<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ASA Media : อาสามีเดีย &#187; เศรษฐกิจ</title>
	<atom:link href="http://www.asamedia.org/category/economic/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.asamedia.org</link>
	<description>สื่อสีขาว สื่อสร้างสรรค์ สร้างจิตสำนึกดี</description>
	<lastBuildDate>Fri, 03 Feb 2012 17:04:49 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.3.1</generator>
		<item>
		<title>จับตา &#8220;เฟซบุ๊ค เอฟเฟ็กต์&#8221;</title>
		<link>http://www.asamedia.org/2012/02/%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%95%e0%b8%b2-%e0%b9%80%e0%b8%9f%e0%b8%8b%e0%b8%9a%e0%b8%b8%e0%b9%8a%e0%b8%84-%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%9f%e0%b9%80%e0%b8%9f%e0%b9%87%e0%b8%81%e0%b8%95%e0%b9%8c/</link>
		<comments>http://www.asamedia.org/2012/02/%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%95%e0%b8%b2-%e0%b9%80%e0%b8%9f%e0%b8%8b%e0%b8%9a%e0%b8%b8%e0%b9%8a%e0%b8%84-%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%9f%e0%b9%80%e0%b8%9f%e0%b9%87%e0%b8%81%e0%b8%95%e0%b9%8c/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 02 Feb 2012 10:18:40 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Features]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[facebook]]></category>
		<category><![CDATA[facebook addict]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัทมหาชน]]></category>
		<category><![CDATA[สังคมออนไลน์]]></category>
		<category><![CDATA[หุ้นเฟซบุ๊ค]]></category>
		<category><![CDATA[เฟซบุ๊ค เอฟเฟ็กต์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.asamedia.org/?p=30883</guid>
		<description><![CDATA[ในที่สุด &#8220;เฟซบุ๊ค&#8221; เว็บเครือข่ายสังคมออนไลน์สุดฮอตก็ยื่นแบบแสดงรายการเสนอขายหุ้นสามัญแก่ประชาชนเป็นครั้งแรก (ไอพีโอ) ต่อกลต.สหรัฐแล้ววันนี้ เป็นสัญญาณว่าเฟซบุ๊คพร้อมแล้ว  ในฐานะบริษัทมหาชนน้องใหม่ โดยเบื้องต้นมีแผนจะระดมเงิน 5 พันล้านดอลลาร์ หรืออาจมากถึง 1 หมื่นล้านดอลลาร์ รวมทั้งเลือกมอร์แกน สแตนเลย์ เป็นหัวหอกในการดำเนินการ พร้อมกับวาณิชธนกิจอีก 4 แห่ง ว่ากันว่า การออกหุ้นไอพีโอครั้งนี้ จะทำให้เฟซบุ๊ค  มีมูลค่าตามราคาตลาดสูงถึง 7.5 หมื่นล้าน &#8211; 1 แสนล้านดอลลาร์ และหากระดมเงินได้ 1 หมื่นล้านก็จะทุบสถิติเป็นหุ้นไอพีโอที่มีมูลค่าสูงสุดในประวัติศาสตร์อุตสาหกรรมเทคโนโลยี ทั้งยังแซงหน้ากูเกิลที่เคยระดมทุนได้ 1.9 พันล้านดอลลาร์ ในปี 2547 และมีมูลค่าตามราคาตลาดที่ 2.3 หมื่นล้านดอลลาร์ น่าสนใจว่า หลายฝ่ายพากันจับตา &#8220;เฟซบุ๊ค เอฟเฟ็กต์&#8221; ที่อาจก่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงในหลายๆ เรื่องตามมา เพราะเมื่อเป็นมหาชน  ก็ย่อมมีแรงกดดันจากผู้ถือหุ้นเพิ่มเข้ามา ไม่ใช่แค่การตัดสินใจของ “มาร์ค ซัคเกอร์เบิร์ก” เหมือนที่ผ่านมา ขณะที่เว็บเครือข่ายสังคมแห่งนี้ มีพลานุภาพมากในโลกอินเทอร์เน็ต ด้วยจำนวนผู้ใช้กว่า 800 [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<span class="fb_share"><fb:like href="http://www.asamedia.org/2012/02/%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%95%e0%b8%b2-%e0%b9%80%e0%b8%9f%e0%b8%8b%e0%b8%9a%e0%b8%b8%e0%b9%8a%e0%b8%84-%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%9f%e0%b9%80%e0%b8%9f%e0%b9%87%e0%b8%81%e0%b8%95%e0%b9%8c/" layout="button_count"></fb:like></span><p><a class="highslide" onclick="return vz.expand(this)" href="http://www.asamedia.org/wp-content/uploads/news_img_433625_1.jpg"><img class="alignnone size-medium wp-image-30884" title="" src="http://www.asamedia.org/wp-content/uploads/news_img_433625_1-300x170.jpg" alt="" width="300" height="170" /></a></p>
<p><strong>ในที่สุด &#8220;เฟซบุ๊ค&#8221; เว็บเครือข่ายสังคมออนไลน์สุดฮอตก็ยื่นแบบแสดงรายการเสนอขายหุ้นสามัญแก่ประชาชนเป็นครั้งแรก (ไอพีโอ) ต่อกลต.สหรัฐแล้ววันนี้<span id="more-30883"></span></strong></p>
<p>เป็นสัญญาณว่าเฟซบุ๊คพร้อมแล้ว  ในฐานะบริษัทมหาชนน้องใหม่ โดยเบื้องต้นมีแผนจะระดมเงิน 5 พันล้านดอลลาร์ หรืออาจมากถึง 1 หมื่นล้านดอลลาร์ รวมทั้งเลือกมอร์แกน สแตนเลย์ เป็นหัวหอกในการดำเนินการ พร้อมกับวาณิชธนกิจอีก 4 แห่ง</p>
<p>ว่ากันว่า การออกหุ้นไอพีโอครั้งนี้ จะทำให้เฟซบุ๊ค  มีมูลค่าตามราคาตลาดสูงถึง 7.5 หมื่นล้าน &#8211; 1 แสนล้านดอลลาร์ และหากระดมเงินได้ 1 หมื่นล้านก็จะทุบสถิติเป็นหุ้นไอพีโอที่มีมูลค่าสูงสุดในประวัติศาสตร์อุตสาหกรรมเทคโนโลยี ทั้งยังแซงหน้ากูเกิลที่เคยระดมทุนได้ 1.9 พันล้านดอลลาร์ ในปี 2547 และมีมูลค่าตามราคาตลาดที่ 2.3 หมื่นล้านดอลลาร์</p>
<p>น่าสนใจว่า หลายฝ่ายพากันจับตา &#8220;เฟซบุ๊ค เอฟเฟ็กต์&#8221; ที่อาจก่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงในหลายๆ เรื่องตามมา เพราะเมื่อเป็นมหาชน  ก็ย่อมมีแรงกดดันจากผู้ถือหุ้นเพิ่มเข้ามา ไม่ใช่แค่การตัดสินใจของ “มาร์ค ซัคเกอร์เบิร์ก” เหมือนที่ผ่านมา</p>
<p>ขณะที่เว็บเครือข่ายสังคมแห่งนี้ มีพลานุภาพมากในโลกอินเทอร์เน็ต ด้วยจำนวนผู้ใช้กว่า 800 ล้านคนทั่วโลก หรือคิดเป็น 11% ของประชากรรวมทั้งโลก และเพราะความยิ่งใหญ่ดังกล่าว แนวทางของเฟซบุ๊ค จึงเท่ากับกำหนดมาตรฐานไปโดยปริยาย</p>
<p>โดยเฉพาะเรื่อง &#8220;ข้อมูลส่วนบุคคล&#8221; ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญ  ในการขยายอาณาจักรธุรกิจของเฟซบุ๊ค หลังจากเก็บข้อมูลผู้ใช้มานานถึง 7 ปี นับจากนี้มูลค่าของเฟซบุ๊ค  จะขึ้นอยู่กับว่าบริษัทสามารถต่อยอดสินทรัพย์ที่มีอยู่นี้ให้ตอบโจทย์บรรดานักโฆษณาได้มากแค่ไหน ขณะเดียวกันเฟซบุ๊ค  ต้องบริหารจัดการความเป็นส่วนตัว ซึ่งเป็นประเด็นที่ทั้งผู้ใช้และผู้คุมกฎระเบียบภาครัฐให้ความสำคัญอย่างมาก</p>
<p>การเสนอขายหุ้นไอพีโอ  ที่มีมูลค่าสูงทำลายสถิติดังกล่าว สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่มีต่อเฟซบุ๊ค  ซึ่งไม่ใช่แค่จำนวนผู้ใช้มหาศาล แต่ยังรวมถึงข้อมูลที่ได้จากการคลิกและปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้คน ไม่ว่าจะเป็นการแชร์ลิงค์ ฟังเพลง คลิกไลค์กิจกรรมของคนอื่นๆ หรือแม้แต่เปลี่ยนแปลงสถานะความสัมพันธ์</p>
<p>สิ่งเหล่านี้ทำให้เฟซบุ๊ค  เป็นเหมือนห้องสมุดขนาดยักษ์บนโลกไซเบอร์ และเนื้อหอมสำหรับนักโฆษณา  ที่หวังจะใช้ประโยชน์จากข้อมูลเหล่านี้ทำโฆษณาให้ตรงกลุ่มเป้าหมาย</p>
<p>เพราะเฟซบุ๊ค  เก็บข้อมูลเวลาที่เราเข้าไปใช้งาน รู้ว่าเราชอบฟังเพลงอะไร ข่าวที่เราสนใจ เกมที่เราเล่น ชอบเช็คดวงหรือไม่ อัพโหลดรูปภาพครอบครัวบ่อยแค่ไหน รู้กระทั่ง ใครเป็นเพื่อนใคร สมาชิกครอบครัว เรียกว่ารู้หมด  ตั้งแต่รสนิยมไปจนถึงแนวคิดทางการเมือง</p>
<p>นี่เป็นความท้าทายสำหรับเฟซบุ๊ค เพราะถึงแม้จะมีข้อมูลมากมาย  ก็ไม่สามารถนำไปใช้ตามใจชอบได้ เนื่องจากประเด็นเรื่องความเป็นส่วนตัว ซึ่งทวีแรงกดดันต่อเว็บเครือข่ายสังคมแห่งนี้มากขึ้นเรื่อยๆ</p>
<p>และเมื่อธุรกิจเติบใหญ่ขึ้น เฟซบุ๊ค จะต้องมองหารายได้จากแหล่งใหม่ๆ ซึ่งเป็นไปได้ที่จะเป็นแหล่งซื้อขายสินค้าและบริการบนโลกไซเบอร์ ตั้งแต่สัตว์เลี้ยงในฟาร์มเสมือนจริง “ฟาร์มวิลล์” ไปจนถึงตั๋วชมคอนเสิร์ต โดยใช้ความเป็นเพื่อนเป็นตัวกระตุ้นธุรกรรมต่างๆ แบบอ้อมๆ หลังจากเห็นว่าคนอื่นๆ ดูอะไร อ่านอะไร ฟังอะไร และซื้อขายอะไร</p>
<p>ข้อมูลมหาศาลในมือเฟซบุ๊ค  เป็นทั้งพรและคำสาปในเวลาเดียวกัน ขึ้นอยู่กับว่าบริษัทจะทำอย่างไรกับข้อมูลเหล่านี้ ยังไม่นับรวมการสร้างสมดุลระหว่างความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้ อิสระในการแสดงออก และการตอบสนองกรณีที่ทางการร้องขอให้เปิดเผยข้อมูลผู้ใช้ ซึ่งเป็นสิ่งที่เฟซบุ๊คต้องชั่งน้ำหนัก</p>
<p>นอกจากนี้ ยังต้องจับตา ผลที่จะเกิดขึ้นกับกลยุทธ์ของเฟซบุ๊ค  บริษัทจะปรับแผนอย่างไร  เพื่อให้ธุรกิจขยายตัวและทำให้จำนวนผู้ใช้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง รวมไปถึงโมเดลธุรกิจสืบค้นและโฆษณา ดังที่ “คาร์ลอส เคิร์จเนอร์” นักวิเคราะห์จากแซนฟอร์ด เบิร์นสไตน์ มองว่า ทุกคนตั้งตาคอยที่จะได้รู้รายละเอียดทางธุรกิจของเฟซบุ๊คมากขึ้น เพื่อจะได้รู้ว่า ปรากฏการณ์นี้มีผลกระทบอะไรต่อโลกอินเทอร์เน็ตบ้าง</p>
<p>ที่สำคัญ คือ เฟซบุ๊คจะใช้คาถาอะไร เพื่อให้ธุรกิจเติบโตอย่างยั่งยืน เพราะสมรภูมิธุรกิจย่อมมีคลื่นลูกใหม่เกิดขึ้นตลอดเวลา อย่างเมื่อ 15 ปีก่อน “เอโอแอล” ก็เคยเป็นที่โปรดปรานของผู้คน กระทั่งมาเป็นยุคทองของ “กูเกิล” และถึงคิว “เฟซบุ๊ค” ในปัจจุบัน<br />
ที่มา : กรุงเทพธุรกิจ</p>
<span class="fb_share"><fb:like href="http://www.asamedia.org/2012/02/%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%95%e0%b8%b2-%e0%b9%80%e0%b8%9f%e0%b8%8b%e0%b8%9a%e0%b8%b8%e0%b9%8a%e0%b8%84-%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%9f%e0%b9%80%e0%b8%9f%e0%b9%87%e0%b8%81%e0%b8%95%e0%b9%8c/" layout="button_count"></fb:like></span>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.asamedia.org/2012/02/%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%95%e0%b8%b2-%e0%b9%80%e0%b8%9f%e0%b8%8b%e0%b8%9a%e0%b8%b8%e0%b9%8a%e0%b8%84-%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%9f%e0%b9%80%e0%b8%9f%e0%b9%87%e0%b8%81%e0%b8%95%e0%b9%8c/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ครม.อนุมัติลดภาษีซ่อมบ้าน-รถถูกน้ำท่วม</title>
		<link>http://www.asamedia.org/2012/01/%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%a1-%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%b8%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a9%e0%b8%b5%e0%b8%8b%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%a1%e0%b8%9a%e0%b9%89/</link>
		<comments>http://www.asamedia.org/2012/01/%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%a1-%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%b8%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a9%e0%b8%b5%e0%b8%8b%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%a1%e0%b8%9a%e0%b9%89/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 05 Jan 2012 03:04:25 +0000</pubDate>
		<dc:creator>wanManeeporn</dc:creator>
				<category><![CDATA[Features]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[ครม.อนุมัติลดภาษีซ่อมบ้าน-รถถูกน้ำท่วม]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำท่าม]]></category>
		<category><![CDATA[บ้าน]]></category>
		<category><![CDATA[รถ]]></category>
		<category><![CDATA[รถถูกน้ำท่วม]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.asamedia.org/?p=30620</guid>
		<description><![CDATA[ครม.อนุมัติกเว้นรัษฎากรที่เป็นมาตรการภาษีเพื่อช่วยเหลือและฟื้นฟูผู้ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย โดยลดค่าซ่อมอสังหาริมทรัพย์ไม่เกิน 100,000 บาท ซ่อมรถยนต์ไม่เกิน 30,000 บาท น.ส.อนุตตมา อมรวิวัฒน์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ในวันนี้ (4 ม.ค.) เห็นชอบร่างกฎกระทรวงออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากรที่เป็นมาตรการภาษีเพื่อช่วยเหลือและฟื้นฟูผู้ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย โดยมีสาระสำคัญ ดังนี้ 1. มาตรการหักลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา กำหนดให้ลดหย่อนภาษีเงินได้สำหรับบุคคลธรรมดาที่เป็นค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซม รวมทั้งค่าวัสดุอุปกรณ์ในการซ่อมแซมทรัพย์สินที่เป็นอสังหาริมทรัพย์ที่เป็นทั้งอาคาร หรือในเขตของอาคาร ห้องชุดในอาคารชุด และทรัพย์สินที่มีการประกอบติดตั้งกับตัวอาคารหรือห้องชุดในอาคารชุด รั้ว หรือประตูรั้ว ไม่เกิน 100,000 บาท โดยทรัพย์สินนั้นจะต้องได้รับความเสียหายที่เกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 25 ก.ค.-31 ธ.ค.54 และอยู่พื้นที่ที่ทางราชการประกาศให้เป็นเขตประสบอุทกภัย โดยได้รับเงินไม่เกิน 100,000 บาท และใช้สิทธิในการยกเว้นภาษีในปี 54 หรือปีภาษี 55 หรือถ้าได้รับสิทธิทั้ง 2 ปี ให้ได้รับสิทธิรวมกันไม่เกิน 100,000 บาท 2. มาตรการหักลดหย่อนภาษีสำหรับค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมรถยนต์ โดยกำหนดให้หักค่าลดหย่อนภาษีโดยการยกเว้นภาษีเงินได้เท่าที่ได้จ่ายเป็นค่าซ่อมแซมรถยนต์ และวัสดุในการซ่อมแซมรถยนต์ไม่เกิน 30,000 บาท [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<span class="fb_share"><fb:like href="http://www.asamedia.org/2012/01/%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%a1-%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%b8%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a9%e0%b8%b5%e0%b8%8b%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%a1%e0%b8%9a%e0%b9%89/" layout="button_count"></fb:like></span><p><a class="highslide" href="http://www.asamedia.org/wp-content/uploads/416.jpg"><img class="alignnone  wp-image-30621" src="http://www.asamedia.org/wp-content/uploads/416.jpg" alt="" width="421" height="258" /></a></p>
<p>ครม.อนุมัติกเว้นรัษฎากรที่เป็นมาตรการภาษีเพื่อช่วยเหลือและฟื้นฟูผู้ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย โดยลดค่าซ่อมอสังหาริมทรัพย์ไม่เกิน 100,000 บาท ซ่อมรถยนต์ไม่เกิน 30,000 บาท</p>
<p><strong>น.ส.อนุตตมา อมรวิวัฒน์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี </strong>เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ในวันนี้ (4 ม.ค.) เห็นชอบร่างกฎกระทรวงออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากรที่เป็นมาตรการภาษีเพื่อช่วยเหลือและฟื้นฟูผู้ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย โดยมีสาระสำคัญ ดังนี้</p>
<p>1. มาตรการหักลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา กำหนดให้ลดหย่อนภาษีเงินได้สำหรับบุคคลธรรมดาที่เป็นค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซม รวมทั้งค่าวัสดุอุปกรณ์ในการซ่อมแซมทรัพย์สินที่เป็นอสังหาริมทรัพย์ที่เป็นทั้งอาคาร หรือในเขตของอาคาร ห้องชุดในอาคารชุด และทรัพย์สินที่มีการประกอบติดตั้งกับตัวอาคารหรือห้องชุดในอาคารชุด รั้ว หรือประตูรั้ว ไม่เกิน 100,000 บาท โดยทรัพย์สินนั้นจะต้องได้รับความเสียหายที่เกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 25 ก.ค.-31 ธ.ค.54 และอยู่พื้นที่ที่ทางราชการประกาศให้เป็นเขตประสบอุทกภัย โดยได้รับเงินไม่เกิน 100,000 บาท และใช้สิทธิในการยกเว้นภาษีในปี 54 หรือปีภาษี 55 หรือถ้าได้รับสิทธิทั้ง 2 ปี ให้ได้รับสิทธิรวมกันไม่เกิน 100,000 บาท</p>
<p>2. มาตรการหักลดหย่อนภาษีสำหรับค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมรถยนต์ โดยกำหนดให้หักค่าลดหย่อนภาษีโดยการยกเว้นภาษีเงินได้เท่าที่ได้จ่ายเป็นค่าซ่อมแซมรถยนต์ และวัสดุในการซ่อมแซมรถยนต์ไม่เกิน 30,000 บาท ซึ่งต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ดังนี้</p>
<p>           2.1.เกิดเหตุอุทกภัยตั้งแต่วันที่ 25 ก.ค.-31 ธ.ค.54 </p>
<p>           2.2.ต้องเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในรถยนต์ หรือเป็นผู้เช่าซื้อรถยนต์ และต้องอยู่ในพื้นที่ที่ทางการประกาศเป็นเขตอุทกภัย หากมีรถยนต์เกินกว่า 1 คัน ให้ได้รับสิทธิในการยกเว้นภาษีรวมกันทั้ง 2 คัน ตามจำนวนที่จ่ายจริงแต่ไม่เกิน 30,000 บาท</p>
<p>ด้าน<strong> นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ รมช.คลัง </strong>กล่าวว่า ขั้นตอนหลังจากนี้ ให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ตรวจสอบในรายละเอียด เนื่องจากต้องมีกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ทั้งในส่วนสรรพสามิต กรมการขนส่ง เป็นต้น</p>
<p>ขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก : sanook</p>
<span class="fb_share"><fb:like href="http://www.asamedia.org/2012/01/%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%a1-%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%b8%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a9%e0%b8%b5%e0%b8%8b%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%a1%e0%b8%9a%e0%b9%89/" layout="button_count"></fb:like></span>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.asamedia.org/2012/01/%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%a1-%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%b8%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a9%e0%b8%b5%e0%b8%8b%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%a1%e0%b8%9a%e0%b9%89/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ผอ.สุวรรณภูมิคาดผู้โดยสารเพิ่ม26.87%</title>
		<link>http://www.asamedia.org/2011/12/%e0%b8%9c%e0%b8%ad-%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%a7%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%93%e0%b8%a0%e0%b8%b9%e0%b8%a1%e0%b8%b4%e0%b8%84%e0%b8%b2%e0%b8%94%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b9%82%e0%b8%94%e0%b8%a2%e0%b8%aa/</link>
		<comments>http://www.asamedia.org/2011/12/%e0%b8%9c%e0%b8%ad-%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%a7%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%93%e0%b8%a0%e0%b8%b9%e0%b8%a1%e0%b8%b4%e0%b8%84%e0%b8%b2%e0%b8%94%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b9%82%e0%b8%94%e0%b8%a2%e0%b8%aa/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 30 Dec 2011 04:08:30 +0000</pubDate>
		<dc:creator>wanManeeporn</dc:creator>
				<category><![CDATA[Features]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[ผอ.สุวรรณภูมิคาดผู้โดยสารเพิ่ม26.87%]]></category>
		<category><![CDATA[สนามบิน]]></category>
		<category><![CDATA[สุวรรณภูมิ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.asamedia.org/?p=30422</guid>
		<description><![CDATA[ผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ คาด ปีใหม่ ผู้โดยสารเดินทางเข้า &#8211; ออกมากกว่า 2.1 ล้านคน เพิ่มขึ้นร้อยละ 26.87 นายสมชัย สวัสดีผล ผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (ทอท.) เปิดเผยว่า ในช่วงเทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่ ระหว่างวันที่ 25 ธันวาคม 2554 &#8211; 5 มกราคม 2555 ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ทสภ.) คาดว่าจะมีผู้โดยสารเดินทางเข้า &#8211; ออกเป็นจำนวนมากกว่า 2.1 ล้านคน หรือเฉลี่ยวันละ 170,000 คน ซึ่งถือว่าเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนถึงร้อยละ 26.87  นายสมชัย กล่าวว่า ในส่วนของ ทสภ. ได้มีการเตรียมอุปกรณ์สิ่งอำนวยความสะดวก และเจ้าหน้าที่ไว้พร้อมในทุกๆ ด้าน เพื่อรองรับการเดินทางของผู้โดยสารในช่วงเวลาดังกล่าว โดยได้มีการเพิ่มเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานในส่วนต่างๆ อาทิ การเพิ่มเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย และความถี่ในการตรวจตราความเรียบร้อย ทั้งภายในและภายนอกอาคาร การเพิ่มเจ้าหน้าที่เพื่อช่วยคอยอำนวยความสะดวกในการจัดการจราจรบริเวณด้านหน้าอาคารผู้โดยสาร และอาคารจอดรถไม่ให้เกิดการติดขัด [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<span class="fb_share"><fb:like href="http://www.asamedia.org/2011/12/%e0%b8%9c%e0%b8%ad-%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%a7%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%93%e0%b8%a0%e0%b8%b9%e0%b8%a1%e0%b8%b4%e0%b8%84%e0%b8%b2%e0%b8%94%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b9%82%e0%b8%94%e0%b8%a2%e0%b8%aa/" layout="button_count"></fb:like></span><p><a class="highslide" href="http://www.asamedia.org/wp-content/uploads/415.jpg"><img class="alignnone  wp-image-30423" src="http://www.asamedia.org/wp-content/uploads/415.jpg" alt="" width="325" height="201" /></a></p>
<p>ผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ คาด ปีใหม่ ผู้โดยสารเดินทางเข้า &#8211; ออกมากกว่า 2.1 ล้านคน เพิ่มขึ้นร้อยละ 26.87</p>
<p>นายสมชัย สวัสดีผล ผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (ทอท.) เปิดเผยว่า ในช่วงเทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่ ระหว่างวันที่ 25 ธันวาคม 2554 &#8211; 5 มกราคม 2555 ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ทสภ.) คาดว่าจะมีผู้โดยสารเดินทางเข้า &#8211; ออกเป็นจำนวนมากกว่า 2.1 ล้านคน หรือเฉลี่ยวันละ 170,000 คน ซึ่งถือว่าเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนถึงร้อยละ 26.87 </p>
<p>นายสมชัย กล่าวว่า ในส่วนของ ทสภ. ได้มีการเตรียมอุปกรณ์สิ่งอำนวยความสะดวก และเจ้าหน้าที่ไว้พร้อมในทุกๆ ด้าน เพื่อรองรับการเดินทางของผู้โดยสารในช่วงเวลาดังกล่าว โดยได้มีการเพิ่มเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานในส่วนต่างๆ อาทิ การเพิ่มเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย และความถี่ในการตรวจตราความเรียบร้อย ทั้งภายในและภายนอกอาคาร การเพิ่มเจ้าหน้าที่เพื่อช่วยคอยอำนวยความสะดวกในการจัดการจราจรบริเวณด้านหน้าอาคารผู้โดยสาร และอาคารจอดรถไม่ให้เกิดการติดขัด การเพิ่มเจ้าหน้าที่ในการดูแลอุปกรณ์สิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ อาทิ ระบบสายพานลำเลียงกระเป๋า ระบบลิฟต์ บันไดเลื่อน สะพานเทียบเครื่องบิน ฯลฯ ให้สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพตลอดเวลา และมีเจ้าหน้าที่ Stand by ตลอด 24 ชั่วโมง </p>
<p>ผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เปิดเผยต่อไปว่า นอกจากนี้ ทสภ. ยังได้มีการจัดตั้ง &#8220;ศูนย์ประสานงานอำนวยความสะดวกมั่นคง และปลอดภัยท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ&#8221; ที่บริเวณหลังเคาน์เตอร์ Check-in Row R ในระหว่างวันที่ 29 ธันวาคม 2554 &#8211; 4 มกราคม 2555 เพื่อเป็นศูนย์กลางในการบริหารจัดการเกี่ยวกับเหตุการณ์ต่างๆ ภายใน ทสภ. ในช่วงเทศกาลปีใหม่</p>
<p>ขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก : sanook</p>
<span class="fb_share"><fb:like href="http://www.asamedia.org/2011/12/%e0%b8%9c%e0%b8%ad-%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%a7%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%93%e0%b8%a0%e0%b8%b9%e0%b8%a1%e0%b8%b4%e0%b8%84%e0%b8%b2%e0%b8%94%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b9%82%e0%b8%94%e0%b8%a2%e0%b8%aa/" layout="button_count"></fb:like></span>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.asamedia.org/2011/12/%e0%b8%9c%e0%b8%ad-%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%a7%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%93%e0%b8%a0%e0%b8%b9%e0%b8%a1%e0%b8%b4%e0%b8%84%e0%b8%b2%e0%b8%94%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b9%82%e0%b8%94%e0%b8%a2%e0%b8%aa/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ธีระชัยแจงแนวทางให้ธปท.ชำระหนี้ดอกเบี้ยกองทุนฟื้นฟู</title>
		<link>http://www.asamedia.org/2011/12/%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%8a%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b9%81%e0%b8%88%e0%b8%87%e0%b9%81%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%98%e0%b8%9b%e0%b8%97/</link>
		<comments>http://www.asamedia.org/2011/12/%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%8a%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b9%81%e0%b8%88%e0%b8%87%e0%b9%81%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%98%e0%b8%9b%e0%b8%97/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 29 Dec 2011 05:28:20 +0000</pubDate>
		<dc:creator>wanManeeporn</dc:creator>
				<category><![CDATA[Features]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[ชำระหนี้ดอกเบี้ยกองทุนฟื้นฟู]]></category>
		<category><![CDATA[ดอกเบี้ย]]></category>
		<category><![CDATA[ทุนฟื้นฟู]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.asamedia.org/?p=30401</guid>
		<description><![CDATA[ธีระชัย แจงเหตุคัดค้านการโอนหนี้กองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน ไปให้ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.)บริหารจัดการ วันนี้ ( 28 ธ.ค.) นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล รมว.คลัง เปิดเผยถึงสาเหตุต้องคัดค้านการโอนหนี้กองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน ไปให้ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.)บริหารจัดการว่า เนื่องจากเป็นวาระที่กระทรวงการคลังนำเสนอ จึงต้องชี้แจงข้อเท็จจริงว่า หากจะโอนหนี้ทั้งจำนวน 1.14 ล้านล้านบาทกลับไปให้ธปท.บริหารจัดการจะมีผลกระทบอย่างไรบ้าง ซึ่งข้อเท็จจริงคือ หนี้กองทุนฟื้นฟูฯ นั้นอยู่ภายใต้ความรับผิดชอบของธปท.อยู่แล้ว แต่ที่เป็นปัญหาคือภาระดอกเบี้ยที่กระทรวงการคลังจะต้องรับผิดชอบ ซึ่งแต่ละปีตก 45,000 บาท ที่ต้องตั้งในงบประมาณ ลดลงจากเดิมที่เคยสูงถึง 65,000 ล้านบาทจากดอกเบี้ยที่ลดลงต่อเนื่อง  รมว.คลังกล่าวต่อว่า ได้ชี้แจงต่อที่ประชุมครม.ว่าหากโอนภาระดอกเบี้ยกลับไปให้ธปท.รับผิดชอบเพิ่มเติมจากที่รับผิดชอบเงินต้นนั้น หากเป็นการชำระจากส่วนที่เป็นกำไรของธปท.เอง จะไม่มีผลกระทบต่อปริมาณเงินในระบบ แต่หากบังคับให้ธปท.ต้องชำระมากกว่านั้น ถือเป็นการพิมพ์เงินเข้ามาในระบบเพื่อให้รัฐบาลใช้ ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง เพราะหากประเทศใดที่ใช้วิธีการดังกล่าวจะทำให้นักลงทุนต่างชาติและสถาบันการเงินต่างชาติอย่างกองทุนการเงินระหว่างประเทศหรือธนาคารโลกขาดคงวามน่าเชื่อถือรวมถึงบริษัทจดอันดับความน่าเชื่อถือด้วย   “หากรัฐบาลยังยืนยันที่จะดำเนินการเช่นนั้น จะเกิดข้อกังวลว่า รัฐบาลใช้อำนาจทางกฎหมายบังคับให้ธนาคารกลางพิมพ์เงินเพิ่ม จะเป็นช่องโหว่ที่ทำให้เราต้องไปอยู่ในกลุ่มประเทศอาร์เจนตินาหรือซิมบับเว่ หากจะเรียกร้องให้ธปท.ชำระดอกเบี้ยด้วย ต้องขีดเส้นที่พอดีที่ไม่กระทบต่อวินัยการเงินการคลัง และการบีบังคับให้พิมพ์เงินเพิ่มก็เป็นเรื่องที่ไม่ดี”รมว.คลังกล่าว นายธีระชัยกล่าวต่อว่า ครม.จึงมีมติให้ไปหารือร่วมกันระหว่างนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ไปหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งกระทรวงการคลัง ธปท.และสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม (สศช.) ซึ่งหากพิจารณาจากงบดุลของธปท.ทั้งบัญชีกำไรขาดทุน บัญชีทุนสำรองเงินตราจะเห็นชัดเจนว่า ธปท.มีข้อจำกัดที่จะดำเนินการตามข้อเรียกร้องของรัฐบาล แต่วิธีการน่าจะเป็นการออกกฎหมายแก้ไขการลงบัญชี เพื่อให้นำดอกผลที่เกิดขึ้นจากทุนสำรองเงินตรา ทั้งส่วนที่เป็นพันธบัตรและทองคำ  [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<span class="fb_share"><fb:like href="http://www.asamedia.org/2011/12/%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%8a%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b9%81%e0%b8%88%e0%b8%87%e0%b9%81%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%98%e0%b8%9b%e0%b8%97/" layout="button_count"></fb:like></span><div>
<div><a class="highslide" href="http://www.asamedia.org/wp-content/uploads/5173.jpg"><img class="alignnone size-full wp-image-30402" src="http://www.asamedia.org/wp-content/uploads/5173.jpg" alt="" width="620" height="334" /></a></div>
<div>ธีระชัย แจงเหตุคัดค้านการโอนหนี้กองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน ไปให้ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.)บริหารจัดการ</div>
<p><!-- /.content --><!-- /#featured-caption --></p>
<div>
<p>วันนี้ ( 28 ธ.ค.) นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล รมว.คลัง เปิดเผยถึงสาเหตุต้องคัดค้านการโอนหนี้กองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน ไปให้ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.)บริหารจัดการว่า เนื่องจากเป็นวาระที่กระทรวงการคลังนำเสนอ จึงต้องชี้แจงข้อเท็จจริงว่า หากจะโอนหนี้ทั้งจำนวน 1.14 ล้านล้านบาทกลับไปให้ธปท.บริหารจัดการจะมีผลกระทบอย่างไรบ้าง ซึ่งข้อเท็จจริงคือ หนี้กองทุนฟื้นฟูฯ นั้นอยู่ภายใต้ความรับผิดชอบของธปท.อยู่แล้ว แต่ที่เป็นปัญหาคือภาระดอกเบี้ยที่กระทรวงการคลังจะต้องรับผิดชอบ ซึ่งแต่ละปีตก 45,000 บาท ที่ต้องตั้งในงบประมาณ ลดลงจากเดิมที่เคยสูงถึง 65,000 ล้านบาทจากดอกเบี้ยที่ลดลงต่อเนื่อง<br />
 รมว.คลังกล่าวต่อว่า ได้ชี้แจงต่อที่ประชุมครม.ว่าหากโอนภาระดอกเบี้ยกลับไปให้ธปท.รับผิดชอบเพิ่มเติมจากที่รับผิดชอบเงินต้นนั้น หากเป็นการชำระจากส่วนที่เป็นกำไรของธปท.เอง จะไม่มีผลกระทบต่อปริมาณเงินในระบบ แต่หากบังคับให้ธปท.ต้องชำระมากกว่านั้น ถือเป็นการพิมพ์เงินเข้ามาในระบบเพื่อให้รัฐบาลใช้ ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง เพราะหากประเทศใดที่ใช้วิธีการดังกล่าวจะทำให้นักลงทุนต่างชาติและสถาบันการเงินต่างชาติอย่างกองทุนการเงินระหว่างประเทศหรือธนาคารโลกขาดคงวามน่าเชื่อถือรวมถึงบริษัทจดอันดับความน่าเชื่อถือด้วย<br />
 </p>
<p>“หากรัฐบาลยังยืนยันที่จะดำเนินการเช่นนั้น จะเกิดข้อกังวลว่า รัฐบาลใช้อำนาจทางกฎหมายบังคับให้ธนาคารกลางพิมพ์เงินเพิ่ม จะเป็นช่องโหว่ที่ทำให้เราต้องไปอยู่ในกลุ่มประเทศอาร์เจนตินาหรือซิมบับเว่ หากจะเรียกร้องให้ธปท.ชำระดอกเบี้ยด้วย ต้องขีดเส้นที่พอดีที่ไม่กระทบต่อวินัยการเงินการคลัง และการบีบังคับให้พิมพ์เงินเพิ่มก็เป็นเรื่องที่ไม่ดี”รมว.คลังกล่าว<br />
นายธีระชัยกล่าวต่อว่า ครม.จึงมีมติให้ไปหารือร่วมกันระหว่างนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ไปหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งกระทรวงการคลัง ธปท.และสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม (สศช.) ซึ่งหากพิจารณาจากงบดุลของธปท.ทั้งบัญชีกำไรขาดทุน บัญชีทุนสำรองเงินตราจะเห็นชัดเจนว่า ธปท.มีข้อจำกัดที่จะดำเนินการตามข้อเรียกร้องของรัฐบาล แต่วิธีการน่าจะเป็นการออกกฎหมายแก้ไขการลงบัญชี เพื่อให้นำดอกผลที่เกิดขึ้นจากทุนสำรองเงินตรา ทั้งส่วนที่เป็นพันธบัตรและทองคำ  โดยไม่ได้แตะสิ่งที่มีอยู่แล้ว มาชำระคืนภาระดอกเบี้ยหนี้กองทุนฟื้นฟูก่อน ไม่ต้องโอนเข้าบัญชีผลประโยชน์ประจำปีตามที่วิธรการลงบัญชีของธปท.  ซึ่งจากการประเมินปีนี้น่าจะถึง 25,000 ล้านบาท<br />
นอกจากนั้นยังมีช่องทางที่จะนำเงินส่วนที่เหลือให้นำเงินสะสมของสถาบันประกันเงินฝาก (สคฝ.) ที่เรียกเก็บจากสถาบันการเงินในอัตรา 0.4% ของฐานเงินฝากมาชำระภาระดอกเบี้ยก่อน ซึ่งขณะนี้ยังไม่ได้ใช้ประโยชน์และยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่องตามฐานเงินฝากที่เพิ่มขึ้น ทำให้มีเงินเหลือบางส่วนหลังจากชำระดอกเบี้ยแล้ว มาชำระเงินต้นให้หมดได้ภายใน 30 ปี และเชื่อว่าจะไม่กระทบต่อความเชื่อมั่นของระบบธนาคารพาณิชย์  เพราะขณะนี้ฐานะการเงินแข็งแกร่งที่จะรองรับกับความผันผวนได้ <br />
 </p>
</div>
</div>
<div>ขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก : เดลินิวส์</div>
<span class="fb_share"><fb:like href="http://www.asamedia.org/2011/12/%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%8a%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b9%81%e0%b8%88%e0%b8%87%e0%b9%81%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%98%e0%b8%9b%e0%b8%97/" layout="button_count"></fb:like></span>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.asamedia.org/2011/12/%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%8a%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b9%81%e0%b8%88%e0%b8%87%e0%b9%81%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%98%e0%b8%9b%e0%b8%97/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เปิดทางรถจมน้ำใช้สิทธิรถคันแรกคืน1แสน</title>
		<link>http://www.asamedia.org/2011/12/%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b8%88%e0%b8%a1%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b9%83%e0%b8%8a%e0%b9%89%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%98%e0%b8%b4/</link>
		<comments>http://www.asamedia.org/2011/12/%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b8%88%e0%b8%a1%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b9%83%e0%b8%8a%e0%b9%89%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%98%e0%b8%b4/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 27 Dec 2011 03:23:54 +0000</pubDate>
		<dc:creator>pimai</dc:creator>
				<category><![CDATA[Features]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[กรมสรรพสามิต]]></category>
		<category><![CDATA[คืนเงินสำหรับรถคันแรก]]></category>
		<category><![CDATA[ภาวะน้ำท่วม]]></category>
		<category><![CDATA[รถยนต์คันแรก]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.asamedia.org/?p=30318</guid>
		<description><![CDATA[คลังชงครม.อนุมัติผ่อนปรนให้เจ้าของรถยนต์เสียหายจากน้ำท่วม ขอใช้สิทธิเข้าโครงการรถยนต์คันแรกได้ จากเดิมต้องเป็นผู้ที่ซื้อรถยนต์คันแรกเท่านั้น นางเบญจา หลุยเจริญ อธิบดีกรมสรรพสามิต เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันนี้ (27 ธ.ค.) กระทรวงการคลัง โดยกรมสรรพสามิต จะเสนอให้ที่ประชุมพิจารณาอนุมัติมาตรการช่วยเหลือ ผู้ประสบภัยน้ำท่วม กรณีที่รถยนต์ได้รับความเสียหายจากเหตุการณ์ดังกล่าว โดยกรมเสนอผ่อนปรนให้สามารถเข้าโครงการรถยนต์คันแรกของรัฐบาลได้ จากเดิมต้องเป็นผู้ที่ซื้อรถยนต์คันแรกเท่านั้น เนื่องจากมีผู้ได้รับความเสียหายจากเหตุการณ์น้ำท่วมจำนวนมาก โดยเฉพาะทรัพย์สินที่เป็นรถยนต์ ทางกรมสรรพสามิตจึงเห็นว่าควรเข้าไปช่วยเหลือ โดยผ่อนปรนให้สามารถเข้ามาอยู่ในโครงการรถยนต์คันแรกได้ แต่ต้องมีหลักฐานว่า รถที่ถูกน้ำท่วมและต้องการเปลี่ยนรถใหม่มาแสดง ซึ่งอาจต้องหาหลักฐานรับรองว่ารถจมน้ำจริง นางเบญจากล่าว นอกจากนี้ ยังจะเสนอให้มีการผ่อนปรนระเบียบการถือครองรถยนต์ เป็นระยะเวลา 5 ปี โดยจะอนุญาตให้เฉพาะรายที่มีความจำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงผู้ถือครองรถ เช่น ในรายที่ประสบอุบัติเหตุ และเกิดความเสียหายต่อรถยนต์ ทำให้ไม่สามารถถือครองรถยนต์ได้ เป็นต้น อธิบดีกรมสรรพสามิต ยังได้กล่าวถึงความคืบหน้า โครงการรถยนต์คันแรกที่ประกาศไปแล้วว่า เนื่องจากในช่วงที่ผ่านมา เกิดภาวะน้ำท่วม ทำให้โครงการดังกล่าวไม่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากนัก ปัจจุบันมียอดขอคืนเงินหลักร้อยล้านบาทเท่านั้น &#160; ที่มา : กรุงเทพธุรกิจ ภาพ : thaicarlover.com]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<span class="fb_share"><fb:like href="http://www.asamedia.org/2011/12/%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b8%88%e0%b8%a1%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b9%83%e0%b8%8a%e0%b9%89%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%98%e0%b8%b4/" layout="button_count"></fb:like></span><p><strong><a class="highslide" onclick="return vz.expand(this)" href="http://www.asamedia.org/wp-content/uploads/การคืนเงินสำหรับรถยนต์คันแรก.jpg"><img class="alignleft size-medium wp-image-30319" title="การคืนเงินสำหรับรถยนต์คันแรก" src="http://www.asamedia.org/wp-content/uploads/การคืนเงินสำหรับรถยนต์คันแรก-300x191.jpg" alt="" width="300" height="191" /></a>คลังชงครม.อนุมัติผ่อนปรนให้เจ้าของรถยนต์เสียหายจากน้ำท่วม ขอใช้สิทธิเข้าโครงการรถยนต์คันแรกได้ จากเดิมต้องเป็นผู้ที่ซื้อรถยนต์คันแรกเท่านั้น<span id="more-30318"></span></strong></p>
<p>นาง<a href="http://www.bangkokbiznews.com/home/search/?cx=009233870810540600983%3Ahkyg0dlysoo&amp;cof=FORID%3A9&amp;ie=windows-874&amp;q=%E0%BA%AD%A8%D2%20%CB%C5%D8%C2%E0%A8%C3%D4%AD" target="_blank">เบญจา หลุยเจริญ</a> อธิบดีกรมสรรพสามิต เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันนี้ (27 ธ.ค.) กระทรวงการคลัง โดยกรมสรรพสามิต จะเสนอให้ที่ประชุมพิจารณาอนุมัติมาตรการช่วยเหลือ ผู้ประสบภัย<a href="http://www.bangkokbiznews.com/home/search/?cx=009233870810540600983%3Ahkyg0dlysoo&amp;cof=FORID%3A9&amp;ie=windows-874&amp;q=%B9%E9%D3%B7%E8%C7%C1" target="_blank">น้ำท่วม</a> กรณีที่รถยนต์ได้รับความเสียหายจากเหตุการณ์ดังกล่าว โดยกรมเสนอผ่อนปรนให้สามารถเข้าโครงการ<a href="http://www.bangkokbiznews.com/home/search/?cx=009233870810540600983%3Ahkyg0dlysoo&amp;cof=FORID%3A9&amp;ie=windows-874&amp;q=%C3%B6%C2%B9%B5%EC%A4%D1%B9%E1%C3%A1" target="_blank">รถยนต์คันแรก</a>ของรัฐบาลได้ จากเดิมต้องเป็นผู้ที่ซื้อ<a href="http://www.bangkokbiznews.com/home/search/?cx=009233870810540600983%3Ahkyg0dlysoo&amp;cof=FORID%3A9&amp;ie=windows-874&amp;q=%C3%B6%C2%B9%B5%EC%A4%D1%B9%E1%C3%A1" target="_blank">รถยนต์คันแรก</a>เท่านั้น เนื่องจากมีผู้ได้รับความเสียหายจากเหตุการณ์<a href="http://www.bangkokbiznews.com/home/search/?cx=009233870810540600983%3Ahkyg0dlysoo&amp;cof=FORID%3A9&amp;ie=windows-874&amp;q=%B9%E9%D3%B7%E8%C7%C1" target="_blank">น้ำท่วม</a>จำนวนมาก โดยเฉพาะทรัพย์สินที่เป็นรถยนต์ ทางกรมสรรพสามิตจึงเห็นว่าควรเข้าไปช่วยเหลือ โดยผ่อนปรนให้สามารถเข้ามาอยู่ในโครงการ<a href="http://www.bangkokbiznews.com/home/search/?cx=009233870810540600983%3Ahkyg0dlysoo&amp;cof=FORID%3A9&amp;ie=windows-874&amp;q=%C3%B6%C2%B9%B5%EC%A4%D1%B9%E1%C3%A1" target="_blank">รถยนต์คันแรก</a>ได้ แต่ต้องมีหลักฐานว่า รถที่ถูก<a href="http://www.bangkokbiznews.com/home/search/?cx=009233870810540600983%3Ahkyg0dlysoo&amp;cof=FORID%3A9&amp;ie=windows-874&amp;q=%B9%E9%D3%B7%E8%C7%C1" target="_blank">น้ำท่วม</a>และต้องการเปลี่ยนรถใหม่มาแสดง ซึ่งอาจต้องหาหลักฐานรับรองว่ารถจมน้ำจริง นางเบญจากล่าว</p>
<p>นอกจากนี้ ยังจะเสนอให้มีการผ่อนปรนระเบียบการถือครองรถยนต์ เป็นระยะเวลา 5 ปี โดยจะอนุญาตให้เฉพาะรายที่มีความจำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงผู้ถือครองรถ เช่น ในรายที่ประสบอุบัติเหตุ และเกิดความเสียหายต่อรถยนต์ ทำให้ไม่สามารถถือครองรถยนต์ได้ เป็นต้น</p>
<p>อธิบดีกรมสรรพสามิต ยังได้กล่าวถึงความคืบหน้า โครงการ<a href="http://www.bangkokbiznews.com/home/search/?cx=009233870810540600983%3Ahkyg0dlysoo&amp;cof=FORID%3A9&amp;ie=windows-874&amp;q=%C3%B6%C2%B9%B5%EC%A4%D1%B9%E1%C3%A1" target="_blank">รถยนต์คันแรก</a>ที่ประกาศไปแล้วว่า เนื่องจากในช่วงที่ผ่านมา เกิดภาวะ<a href="http://www.bangkokbiznews.com/home/search/?cx=009233870810540600983%3Ahkyg0dlysoo&amp;cof=FORID%3A9&amp;ie=windows-874&amp;q=%B9%E9%D3%B7%E8%C7%C1" target="_blank">น้ำท่วม</a> ทำให้โครงการดังกล่าวไม่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากนัก ปัจจุบันมียอดขอคืนเงินหลักร้อยล้านบาทเท่านั้น</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ที่มา : กรุงเทพธุรกิจ</p>
<p>ภาพ : thaicarlover.com</p>
<span class="fb_share"><fb:like href="http://www.asamedia.org/2011/12/%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b8%88%e0%b8%a1%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b9%83%e0%b8%8a%e0%b9%89%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%98%e0%b8%b4/" layout="button_count"></fb:like></span>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.asamedia.org/2011/12/%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b8%88%e0%b8%a1%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b9%83%e0%b8%8a%e0%b9%89%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%98%e0%b8%b4/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เล็งเจรจาขน&#8221;ข้าว-มันสำปะหลัง&#8221;ชดใช้หนี้จีน</title>
		<link>http://www.asamedia.org/2011/12/%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b9%87%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b8%a3%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%82%e0%b8%99%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a7-%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%9b%e0%b8%b0/</link>
		<comments>http://www.asamedia.org/2011/12/%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b9%87%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b8%a3%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%82%e0%b8%99%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a7-%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%9b%e0%b8%b0/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 23 Dec 2011 15:43:03 +0000</pubDate>
		<dc:creator>wanManeeporn</dc:creator>
				<category><![CDATA[Features]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[ข้าว]]></category>
		<category><![CDATA[ชดใช้หนี้จีน]]></category>
		<category><![CDATA[มันสำปะหลัง]]></category>
		<category><![CDATA[เล็งเจรจาขน"ข้าว-มันสำปะหลัง"ชดใช้หนี้จีน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.asamedia.org/?p=30309</guid>
		<description><![CDATA[&#160; &#160; “ภูมิ” เล็งเจรจา นำข้าว มัน ใช้หนี้รัฐบาลจีน ส่วนโครงการจำนำข้าวคาดปริมาณข้าวเข้าร่วมโครงการไม่เกิน 10 ล้านตัน &#160; วันนี้ ( 23 ธ.ค.) นายภูมิ สาระผล รมช.พาณิชย์ เปิดเผยว่า รัฐบาลไทยอยู่ระหว่างการเจรจากับรัฐบาลจีน สำหรับใช้ข้าว มันสำปะหลังชำระหนี้บางส่วนให้กับรัฐบาลจีน ในโครงการร่วมมือการลงทุน หรือโครงการเงินกู้จากจีน  เพื่อเป็นการพยุงราคาสินค้าเกษตรไม่ให้ตกต่ำ และเป็นการระบายสินค้าออกจากประเทศ  นายภูมิ กล่าวต่อว่า ส่วนความคืบหน้าโครงการรับจำนำข้าวเปลือกนาปี 54/55 นั้น จากปัญหาน้ำท่วมที่ทำให้ข้าวเปลือกเสียหายไป 7 ล้านตัน ส่งผลให้ปริมาณข้าวที่เข้าโครงการลดลงเหลือ 10 ล้านตันเท่านั้น ทำให้ใช้เม็ดเงินในโครงการเหลือ 1 แสนล้านบาท ทั้งนี้ โครงการรับจำนำทำให้ราคาตลาดสูงขึ้น ซึ่งผู้ส่งออกข้าวอาจต้องลำบากอยู่บ้างแต่เชื่อว่าจะสามารถขับเคลื่อนธุรกิจไปได้ และข้าวไทยจะยังเป็นที่ต้องการตลาดโลก จากปริมาณการค้าทั้งหมด 30 ล้านตัน เป็นการส่งออกจากไทย 10 ล้านตัน ดังนั้นแผนระบายข้าวต้องสอดคล้องกับช่วงเวลาที่ตลาดต้องการข้าวจากไทยโดยไม่ทำให้ราคาลดลง ซึ่งปีนี้การส่งออกข้าวจะอยู่ที่ 10 ล้านตัน ส่วนปีหน้าคาดว่าจะส่งออกได้น้อยลงไม่ต่ำกว่า [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<span class="fb_share"><fb:like href="http://www.asamedia.org/2011/12/%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b9%87%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b8%a3%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%82%e0%b8%99%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a7-%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%9b%e0%b8%b0/" layout="button_count"></fb:like></span><p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<div>“ภูมิ” เล็งเจรจา นำข้าว มัน ใช้หนี้รัฐบาลจีน ส่วนโครงการจำนำข้าวคาดปริมาณข้าวเข้าร่วมโครงการไม่เกิน 10 ล้านตัน</div>
<p>&nbsp;</p>
<div>
<p>วันนี้ ( 23 ธ.ค.) นายภูมิ สาระผล รมช.พาณิชย์ เปิดเผยว่า รัฐบาลไทยอยู่ระหว่างการเจรจากับรัฐบาลจีน สำหรับใช้ข้าว มันสำปะหลังชำระหนี้บางส่วนให้กับรัฐบาลจีน ในโครงการร่วมมือการลงทุน หรือโครงการเงินกู้จากจีน  เพื่อเป็นการพยุงราคาสินค้าเกษตรไม่ให้ตกต่ำ และเป็นการระบายสินค้าออกจากประเทศ <br />
นายภูมิ กล่าวต่อว่า ส่วนความคืบหน้าโครงการรับจำนำข้าวเปลือกนาปี 54/55 นั้น จากปัญหาน้ำท่วมที่ทำให้ข้าวเปลือกเสียหายไป 7 ล้านตัน ส่งผลให้ปริมาณข้าวที่เข้าโครงการลดลงเหลือ 10 ล้านตันเท่านั้น ทำให้ใช้เม็ดเงินในโครงการเหลือ 1 แสนล้านบาท ทั้งนี้ โครงการรับจำนำทำให้ราคาตลาดสูงขึ้น ซึ่งผู้ส่งออกข้าวอาจต้องลำบากอยู่บ้างแต่เชื่อว่าจะสามารถขับเคลื่อนธุรกิจไปได้ และข้าวไทยจะยังเป็นที่ต้องการตลาดโลก จากปริมาณการค้าทั้งหมด 30 ล้านตัน เป็นการส่งออกจากไทย 10 ล้านตัน ดังนั้นแผนระบายข้าวต้องสอดคล้องกับช่วงเวลาที่ตลาดต้องการข้าวจากไทยโดยไม่ทำให้ราคาลดลง ซึ่งปีนี้การส่งออกข้าวจะอยู่ที่ 10 ล้านตัน ส่วนปีหน้าคาดว่าจะส่งออกได้น้อยลงไม่ต่ำกว่า 9 ล้านตัน แต่ราคาจะดีกว่าปี</p>
</div>
<p>&nbsp;</p>
<span class="fb_share"><fb:like href="http://www.asamedia.org/2011/12/%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b9%87%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b8%a3%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%82%e0%b8%99%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a7-%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%9b%e0%b8%b0/" layout="button_count"></fb:like></span>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.asamedia.org/2011/12/%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b9%87%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b8%a3%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%82%e0%b8%99%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a7-%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%9b%e0%b8%b0/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>กว้านซื้อทอง</title>
		<link>http://www.asamedia.org/2011/12/%e0%b8%81%e0%b8%a7%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%8b%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%97%e0%b8%ad%e0%b8%87/</link>
		<comments>http://www.asamedia.org/2011/12/%e0%b8%81%e0%b8%a7%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%8b%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%97%e0%b8%ad%e0%b8%87/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 22 Dec 2011 14:30:59 +0000</pubDate>
		<dc:creator>pimai</dc:creator>
				<category><![CDATA[Features]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[กว้านซื้อทอง]]></category>
		<category><![CDATA[นักลงทุนไทย]]></category>
		<category><![CDATA[ราคาทอง]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.asamedia.org/?p=30221</guid>
		<description><![CDATA[นักลงทุนไทยซื้อทองเพื่อไว้เก็งกำไร หลังราคาทองคำลดลงอย่างต่อเนื่อง จากกังวลต่อสถานการณ์ทางการเงินของยุโรป ที่มา : กรุงเทพธุรกิจ]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<span class="fb_share"><fb:like href="http://www.asamedia.org/2011/12/%e0%b8%81%e0%b8%a7%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%8b%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%97%e0%b8%ad%e0%b8%87/" layout="button_count"></fb:like></span><p><a class="highslide" onclick="return vz.expand(this)" href="http://www.asamedia.org/wp-content/uploads/news_img_425917_1.jpg"><img class="alignnone size-medium wp-image-30222" title="" src="http://www.asamedia.org/wp-content/uploads/news_img_425917_1-300x201.jpg" alt="" width="300" height="201" /></a></p>
<p><strong>นักลงทุนไทยซื้อทองเพื่อไว้เก็งกำไร หลังราคาทองคำลดลงอย่างต่อเนื่อง จากกังวลต่อสถานการณ์ทางการเงินของยุโรป</strong></p>
<p><strong></strong>ที่มา : กรุงเทพธุรกิจ</p>
<span class="fb_share"><fb:like href="http://www.asamedia.org/2011/12/%e0%b8%81%e0%b8%a7%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%8b%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%97%e0%b8%ad%e0%b8%87/" layout="button_count"></fb:like></span>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.asamedia.org/2011/12/%e0%b8%81%e0%b8%a7%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%8b%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%97%e0%b8%ad%e0%b8%87/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ปตท.ทุ่มพันล้านเปิดปั๊ม3ประเทศเพื่อนบ้าน</title>
		<link>http://www.asamedia.org/2011/12/%e0%b8%9b%e0%b8%95%e0%b8%97-%e0%b8%97%e0%b8%b8%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%9b%e0%b8%b1%e0%b9%8a%e0%b8%a13/</link>
		<comments>http://www.asamedia.org/2011/12/%e0%b8%9b%e0%b8%95%e0%b8%97-%e0%b8%97%e0%b8%b8%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%9b%e0%b8%b1%e0%b9%8a%e0%b8%a13/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 20 Dec 2011 08:27:08 +0000</pubDate>
		<dc:creator>pimai</dc:creator>
				<category><![CDATA[เศรษฐกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจน้ำมัน]]></category>
		<category><![CDATA[ปตท.]]></category>
		<category><![CDATA[ปั๊มน้ำมัน]]></category>
		<category><![CDATA[ลงทุนต่างประเทศ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.asamedia.org/?p=30190</guid>
		<description><![CDATA[&#160; วันที่ 18 ธ.ค.ที่ผ่านมา นายสรัญ รังคสิริ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ หน่วยธุรกิจน้ำมัน บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงแผนการดำเนินธุรกิจในปี 55 ว่า ปตท.จะใช้งบลงทุนประมาณ 5,000-6,000 ล้านบาท ในการขยายสถานีบริการน้ำมัน(ปั๊ม)รวมทั้งรุกธุกิจค้าปลีก และร้านอาหารมากขึ้น และงบดังกล่าวจะใช้ลงทุนในต่างประเทศกว่า 1,000 ล้านบาท เพื่อเปิดปั๊มปตท. ใน 3 ประเทศได้แก่ กัมพูชา ลาว และฟิลิปปินส์ โดยภายใน 3 ปีแต่ละประเทศจะมีปั๊มขนาดใหญ่ 5-10 สาขา และปั๊มมาตรฐาน 40-50 สาขา ส่วนในประเทศจะไม่เน้นเพิ่มจำนวนปั๊มน้ำมันมากนัก แต่จะมุ่งปรับคุณภาพมาตรการน้ำมันและบริการให้มากขึ้น ขณะเดียวกันจะเน้นการขยายธุรกิจนันออยล์ที่เป็นร้านสะดวกซื้อจิฟฟี่ และร้านอาหารจิฟฟี่คิทเช่น รวมทั้งร้านกาแฟอเมซอนอย่างต่อเนื่องโดยจะมีการเปิดให้บริการนอกปั๊มน้ำมันด้วย เพื่อผลักดันอัตรากำไรให้มีการเติบโตเพิ่มขึ้น “ปีหน้าปตท.จะไม่เน้นเพิ่มสาขาปั๊มน้ำมันมากนัก แต่จะเน้นการปรับคุณภาพบริการให้มีมาตรฐานมากขึ้น ส่วนการเปิดปั๊มปตท.ในต่างประเทศปีหน้าเห็นทั้ง 3 ประเทศคือลาว กัมพูชาและฟิลิปปินส์แน่นอน และมีโอกาสที่จะเห็นสาขาในประเทศจีนตอนใต้ ส่วนประเทศอื่นในอาเซียนอย่าง พม่า และอินโดนีเซียก็ยังไม่เปิดให้เข้าไปลงทุน ส่วนมาเลเซีย สิงคโปร์ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<span class="fb_share"><fb:like href="http://www.asamedia.org/2011/12/%e0%b8%9b%e0%b8%95%e0%b8%97-%e0%b8%97%e0%b8%b8%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%9b%e0%b8%b1%e0%b9%8a%e0%b8%a13/" layout="button_count"></fb:like></span><div id="attachment_30192" class="wp-caption alignnone" style="width: 310px"><a class="highslide" onclick="return vz.expand(this)" href="http://www.asamedia.org/wp-content/uploads/3670.jpg"><img class="size-medium wp-image-30192" src="http://www.asamedia.org/wp-content/uploads/3670-300x161.jpg" alt="" width="300" height="161" /></a><p class="wp-caption-text">ปตท.ทุ่มพันล้านเปิดปั๊มในกัมพูชา ลาว และ ฟิลิปปินส์ คาด 3 ปีแต่ละประเทศต้องมีปั๊มมาตรฐาน 40-50 แห่ง</p></div>
<p>&nbsp;</p>
<p>วันที่ 18 ธ.ค.ที่ผ่านมา นายสรัญ รังคสิริ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ หน่วยธุรกิจน้ำมัน บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงแผนการดำเนินธุรกิจในปี 55 ว่า ปตท.จะใช้งบลงทุนประมาณ 5,000-6,000 ล้านบาท ในการขยายสถานีบริการน้ำมัน(ปั๊ม)รวมทั้งรุกธุกิจค้าปลีก และร้านอาหารมากขึ้น และงบดังกล่าวจะใช้<span id="more-30190"></span>ลงทุนในต่างประเทศกว่า 1,000 ล้านบาท เพื่อเปิดปั๊มปตท. ใน 3 ประเทศได้แก่ กัมพูชา ลาว และฟิลิปปินส์ โดยภายใน 3 ปีแต่ละประเทศจะมีปั๊มขนาดใหญ่ 5-10 สาขา และปั๊มมาตรฐาน 40-50 สาขา ส่วนในประเทศจะไม่เน้นเพิ่มจำนวนปั๊มน้ำมันมากนัก แต่จะมุ่งปรับคุณภาพมาตรการน้ำมันและบริการให้มากขึ้น ขณะเดียวกันจะเน้นการขยายธุรกิจนันออยล์ที่เป็นร้านสะดวกซื้อจิฟฟี่ และร้านอาหารจิฟฟี่คิทเช่น รวมทั้งร้านกาแฟอเมซอนอย่างต่อเนื่องโดยจะมีการเปิดให้บริการนอกปั๊มน้ำมันด้วย เพื่อผลักดันอัตรากำไรให้มีการเติบโตเพิ่มขึ้น</p>
<p>“ปีหน้าปตท.จะไม่เน้นเพิ่มสาขาปั๊มน้ำมันมากนัก แต่จะเน้นการปรับคุณภาพบริการให้มีมาตรฐานมากขึ้น ส่วนการเปิดปั๊มปตท.ในต่างประเทศปีหน้าเห็นทั้ง 3 ประเทศคือลาว กัมพูชาและฟิลิปปินส์แน่นอน และมีโอกาสที่จะเห็นสาขาในประเทศจีนตอนใต้ ส่วนประเทศอื่นในอาเซียนอย่าง พม่า และอินโดนีเซียก็ยังไม่เปิดให้เข้าไปลงทุน ส่วนมาเลเซีย สิงคโปร์ และเวียดนาม ยอมรับว่าเข้าไปยาก” นายสรัญ กล่าว</p>
<p>&nbsp;</p>
<span class="fb_share"><fb:like href="http://www.asamedia.org/2011/12/%e0%b8%9b%e0%b8%95%e0%b8%97-%e0%b8%97%e0%b8%b8%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%9b%e0%b8%b1%e0%b9%8a%e0%b8%a13/" layout="button_count"></fb:like></span>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.asamedia.org/2011/12/%e0%b8%9b%e0%b8%95%e0%b8%97-%e0%b8%97%e0%b8%b8%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%9b%e0%b8%b1%e0%b9%8a%e0%b8%a13/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>พ่อค้าแห่ปลอมเครื่องหมาย มอก.</title>
		<link>http://www.asamedia.org/2011/12/%e0%b8%9e%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%84%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b8%a1/</link>
		<comments>http://www.asamedia.org/2011/12/%e0%b8%9e%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%84%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b8%a1/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 20 Dec 2011 08:21:25 +0000</pubDate>
		<dc:creator>pimai</dc:creator>
				<category><![CDATA[Features]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[ปลอมเครื่องหมายมอก.]]></category>
		<category><![CDATA[สมอ.]]></category>
		<category><![CDATA[ห้างสรรพสินค้า]]></category>
		<category><![CDATA[เครื่องใช้ไฟฟ้า]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.asamedia.org/?p=30172</guid>
		<description><![CDATA[นายชัยยง กฤตผลชัย เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) เปิดเผยว่า ขณะนี้มีโรงงานผลิตสินค้าและผู้จัดจำหน่ายสินค้าจำนวนมากได้ลักลอบปลอมเครื่องหมายมาตรฐานสินค้า มอก. เพื่อนำติดไว้บนกล่องสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐานและสินค้าลักลอบนำเข้าจากประเทศเพื่อนบ้าน มาวางจำหน่ายในห้างสรรพสินค้าและร้านค้าทั่วไป ซึ่งจะทำให้ราคาเพิ่มจากกรณีที่ไม่ติดเครื่องหมาย มอก. 5-6 เท่าตัว  ดังนั้นขอเตือนผู้บริโภคให้ระมัดระวังในการเลือกซื้อสินค้า เพราะหากได้สินค้าก๊อปปี้ที่ติด มอก. อาจจะเสี่ยงอันตรายต่อชีวิตได้ โดยเฉพาะสินค้าประเภทเครื่องใช้ไฟฟ้า “ตามห้างฯต่างๆจะมีนโยบายวางขายเฉพาะสินค้าที่มีเครื่องหมาย มอก. และปัจจุบันผู้บริโภคมีความรู้ในการใช้สินค้าที่มีมาตรฐานมากขึ้น โดยจะไม่เน้นของถูกอย่างเดียว เพราะที่ผ่านมาประชาชนจำนวนมากคงได้รับประสบการณ์หลังจากซื้อมาใช้แล้วชำรุดง่าย หรือเสี่ยงต่อไฟฟ้าดูดด้วย  ดังนั้นจึงทำให้ผู้ผลิตสินค้าและผู้ที่ลักลอบนำเข้าสินค้าเปลี่ยนกลยุทธใหม่โดยการปลอมเครื่องหมาย มอก. ไว้บนกล่องสินค้า ซึ่งห้างสรรพสินค้าก็ตรวจไม่ออกว่าเป็นของจริงหรือของปลอม” สำหรับสินค้าที่ติดเครื่องมอก. ปลอม ที่เริ่มระบาดหนักในตอนนี้คือ หลอดไฟ ชุดโคมไฟ และอุปกรณ์ไฟฟ้าอื่นๆ ซึ่งมีทั้งจับกุมได้ในขณะที่วางจำหน่ายบนห้างสรรพสินค้า รวมถึงโรงงานผลิตสินค้าที่นำชิ้นส่วนมาประกอบ และผู้จำหน่าย ที่ลักลอบนำเข้าจากเพื่อนบ้าน โดยในส่วนของห้างสรรพสินค้าส่วนใหญ่จะอ้างไม่รู้และจะโยนเรื่องให้ผู้ที่เช่าพื้นที่เป็นผู้รับผิดชอบในคดีต่างๆ นายชัยยง กล่าวว่า ขณะนี้สินค้าที่เกี่ยวข้องกับการก่อสร้างบ้าน รวมถึงอุปกรณ์ตกแต่งในบ้าน และเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ไม่ได้รับเครื่องหมาย มอก. มีขยายตัวต่อเนื่อง เพราะผู้ลักลอบจำหน่ายประเมินว่าหลังจากที่น้ำลดก็จะทำให้ประชาชนต้องเร่งซ่อมแซมบ้านจำนวนมากขึ้น ล่าสุดมีการนำหลอดไฟ ชุดโคมไฟ สายไฟฟ้า และหม้อแปลงอิเล็กทรอนิกส์ ของโรงงานบริเวณถนนพระราม 2 อ.เมือง จ. [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<span class="fb_share"><fb:like href="http://www.asamedia.org/2011/12/%e0%b8%9e%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%84%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b8%a1/" layout="button_count"></fb:like></span><p><a class="highslide" onclick="return vz.expand(this)" href="http://www.asamedia.org/wp-content/uploads/3403.jpg"><img class="alignnone size-medium wp-image-30191" title="3403" src="http://www.asamedia.org/wp-content/uploads/3403-300x161.jpg" alt="" width="300" height="161" /></a></p>
<p>นายชัยยง กฤตผลชัย เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) เปิดเผยว่า ขณะนี้มีโรงงานผลิตสินค้าและผู้จัดจำหน่ายสินค้าจำนวนมากได้ลักลอบปลอมเครื่องหมายมาตรฐานสินค้า มอก. เพื่อนำติดไว้บนกล่องสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐานและสินค้าลักลอบนำเข้าจากประเทศเพื่อนบ้าน มาวางจำหน่ายในห้าง<span id="more-30172"></span>สรรพสินค้าและร้านค้าทั่วไป ซึ่งจะทำให้ราคาเพิ่มจากกรณีที่ไม่ติดเครื่องหมาย มอก. 5-6 เท่าตัว  ดังนั้นขอเตือนผู้บริโภคให้ระมัดระวังในการเลือกซื้อสินค้า เพราะหากได้สินค้าก๊อปปี้ที่ติด มอก. อาจจะเสี่ยงอันตรายต่อชีวิตได้ โดยเฉพาะสินค้าประเภทเครื่องใช้ไฟฟ้า<br />
“ตามห้างฯต่างๆจะมีนโยบายวางขายเฉพาะสินค้าที่มีเครื่องหมาย มอก. และปัจจุบันผู้บริโภคมีความรู้ในการใช้สินค้าที่มีมาตรฐานมากขึ้น โดยจะไม่เน้นของถูกอย่างเดียว เพราะที่ผ่านมาประชาชนจำนวนมากคงได้รับประสบการณ์หลังจากซื้อมาใช้แล้วชำรุดง่าย หรือเสี่ยงต่อไฟฟ้าดูดด้วย  ดังนั้นจึงทำให้ผู้ผลิตสินค้าและผู้ที่ลักลอบนำเข้าสินค้าเปลี่ยนกลยุทธใหม่โดยการปลอมเครื่องหมาย มอก. ไว้บนกล่องสินค้า ซึ่งห้างสรรพสินค้าก็ตรวจไม่ออกว่าเป็นของจริงหรือของปลอม”<br />
สำหรับสินค้าที่ติดเครื่องมอก. ปลอม ที่เริ่มระบาดหนักในตอนนี้คือ หลอดไฟ ชุดโคมไฟ และอุปกรณ์ไฟฟ้าอื่นๆ ซึ่งมีทั้งจับกุมได้ในขณะที่วางจำหน่ายบนห้างสรรพสินค้า รวมถึงโรงงานผลิตสินค้าที่นำชิ้นส่วนมาประกอบ และผู้จำหน่าย ที่ลักลอบนำเข้าจากเพื่อนบ้าน โดยในส่วนของห้างสรรพสินค้าส่วนใหญ่จะอ้างไม่รู้และจะโยนเรื่องให้ผู้ที่เช่าพื้นที่เป็นผู้รับผิดชอบในคดีต่างๆ</p>
<p>นายชัยยง กล่าวว่า ขณะนี้สินค้าที่เกี่ยวข้องกับการก่อสร้างบ้าน รวมถึงอุปกรณ์ตกแต่งในบ้าน และเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ไม่ได้รับเครื่องหมาย มอก. มีขยายตัวต่อเนื่อง เพราะผู้ลักลอบจำหน่ายประเมินว่าหลังจากที่น้ำลดก็จะทำให้ประชาชนต้องเร่งซ่อมแซมบ้านจำนวนมากขึ้น ล่าสุดมีการนำหลอดไฟ ชุดโคมไฟ สายไฟฟ้า และหม้อแปลงอิเล็กทรอนิกส์ ของโรงงานบริเวณถนนพระราม 2 อ.เมือง จ. สมุทรปราการ จำนวนกว่า 2,000 ชิ้น และ ที่ ย่ายคลองสี่ อ. ลำลูกกา จ.ปทุมธานี  จำนวน 5,400 ชิ้น เป็นต้น</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ที่มา : เดลินิวส์</p>
<span class="fb_share"><fb:like href="http://www.asamedia.org/2011/12/%e0%b8%9e%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%84%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b8%a1/" layout="button_count"></fb:like></span>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.asamedia.org/2011/12/%e0%b8%9e%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%84%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b8%a1/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>แท็กซี่ ขอปรับค่าโดยสารเป็น 50 บาท หากรัฐบาลขึ้นค่าNGV</title>
		<link>http://www.asamedia.org/2011/12/%e0%b9%81%e0%b8%97%e0%b9%87%e0%b8%81%e0%b8%8b%e0%b8%b5%e0%b9%88-%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%84%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b9%82%e0%b8%94%e0%b8%a2%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a3/</link>
		<comments>http://www.asamedia.org/2011/12/%e0%b9%81%e0%b8%97%e0%b9%87%e0%b8%81%e0%b8%8b%e0%b8%b5%e0%b9%88-%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%84%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b9%82%e0%b8%94%e0%b8%a2%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a3/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 15 Dec 2011 04:45:14 +0000</pubDate>
		<dc:creator>wanManeeporn</dc:creator>
				<category><![CDATA[Features]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[NGV]]></category>
		<category><![CDATA[ขอปรับค่าโดยสารเป็น 50 บาท]]></category>
		<category><![CDATA[ขึ้นค่าNGV]]></category>
		<category><![CDATA[แท็กซี่]]></category>
		<category><![CDATA[แท็กซี่ ขอปรับค่าโดยสารเป็น 50 บาท หากรัฐบาลขึ้นค่าNGV]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.asamedia.org/?p=30101</guid>
		<description><![CDATA[  สหกรณ์ผู้ประกอบการเดินรถแห่งประเทศไทยเรียกร้องให้รัฐบาลทบทวนการขึ้นราคาก๊าซเอ็นจีวีหลังได้มีมติให้ปรับขึ้นกิโลกรัมละ 6 บาทในปีหน้า มิฉะนั้น จะขอปรับค่าโดยสารเริ่มต้นที่ 50 บาท (14 ธ.ค.) นายวิฑูรย์ แนวพานิช ประธานเครือข่าย สหกรณ์ผู้ประกอบการเดินรถแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า หากรัฐบาลปรับราคาก๊าซเอ็นจีวี จากเดิมกิโลกรัมละ 8.50 บาท เป็น 14.50 บาท หรือขึ้นกิโลกรัมละ 6 บาทในปีหน้า กลุ่มผู้ประกอบการรถแท็กซี่จะขอขึ้นราคาค่าโดยสารเริ่มต้นที่ 50 บาท จากเดิม 35 บาท เนื่องจากต้องแบกรับต้นทุนที่สูงขึ้น ทั้งนี้ รัฐบาลควรรับฟังความเห็นของผู้ขับรถ และร่วมกันพิจารณาราคาที่เหมาะสม ซึ่งควรอยู่ที่ไม่เกินกิโลกรัมละ 2 บาท ขณะที่นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า ไม่มั่นใจว่าจะทำตามมติคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติที่กำหนดให้ขึ้นราคาตั้งแต่วันที่ 16 มกราคมปีหน้าในอัตรากิโลกรัมละ 50 สตางค์ เป็นเวลา 12 เดือนนั้นได้หรือไม่ สำหรับมติคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงานวันนี้ได้ปรับเปลี่ยนหลักเกณฑ์บัตรเครดิตพลังงานเอ็นจีวี จากวงเงินส่วนลดเดิมเดือนละ 6,000 บาท เป็น [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<span class="fb_share"><fb:like href="http://www.asamedia.org/2011/12/%e0%b9%81%e0%b8%97%e0%b9%87%e0%b8%81%e0%b8%8b%e0%b8%b5%e0%b9%88-%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%84%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b9%82%e0%b8%94%e0%b8%a2%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a3/" layout="button_count"></fb:like></span><p> <a class="highslide" href="http://www.asamedia.org/wp-content/uploads/52955-imagejpeg-75769.jpg"><img class="alignnone size-full wp-image-30102" src="http://www.asamedia.org/wp-content/uploads/52955-imagejpeg-75769.jpg" alt="" width="300" height="200" /></a></p>
<p><strong>สหกรณ์ผู้ประกอบการเดินรถแห่งประเทศไทยเรียกร้องให้รัฐบาลทบทวนการขึ้นราคาก๊าซเอ็นจีวีหลังได้มีมติให้ปรับขึ้นกิโลกรัมละ 6 บาทในปีหน้า มิฉะนั้น จะขอปรับค่าโดยสารเริ่มต้นที่ 50 บาท</strong></p>
<p>(14 ธ.ค.) นายวิฑูรย์ แนวพานิช ประธานเครือข่าย สหกรณ์ผู้ประกอบการเดินรถแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า หากรัฐบาลปรับราคาก๊าซเอ็นจีวี จากเดิมกิโลกรัมละ 8.50 บาท เป็น 14.50 บาท หรือขึ้นกิโลกรัมละ 6 บาทในปีหน้า กลุ่มผู้ประกอบการรถแท็กซี่จะขอขึ้นราคาค่าโดยสารเริ่มต้นที่ 50 บาท จากเดิม 35 บาท เนื่องจากต้องแบกรับต้นทุนที่สูงขึ้น ทั้งนี้ รัฐบาลควรรับฟังความเห็นของผู้ขับรถ และร่วมกันพิจารณาราคาที่เหมาะสม ซึ่งควรอยู่ที่ไม่เกินกิโลกรัมละ 2 บาท</p>
<p>ขณะที่นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า ไม่มั่นใจว่าจะทำตามมติคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติที่กำหนดให้ขึ้นราคาตั้งแต่วันที่ 16 มกราคมปีหน้าในอัตรากิโลกรัมละ 50 สตางค์ เป็นเวลา 12 เดือนนั้นได้หรือไม่</p>
<p>สำหรับมติคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงานวันนี้ได้ปรับเปลี่ยนหลักเกณฑ์บัตรเครดิตพลังงานเอ็นจีวี จากวงเงินส่วนลดเดิมเดือนละ 6,000 บาท เป็น 9,000 บาท แต่ให้คงวงเงินสดไว้ในบัตร 3,000 บาท เพื่อให้ครอบคลุมค่าใช้ก๊าซตามที่กลุ่มแท็กซี่ได้ร้องขอก่อนหน้านี้ ทั้งนี้จะเปิดให้บริการกับรถแทกซี่ สามล้อเครื่อง รถตู้ขสมก. ในพื้นที่กรุงเทพและปริมณฑล เข้าร่วมโครงการได้ตั้งแต่วันพรุ่งนี้ (15 ธ.ค.)</p>
<p>ขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก  : sanook.com</p>
<span class="fb_share"><fb:like href="http://www.asamedia.org/2011/12/%e0%b9%81%e0%b8%97%e0%b9%87%e0%b8%81%e0%b8%8b%e0%b8%b5%e0%b9%88-%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%84%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b9%82%e0%b8%94%e0%b8%a2%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a3/" layout="button_count"></fb:like></span>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.asamedia.org/2011/12/%e0%b9%81%e0%b8%97%e0%b9%87%e0%b8%81%e0%b8%8b%e0%b8%b5%e0%b9%88-%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%84%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b9%82%e0%b8%94%e0%b8%a2%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a3/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

