต้องทำให้ผมแห้งสนิท มิเช่นนั้นเส้นผมจะกลายเป็นน้ำแข็ง อีกทั้งห้ามดื่มของมึนเมาที่  มากเกินไป เช่นเดียวกับห้ามรับประทานอาหารมื้อหนัก และที่สำคัญต้องเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนเข้าห้อง ลุค ฟาน เฮจส์ และมายา จาง คู่สามีภรรยาชาวดัตช์ วัย 42 ปีเท่ากัน ซึ่งมาเข้าพักในโรงแรมน้ำแข็ง ได้ฟังคำแนะนำจากลิมเบิร์กอย่างตั้งอกตั้งใจ ขณะที่ ภายในกระเป๋าเดินทางของพวกเขาอัดแน่นไปด้วยเสื้อผ้าหลายชิ้น ทั้งกางเกง เสื้อกันหนาว ถุงมือและหมวก ฟาน เฮจส์กล่าวยอมรับว่า เขาไม่ได้กลัวการพักโรงแรมน้ำแข็ง แต่รู้สึกตื่นเต้นเล็กน้อย แม้ว่า เขากับภรรยาเข้ามาพักโรงแรมแห่งนี้ เพราะต้องการประสบการณ์ใหม่ ๆ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<span class="fb_share"><fb:like href="http://www.asamedia.org/2012/01/%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b9%81%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b9%81%e0%b8%82%e0%b9%87%e0%b8%87-%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%aa%e0%b8%9a%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%93/" layout="button_count"></fb:like></span><p><a class="highslide" onclick="return vz.expand(this)" href="http://www.asamedia.org/wp-content/uploads/0-2.jpg"><img class="alignnone size-medium wp-image-30672" title="0 (2)" src="http://www.asamedia.org/wp-content/uploads/0-2-300x200.jpg" alt="" width="300" height="200" /></a></p>
<p>ปัจจุบันนี้มีการแข่งขันกันสูงในหลายด้าน ใครมีแนวคิดดีแหวกแนวไม่เหมือนคนอื่น ย่อมได้เปรียบ เหมือนโรงแรมน้ำแข็งในเมืองซวอลล์ ทางตะวันออกเฉียงเหนือของเนเธอร์แลนด์ แดนทิวลิป ซึ่งนอกจากมีเตียงนอน และมินิบาร์แล้ว ยังมีเสื้อคลุมอาบน้ำ รองเท้าแตะเหมือนโรงแรมทั่วไป ยกเว้นอุณหภูมิของห้อง ที่จะหนาว<span id="more-30671"></span>เย็นในระดับใกล้จุดเยือกแข็ง</p>
<p>โรงแรมที่ว่านี้ถือเป็นโรงแรมน้ำแข็งแห่งแรกของชาวดัตช์ ด้วยอุณหภูมิ 8 องศาเซลเซียส แอนเน็ต ฟาน ลิมเบิร์ก ผู้จัดการโรงแรมกล่าว  ต่อบรรดานักท่องเที่ยวที่มาพักโรงแรมแห่งนี้เป็นครั้งแรกว่า หากพวกคุณอาบน้ำ (ฝักบัว) ก่อน     เข้านอน จะต้องทำให้ผมแห้งสนิท มิเช่นนั้นเส้นผมจะกลายเป็นน้ำแข็ง อีกทั้งห้ามดื่มของมึนเมาที่  มากเกินไป เช่นเดียวกับห้ามรับประทานอาหารมื้อหนัก และที่สำคัญต้องเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนเข้าห้อง</p>
<p>ลุค ฟาน เฮจส์ และมายา จาง คู่สามีภรรยาชาวดัตช์ วัย 42 ปีเท่ากัน ซึ่งมาเข้าพักในโรงแรมน้ำแข็ง ได้ฟังคำแนะนำจากลิมเบิร์กอย่างตั้งอกตั้งใจ ขณะที่ ภายในกระเป๋าเดินทางของพวกเขาอัดแน่นไปด้วยเสื้อผ้าหลายชิ้น ทั้งกางเกง เสื้อกันหนาว ถุงมือและหมวก ฟาน เฮจส์กล่าวยอมรับว่า เขาไม่ได้กลัวการพักโรงแรมน้ำแข็ง แต่รู้สึกตื่นเต้นเล็กน้อย แม้ว่า เขากับภรรยาเข้ามาพักโรงแรมแห่งนี้ เพราะต้องการประสบการณ์ใหม่ ๆ</p>
<p><a class="highslide" onclick="return vz.expand(this)" href="http://www.asamedia.org/wp-content/uploads/1-2.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-30673" title="1 (2)" src="http://www.asamedia.org/wp-content/uploads/1-2-300x200.jpg" alt="" width="300" height="200" /></a></p>
<p>โรงแรมดังกล่าวถูกสร้างขึ้นเพื่อรองรับเทศกาลแกะสลักรูปปั้นน้ำแข็ง ตั้งอยู่ในห้อง เย็นขนาดใหญ่มี 3 ห้องพัก อุณหภูมิเฉลี่ยระหว่าง 6–8 องศาเซลเซียส แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับจำนวนแขกผู้มาพัก ฟาน ลิมเบิร์กกล่าวต่อไปว่า นี่เป็นครั้งแรกของยุโรปที่มีการเปิดโรงแรมน้ำแข็ง โดยภายในโรงแรมมีการประดับประดาด้วยรูปปั้นแกะสลักจากน้ำแข็ง รวมทั้งเปลือกหอยขนาดยักษ์ที่แกะสลักจากน้ำแข็งเช่นกัน ส่วนผ้าม่านสีดำหนาทึบถูกนำมาเป็นบานประตูทางเข้าออก</p>
<p>นอกจากนี้ ภายในห้องพักยังมีเตียงสี่เหลี่ยม ซึ่งสว่างไสวด้วยไฟสีเขียว ชมพู และฟ้า จากโคมไฟที่ฝังอยู่ใต้น้ำแข็ง โรงแรมแห่งนี้ใช้เวลาสร้างราว 10 วัน มี 3 ห้องพัก แขกผู้มาพักสามารถเข้ามาใช้บริการได้ตั้งแต่วันที่ 3 ธันวาคมที่ผ่านมาจนถึงวันที่ 29 มกราคม ทางโรงแรมน้ำแข็งคิดค่าบริการตกคืนละ 199 ยูโร หรือราว 8,000 บาทสำหรับ 2 คน พร้อมอาหารมื้อเช้า</p>
<p>ฟาน ลิมเบิร์ก บอกว่า โรงแรมน้ำแข็งไม่ใช่สิ่งอันตราย หากแขกผู้มาพักมีสุขภาพแข็งแรง แต่ถึงกระนั้นมีการสำรองห้องพักที่ โรงแรมปกติทั่วไปเอาไว้สำหรับแขกที่เปลี่ยนใจไม่อยากพักโรงแรมน้ำแข็ง แถมด้วยบริการรถแท็กซี่ฟรี อย่างไรก็ตามหลังจากเช็กเอาต์ในวันถัดมา ฟาน เฮจส์และจาง ดูเหมือนยังไม่หนำใจจากประสบการณ์หนาวสุดขั้ว เขาบอกว่า เมื่อคืนสวมเสื้อผ้าถึง 3 ชั้น จึงไม่รู้สึกว่าหนาวเลย แต่ยอมรับว่าเป็นประสบการณ์ที่ดีที่ได้มาพักในโรงแรมน้ำแข็ง.</p>
<p><a class="highslide" onclick="return vz.expand(this)" href="http://www.asamedia.org/wp-content/uploads/6476.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-30674" title="6476" src="http://www.asamedia.org/wp-content/uploads/6476-300x161.jpg" alt="" width="300" height="161" /></a></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ที่มา : เดลินิวส์</p>
<span class="fb_share"><fb:like href="http://www.asamedia.org/2012/01/%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b9%81%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b9%81%e0%b8%82%e0%b9%87%e0%b8%87-%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%aa%e0%b8%9a%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%93/" layout="button_count"></fb:like></span>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.asamedia.org/2012/01/%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b9%81%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b9%81%e0%b8%82%e0%b9%87%e0%b8%87-%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%aa%e0%b8%9a%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%93/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>คลื่นซัดเรือยักษ์เกยตื้นขาด 2 ท่อน</title>
		<link>http://www.asamedia.org/2012/01/%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%8b%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b9%8c%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%a2%e0%b8%95%e0%b8%b7/</link>
		<comments>http://www.asamedia.org/2012/01/%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%8b%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b9%8c%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%a2%e0%b8%95%e0%b8%b7/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 08 Jan 2012 07:22:47 +0000</pubDate>
		<dc:creator>pimai</dc:creator>
				<category><![CDATA[Features]]></category>
		<category><![CDATA[ต่างประเทศ]]></category>
		<category><![CDATA[นิวซีแลนด์]]></category>
		<category><![CDATA[รีนา]]></category>
		<category><![CDATA[เรือบรรทุกสินค้า]]></category>
		<category><![CDATA[เรืออับปาง]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.asamedia.org/?p=30658</guid>
		<description><![CDATA[เมื่อวันที่ 8 ม.ค. สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงเวลลิงตัน ประเทศนิวซีแลนด์ ว่าเรือบรรทุกสินค้า “รีนา” ระวางขับน้ำ 38,788 ตันของกรีซ ที่อับปางเกยตื้นชายฝั่งเมืองทอรังกา บนเกาะเหนือของนิวซีแลนด์ ตั้งแต่ต้นเดือน ต.ค. ล่าสุดถูกคลื่นซัดเรือแตก ขาดออกเป็น 2 ท่อน ตู้สินค้าหลุดลอยกระจาย หวั่นน้ำมันเชื้อเพลิงในเรือจะรั่วไหลสู่อ่าวอีก นายรอสส์ แฮนเดอร์สัน โฆษกสำนักงานพานิชย์นาวีนิวซีแลนด์ แถลงในวันนี้ (8 ม.ค.) ว่าคลื่นลมทะเลรุนแรงเมื่อคืนที่ผ่านมา ซัดเรือรีนาจนแตกและขาดออกเป็น 2 ท่อน โดยเช้าวันนี้แต่ละซีกของเรืออยู่ห่างจากกันประมาณ 30 เมตร  และตู้คอนเทนเนอร์อย่างน้อย 23 ตู้ หลุดจากเรือออกสู่ทะเล เรือรีนาขนาดความยาว 236 เมตร ถูกคลื่นซัดเกยตื้นชายหาดแอสโตรเลบ ของเกาเหนือนิวซีแลนด์ เมื่อเวลาประมาณ 02.20 น. วันที่ 5 ต.ค. ที่ผ่านมา ขณะแล่นจากเมืองเนเปียร์ไปยังทอรังกา โดยบรรทุกสินค้าในตู้คอนเทนเนอร์ 1,368 ตู้ 8 ตู้ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<span class="fb_share"><fb:like href="http://www.asamedia.org/2012/01/%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%8b%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b9%8c%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%a2%e0%b8%95%e0%b8%b7/" layout="button_count"></fb:like></span><p><a class="highslide" onclick="return vz.expand(this)" href="http://www.asamedia.org/wp-content/uploads/6519.jpg"><img class="alignnone size-medium wp-image-30659" title="6519" src="http://www.asamedia.org/wp-content/uploads/6519-300x161.jpg" alt="" width="300" height="161" /></a></p>
<p>เมื่อวันที่ 8 ม.ค. สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงเวลลิงตัน ประเทศนิวซีแลนด์ ว่าเรือบรรทุกสินค้า “รีนา” ระวางขับน้ำ 38,788 ตันของกรีซ ที่อับปางเกยตื้นชายฝั่งเมืองทอรังกา บนเกาะเหนือของนิวซีแลนด์ ตั้งแต่ต้นเดือน ต.ค. ล่าสุดถูกคลื่นซัดเรือแตก ขาดออกเป็น 2 ท่อน ตู้สินค้าหลุดลอยกระจาย หวั่นน้ำมันเชื้อเพลิงในเรือจะรั่วไหลสู่อ่าวอีก<span id="more-30658"></span><br />
นายรอสส์ แฮนเดอร์สัน โฆษกสำนักงานพานิชย์นาวีนิวซีแลนด์ แถลงในวันนี้ (8 ม.ค.) ว่าคลื่นลมทะเลรุนแรงเมื่อคืนที่ผ่านมา ซัดเรือรีนาจนแตกและขาดออกเป็น 2 ท่อน โดยเช้าวันนี้แต่ละซีกของเรืออยู่ห่างจากกันประมาณ 30 เมตร  และตู้คอนเทนเนอร์อย่างน้อย 23 ตู้ หลุดจากเรือออกสู่ทะเล<br />
เรือรีนาขนาดความยาว 236 เมตร ถูกคลื่นซัดเกยตื้นชายหาดแอสโตรเลบ ของเกาเหนือนิวซีแลนด์ เมื่อเวลาประมาณ 02.20 น. วันที่ 5 ต.ค. ที่ผ่านมา ขณะแล่นจากเมืองเนเปียร์ไปยังทอรังกา โดยบรรทุกสินค้าในตู้คอนเทนเนอร์ 1,368 ตู้ 8 ตู้ ในจำนวนนี้บรรจุสารอันตราย นอกจากนั้นยังมีน้ำมันเชื้อเพลิงหนัก 1,700 ตัน น้ำมันดีเซลอีก 200 ตันด้วย และนับตั้งแต่เรือเกยตื้น ลูกเรือและหน่วยกู้ภัยสามารถสูบน้ำมันออกจากเรือได้กว่า 1,100 ตัน แต่มีรั่วไหลลงสู่ทะเลประมาณ 385 ตัน คราบน้ำมันเกาะผิวน้ำกระจายห่างออกไปจากชายฝั่งหลายกิโลเมตร โดยตลอดช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา ผลกระทบจากน้ำมันรั่วไหล คร่าชีวิตนกทะเลไม่ต่ำกว่า 20,000 ตัว นอกจากนั้น ยังสามารถขนถ่ายตู้สินค้าออกจากเรือได้ 389 ตู้ หลุดลงสู่ทะเล 98 ตู้ และก่อนเรือจะแตกยังเหลืออยู่บนเรือประมาณ 881 ตู้ รวมทั้งน้ำมัน 385 ตัน.</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ที่มา : ดลินิวส์</p>
<p>&nbsp;</p>
<span class="fb_share"><fb:like href="http://www.asamedia.org/2012/01/%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%8b%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b9%8c%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%a2%e0%b8%95%e0%b8%b7/" layout="button_count"></fb:like></span>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.asamedia.org/2012/01/%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%8b%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b9%8c%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%a2%e0%b8%95%e0%b8%b7/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>อากาศวิปริต! ฟลอริด้าหนาวยะเยือก?</title>
		<link>http://www.asamedia.org/2012/01/%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a8%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%95-%e0%b8%9f%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b2/</link>
		<comments>http://www.asamedia.org/2012/01/%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a8%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%95-%e0%b8%9f%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b2/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 06 Jan 2012 04:26:24 +0000</pubDate>
		<dc:creator>wanManeeporn</dc:creator>
				<category><![CDATA[Features]]></category>
		<category><![CDATA[ต่างประเทศ]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวด่วน]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวภัยธรรมชาติ]]></category>
		<category><![CDATA[ภัยธรรมชาติ]]></category>
		<category><![CDATA[สภาพอากาศ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.asamedia.org/?p=30642</guid>
		<description><![CDATA[สภาพอากาศหนาวเย็นแผ่ปกคลุมไปทั่วรัฐฟลอริด้า ประเทศสหรัฐฯ โดยอุณหภูมิลดลงติดลบ 5 องศาเซลเซียส ซึ่งปกติเป็นรัฐทางใต้ที่มีแสงแดดปลอดโปร่ง ส่งผลให้อุณหภูมิลดลงติดลบถึง 5 องศาเซลเซียส สภาพอากาศที่หนาวจัด นอกจากจะกระทบกับคนแล้ว ยังทำให้พืชผักและไม้ผล รวมทั้งส้มและสตรอว์เบอร์รี่ ซึ่งเป็นผลผลิตการเกษตรที่ขึ้นชื่อของรัฐกลายสภาพเป็นน้ำแข็ง เกษตรกรต้องลดความเสียหายด้วยการฉีดพ่นน้ำไม่ให้น้ำแข็งเกาะ ขณะที่นักท่องเที่ยว ที่มาพักผ่อนที่ชายหาดไมอามี่ต้องเปลี่ยนชุดว่ายน้ำมาสวมใส่เสื้อผ้ากันหนาว ด้านเจ้าหน้าที่สวนสัตว์เนเปิ้ล ต้องหาทางคลายหนาวให้กับสัตว์ ด้วยการนำฟางมาปูเพิ่มในกรงและนำเครื่องฮีตเตอร์มาให้ความอบอุ่น เนื่องจากสัตว์ส่วนใหญ่เป็นสัตว์เขตร้อน ซึ่งไม่คุ้นกับสภาพอากาศที่หนาวเย็น  ขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก : sanook]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<span class="fb_share"><fb:like href="http://www.asamedia.org/2012/01/%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a8%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%95-%e0%b8%9f%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b2/" layout="button_count"></fb:like></span><p><a class="highslide" href="http://www.asamedia.org/wp-content/uploads/article-0-0f56395c00000578-242_634x414_1325747090_jpgr_width580static_p_s1sf_ns_0file_dc111a.jpg"><img class="alignnone size-full wp-image-30643" src="http://www.asamedia.org/wp-content/uploads/article-0-0f56395c00000578-242_634x414_1325747090_jpgr_width580static_p_s1sf_ns_0file_dc111a.jpg" alt="" width="580" height="379" /></a></p>
<p>สภาพอากาศหนาวเย็นแผ่ปกคลุมไปทั่วรัฐฟลอริด้า ประเทศสหรัฐฯ โดยอุณหภูมิลดลงติดลบ 5 องศาเซลเซียส ซึ่งปกติเป็นรัฐทางใต้ที่มีแสงแดดปลอดโปร่ง ส่งผลให้อุณหภูมิลดลงติดลบถึง 5 องศาเซลเซียส สภาพอากาศที่หนาวจัด นอกจากจะกระทบกับคนแล้ว ยังทำให้พืชผักและไม้ผล รวมทั้งส้มและสตรอว์เบอร์รี่ ซึ่งเป็นผลผลิตการเกษตรที่ขึ้นชื่อของรัฐกลายสภาพเป็นน้ำแข็ง เกษตรกรต้องลดความเสียหายด้วยการฉีดพ่นน้ำไม่ให้น้ำแข็งเกาะ</p>
<p>ขณะที่นักท่องเที่ยว ที่มาพักผ่อนที่ชายหาดไมอามี่ต้องเปลี่ยนชุดว่ายน้ำมาสวมใส่เสื้อผ้ากันหนาว</p>
<p>ด้านเจ้าหน้าที่สวนสัตว์เนเปิ้ล ต้องหาทางคลายหนาวให้กับสัตว์ ด้วยการนำฟางมาปูเพิ่มในกรงและนำเครื่องฮีตเตอร์มาให้ความอบอุ่น เนื่องจากสัตว์ส่วนใหญ่เป็นสัตว์เขตร้อน ซึ่งไม่คุ้นกับสภาพอากาศที่หนาวเย็น</p>
<p><a class="highslide" href="http://www.asamedia.org/wp-content/uploads/article-0-0f573bbd00000578-677_634x415_1325747090_jpgr_width580static_p_s1sf_ns_0file_dc111a.jpg"><img class="alignnone size-full wp-image-30644" src="http://www.asamedia.org/wp-content/uploads/article-0-0f573bbd00000578-677_634x415_1325747090_jpgr_width580static_p_s1sf_ns_0file_dc111a.jpg" alt="" width="580" height="380" /></a></p>
<p><a class="highslide" href="http://www.asamedia.org/wp-content/uploads/article-0-0f56395400000578-883_634x415_1325747091_jpgr_width580static_p_s1sf_ns_0file_dc111a.jpg"><img class="alignnone size-full wp-image-30645" src="http://www.asamedia.org/wp-content/uploads/article-0-0f56395400000578-883_634x415_1325747091_jpgr_width580static_p_s1sf_ns_0file_dc111a.jpg" alt="" width="580" height="380" /></a></p>
<p> ขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก : sanook</p>
<span class="fb_share"><fb:like href="http://www.asamedia.org/2012/01/%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a8%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%95-%e0%b8%9f%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b2/" layout="button_count"></fb:like></span>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.asamedia.org/2012/01/%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a8%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%95-%e0%b8%9f%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b2/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ญี่ปุ่นสร้างสถิติใหม่ประมูลทูน่า ตัวเดียวกว่า 20 ล้านบาท</title>
		<link>http://www.asamedia.org/2012/01/%e0%b8%8d%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%9b%e0%b8%b8%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%96%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%9b/</link>
		<comments>http://www.asamedia.org/2012/01/%e0%b8%8d%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%9b%e0%b8%b8%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%96%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%9b/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 06 Jan 2012 04:15:26 +0000</pubDate>
		<dc:creator>wanManeeporn</dc:creator>
				<category><![CDATA[Features]]></category>
		<category><![CDATA[ต่างประเทศ]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวด่วน]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวประมูลทูน่า]]></category>
		<category><![CDATA[ประมูลทูน่า]]></category>
		<category><![CDATA[ประมูลปลาทูน่า]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.asamedia.org/?p=30632</guid>
		<description><![CDATA[โตเกียว 5 ม.ค.-ผู้จัดการภัตตาคารกระเป๋าหนัก ใช้เงินกว่า 50 ล้านเยน หรือกว่า 20 ล้านบาทประมูลซื้อทูน่าครีบน้ำเงิน น้ำหนัก 269 กิโลกรัม ที่ตลาดปลาสึคิจิในวันนี้ ทำลายสถิติการประมูลเดิมลงได้อย่างราบคาบ  ทูน่าครีบน้ำเงินดังกล่าวถูกจับได้ที่นอกชายฝั่งจังหวัดอาโอโมริทางเหนือของญี่ปุ่น เคาะราคาประมูลที่ 56.49 ล้านเยน (ประมาณ 22.8 ล้านบาท) ในงานประมูลปลาครั้งแรกของปีนี้   ราคาดังกล่าวทำลายสถิติเดิมที่ทำไว้ 32.49 ล้านเยน (13.11 ล้านบาท) ที่ตลาดเดียวกันนี้ในปีที่แล้ว  ผู้ชนะประมูลและทำสถิติใหม่คือนายคิโยชิ คิมูระ ประธานเครือข่ายซูชิ-ซันไม ภัตตาคารที่มีชื่อเสียงของญี่ปุ่น  ทูน่าครีบน้ำเงินที่เขาประมูลได้ตัวนี้มีราคาเฉลี่ยกิโลกรัมละ 210,000 เยน (87,675 บาท) และเมื่อนำมาแร่เป็นชิ้นสามารถมีราคาสูงถึงชิ้นละ 5,000 เยน (2,087 บาท) แต่เจ้าของภัตตาคารบอกว่าจะแบ่งขายในราคาปกติในราคาไม่เกิน 418 เยน (174.50 บาท)  นายคิมูระ กล่าวว่า เขาต้องการชนะประมูลทูน่าที่ดีที่สุดเพื่อให้ลูกค้าชาวญี่ปุ่นได้รับประทาน ไม่ใช่ตกไปอยู่ในมือของร้านอาหารที่ต่างประเทศ ซึ่งเขาหมายถึงร้านซูชิที่ฮ่องกง เจ้าของสถิติประมูลทูน่าเมื่อปีที่แล้ว ขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<span class="fb_share"><fb:like href="http://www.asamedia.org/2012/01/%e0%b8%8d%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%9b%e0%b8%b8%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%96%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%9b/" layout="button_count"></fb:like></span><p><a class="highslide" href="http://www.asamedia.org/wp-content/uploads/555000000144201_1325748577_jpegr_width580static_p_s1sf_ns_0file_dc111a.jpg"><img class="alignnone size-full wp-image-30633" src="http://www.asamedia.org/wp-content/uploads/555000000144201_1325748577_jpegr_width580static_p_s1sf_ns_0file_dc111a.jpg" alt="" width="550" height="441" /></a></p>
<p>โตเกียว 5 ม.ค.-ผู้จัดการภัตตาคารกระเป๋าหนัก ใช้เงินกว่า 50 ล้านเยน หรือกว่า 20 ล้านบาทประมูลซื้อทูน่าครีบน้ำเงิน น้ำหนัก 269 กิโลกรัม ที่ตลาดปลาสึคิจิในวันนี้ ทำลายสถิติการประมูลเดิมลงได้อย่างราบคาบ </p>
<p>ทูน่าครีบน้ำเงินดังกล่าวถูกจับได้ที่นอกชายฝั่งจังหวัดอาโอโมริทางเหนือของญี่ปุ่น เคาะราคาประมูลที่ 56.49 ล้านเยน (ประมาณ 22.8 ล้านบาท) ในงานประมูลปลาครั้งแรกของปีนี้   ราคาดังกล่าวทำลายสถิติเดิมที่ทำไว้ 32.49 ล้านเยน (13.11 ล้านบาท) ที่ตลาดเดียวกันนี้ในปีที่แล้ว </p>
<p>ผู้ชนะประมูลและทำสถิติใหม่คือนายคิโยชิ คิมูระ ประธานเครือข่ายซูชิ-ซันไม ภัตตาคารที่มีชื่อเสียงของญี่ปุ่น  ทูน่าครีบน้ำเงินที่เขาประมูลได้ตัวนี้มีราคาเฉลี่ยกิโลกรัมละ 210,000 เยน (87,675 บาท) และเมื่อนำมาแร่เป็นชิ้นสามารถมีราคาสูงถึงชิ้นละ 5,000 เยน (2,087 บาท) แต่เจ้าของภัตตาคารบอกว่าจะแบ่งขายในราคาปกติในราคาไม่เกิน 418 เยน (174.50 บาท) </p>
<p>นายคิมูระ กล่าวว่า เขาต้องการชนะประมูลทูน่าที่ดีที่สุดเพื่อให้ลูกค้าชาวญี่ปุ่นได้รับประทาน ไม่ใช่ตกไปอยู่ในมือของร้านอาหารที่ต่างประเทศ ซึ่งเขาหมายถึงร้านซูชิที่ฮ่องกง เจ้าของสถิติประมูลทูน่าเมื่อปีที่แล้ว</p>
<p><a class="highslide" href="http://www.asamedia.org/wp-content/uploads/555000000144202_1325748577_jpegr_width580static_p_s1sf_ns_0file_dc111a.jpg"><img class="alignnone size-full wp-image-30634" src="http://www.asamedia.org/wp-content/uploads/555000000144202_1325748577_jpegr_width580static_p_s1sf_ns_0file_dc111a.jpg" alt="" width="550" height="381" /></a></p>
<p><a href="http://www.asamedia.org/wp-content/uploads/555000000144203_1325748578_jpegr_width580static_p_s1sf_ns_0file_dc111a.jpg"><img src="http://www.asamedia.org/wp-content/uploads/555000000144203_1325748578_jpegr_width580static_p_s1sf_ns_0file_dc111a.jpg" alt="" width="550" height="366" /></a></p>
<p>ขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก : sanook</p>
<span class="fb_share"><fb:like href="http://www.asamedia.org/2012/01/%e0%b8%8d%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%9b%e0%b8%b8%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%96%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%9b/" layout="button_count"></fb:like></span>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.asamedia.org/2012/01/%e0%b8%8d%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%9b%e0%b8%b8%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%96%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%9b/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ระทึก! รถบัสพลิกตกเหวต่อหน้าต่อตา</title>
		<link>http://www.asamedia.org/2012/01/%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%97%e0%b8%b6%e0%b8%81-%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%aa%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%95%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%a7%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%ad/</link>
		<comments>http://www.asamedia.org/2012/01/%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%97%e0%b8%b6%e0%b8%81-%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%aa%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%95%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%a7%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%ad/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 05 Jan 2012 02:59:22 +0000</pubDate>
		<dc:creator>wanManeeporn</dc:creator>
				<category><![CDATA[Features]]></category>
		<category><![CDATA[ต่างประเทศ]]></category>
		<category><![CDATA[รถบัส]]></category>
		<category><![CDATA[รถบัสพลิกตกเหว]]></category>
		<category><![CDATA[ระทึก! รถบัสพลิกตกเหวต่อหน้าต่อตา]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.asamedia.org/?p=30616</guid>
		<description><![CDATA[สำนักข่าวต่างประเทศได้เผยแพร่คลิปวิดีโออุบัติเหตุรถบัสตกเหว ที่สามารถบันทึกภาพได้อย่างชัดเจน ขณะที่รถบัสโดยสารพยายามขับรถผ่านทางไหล่เขา ท่ามกลางสภาพอากาศที่ฝนตกตลอดเวลา เป็นเหตุทำให้พื้นดินยุบตัวและทำให้รถตกลงเหวไปต่อหน้าต่อตา ตามรายงานระบว่า รถบัสโดยสารประจำทางสายเมืองลาปาซปลายทางเมืองโคโรอิโค ซึ่งมีพื้นที่บริเวณติดต่อกับผืนป่าอะแมซอน แม้จะเป็นระยะทางไม่ไกลนัก แต่ถนนสายดังกล่าวคร่าชีวิตผู้คนที่ใช้สัญจรไปถึงปีละ 200-300 คนต่อปี สำหรับคลิปดังกล่าวเป็นภาพเหตุการณ์รถบัสโดยสารที่พยายามขับรถผ่านช่วงทางไหลเขาที่แคบ โดยให้ผู้โดยสารประมาณ 50 คน ลงเดินเท้าล่วงหน้ามารอ ก่อนที่รถบัสจะค่อยๆ ขับผ่านทางไหล่เขาด้วยความเร็วต่ำ แต่เนื่องจากสภาพอากาศที่มีฝนตก ทำให้ดินถนนอ่อนตัว ล้อด้านหลังของรถบัสสไลด์ตกขอบเหว ก่อนจะทำให้รถทั้งคันพลัดตกดิ่งลงเหวไปด้วย ทั้งนี้ถนนสายดังกล่าว ยังถูกจัดให้เป็นถนนสายอันตรายที่สุดโลก แต่ก็ยังเป็นถนนที่มีประชาชนใช้สัญจรกันอยู่เป็นประจำ ขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก : sanook]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<span class="fb_share"><fb:like href="http://www.asamedia.org/2012/01/%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%97%e0%b8%b6%e0%b8%81-%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%aa%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%95%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%a7%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%ad/" layout="button_count"></fb:like></span><p><a class="highslide" href="http://www.asamedia.org/wp-content/uploads/news069.jpg"><img class="alignnone  wp-image-30617" src="http://www.asamedia.org/wp-content/uploads/news069.jpg" alt="" width="412" height="256" /></a></p>
<p>สำนักข่าวต่างประเทศได้เผยแพร่คลิปวิดีโออุบัติเหตุรถบัสตกเหว ที่สามารถบันทึกภาพได้อย่างชัดเจน ขณะที่รถบัสโดยสารพยายามขับรถผ่านทางไหล่เขา ท่ามกลางสภาพอากาศที่ฝนตกตลอดเวลา เป็นเหตุทำให้พื้นดินยุบตัวและทำให้รถตกลงเหวไปต่อหน้าต่อตา</p>
<p>ตามรายงานระบว่า รถบัสโดยสารประจำทางสายเมืองลาปาซปลายทางเมืองโคโรอิโค ซึ่งมีพื้นที่บริเวณติดต่อกับผืนป่าอะแมซอน แม้จะเป็นระยะทางไม่ไกลนัก แต่ถนนสายดังกล่าวคร่าชีวิตผู้คนที่ใช้สัญจรไปถึงปีละ 200-300 คนต่อปี</p>
<p>สำหรับคลิปดังกล่าวเป็นภาพเหตุการณ์รถบัสโดยสารที่พยายามขับรถผ่านช่วงทางไหลเขาที่แคบ โดยให้ผู้โดยสารประมาณ 50 คน ลงเดินเท้าล่วงหน้ามารอ ก่อนที่รถบัสจะค่อยๆ ขับผ่านทางไหล่เขาด้วยความเร็วต่ำ แต่เนื่องจากสภาพอากาศที่มีฝนตก ทำให้ดินถนนอ่อนตัว ล้อด้านหลังของรถบัสสไลด์ตกขอบเหว ก่อนจะทำให้รถทั้งคันพลัดตกดิ่งลงเหวไปด้วย</p>
<p>ทั้งนี้ถนนสายดังกล่าว ยังถูกจัดให้เป็นถนนสายอันตรายที่สุดโลก แต่ก็ยังเป็นถนนที่มีประชาชนใช้สัญจรกันอยู่เป็นประจำ</p>
<p>ขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก : sanook</p>
<span class="fb_share"><fb:like href="http://www.asamedia.org/2012/01/%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%97%e0%b8%b6%e0%b8%81-%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%aa%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%95%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%a7%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%ad/" layout="button_count"></fb:like></span>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.asamedia.org/2012/01/%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%97%e0%b8%b6%e0%b8%81-%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%aa%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%95%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%a7%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%ad/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>รัฐบาลเชกร้องหญิงอัพอึ๋มพบหมอด่วน</title>
		<link>http://www.asamedia.org/2012/01/%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%90%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%a5%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b8%8d%e0%b8%b4%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%9e%e0%b8%ad%e0%b8%b6/</link>
		<comments>http://www.asamedia.org/2012/01/%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%90%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%a5%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b8%8d%e0%b8%b4%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%9e%e0%b8%ad%e0%b8%b6/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 04 Jan 2012 15:47:06 +0000</pubDate>
		<dc:creator>pimai</dc:creator>
				<category><![CDATA[ต่างประเทศ]]></category>
		<category><![CDATA[กระทรวงสาธารณสุข]]></category>
		<category><![CDATA[ซิลิโคน]]></category>
		<category><![CDATA[ผ่าตัดเสริมหน้าอก]]></category>
		<category><![CDATA[ผ่าตัดเสริมเต้านม]]></category>
		<category><![CDATA[มะเร็ง]]></category>
		<category><![CDATA[สาธารณรัฐเชก]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.asamedia.org/?p=30557</guid>
		<description><![CDATA[วันนี้ (4 ม.ค.) กระทรวงสาธารณสุขของสาธารณรัฐเชก  ออกมาเรียกร้องต่อผู้หญิงทั้งหลาย ที่ไปผ่าตัดเสริมเต้านมด้วยผลิตภัณฑ์ซิลิโคนของบริษัทฝรั่งเศสที่มีแนวโน้มจะฉีกขาดให้ไปพบแพทย์ด่วน แต่เท่าที่ผ่านมายังไม่พบผู้ป่วยที่เกี่ยวพันกับการเสริมเต้านม  นอกจากนี้ ยังไม่มีข้อมูลตัวเลขของผู้หญิงชาวเชกที่อาจเข้ารับการผ่าตัดเสริมเต้านมจากบริษัทโพลี อิมแพลนท์ โพรทีส(พีไอพี) ของฝรั่งเศสที่ผลิตเต้านมซิลิโคน ทั้งนี้ เชื่อกันว่า ผู้หญิงระหว่าง 300,000-400,000 คนใน 65 ประเทศ ตั้งแต่ยุโรปจนถึงลาตินอเมริกา ผ่าตัดเสริมเต้านมด้วยซิลิโคนเจลที่ไม่ได้มาตรฐาน เพื่อลดต้นทุนของบริษัทพีไอพี  อย่างไรก็ตาม เมื่อเดือนที่แล้วเกิดความวิตกในหมู่ผู้หญิงไปทั่วโลก หลังจากกระทรวงสาธารณสุขของฝรั่งเศส แนะนำให้ผู้หญิง 30,000 คนไปพบแพทย์ เพื่อเอาซิลิโคนของบริษัทพีไอพีออก เพราะมีความเสี่ยงที่จะเกิดการฉีกขาด และเสี่ยงที่จะเป็นมะเร็งเต้านม  ทางการฝรั่งเศสระบุว่า พบมะเร็งในผู้หญิง 20 คนที่ผ่าตัดเสริมทรวงอก  แต่ยืนกรานว่า ยังไม่มีการพิสูจน์ว่า การเสริมเต้านมเกี่ยวพันกับมะเร็ง. ที่มา : เดลินิวส์]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<span class="fb_share"><fb:like href="http://www.asamedia.org/2012/01/%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%90%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%a5%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b8%8d%e0%b8%b4%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%9e%e0%b8%ad%e0%b8%b6/" layout="button_count"></fb:like></span><div id="attachment_30558" class="wp-caption alignnone" style="width: 310px"><a class="highslide" onclick="return vz.expand(this)" href="http://www.asamedia.org/wp-content/uploads/5973.jpg"><img class="size-medium wp-image-30558" title="" src="http://www.asamedia.org/wp-content/uploads/5973-300x161.jpg" alt="" width="300" height="161" /></a><p class="wp-caption-text">รัฐบาลเชกเรียกร้องหญิงเสริมเต้า4แสนคนใน 65 ประเทศยุโรป-ลาตินอเมริกาไปพบหมอด่วน</p></div>
<p>วันนี้ (4 ม.ค.) กระทรวงสาธารณสุขของสาธารณรัฐเชก  ออกมาเรียกร้องต่อผู้หญิงทั้งหลาย ที่ไปผ่าตัดเสริมเต้านมด้วยผลิตภัณฑ์ซิลิโคนของบริษัทฝรั่งเศสที่มีแนวโน้มจะฉีกขาดให้ไปพบแพทย์ด่วน แต่เท่าที่ผ่านมายังไม่พบผู้ป่วยที่เกี่ยวพันกับการเสริมเต้านม  นอกจากนี้ ยังไม่มีข้อมูลตัวเลขของผู้หญิงชาวเชกที่อาจเข้ารับการผ่าตัดเสริมเต้านมจากบริษัทโพลี อิมแพลนท์ โพรทีส(พีไอพี) ของฝรั่งเศสที่ผลิตเต้านมซิลิโคน<br />
ทั้งนี้ เชื่อกันว่า ผู้หญิงระหว่าง 300,000-400,000 คนใน 65 ประเทศ ตั้งแต่ยุโรปจนถึงลาตินอเมริกา ผ่าตัดเสริมเต้านมด้วยซิลิโคนเจลที่ไม่ได้มาตรฐาน เพื่อลดต้นทุนของบริษัทพีไอพี  อย่างไรก็ตาม เมื่อเดือนที่แล้วเกิดความวิตกในหมู่ผู้หญิงไปทั่วโลก หลังจากกระทรวงสาธารณสุขของฝรั่งเศส แนะนำให้ผู้หญิง 30,000 คนไปพบแพทย์ เพื่อเอาซิลิโคนของบริษัทพีไอพีออก เพราะมีความเสี่ยงที่จะเกิดการฉีกขาด และเสี่ยงที่จะเป็นมะเร็งเต้านม  ทางการฝรั่งเศสระบุว่า พบมะเร็งในผู้หญิง 20 คนที่ผ่าตัดเสริมทรวงอก  แต่ยืนกรานว่า ยังไม่มีการพิสูจน์ว่า การเสริมเต้านมเกี่ยวพันกับมะเร็ง.</p>
<p>ที่มา : เดลินิวส์</p>
<span class="fb_share"><fb:like href="http://www.asamedia.org/2012/01/%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%90%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%a5%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b8%8d%e0%b8%b4%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%9e%e0%b8%ad%e0%b8%b6/" layout="button_count"></fb:like></span>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.asamedia.org/2012/01/%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%90%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%a5%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b8%8d%e0%b8%b4%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%9e%e0%b8%ad%e0%b8%b6/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ตาลีบันรับเจรจาสันติภาพกับสหรัฐ</title>
		<link>http://www.asamedia.org/2012/01/%e0%b8%95%e0%b8%b2%e0%b8%a5%e0%b8%b5%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b8%a3%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%a0%e0%b8%b2/</link>
		<comments>http://www.asamedia.org/2012/01/%e0%b8%95%e0%b8%b2%e0%b8%a5%e0%b8%b5%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b8%a3%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%a0%e0%b8%b2/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 04 Jan 2012 15:40:41 +0000</pubDate>
		<dc:creator>pimai</dc:creator>
				<category><![CDATA[Features]]></category>
		<category><![CDATA[ต่างประเทศ]]></category>
		<category><![CDATA[ตาลีบัน]]></category>
		<category><![CDATA[ยุติความรุนแรง]]></category>
		<category><![CDATA[สหรัฐ]]></category>
		<category><![CDATA[สันติภาพ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.asamedia.org/?p=30554</guid>
		<description><![CDATA[วันนี้(4 ม.ค.)นายเจย์ คาร์นีย์  โฆษกทำเนียบขาวสหรัฐแถลงว่า กลุ่มตาลีบันจะต้องยุติการใช้ความรุนแรง ก่อนเริ่มกระบวนการสันติภาพที่แท้จริงในอัฟกานิสถาน  ซึ่งสหรัฐย้ำอยู่เสมอว่า การแยกตัวออกจากเครือข่ายก่อการร้ายอัลกออิดะห์ของตาลีบัน และยุติการใช้ความรุนแรง  รวมทั้งปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญอัฟกานิสถาน จะทำให้กระบวนการสันติภาพในอัฟกานิสถานที่แท้จริงเริ่มต้นขึ้น  ขณะที่ ประธานาธิบดีบารัค โอบามา  ผู้นำสหรัฐ แสดงท่าทีชัดเจนว่า เขาจะสนับสนุนและเข้าร่วมในความพยายามปรองดองของอัฟกานิสถาน ด้าน กลุ่มตาลีบันประกาศยืนยันถึงการทำข้อตกลงเบื้องต้นในการตั้งสำนักงานทางการเมืองในต่างแดน  มีความเป็นไปได้ที่อาจมีการตั้งสำนักงานดังกล่าวในประเทศกาตาร์  นับเป็นการส่งสัญญาณครั้งแรกต่อการเจรจาสันติภาพกับสหรัฐ   โดยเว็บไซต์”วอยซ์ ออฟ จีฮัด”ระบุว่า  ตาลีบันได้เจรจาเบื้องต้นกับทุกฝ่่ายที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งกาตาร์ เพื่อเปิดสำนักงานการเมืองนอกอัฟกานิสถาน  แต่ไม่มีการยืนยันอย่างชัดเจนว่า ตาลีบันจะเปิดสำนักงานการเมืองในที่ใด]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<span class="fb_share"><fb:like href="http://www.asamedia.org/2012/01/%e0%b8%95%e0%b8%b2%e0%b8%a5%e0%b8%b5%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b8%a3%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%a0%e0%b8%b2/" layout="button_count"></fb:like></span><div id="attachment_30555" class="wp-caption alignleft" style="width: 310px"><a class="highslide" onclick="return vz.expand(this)" href="http://www.asamedia.org/wp-content/uploads/5966.jpg"><img class="size-medium wp-image-30555" title="" src="http://www.asamedia.org/wp-content/uploads/5966-300x161.jpg" alt="" width="300" height="161" /></a><p class="wp-caption-text">สหรัฐวอนตาลีบันหยุดความรุนแรงเพื่อสันติภาพ ด้านบารัคโอบามาชัดเจนปรองดอง ขณะตาลีบันส่งสัญญาณยอมเจรจาครั้งแรก</p></div>
<p>วันนี้(4 ม.ค.)นายเจย์ คาร์นีย์  โฆษกทำเนียบขาวสหรัฐแถลงว่า กลุ่มตาลีบันจะต้องยุติการใช้ความรุนแรง ก่อนเริ่มกระบวนการสันติภาพที่แท้จริงในอัฟกานิสถาน  ซึ่งสหรัฐย้ำอยู่เสมอว่า การแยกตัว<span id="more-30554"></span>ออกจากเครือข่ายก่อการร้ายอัลกออิดะห์ของตาลีบัน และยุติการใช้ความรุนแรง  รวมทั้งปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญอัฟกานิสถาน จะทำให้กระบวนการสันติภาพในอัฟกานิสถานที่แท้จริงเริ่มต้นขึ้น  ขณะที่ ประธานาธิบดีบารัค โอบามา  ผู้นำสหรัฐ แสดงท่าทีชัดเจนว่า เขาจะสนับสนุนและเข้าร่วมในความพยายามปรองดองของอัฟกานิสถาน</p>
<p>ด้าน กลุ่มตาลีบันประกาศยืนยันถึงการทำข้อตกลงเบื้องต้นในการตั้งสำนักงานทางการเมืองในต่างแดน  มีความเป็นไปได้ที่อาจมีการตั้งสำนักงานดังกล่าวในประเทศกาตาร์  นับเป็นการส่งสัญญาณครั้งแรกต่อการเจรจาสันติภาพกับสหรัฐ   โดยเว็บไซต์”วอยซ์ ออฟ จีฮัด”ระบุว่า  ตาลีบันได้เจรจาเบื้องต้นกับทุกฝ่่ายที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งกาตาร์ เพื่อเปิดสำนักงานการเมืองนอกอัฟกานิสถาน  แต่ไม่มีการยืนยันอย่างชัดเจนว่า ตาลีบันจะเปิดสำนักงานการเมืองในที่ใด</p>
<span class="fb_share"><fb:like href="http://www.asamedia.org/2012/01/%e0%b8%95%e0%b8%b2%e0%b8%a5%e0%b8%b5%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b8%a3%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%a0%e0%b8%b2/" layout="button_count"></fb:like></span>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.asamedia.org/2012/01/%e0%b8%95%e0%b8%b2%e0%b8%a5%e0%b8%b5%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b8%a3%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%a0%e0%b8%b2/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

