<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ASA Media : อาสามีเดีย &#187; รอบตัวเรา</title>
	<atom:link href="http://www.asamedia.org/category/aroundus/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.asamedia.org</link>
	<description>สื่อสีขาว สื่อสร้างสรรค์ สร้างจิตสำนึกดี</description>
	<lastBuildDate>Fri, 03 Feb 2012 17:04:49 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.3.1</generator>
		<item>
		<title>&#8216;ผักหวานป่านอกฤดู&#8217;</title>
		<link>http://www.asamedia.org/2012/02/%e0%b8%9c%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%ab%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%9b%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%a4%e0%b8%94%e0%b8%b9/</link>
		<comments>http://www.asamedia.org/2012/02/%e0%b8%9c%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%ab%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%9b%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%a4%e0%b8%94%e0%b8%b9/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 03 Feb 2012 17:04:49 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Features]]></category>
		<category><![CDATA[เกษตรกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[จารุพัชร์ กันภัย]]></category>
		<category><![CDATA[ผักหวานป่านอกฤดู]]></category>
		<category><![CDATA[สร้างอาชีพ]]></category>
		<category><![CDATA[เกษตรกร]]></category>
		<category><![CDATA[เพิ่มรายได้เกษตรกร]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.asamedia.org/?p=30933</guid>
		<description><![CDATA[อำเภอบ้านหมอ จังหวัดสระบุรี เป็นถิ่น “ผักหวานป่า” ที่นับว่าเป็นแหล่งผลิตที่ใหญ่และเป็นที่รู้จักของผู้นิยมบริโภคผักหวานป่าเป็นอย่างดี ซึ่งผักหวานป่านั้นในช่วงฤดูหนาวจะให้ผลผลิตลดลงจากช่วงปกติค่อนข้างมาก ดังนั้น เกษตรกรหลายรายจึงคิดหาหนทางในการทำผักหวานนอกฤดู เพื่อให้ผลผลิตออกต่อเนื่องไม่ขาด จะได้ไม่ต้องสูญเสียรายได้ไปอย่างน่าเสียดาย คุณจารุพัชร์ กันภัย เจ้าของแปลงผักหวานป่าที่ประสบความสำเร็จจากการทำผักหวานป่านอกฤดู เล่าว่า ปกติในช่วงหน้าหนาวประมาณในเดือนพฤศจิกายน-ธันวาคมของทุกปี ผักหวานป่าจะออกน้อยมากหรือแทบไม่ออกเลย โดยเฉพาะแปลงของตนเองมักจะได้ผลผลิตน้อยมากและสียอดไม่สวย พ่อค้า แม่ค้าไม่ค่อยชอบ ดังนั้น ตนจึงคิดหาหนทางในการแก้ปัญหานี้ ด้วยการทำผักหวานป่านอกฤดู และได้รับคำแนะนำจากอาจารย์ทองสุข อ่อนละมัย หมอดินอาสาประจำจังหวัดสระบุรี ในการใช้ผลิตภัณฑ์แร่ภูเขาไฟ ควบคู่กับปุ๋ยอินทรีย์และจุลินทรีย์น้ำนม ซึ่งก็ได้ผลเป็นที่น่าพอใจ คือผักหวานป่ามียอดให้เก็บทุก ๆ วัน จนแทบไม่ได้หยุดเลย และยอดก็มีสีสวยผิดกับเมื่อก่อน ช่วงแรกที่หมอดินอาสามาแนะนำให้ใช้วิธีดังกล่าวก็ยังไม่เชื่อ จึงลองนำมาใช้ในแปลงที่ปลูกนอกฤดู ในพื้นที่ 1 ไร่ จะใช้ผลิตภัณฑ์แร่ภูเขาไฟ 20 กิโลกรัม ผสมกับปุ๋ยอินทรีย์ 100 กิโลกรัม แล้วนำไปโรยรอบรัศมีทรงพุ่ม นอกจากนี้ยังเสริมผลิตภัณฑ์แร่ภูเขาไฟชนิดน้ำ ซึ่งนำมาผสมกับจุลินทรีย์น้ำนมที่หมอดินอาสาหมักเองแล้วนำมาให้ใช้ ในอัตราส่วน 20 ซีซีต่อน้ำ 20 ลิตร ฉีดพ่นทางใบทุกๆ 7 วัน [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<span class="fb_share"><fb:like href="http://www.asamedia.org/2012/02/%e0%b8%9c%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%ab%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%9b%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%a4%e0%b8%94%e0%b8%b9/" layout="button_count"></fb:like></span><p><a class="highslide" onclick="return vz.expand(this)" href="http://www.asamedia.org/wp-content/uploads/0-21.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-30934" title="" src="http://www.asamedia.org/wp-content/uploads/0-21-300x161.jpg" alt="" width="300" height="161" /></a></p>
<div id="content">
<p>อำเภอบ้านหมอ จังหวัดสระบุรี เป็นถิ่น “ผักหวานป่า” ที่นับว่าเป็นแหล่งผลิตที่ใหญ่และเป็นที่รู้จักของผู้นิยมบริโภคผักหวานป่าเป็นอย่างดี ซึ่งผักหวานป่านั้นในช่วงฤดูหนาวจะให้ผลผลิตลดลงจากช่วงปกติค่อนข้างมาก ดังนั้น เกษตรกรหลายรายจึงคิดหาหนทางในการทำผักหวานนอกฤดู เพื่อให้ผลผลิตออกต่อเนื่องไม่ขาด จะได้ไม่ต้องสูญเสียรายได้ไปอย่างน่าเสียดาย</p>
<p><a class="highslide" onclick="return vz.expand(this)" href="http://www.asamedia.org/wp-content/uploads/10017.jpg"><img class="alignleft size-medium wp-image-30935" title="" src="http://www.asamedia.org/wp-content/uploads/10017-300x161.jpg" alt="" width="300" height="161" /></a>คุณจารุพัชร์ กันภัย เจ้าของแปลงผักหวานป่าที่ประสบความสำเร็จจากการทำผักหวานป่านอกฤดู เล่าว่า ปกติในช่วงหน้าหนาวประมาณในเดือนพฤศจิกายน-ธันวาคมของทุกปี ผักหวานป่าจะออกน้อยมากหรือแทบไม่ออกเลย โดยเฉพาะแปลงของตนเองมักจะได้ผลผลิตน้อยมากและสียอดไม่สวย พ่อค้า แม่ค้าไม่ค่อยชอบ ดังนั้น ตนจึงคิดหาหนทางในการแก้ปัญหานี้ ด้วยการทำผักหวานป่านอกฤดู และได้รับคำแนะนำจากอาจารย์ทองสุข อ่อนละมัย หมอดินอาสาประจำจังหวัดสระบุรี ในการใช้ผลิตภัณฑ์แร่ภูเขาไฟ ควบคู่กับปุ๋ยอินทรีย์และจุลินทรีย์น้ำนม ซึ่งก็ได้ผลเป็นที่น่าพอใจ คือผักหวานป่ามียอดให้เก็บทุก ๆ วัน จนแทบไม่ได้หยุดเลย และยอดก็มีสีสวยผิดกับเมื่อก่อน</p>
<p>ช่วงแรกที่หมอดินอาสามาแนะนำให้ใช้วิธีดังกล่าวก็ยังไม่เชื่อ จึงลองนำมาใช้ในแปลงที่ปลูกนอกฤดู ในพื้นที่ 1 ไร่ จะใช้ผลิตภัณฑ์แร่ภูเขาไฟ 20 กิโลกรัม ผสมกับปุ๋ยอินทรีย์ 100 กิโลกรัม แล้วนำไปโรยรอบรัศมีทรงพุ่ม นอกจากนี้ยังเสริมผลิตภัณฑ์แร่ภูเขาไฟชนิดน้ำ ซึ่งนำมาผสมกับจุลินทรีย์น้ำนมที่หมอดินอาสาหมักเองแล้วนำมาให้ใช้ ในอัตราส่วน 20 ซีซีต่อน้ำ 20 ลิตร ฉีดพ่นทางใบทุกๆ 7 วัน ผลปรากฏว่าไม่นาน ก็เห็นผลการเปลี่ยนแปลงได้ชัดเจน คือ ผลผลิตเริ่มเพิ่มขึ้นและมีคุณภาพดีขึ้นเรื่อย ๆ ผักหวานป่าแตกยอดจำนวนมาก ทำให้ต้องเก็บยอดทุก ๆ วัน ได้วันละ 10 กก. (เก็บคนเดียว) แต่ถ้าเป็นเมื่อก่อนสัปดาห์หนึ่งจะได้เก็บแค่ 2-3 ครั้งเท่านั้น และปริมาณที่ได้ก็ครั้งละ 3-4 กก. ที่สำคัญสีของยอดก็ยังสวย ยอดกรอบ และคงความสดอยู่ได้นานกว่าปกติตรงตามความต้องการของตลาด ราคาจำหน่ายผักหวานป่าส่งยอดได้กิโลกรัมละ 110 บาท แต่ถ้าส่งแบบกำก็จะได้กิโลกรัมละ 90 บาท</p>
<p>สำหรับ วิธีการทำผักหวานป่านอกฤดู คุณจารุพัชร์ แนะนำเทคนิคว่า ควรตัดแต่งกิ่งผักหวานป่าทั้งต้นเพื่อกระตุ้นโดยการรูดใบแก่บนต้นออกเกือบหมดในช่วงเดือนพฤศจิกายน-ธันวาคม ให้เหลือใบติดกิ่งอยู่บ้างเล็กน้อย พร้อมหักกิ่งแขนงออกครึ่งหนึ่งของความยาวกิ่ง  ถ้าหักกิ่งยาวเกินไป ยอดอ่อนที่แตกออกมาจะไม่สวย ผอม และออกน้อย หลังจากที่ตัดแต่งกิ่งเสร็จจะต้องให้น้ำบ่อยอย่างน้อย 3-5 วันต่อครั้ง ซึ่งก่อนหน้าจะตัดแต่งกิ่งถ้ามีการให้ปุ๋ยคอกจะดีมาก ๆ ผักหวานป่าจะแตกยอดอ่อนออกมาให้เก็บขายได้ โดยจะมียอดให้เก็บทุก ๆ 7 วัน นอกจากนี้ ต้นผักหวานป่าที่เก็บเกี่ยวนอกฤดูหมดแล้ว ควรพักต้นเลยและบำรุงด้วยปุ๋ยคอกและให้น้ำ เพื่อจะผลิตผักหวานป่านอกฤดูในรอบต่อไปได้ผลอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น</p>
<p>หลังจากทดลองทำผักหวานป่านอกฤดู โดยใช้ ผลิตภัณฑ์แร่ภูเขาไฟ และ จุลินทรีย์น้ำนม ที่หมอดินอาสาของกรมพัฒนาที่ดินแนะนำเห็นผลชัดเจนและเป็นที่พอใจ คุณจารุพัชร์ จึงได้ขยายผลไปใช้ในส่วนของผักหวานป่าในแปลงอื่น ๆ ทั้งหมดโดยใช้เป็นประจำทุกวัน ส่งผลให้ทุกวันนี้แปลงผักหวานป่าของคุณจารุพัชร์ สามารถเก็บผลผลิตขายได้ทุกวันไม่เว้นช่วงหน้าหนาว เรียกว่ามีรายได้ทุกวันตลอดปี &#8230;นับเป็นแนวทางในการสร้างอาชีพและรายได้ที่มั่นคงได้ดีทีเดียว หากเกษตรกรท่านใดสนใจอยากเข้าไปแลกเปลี่ยนประสบการณ์ สามารถติดต่อได้ที่บ้านเลขที่ 11 หมู่ 4 ต.หนองบัว อ.บ้านหมอ จ.สระบุรี.</p>
</div>
<div id="social-block">
<div id="facebook-comment">
<div id="facebook-comment-title">
<h3>ที่มา : เดลินิวส์</h3>
</div>
</div>
</div>
<span class="fb_share"><fb:like href="http://www.asamedia.org/2012/02/%e0%b8%9c%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%ab%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%9b%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%a4%e0%b8%94%e0%b8%b9/" layout="button_count"></fb:like></span>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.asamedia.org/2012/02/%e0%b8%9c%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%ab%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%9b%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%a4%e0%b8%94%e0%b8%b9/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>บทเรียนออนไลน์การศึกษาแนวใหม่</title>
		<link>http://www.asamedia.org/2012/02/%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%a5%e0%b8%99%e0%b9%8c%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a8%e0%b8%b6%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%b2/</link>
		<comments>http://www.asamedia.org/2012/02/%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%a5%e0%b8%99%e0%b9%8c%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a8%e0%b8%b6%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%b2/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 03 Feb 2012 16:47:14 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[การศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[SAS Curriculum Pathways]]></category>
		<category><![CDATA[การศึกษาแนวใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[บทเรียนออนไลน์]]></category>
		<category><![CDATA[สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.asamedia.org/?p=30926</guid>
		<description><![CDATA[เปิดตัวโครงการ แซส เคอริคูลัม พาธเวย์ ตามแนวพระราชดำริของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เผยเป็นบทเรียนออนไลน์ที่สามารถเรียนได้ทุกที่ทุกเวลา มีโรงเรียนในประเทศไทยนำไปใช้แล้วกว่า 60 แห่ง รศ.ดร.คุณหญิงสุมณฑา พรหมบุญ  ประธานโครงการ แซส เคอริคูลัม พาธเวย์ (SAS Curriculum Pathways) ตามแนวพระราชดำริของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี  เปิดเผยว่า เนื่องด้วยบริษัท แซส อินสติทิวท์ อิงค์  เป็นบริษัทที่พัฒนาซอฟต์แวร์เพื่อการวิเคราะห์ข้อมูลทางธุรกิจ ได้พัฒนาบทเรียนออนไลน์เพื่อการศึกษา ชื่อว่า แซส เคอริคูลัม พาธเวย์   (SAS Curriculum Pathways)  ผ่านเว็บไซต์  http://www.sascurriculumpathways.com โดยทูลเกล้าฯ ถวายบทเรียนดังกล่าวแด่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เพื่อพระราชทานต่อยังโรงเรียนในประเทศไทยตามพระราชอัธยาศัยเมื่อปี 2553 โดยมีสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)  โรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ และบริษัท แซส ซอฟท์แวร์ (ไทยแลนด์) จำกัด เป็นผู้ร่วมศึกษาบทเรียนและดำเนินงานโครงการเพื่อใช้ในโรงเรียนในประเทศไทย [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<span class="fb_share"><fb:like href="http://www.asamedia.org/2012/02/%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%a5%e0%b8%99%e0%b9%8c%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a8%e0%b8%b6%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%b2/" layout="button_count"></fb:like></span><div id="attachment_30927" class="wp-caption aligncenter" style="width: 310px"><a class="highslide" onclick="return vz.expand(this)" href="http://www.asamedia.org/wp-content/uploads/10453.jpg"><img class="size-medium wp-image-30927" title="" src="http://www.asamedia.org/wp-content/uploads/10453-300x161.jpg" alt="" width="300" height="161" /></a><p class="wp-caption-text">เปิดตัวโครงการ แซส เคอริคูลัม พาธเวย์ ตามแนวพระราชดำริของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เผยเป็นบทเรียนออนไลน์ที่สามารถเรียนได้ทุกที่ทุกเวลา</p></div>
<p>เปิดตัวโครงการ แซส เคอริคูลัม พาธเวย์ ตามแนวพระราชดำริของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เผยเป็นบทเรียนออนไลน์ที่สามารถเรียนได้ทุกที่ทุกเวลา มีโรงเรียนในประเทศไทยนำไปใช้แล้วกว่า 60 แห่ง<span id="more-30926"></span></p>
<p>รศ.ดร.คุณหญิงสุมณฑา พรหมบุญ  ประธานโครงการ แซส เคอริคูลัม พาธเวย์ (SAS Curriculum Pathways) ตามแนวพระราชดำริของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี  เปิดเผยว่า เนื่องด้วยบริษัท แซส อินสติทิวท์ อิงค์  เป็นบริษัทที่พัฒนาซอฟต์แวร์เพื่อการวิเคราะห์ข้อมูลทางธุรกิจ ได้พัฒนาบทเรียนออนไลน์เพื่อการศึกษา ชื่อว่า แซส เคอริคูลัม พาธเวย์   (SAS Curriculum Pathways)  ผ่านเว็บไซต์  http://www.sascurriculumpathways.com โดยทูลเกล้าฯ ถวายบทเรียนดังกล่าวแด่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เพื่อพระราชทานต่อยังโรงเรียนในประเทศไทยตามพระราชอัธยาศัยเมื่อปี 2553 โดยมีสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)  โรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ และบริษัท แซส ซอฟท์แวร์ (ไทยแลนด์) จำกัด เป็นผู้ร่วมศึกษาบทเรียนและดำเนินงานโครงการเพื่อใช้ในโรงเรียนในประเทศไทย</p>
<p>ด้าน ดร.ทวีศักดิ์ กออนันตกูล  ผู้อำนวยการ สวทช. ในฐานะฝ่ายเลขานุการโครงการเทคโนโลยีสารสนเทศตามพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี   เปิดเผยว่า ภายหลังจากการศึกษาบทเรียนออนไลน์ แซส เคอริคูลัม พาธเวย์ แล้ว เห็นว่าเป็นเนื้อหาบทเรียนที่เน้นการคิดวิเคราะห์ทั้งในเชิงวิทยาศาสตร์ และคณิตศาสตร์ ซึ่งมีความน่าสนใจอย่างยิ่งและเข้าใจง่าย โดยเฉพาะด้านสังคมศาสตร์และประวัติศาสตร์ที่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้ทรงรับสั่งว่า มีเนื้อหาที่วิเคราะห์ที่ดีมาก หากได้นำมาใช้ก็น่าจะเป็นประโยชน์  ดังนั้นสวทช. สสวท. สพฐ. และบริษัท แซส จึงร่วมกันดำเนินโครงการตามแนวพระราชดำริฯ  โดยส่งเสริมให้โรงเรียนต่าง ๆ ได้<br />
รู้จักบทเรียนแซส เคอริคูลัม พาธเวย์ และเข้าใช้งานได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ซึ่งได้เริ่มดำเนินการในปี 2553  มีโรงเรียนในระดับมัธยมศึกษา 10 แห่งเข้าร่วมนำบทเรียนแซส เคอริคูลัม พาธเวย์ ไปนำร่องใช้งานในระยะแรก และเพิ่มขึ้นเป็น 65 โรงเรียน ในปี 2555 และคาดว่าจะเพิ่มเป็น 195 โรงเรียนภายใน 2 ปีข้างหน้า</p>
<p>นอกจากนี้ สวทช. ได้จัดเตรียมเครื่องมือ โซเชียล เน็ตเวิร์ก หรือเครือข่ายสังคมออนไลน์ คือ เฟซบุ๊ก และ Ning.com ไว้เพื่อให้คณะครูอาจารย์ได้ร่วมกันแบ่งปันแนวทางการใช้บทเรียนนี้ในวิชาต่าง ๆ เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนประสบการณ์และช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ซึ่งในขณะนี้มีโรงเรียน  ได้ใช้ประโยชน์จากโซเชียล เน็ตเวิร์ก เป็นเสมือนห้องเรียนออนไลน์ในการสื่อสารกันระหว่างครูกับนักเรียนอีกด้วย</p>
<p>ที่มา : เดลินิวส์</p>
<span class="fb_share"><fb:like href="http://www.asamedia.org/2012/02/%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%a5%e0%b8%99%e0%b9%8c%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a8%e0%b8%b6%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%b2/" layout="button_count"></fb:like></span>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.asamedia.org/2012/02/%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%a5%e0%b8%99%e0%b9%8c%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a8%e0%b8%b6%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%b2/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>สพฐ..แจก Teacher Kit ช่วยสอนภาษาอังกฤษ</title>
		<link>http://www.asamedia.org/2012/01/%e0%b8%aa%e0%b8%9e%e0%b8%90-%e0%b9%81%e0%b8%88%e0%b8%81-teacher-kit-%e0%b8%8a%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%aa%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a9%e0%b8%b2%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%87/</link>
		<comments>http://www.asamedia.org/2012/01/%e0%b8%aa%e0%b8%9e%e0%b8%90-%e0%b9%81%e0%b8%88%e0%b8%81-teacher-kit-%e0%b8%8a%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%aa%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a9%e0%b8%b2%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%87/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 20 Jan 2012 05:15:06 +0000</pubDate>
		<dc:creator>pimai</dc:creator>
				<category><![CDATA[การศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[Teacher Kit]]></category>
		<category><![CDATA[การสอนภาษาอังกฤษ]]></category>
		<category><![CDATA[ครูโรงเรียนขนาดเล็ก]]></category>
		<category><![CDATA[คู่มือช่วยสอนภาษาอังกฤษ]]></category>
		<category><![CDATA[สพฐ.]]></category>
		<category><![CDATA[สื่อการเรียนการสอนภาษาอังกฤษสำหรับเด็กประถม]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.asamedia.org/?p=30853</guid>
		<description><![CDATA[ ดร.วัฒนาพร ระงับทุกข์ ผอ.สถาบันภาษาอังกฤษสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.) กล่าว ว่าตามที่กระทรวงศึกษาธิการประกาศให้ปี 2555 เป็นปีแห่งการพูดภาษาอังกฤษ นั้น ส่วนของสพฐ.ได้ส่งนโยบายดังกล่าวไปยังสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาทั่วประเทศแล้ว เพื่อให้แจ้งต่อไปยังหน่วยงานและสถานศึกษาให้รับทราบและถือปฏิบัติพร้อมรณรงค์จัดกิจกรรมให้สอดคล้องกับนโยบายต่อไป ทั้งนี้เพื่อให้การพัฒนาการเรียน การสอนด้านภาษาอังกฤษเกิดความเข้มแข็งและนำไปสู่การเป็นสมาชิกประชาคมอาเซียนในปี 2558 &#8220;ที่ผ่านมาการเรียนการสอนภาษาอังกฤษมีประเด็นที่น่าสนใจโดยเฉพาะครูโรงเรียนขนาดเล็กระดับประถมศึกษาส่วนใหญ่ไม่ได้จบเอกภาษาอังกฤษส่งผลให้ครูไม่คุ้นเคยกับการเรียนการสอน และพบว่าหลายโรงเรียนจะไม่สอนภาษาอังกฤษในช่วงชั้นประถมศึกษาตอนต้น  แต่จะไปสอนในช่วงชั้นประถมศึกษาตอนปลายแทน ทำให้การวางรากฐานภาษาอังกฤษเป็นปัญหาแม้จะมีความพยายามจัดอบรมครูก็ตาม ซึ่งก็เป็นที่เข้าใจได้ว่าครูมีภาระงานมากหากจะให้มาฝึกฝนภาษาอังกฤษอีกก็เป็นเรื่องที่น่าเห็นใจ”  ดร.วัฒนาพรกล่าว           นางสาวนวลอาภา ใจอารีย์อาจารย์โรงเรียนวัดใหญ่บ้านบ่อ จ.สมุทรสาคร มีความเห็นในเรื่องนี้ว่า เป็นโครงการที่ดี แต่ในทางปฏิบัติอาจทำได้ยาก “ตอนนี้ยังไม่มีคำสั่งออกมาอย่างเป็นทางการ แต่ทราบเรื่องดังกล่าวแล้วตอนนี้สอนภาษาอังกฤษเด็กชั้นป.4-6  เด็กบางคนเอบีซี ยังไม่รู้จักเลยจะให้สนทนาเป็นภาษาอังกฤษก็คงทำได้ยาก มันต้องพร้อมทั้งครู และนักเรียน” นวลอาภา กล่าว           นางสาวบุรินทร์พร ภาลาอาจารย์โรงเรียนดอนตาลวิทยา จ.มุกดาหาร กล่าวว่า รัฐน่าจะมองในภาพรวมด้วย  เพราะเรื่องนี้อาจจะทำได้แค่ในโรงเรียนใหญ่ๆ หรือโรงเรียนนำร่องหากเป็นโรงเรียนเล็กๆในชนบท แค่นักเรียนเรียนจบตามเกณฑ์หรือจะพูดภาษาไทยให้ชัด ก็ยากแล้วอีกทั้งครูที่ไม่ได้จบเอกภาษาอังกฤษก็อาจจะสื่อสารภาษาอังกฤษ ไม่ได้ หรือไม่คุ้นเคยกับการจัดการเรียนการสอน เป็นภาษาอังกฤษ  สิ่งที่น่าจะทำได้อาจจะค่อยๆเพิ่มกิจกรรมสอดแทรกเข้าไป เช่นการให้นักเรียนส่งตัวแทนมาพูดภาษาอังกฤษหน้าเสาธงตอนเช้าหรืออาจารย์พูดภาษาอังกฤษกับเด็กตอนเช้าสู่บทเรียนในวิชาต่างๆแต่ก็ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี ที่จะทำให้เราเห็นความสำคัญและสนใจภาษาอังกฤษมากยิ่งขึ้นเพื่อรับมือกับการเข้าสู่ประชาคมอาเซียนในอนาคต ผอ.สถาบันภาษาอังกฤษ กล่าวถึงการแก้ปัญหาดังกล่าว ว่าสพฐ.ได้จัดให้มีสื่อการเรียนการสอนสำเร็จรูปที่เรียกว่า Teacher Kit มีขั้นตอนการสอนวิชาต่าง ๆ อย่างครบถ้วน สำหรับครูที่ไม่จบเอกภาษาอังกฤษ  ซึ่งจะช่วยให้ครูจัดการเรียนการสอนได้เป็นอย่างดี ต่อจากนี้ครูผู้สอนภาษาอังกฤษทุกระดับจะต้องเข้ารับการอบรมด้านภาษาอังกฤษให้มากยิ่งขึ้น [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<span class="fb_share"><fb:like href="http://www.asamedia.org/2012/01/%e0%b8%aa%e0%b8%9e%e0%b8%90-%e0%b9%81%e0%b8%88%e0%b8%81-teacher-kit-%e0%b8%8a%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%aa%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a9%e0%b8%b2%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%87/" layout="button_count"></fb:like></span><p style="text-align: center;"><strong><a class="highslide" onclick="return vz.expand(this)" href="http://www.asamedia.org/wp-content/uploads/20120119104137.jpg"><img class="size-medium wp-image-30854 aligncenter" src="http://www.asamedia.org/wp-content/uploads/20120119104137-300x180.jpg" alt="" width="300" height="180" /></a> ดร.วัฒนาพร ระงับทุกข์</strong> ผอ.สถาบันภาษาอังกฤษสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.) กล่าว ว่าตามที่กระทรวงศึกษาธิการประกาศให้ปี <a href="http://blog.eduzones.com/anisada/86854">2555 เป็นปีแห่งการพูดภาษาอังกฤษ</a> นั้น ส่วนของสพฐ.ได้ส่งนโยบายดังกล่าวไปยังสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาทั่วประเทศแล้ว เพื่อให้แจ้งต่อไปยังหน่วยงานและ<span id="more-30853"></span>สถานศึกษาให้รับทราบและถือปฏิบัติพร้อมรณรงค์จัดกิจกรรมให้สอดคล้องกับนโยบายต่อไป ทั้งนี้เพื่อให้การพัฒนาการเรียน <strong>การสอนด้านภาษาอังกฤษ</strong>เกิดความเข้มแข็งและนำไปสู่การเป็นสมาชิกประชาคมอาเซียนในปี 2558</p>
<p>&#8220;ที่ผ่านมาการเรียนการสอนภาษาอังกฤษมีประเด็นที่น่าสนใจโดยเฉพาะครูโรงเรียนขนาดเล็กระดับประถมศึกษาส่วนใหญ่ไม่ได้จบเอกภาษาอังกฤษส่งผลให้ครูไม่คุ้นเคยกับการเรียนการสอน และพบว่าหลายโรงเรียนจะไม่สอนภาษาอังกฤษในช่วงชั้นประถมศึกษาตอนต้น  แต่จะไปสอนในช่วงชั้นประถมศึกษาตอนปลายแทน ทำให้การวางรากฐานภาษาอังกฤษเป็นปัญหาแม้จะมีความพยายามจัดอบรมครูก็ตาม ซึ่งก็เป็นที่เข้าใจได้ว่าครูมีภาระงานมากหากจะให้มาฝึกฝนภาษาอังกฤษอีกก็เป็นเรื่องที่น่าเห็นใจ”  ดร.วัฒนาพรกล่าว</p>
<p><strong>          นางสาวนวลอาภา ใจอารีย์</strong>อาจารย์โรงเรียนวัดใหญ่บ้านบ่อ จ.สมุทรสาคร มีความเห็นในเรื่องนี้ว่า เป็นโครงการที่ดี แต่ในทางปฏิบัติอาจทำได้ยาก</p>
<p>“ตอนนี้ยังไม่มีคำสั่งออกมาอย่างเป็นทางการ แต่ทราบเรื่องดังกล่าวแล้วตอนนี้สอนภาษาอังกฤษเด็กชั้นป.4-6  เด็กบางคนเอบีซี ยังไม่รู้จักเลยจะให้สนทนาเป็นภาษาอังกฤษก็คงทำได้ยาก มันต้องพร้อมทั้งครู และนักเรียน” นวลอาภา กล่าว</p>
<p><strong>          นางสาวบุรินทร์พร ภาลา</strong>อาจารย์โรงเรียนดอนตาลวิทยา จ.มุกดาหาร กล่าวว่า รัฐน่าจะมองในภาพรวมด้วย  เพราะเรื่องนี้อาจจะทำได้แค่ในโรงเรียนใหญ่ๆ หรือโรงเรียนนำร่องหากเป็นโรงเรียนเล็กๆในชนบท แค่นักเรียนเรียนจบตามเกณฑ์หรือจะพูดภาษาไทยให้ชัด ก็ยากแล้วอีกทั้งครูที่ไม่ได้จบเอกภาษาอังกฤษก็อาจจะสื่อสารภาษาอังกฤษ ไม่ได้ หรือไม่คุ้นเคยกับการจัดการเรียนการสอน เป็นภาษาอังกฤษ  สิ่งที่น่าจะทำได้อาจจะค่อยๆเพิ่มกิจกรรมสอดแทรกเข้าไป เช่นการให้นักเรียนส่งตัวแทนมาพูดภาษาอังกฤษหน้าเสาธงตอนเช้าหรืออาจารย์พูดภาษาอังกฤษกับเด็กตอนเช้าสู่บทเรียนในวิชาต่างๆแต่ก็ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี ที่จะทำให้เราเห็นความสำคัญและสนใจภาษาอังกฤษมากยิ่งขึ้นเพื่อรับมือกับการเข้าสู่ประชาคมอาเซียนในอนาคต</p>
<p>ผอ.สถาบันภาษาอังกฤษ กล่าวถึงการแก้ปัญหาดังกล่าว ว่าสพฐ.ได้จัดให้มีสื่อการเรียนการสอนสำเร็จรูปที่เรียกว่า <strong>Teacher Kit </strong>มีขั้นตอนการสอนวิชาต่าง ๆ อย่างครบถ้วน สำหรับครูที่ไม่จบเอกภาษาอังกฤษ  ซึ่งจะช่วยให้ครูจัดการเรียนการสอนได้เป็นอย่างดี ต่อจากนี้ครูผู้สอนภาษาอังกฤษทุกระดับจะต้องเข้ารับการอบรมด้านภาษาอังกฤษให้มากยิ่งขึ้น</p>
<p>และ สพฐ.จะนำสื่อการเรียนการสอน <strong>Teacher Kit</strong> ซึ่งเป็น<strong>สื่อการเรียนการสอนภาษาอังกฤษสำหรับเด็กระดับประถมศึกษา </strong>ทำให้เด็กสามารถเรียนรู้ภาษาอังกฤษจากโปรแกรมได้หลากหลาย เช่น  การเรียนรู้ภาษาอังกฤษผ่านบทเพลง หรือการสนทนาในรูปของบทเพลง เกมส์  นิทานพจนานุกรมภาพที่สวยงาม  ซึ่งเด็กๆสามารถจดจำได้ง่ายการเลือกส่งการ์ดอิเล็กทรอนิกส์ (E-Card) ให้เพื่อนๆ เป็นต้น มาแจกให้แก่โรงเรียนระดับประถมศึกษาอีก 21,000 โรง   เพื่อช่วยเอื้อให้ครูที่มีภาระในการสอนทุกวิชาในระดับนี้ จัดการเรียนการสอนภาษาอังกฤษได้ดียิ่งขึ้น นำไปสู่การรองรับการเป็นประชาคมอาเซียนในปี 2558 ต่อไป</p>
<p style="text-align: left;">
<p style="text-align: left;">ที่มา : eduzone.com</p>
<span class="fb_share"><fb:like href="http://www.asamedia.org/2012/01/%e0%b8%aa%e0%b8%9e%e0%b8%90-%e0%b9%81%e0%b8%88%e0%b8%81-teacher-kit-%e0%b8%8a%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%aa%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a9%e0%b8%b2%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%87/" layout="button_count"></fb:like></span>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.asamedia.org/2012/01/%e0%b8%aa%e0%b8%9e%e0%b8%90-%e0%b9%81%e0%b8%88%e0%b8%81-teacher-kit-%e0%b8%8a%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%aa%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a9%e0%b8%b2%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%87/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>แก้ปัญหาความขัดแย้งประชาชน กับเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน</title>
		<link>http://www.asamedia.org/2012/01/%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b9%89%e0%b8%9b%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%82%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b9%81%e0%b8%a2%e0%b9%89%e0%b8%87%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0/</link>
		<comments>http://www.asamedia.org/2012/01/%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b9%89%e0%b8%9b%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%82%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b9%81%e0%b8%a2%e0%b9%89%e0%b8%87%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 20 Jan 2012 04:58:42 +0000</pubDate>
		<dc:creator>pimai</dc:creator>
				<category><![CDATA[Features]]></category>
		<category><![CDATA[สิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[คืนพื้นที่ป่า]]></category>
		<category><![CDATA[สัตว์ป่า]]></category>
		<category><![CDATA[เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง]]></category>
		<category><![CDATA[เส้นทางสัญจร]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.asamedia.org/?p=30846</guid>
		<description><![CDATA[จากกรณีที่ได้เกิดความขัดแย้งที่ชาวบ้านลุกฮือขึ้นมาประท้วงเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน ระหว่างกม.ที่ 15-30 เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงเวลาปิด-เปิดการใช้ถนนจากเดิม 21.00–05.00 น. เป็น 18.00–06.00 น.  ทำให้ประชาชนได้รับผลกระทบในการใช้เส้นทางสัญจรนั้น  นายปรีชา  เร่งสมบูรณ์สุข  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้มอบหมายให้ นายศักดา นพสิทธิ์ เลขาธิการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อมูลจากประชาชนเพื่อหาแนวทางในการแก้ไข นายศักดา เลขาธิการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า  ผลจากการได้รับข้อมูลจาก ส.ส.ในพื้นที่ ปลัดจังหวัด ผู้นำท้องถิ่น และผู้ประกอบการในพื้นที่ทราบว่า ปัญหาความเดือดร้อนในการเปลี่ยนแปลงการปิดเปิดถนนเส้นนี้ เนื่องจากเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง ทำให้สัตว์ป่าสงวนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เกิดอุบัติเหตุถูกรถชนเสียชีวิตเป็นจำนวนมาก  ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นช่วงเวลาหลัง 18.00 น. และในการที่ปิดเปิดถนนเป็นช่วงเวลานั้น  ผลดีจะเป็นการลดการสูญเสียชีวิตสัตว์ป่าที่อาจเกิดจากอุบัติเหตุการใช้เส้นทางสายนี้โดยยานพาหนะรถยนต์ทุกประเภท  เป็นการคืนพื้นที่ป่าบางส่วนให้กับบรรดาสัตว์ป่าในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน ซึ่งอาจก่อให้เกิดการขยายพันธุ์สัตว์ป่าที่อาจสูญพันธุ์บางชนิดเพิ่มมากขึ้นในอนาคต ซึ่งแนวทางการแก้ไขนั้น เบื้องต้นได้ข้อสรุปให้ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนในการปิดเปิดถนนในช่วงเวลาใหม่เข้ามาติดต่อเพื่อขอลงทะเบียนกับสำนักงานเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน เพื่อขอสติกเกอร์ไปติดที่รถในระหว่างที่ใช้รถสัญจรในช่วงเวลาที่ปิดถนน สำหรับแนวทางแก้ไขที่ประชาชนขอให้เปิดช่องทางถนนตลอด 24 ชั่วโมงนั้น ทางกระทรวงฯ ต้องขอนำข้อมูลไปประชุมเพื่อหารือก่อน เนื่องจากมีแนวทางอยู่หลายแนวทาง เช่น การสร้างสะพานลอยฟ้า ทำรั้วตลอดเส้นทาง สร้างสะพานให้สัตว์ลอดต่อไป. ที่มา : เดลินิวส์]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<span class="fb_share"><fb:like href="http://www.asamedia.org/2012/01/%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b9%89%e0%b8%9b%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%82%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b9%81%e0%b8%a2%e0%b9%89%e0%b8%87%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0/" layout="button_count"></fb:like></span><p><a class="highslide" onclick="return vz.expand(this)" href="http://www.asamedia.org/wp-content/uploads/8310.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-30848" title="8310" src="http://www.asamedia.org/wp-content/uploads/8310-300x161.jpg" alt="" width="300" height="161" /></a>จากกรณีที่ได้เกิดความขัดแย้งที่ชาวบ้านลุกฮือขึ้นมาประท้วงเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน ระหว่างกม.ที่ 15-30 เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงเวลาปิด-เปิดการใช้ถนนจากเดิม 21.00–05.00 น. เป็น 18.00–06.00 น.  ทำให้ประชาชนได้รับผลกระทบในการใช้เส้นทางสัญจรนั้น  นายปรีชา  เร่งสมบูรณ์สุข  รัฐมนตรี<span id="more-30846"></span>ว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้มอบหมายให้ นายศักดา นพสิทธิ์ เลขาธิการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อมูลจากประชาชนเพื่อหาแนวทางในการแก้ไข</p>
<p>นายศักดา เลขาธิการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า  ผลจากการได้รับข้อมูลจาก ส.ส.ในพื้นที่ ปลัดจังหวัด ผู้นำท้องถิ่น และผู้ประกอบการในพื้นที่ทราบว่า ปัญหาความเดือดร้อนในการเปลี่ยนแปลงการปิดเปิดถนนเส้นนี้ เนื่องจากเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง ทำให้สัตว์ป่าสงวนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เกิดอุบัติเหตุถูกรถชนเสียชีวิตเป็นจำนวนมาก  ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นช่วงเวลาหลัง 18.00 น. และในการที่ปิดเปิดถนนเป็นช่วงเวลานั้น  ผลดีจะเป็นการลดการสูญเสียชีวิตสัตว์ป่าที่อาจเกิดจากอุบัติเหตุการใช้เส้นทางสายนี้โดยยานพาหนะรถยนต์ทุกประเภท  เป็นการคืนพื้นที่ป่าบางส่วนให้กับบรรดาสัตว์ป่าในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน ซึ่งอาจก่อให้เกิดการขยายพันธุ์สัตว์ป่าที่อาจสูญพันธุ์บางชนิดเพิ่มมากขึ้นในอนาคต ซึ่งแนวทางการแก้ไขนั้น เบื้องต้นได้ข้อสรุปให้ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนในการปิดเปิดถนนในช่วงเวลาใหม่เข้ามาติดต่อเพื่อขอลงทะเบียนกับสำนักงานเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน เพื่อขอสติกเกอร์ไปติดที่รถในระหว่างที่ใช้รถสัญจรในช่วงเวลาที่ปิดถนน สำหรับแนวทางแก้ไขที่ประชาชนขอให้เปิดช่องทางถนนตลอด 24 ชั่วโมงนั้น ทางกระทรวงฯ ต้องขอนำข้อมูลไปประชุมเพื่อหารือก่อน เนื่องจากมีแนวทางอยู่หลายแนวทาง เช่น การสร้างสะพานลอยฟ้า ทำรั้วตลอดเส้นทาง สร้างสะพานให้สัตว์ลอดต่อไป.</p>
<p>ที่มา : เดลินิวส์</p>
<span class="fb_share"><fb:like href="http://www.asamedia.org/2012/01/%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b9%89%e0%b8%9b%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%82%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b9%81%e0%b8%a2%e0%b9%89%e0%b8%87%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0/" layout="button_count"></fb:like></span>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.asamedia.org/2012/01/%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b9%89%e0%b8%9b%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%82%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b9%81%e0%b8%a2%e0%b9%89%e0%b8%87%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>รูปลักษณ์โบราณสถานสู่งานศิลปะ</title>
		<link>http://www.asamedia.org/2012/01/%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%93%e0%b9%8c%e0%b9%82%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%93%e0%b8%aa%e0%b8%96%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%b9%e0%b9%88%e0%b8%87/</link>
		<comments>http://www.asamedia.org/2012/01/%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%93%e0%b9%8c%e0%b9%82%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%93%e0%b8%aa%e0%b8%96%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%b9%e0%b9%88%e0%b8%87/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 20 Jan 2012 04:41:19 +0000</pubDate>
		<dc:creator>pimai</dc:creator>
				<category><![CDATA[Features]]></category>
		<category><![CDATA[วัฒนธรรม]]></category>
		<category><![CDATA[งานศิลปะ]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.สันติ เล็กสุขุม]]></category>
		<category><![CDATA[นักประวัติศาสตร์ศิลปะ]]></category>
		<category><![CDATA[นักโบราณคดี]]></category>
		<category><![CDATA[นิทรรศการศิลปะ]]></category>
		<category><![CDATA[ศิลปิน]]></category>
		<category><![CDATA[สถาปัตยกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[หอศิลป์มหาวิทยาลัยศิลปากร]]></category>
		<category><![CDATA[โบราณสถาน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.asamedia.org/?p=30838</guid>
		<description><![CDATA[นิทรรศการ ศิลปะสร้างสรรค์จากการสันนิษฐานรูปลักษณ์โบราณสถาน ของ ดร.สันติ เล็กสุขุม ศึกษาชื่นชมได้จนถึงวันที่ 30 มกราคม ที่หอศิลป์มหาวิทยาลัยศิลปากร วังท่าพระ มนุษย์มีความฝันเป็นเครื่องหล่อเลี้ยงชีวิตจิตใจ ให้มุ่งมั่นสร้างสรรค์ความฝันให้ปรากฏเป็นความจริง สถาปนิกฝันสร้างสรรค์จึงบังเกิดสถาปัตยกรรมมหัศจรรย์ นักเขียนฝันสร้างสรรค์จึงเกิดมหากาพย์วรรณกรรม นักเพลงนักดนตรีฝันถึงคีตกวีและบทเพลงอมตะให้ปรากฏ เมื่อคนธรรมดาก้าวเข้าสู่เมืองโบราณอุทยานประวัติศาสตร์ เช่น ลพบุรี สุโขทัย กำแพงเพชร พระนครศรีอยุธยา ก็มักตั้งคำถามและฝันเสมอไปว่า ถ้าโบราณสถานเหล่านี้อยู่สมบูรณ์จะเป็นอย่างไรจะยิ่งใหญ่อลังการสักเพียงไหน แล้วความคิดเหล่านั้นจะหายไปกับวันเวลาที่ผ่านเลย แต่กับศิลปินนักประวัติศาสตร์ศิลปะนักโบราณคดีท่านหนึ่ง ไม่ได้เพียงแค่คิดว่าถ้าภาพสมบูรณ์ของเมืองประวัติศาสตร์เหล่านั้นเป็นอย่างไรแล้วสลายหายไปกับวันเวลาที่เปลี่ยนแปลง วันเวลาที่ผ่านเลยใช่รอเวลาร่วงโรย แต่กลับเป็นเวลาอันมีค่าแห่งการศึกษาวิจัยรูปแบบศิลปะรูปลักษณ์โบราณสถานแล้วนำเสนอเป็นเอกสาร ตำรา ผลงานวิจัย แต่คราวนี้ได้ต่อยอดความคิดฝันเป็นงานศิลปะออกมาให้ปรากฏ จากแหล่งเมืองโบราณไม่ว่า ลพบุรี สุพรรณบุรี เชียงแสน สุโขทัย กำแพงเพชร เพชรบูรณ์ นครปฐม พระนครศรีอยุธยา หรือแม้แต่ปราสาทพระวิหารที่ศรีสะเกษ ในชื่องาน ”ศิลปะสร้างสรรค์จากการสันนิษฐานรูปลักษณ์โบราณสถาน” นักโบราณคดีนักประวัติศาสตร์ศิลปะศิลปินที่ชื่อ ดร.สันติ เล็กสุขุม นำเสนองานศิลปะสร้างสรรค์ภาพฝันที่ผ่านการศึกษาวิจัยสันนิษฐานจากโบราณสถานที่เหลืออยู่แล้วนำเสนอโดยอาศัยเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ประมวลและสร้างสรรค์ขึ้นให้เป็นงานที่น่าชื่นชมถึง 74 ชิ้น ล้วนเป็นความอุตสาหะพยายามในการศึกษาและสร้างสรรค์ยิ่ง เมื่อพบเห็นวัดพระศรีสรรเพชญ์ พระนครศรีอยุธยา ธรรมดาจะเห็นแต่เจดีย์เรียงกันสามองค์ แต่สิ่งที่ขาดหายไปมณฑปของวัดควรเป็นอย่างไร วัดราชบูรณะ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<span class="fb_share"><fb:like href="http://www.asamedia.org/2012/01/%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%93%e0%b9%8c%e0%b9%82%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%93%e0%b8%aa%e0%b8%96%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%b9%e0%b9%88%e0%b8%87/" layout="button_count"></fb:like></span><p><strong><a class="highslide" onclick="return vz.expand(this)" href="http://www.asamedia.org/wp-content/uploads/news_img_429445_1.jpg"><img class="alignright size-medium wp-image-30839" title="" src="http://www.asamedia.org/wp-content/uploads/news_img_429445_1-300x212.jpg" alt="" width="300" height="212" /></a>นิทรรศการ ศิลปะสร้างสรรค์จากการสันนิษฐานรูปลักษณ์โบราณสถาน ของ ดร.สันติ เล็กสุขุม ศึกษาชื่นชมได้จนถึงวันที่ 30 มกราคม ที่หอศิลป์มหาวิทยาลัยศิลปากร วังท่าพระ<span id="more-30838"></span></strong></p>
<p>มนุษย์มีความฝันเป็นเครื่องหล่อเลี้ยงชีวิตจิตใจ ให้มุ่งมั่นสร้างสรรค์ความฝันให้ปรากฏเป็นความจริง สถาปนิกฝันสร้างสรรค์จึงบังเกิดสถาปัตยกรรมมหัศจรรย์ นักเขียนฝันสร้างสรรค์จึงเกิดมหากาพย์วรรณกรรม นักเพลงนักดนตรีฝันถึงคีตกวีและบทเพลงอมตะให้ปรากฏ<br />
เมื่อคนธรรมดาก้าวเข้าสู่เมืองโบราณอุทยานประวัติศาสตร์ เช่น ลพบุรี สุโขทัย กำแพงเพชร พระนครศรีอยุธยา ก็มักตั้งคำถามและฝันเสมอไปว่า ถ้าโบราณสถานเหล่านี้อยู่สมบูรณ์จะเป็นอย่างไรจะยิ่งใหญ่อลังการสักเพียงไหน แล้วความคิดเหล่านั้นจะหายไปกับวันเวลาที่ผ่านเลย<br />
แต่กับศิลปินนักประวัติศาสตร์<a href="http://www.bangkokbiznews.com/home/search/?cx=009233870810540600983%3Ahkyg0dlysoo&amp;cof=FORID%3A9&amp;ie=windows-874&amp;q=%C8%D4%C5%BB%D0" target="_blank">ศิลปะ</a>นักโบราณคดีท่านหนึ่ง ไม่ได้เพียงแค่คิดว่าถ้าภาพสมบูรณ์ของเมืองประวัติศาสตร์เหล่านั้นเป็นอย่างไรแล้วสลายหายไปกับวันเวลาที่เปลี่ยนแปลง วันเวลาที่ผ่านเลยใช่รอเวลาร่วงโรย แต่กลับเป็นเวลาอันมีค่าแห่งการศึกษาวิจัยรูปแบบ<a href="http://www.bangkokbiznews.com/home/search/?cx=009233870810540600983%3Ahkyg0dlysoo&amp;cof=FORID%3A9&amp;ie=windows-874&amp;q=%C8%D4%C5%BB%D0" target="_blank">ศิลปะ</a>รูปลักษณ์โบราณสถานแล้วนำเสนอเป็นเอกสาร ตำรา ผลงานวิจัย แต่คราวนี้ได้ต่อยอดความคิดฝันเป็นงาน<a href="http://www.bangkokbiznews.com/home/search/?cx=009233870810540600983%3Ahkyg0dlysoo&amp;cof=FORID%3A9&amp;ie=windows-874&amp;q=%C8%D4%C5%BB%D0" target="_blank">ศิลปะ</a>ออกมาให้ปรากฏ จากแหล่งเมืองโบราณไม่ว่า ลพบุรี สุพรรณบุรี เชียงแสน สุโขทัย กำแพงเพชร เพชรบูรณ์ นครปฐม พระนครศรีอยุธยา หรือแม้แต่ปราสาทพระวิหารที่ศรีสะเกษ ในชื่องาน ”<a href="http://www.bangkokbiznews.com/home/search/?cx=009233870810540600983%3Ahkyg0dlysoo&amp;cof=FORID%3A9&amp;ie=windows-874&amp;q=%C8%D4%C5%BB%D0" target="_blank">ศิลปะ</a>สร้างสรรค์จากการสันนิษฐานรูปลักษณ์โบราณสถาน”</p>
<p><a class="highslide" onclick="return vz.expand(this)" href="http://www.asamedia.org/wp-content/uploads/news_img_429445_2.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-30840" title="" src="http://www.asamedia.org/wp-content/uploads/news_img_429445_2-300x242.jpg" alt="" width="300" height="242" /></a><br />
นักโบราณคดีนักประวัติศาสตร์<a href="http://www.bangkokbiznews.com/home/search/?cx=009233870810540600983%3Ahkyg0dlysoo&amp;cof=FORID%3A9&amp;ie=windows-874&amp;q=%C8%D4%C5%BB%D0" target="_blank">ศิลปะ</a>ศิลปินที่ชื่อ ดร.สันติ เล็กสุขุม นำเสนองาน<a href="http://www.bangkokbiznews.com/home/search/?cx=009233870810540600983%3Ahkyg0dlysoo&amp;cof=FORID%3A9&amp;ie=windows-874&amp;q=%C8%D4%C5%BB%D0" target="_blank">ศิลปะ</a>สร้างสรรค์ภาพฝันที่ผ่านการศึกษาวิจัยสันนิษฐานจากโบราณสถานที่เหลืออยู่แล้วนำเสนอโดยอาศัยเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ประมวลและสร้างสรรค์ขึ้นให้เป็นงานที่น่าชื่นชมถึง 74 ชิ้น ล้วนเป็นความอุตสาหะพยายามในการศึกษาและสร้างสรรค์ยิ่ง เมื่อพบเห็นวัดพระศรีสรรเพชญ์ พระนครศรีอยุธยา ธรรมดาจะเห็นแต่เจดีย์เรียงกันสามองค์ แต่สิ่งที่ขาดหายไปมณฑปของวัดควรเป็นอย่างไร วัดราชบูรณะ ที่พบเครื่องทองอยุธยาอันงดงาม พระเจดีย์ทิศรอบปรางค์ประธานที่ปรากฏนั้นรูปลักษณ์ที่สมบูรณ์เป็นอย่างไร ยังวัดใหญ่ไชยมงคลที่มีพระเจดีย์ปรากฏอยู่นั้น มณฑปประดิษฐานพระพุทธรูปควรมีลักษณะอย่างไร หรืออย่าง ที่วัดโคกสิงคาราม ศรีสัชนาลัย สุโขทัยที่สันนิษฐานวิหารจากผนังที่เหลือ วัดเจดีย์เจ็ดแถว ที่สันนิษฐานถึงวิหารและเจดีย์ หรืออย่างวัดนางพญา ศรีสัชนาลัย สุโขทัยที่สันนิษฐานทั้งเจดีย์บริวาร อุโบสถ วิหาร เรียกได้ว่าเกือบทั้งหมด<br />
ที่น่าทึ่งอีกแห่งก็คือวัดช้างรอบ กำแพงเพชร สันนิษฐานหลังคาของอุโบสถ วิหาร ทรงระฆังของเจดีย์  วัดพระแก้ว กำแพงเพชร ก็เช่นกันไม่เพียงเป็นคำถามที่ไร้คำตอบ หากแต่มีคำตอบที่เป็นงาน<a href="http://www.bangkokbiznews.com/home/search/?cx=009233870810540600983%3Ahkyg0dlysoo&amp;cof=FORID%3A9&amp;ie=windows-874&amp;q=%C8%D4%C5%BB%D0" target="_blank">ศิลปะ</a>สร้างสรรค์ให้ปรากฏด้วยสีสันการจัดวางให้ได้ชม แม้จะเป็นการสันนิษฐานจากรูปลักษณ์ที่ปรากฏก็ตาม ด้วยหลักวิชาของประวัติศาสตร์<a href="http://www.bangkokbiznews.com/home/search/?cx=009233870810540600983%3Ahkyg0dlysoo&amp;cof=FORID%3A9&amp;ie=windows-874&amp;q=%C8%D4%C5%BB%D0" target="_blank">ศิลปะ</a> โบราณคดี วิเคราะห์รูปแบบแล้วจึงนำเสนอเป็นงานจิตรกรรมให้ปรากฏ ไม่เพียงเท่านั้นด้วยจิตวิญญาณของศิลปินที่เคยได้แสดงงานศิลปกรรมแห่งชาติมาแล้ว จึงบรรจงถ่ายทอดด้วยสีน้ำให้เห็นสีสันลีลาผ่านฝีมืออันชำนาญให้ชื่นชมอีกด้วย<br />
งานเหล่านี้มิได้เกิดขึ้นในเร็ววัน หากแต่ค่อยๆ เริ่มต้นจากการศึกษาวิจัยรูปแบบสันนิษฐานโบราณสถานที่ปรากฏ เพื่อใช้ประกอบการสอนในฐานะของครูที่ดี พึงศึกษาตอบความฝันของผู้ศึกษาให้ความรู้แก่ผู้เรียนได้เห็นภาพสมบูรณ์ควรเป็นเช่นไรเพราะอะไร ในที่สุดก็นำเสนอสู่สาธารณะ ไม่แต่เพียงเท่านั้นจากงานวิจัยทำให้เชื่อมั่นได้ กรมศิลปากรจึงให้ทำภาพเหล่านี้ติดแสดงที่โบราณสถานที่จริงให้ผู้ศึกษาได้เห็นเปรียบเทียบของจริงที่ปรากฏอยู่กับส่วนที่สมบูรณ์ควรจะเป็นเช่นไร ได้เริ่มที่สุโขทัย ศรีสัชชนาลัย กำแพงเพชร และพระนครศรีอยุธยาแล้ว<br />
แรกๆอาจารย์ว่าวางกับพื้นให้กลืนไม่เบียดบังโบราณสถานแล้วก้มเงยดูเปรียบเทียบ แต่เอาเข้าจริงไม่สู้ได้ผล สู้ตั้งขึ้นให้เห็นเด่นชัดว่าเป็นเช่นไร ผู้ศึกษาจะได้คิดฝันซาบซึ้งตามจินตนาการนั้นไปด้วย ด้วยสีสันฉูดฉาดสะดุดตาสะดุดใจให้ชื่นชมและตระหนัก นอกจากนั้นยังได้ทำเป็นโมเดล 1 : 100 ติดตั้งให้เห็นเป็นที่ประจักษ์ ซึ่งก็ทำให้โบราณสถานแต่ละแห่งเหล่านั้นมีชีวิตชีวาควรค่าแก่การศึกษาเพิ่มขึ้น<br />
ศาสตราจารย์ชลูด นิ่มเสมอ ผู้ที่ส่งเสริมให้อาจารย์สันติจัดแสดงงานคราวนี้ให้ความเห็นว่า “เป็นงานที่ประสานปัจจัยหลัก 3 ประการเข้าด้วยกันคือ ด้านความคิด ซึ่งได้แก่รูปลักษณ์ของโบราณสถานที่สันนิษฐานว่าควรจะเป็นสภาพที่ยังสมบูรณ์ ด้านเทคนิค ใช้เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ในการสร้างรูปทรงสิ่งแวดล้อมด้วยสีและน้ำหนักแสงเงา และด้านการแสดงออก ด้วยจิตวิญญาณของศิลปินที่มีสัญชาตญาณทางความงามและพื้นฐานทาง<a href="http://www.bangkokbiznews.com/home/search/?cx=009233870810540600983%3Ahkyg0dlysoo&amp;cof=FORID%3A9&amp;ie=windows-874&amp;q=%C8%D4%C5%BB%D0" target="_blank">ศิลปะ</a>เป็นพลังขับเคลื่อนให้เกิดผลงานที่แสดงออกอย่างกลมกลืนอย่างเป็นระบบ” ส่วน ศาสตราจารย์ปรีชา เถาทอง ให้ทัศนะไว้ว่า “เป็นมิติใหม่ในการสร้างองค์ความรู้ ที่ผ่านจินตนาการ แนวคิด รูปแบบ ขบวนการ ด้วยเนื้อหาสาระที่มีเอกภาพสมบูรณ์แบบ”<br />
<a class="highslide" onclick="return vz.expand(this)" href="http://www.asamedia.org/wp-content/uploads/news_img_429445_3.jpg"><img class="alignright size-medium wp-image-30841" title="" src="http://www.asamedia.org/wp-content/uploads/news_img_429445_3-205x300.jpg" alt="" width="205" height="300" /></a> นิทรรศการ<a href="http://www.bangkokbiznews.com/home/search/?cx=009233870810540600983%3Ahkyg0dlysoo&amp;cof=FORID%3A9&amp;ie=windows-874&amp;q=%C8%D4%C5%BB%D0" target="_blank">ศิลปะ</a>สร้างสรรค์จากการสันนิษฐานรูปลักษณ์โบราณสถานของศาสตราจารย์เกียรติคุณดร.สันติ เล็กสุขุม จึงมิใช่เพียงได้พบกับรูปลักษณ์โบราณสถานที่ควรจะเป็นในอดีตที่พึงคิดใคร่ครวญแล้วจินตนาการตามงาน<a href="http://www.bangkokbiznews.com/home/search/?cx=009233870810540600983%3Ahkyg0dlysoo&amp;cof=FORID%3A9&amp;ie=windows-874&amp;q=%C8%D4%C5%BB%D0" target="_blank">ศิลปะ</a>ที่นำเสนอ แล้วสรุปเป็นทัศนะว่าเห็นด้วยหรือไม่ ใช่หรือไม่ จริงหรือไม่เท่านั้น การที่จะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยไม่เป็นปัญหาล้วนมีสิทธิ์คิดใคร่ครวญบนพื้นฐานของการรับรู้แต่ละคน<br />
แต่สิ่งที่จะละเลยผ่านไม่ได้คืองาน<a href="http://www.bangkokbiznews.com/home/search/?cx=009233870810540600983%3Ahkyg0dlysoo&amp;cof=FORID%3A9&amp;ie=windows-874&amp;q=%C8%D4%C5%BB%D0" target="_blank">ศิลปะ</a>เบื้องหน้าที่ปรากฏประกอบด้วยสีสันน้ำหนักการจัดวางองค์ประกอบของภาพที่นำเสนอ ทั้งเกิดจากการพิมพ์ด้วยเทคโนโลยีและฝีมือของศิลปิน ล้วนทรงคุณค่าในความงามให้ชื่นชมและยิ่งดูก็ยิ่งเห็นความพยายามในการสร้างสรรค์  หากการสันนิษฐานทำไว้ด้วยตัวอักษรคงมีเพียงชีวิตแต่ขาดชีวา  แต่เมื่อสร้างไว้ด้วยสีสันเทคนิคลีลา  จึงมีชีวิตชีวาค่าควรชมยิ่ง<br />
นิทรรศการ <a href="http://www.bangkokbiznews.com/home/search/?cx=009233870810540600983%3Ahkyg0dlysoo&amp;cof=FORID%3A9&amp;ie=windows-874&amp;q=%C8%D4%C5%BB%D0" target="_blank">ศิลปะ</a>สร้างสรรค์จากการสันนิษฐานรูปลักษณ์โบราณสถาน ของ ดร.สันติ เล็กสุขุม ควรค่าแก่การชื่นชมและให้เวลากับตนเองได้จึงใช้จินตนาการเดินตามคิดใคร่ครวญเก็บความซาบซึ้งความงามและศึกษาควบคู่กันไป มีเวลาให้โอกาสศึกษาชื่นชมได้จนถึงวันที่ 30 มกราคม ที่หอศิลป์มหาวิทยาลัยศิลปากร วังท่าพระ</p>
<p>ที่มา : กรุงเทพธุรกิจ</p>
<span class="fb_share"><fb:like href="http://www.asamedia.org/2012/01/%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%93%e0%b9%8c%e0%b9%82%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%93%e0%b8%aa%e0%b8%96%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%b9%e0%b9%88%e0%b8%87/" layout="button_count"></fb:like></span>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.asamedia.org/2012/01/%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%93%e0%b9%8c%e0%b9%82%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%93%e0%b8%aa%e0%b8%96%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%b9%e0%b9%88%e0%b8%87/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>พิพิธภัณฑ์ธงชาติไทย บ่งบอกความเป็นไทยในผืนธง</title>
		<link>http://www.asamedia.org/2012/01/%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%a0%e0%b8%b1%e0%b8%93%e0%b8%91%e0%b9%8c%e0%b8%98%e0%b8%87%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2-%e0%b8%9a%e0%b9%88%e0%b8%87/</link>
		<comments>http://www.asamedia.org/2012/01/%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%a0%e0%b8%b1%e0%b8%93%e0%b8%91%e0%b9%8c%e0%b8%98%e0%b8%87%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2-%e0%b8%9a%e0%b9%88%e0%b8%87/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 13 Jan 2012 04:43:55 +0000</pubDate>
		<dc:creator>pimai</dc:creator>
				<category><![CDATA[Features]]></category>
		<category><![CDATA[วัฒนธรรม]]></category>
		<category><![CDATA[ความเป็นไทย]]></category>
		<category><![CDATA[พิพิธภัณฑ์ธงชาติไทย]]></category>
		<category><![CDATA[แหล่งเรียนรู้ของคนไทย]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.asamedia.org/?p=30771</guid>
		<description><![CDATA[แค่คนไทยได้เข้าใจคำว่า &#8220;ไทย&#8221; ผ่านเรื่องราวของ &#8220;ธงชาติ&#8221; นั่นคือทั้งหมดที่พฤฒิพล ประชุมผล คาดหวังจากการลงทุนลงแรงสร้างพิพิธภัณฑ์ธงชาติไทย &#8220;ธงชาติไทย&#8221; เป็นสัญลักษณ์ของประเทศไทย บ่งบอกถึงเอกลักษณ์และศักดิ์ศรีในความเป็นไทยซึ่งมีความหมายแสดง ความเป็นเอกราช อธิปไตยของชาติ รวมทั้งสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ แต่&#8230;คนไทยจำนวนไม่น้อยที่เกิดบนแผ่นดินไทย ถือบัตรประชาชนคนไทย เห็นธงชาติไทยอัญเชิญขึ้นเสากันเกือบทุกวัน กลับไม่รู้ประวัติความเป็นมาของธงชาติไทย ธงของชาติตนเองว่ามีที่มาอย่างไร ด้วยความต้องการที่จะผลักดันให้ &#8220;ธงชาติไทย&#8221; คงความหมายถึงความรักชาติยังคงอยู่ในจิตใจของลูกหลานไทยภายภาคหน้า ทำให้ พฤฒิพล ประชุมผล นักธุรกิจวัย 45 ปี ตัดสินใจก่อตั้ง &#8220;พิพิธภัณฑ์ธงชาติไทย&#8221; เพื่อให้คนไทยเข้าใจในประวัติความเป็นมาของธงชาติไทยอย่างถูกต้อง รวมถึงเผยแพร่ความรู้ความเข้าใจสู่เยาวชนคนรุ่นใหม่ เพื่อให้เกิดความรู้สึกรักชาติ กตัญญูต่อแผ่นดินเกิด และปรารถนาที่จะทำประโยชน์ทดแทนคุณแผ่นดิน ผ่านเรื่องราวความเป็นมาของ &#8220;ธงชาติ&#8221; เพื่อเติมเต็มความฝันที่จะได้เห็นคนไทยได้มี &#8220;พิพิธภัณฑ์ธงชาติไทย&#8221; เป็นสถานที่สำหรับบ่งบอกความเป็นชาติ และความเป็นเอกราชผ่านผืนธง พฤฒิพล จึงตัดสินใจกู้เงินจากธนาคาร เพื่อมาสร้างอาคารพิพิธภัณฑ์ธงชาติไทย จนสำเร็จเป็นแหล่งเรียนรู้ของคนในชาติ ที่จัดแสดงประวัติความเป็นมาของธงชาติไทย พร้อมจัดเก็บสิ่งของและวัตถุชิ้นเอกที่เกี่ยวเนื่องกับธงชาติไทยให้คนไทยได้เรียนรู้และชื่นชม &#8220;ผมเรียนจบทางด้านการตลาดจากอเมริกา แล้วก็มาเปิดบริษัทเอ็ม-มิกซ์ จำกัด ธุรกิจหลักๆ คือทำขนมไทย Amazing Thai [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<span class="fb_share"><fb:like href="http://www.asamedia.org/2012/01/%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%a0%e0%b8%b1%e0%b8%93%e0%b8%91%e0%b9%8c%e0%b8%98%e0%b8%87%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2-%e0%b8%9a%e0%b9%88%e0%b8%87/" layout="button_count"></fb:like></span><p><a class="highslide" onclick="return vz.expand(this)" href="http://www.asamedia.org/wp-content/uploads/news_img_428915_1.jpg"><img class="alignnone size-medium wp-image-30772" title="news_img_428915_1" src="http://www.asamedia.org/wp-content/uploads/news_img_428915_1-300x228.jpg" alt="" width="300" height="228" /></a></p>
<p><strong>แค่คนไทยได้เข้าใจคำว่า &#8220;ไทย&#8221; ผ่านเรื่องราวของ &#8220;ธงชาติ&#8221; นั่นคือทั้งหมดที่พฤฒิพล ประชุมผล คาดหวังจากการลงทุนลงแรงสร้างพิพิธภัณฑ์ธงชาติไทย<span id="more-30771"></span></strong></p>
<p>&#8220;ธงชาติไทย&#8221; เป็นสัญลักษณ์ของประเทศไทย บ่งบอกถึงเอกลักษณ์และศักดิ์ศรีในความเป็นไทยซึ่งมีความหมายแสดง ความเป็นเอกราช อธิปไตยของชาติ รวมทั้งสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ แต่&#8230;คนไทยจำนวนไม่น้อยที่เกิดบนแผ่นดินไทย ถือบัตรประชาชนคนไทย เห็นธงชาติไทยอัญเชิญขึ้นเสากันเกือบทุกวัน กลับไม่รู้ประวัติความเป็นมาของธงชาติไทย ธงของชาติตนเองว่ามีที่มาอย่างไร<br />
ด้วยความต้องการที่จะผลักดันให้ &#8220;ธงชาติไทย&#8221; คงความหมายถึงความรักชาติยังคงอยู่ในจิตใจของลูกหลานไทยภายภาคหน้า ทำให้ พฤฒิพล ประชุมผล นักธุรกิจวัย 45 ปี ตัดสินใจก่อตั้ง &#8220;<a href="http://www.bangkokbiznews.com/home/search/?cx=009233870810540600983%3Ahkyg0dlysoo&amp;cof=FORID%3A9&amp;ie=windows-874&amp;q=%BE%D4%BE%D4%B8%C0%D1%B3%B1%EC" target="_blank">พิพิธภัณฑ์</a>ธงชาติไทย&#8221; เพื่อให้คนไทยเข้าใจในประวัติความเป็นมาของธงชาติไทยอย่างถูกต้อง รวมถึงเผยแพร่ความรู้ความเข้าใจสู่เยาวชนคนรุ่นใหม่ เพื่อให้เกิดความรู้สึกรักชาติ กตัญญูต่อแผ่นดินเกิด และปรารถนาที่จะทำประโยชน์ทดแทนคุณแผ่นดิน ผ่านเรื่องราวความเป็นมาของ &#8220;ธงชาติ&#8221;<br />
เพื่อเติมเต็มความฝันที่จะได้เห็นคนไทยได้มี &#8220;<a href="http://www.bangkokbiznews.com/home/search/?cx=009233870810540600983%3Ahkyg0dlysoo&amp;cof=FORID%3A9&amp;ie=windows-874&amp;q=%BE%D4%BE%D4%B8%C0%D1%B3%B1%EC" target="_blank">พิพิธภัณฑ์</a>ธงชาติไทย&#8221; เป็นสถานที่สำหรับบ่งบอกความเป็นชาติ และความเป็นเอกราชผ่านผืนธง พฤฒิพล จึงตัดสินใจกู้เงินจากธนาคาร เพื่อมาสร้างอาคาร<a href="http://www.bangkokbiznews.com/home/search/?cx=009233870810540600983%3Ahkyg0dlysoo&amp;cof=FORID%3A9&amp;ie=windows-874&amp;q=%BE%D4%BE%D4%B8%C0%D1%B3%B1%EC" target="_blank">พิพิธภัณฑ์</a>ธงชาติไทย จนสำเร็จเป็นแหล่งเรียนรู้ของคนในชาติ ที่จัดแสดงประวัติความเป็นมาของธงชาติไทย พร้อมจัดเก็บสิ่งของและวัตถุชิ้นเอกที่เกี่ยวเนื่องกับธงชาติไทยให้คนไทยได้เรียนรู้และชื่นชม<br />
&#8220;ผมเรียนจบทางด้านการตลาดจากอเมริกา แล้วก็มาเปิดบริษัทเอ็ม-มิกซ์ จำกัด ธุรกิจหลักๆ คือทำขนมไทย Amazing Thai Desserts เป็นขนมไทยโบราณบรรจุกล่อง ส่งขายที่ คิง เพาเวอร์ ที่เดียว นั่นเป็นเรื่องธุรกิจที่ต้องทำเพื่อเลี้ยงตัว ส่วนตัว<a href="http://www.bangkokbiznews.com/home/search/?cx=009233870810540600983%3Ahkyg0dlysoo&amp;cof=FORID%3A9&amp;ie=windows-874&amp;q=%BE%D4%BE%D4%B8%C0%D1%B3%B1%EC" target="_blank">พิพิธภัณฑ์</a>จริงๆ แล้วทำมานานมาก ตอนแรกใช้ตัวบ้านหลังเก่าที่คุณพ่อสร้างไว้ ไม่มีห้องจัดแสดง คือเก็บของไว้ในกล่อง เวลาคนมาชมก็ค่อยนำออกมาอธิบาย มันลำบากมาก จนกระทั่งปี 2545 เลยคิดว่าจะสร้างตัวตึก<a href="http://www.bangkokbiznews.com/home/search/?cx=009233870810540600983%3Ahkyg0dlysoo&amp;cof=FORID%3A9&amp;ie=windows-874&amp;q=%BE%D4%BE%D4%B8%C0%D1%B3%B1%EC" target="_blank">พิพิธภัณฑ์</a>แต่ยังไม่กล้ากู้ธนาคาร จนกระทั่งปี 2548 ตัดสินใจว่า&#8230;สู้ตาย ก็เริ่มลุย เอาที่ดินของแม่ค้ำประกันกู้แบงค์มา 5 ล้าน ผ่อนส่งนาน 15 ปี และก็สร้าง<a href="http://www.bangkokbiznews.com/home/search/?cx=009233870810540600983%3Ahkyg0dlysoo&amp;cof=FORID%3A9&amp;ie=windows-874&amp;q=%BE%D4%BE%D4%B8%C0%D1%B3%B1%EC" target="_blank">พิพิธภัณฑ์</a>ธงชาติไทยจนสำเร็จ&#8221;<br />
นอกจากตัวอาคาร<a href="http://www.bangkokbiznews.com/home/search/?cx=009233870810540600983%3Ahkyg0dlysoo&amp;cof=FORID%3A9&amp;ie=windows-874&amp;q=%BE%D4%BE%D4%B8%C0%D1%B3%B1%EC" target="_blank">พิพิธภัณฑ์</a> ค่าใช้จ่ายในการ &#8220;ตามล่า&#8221; หาวัตถุจัดแสดงที่เป็น &#8220;ชิ้นเอก&#8221; จากทั่วโลก เพื่อเติมเต็มข้อมูลความรู้เกี่ยวกับความเป็นมาของธงชาติไทยให้สมบูรณ์ เป็นอีกภารกิจที่ต้องทุ่มเททั้งกำลังกาย กำลังใจ และที่สำคัญ &#8220;กำลังทรัพย์&#8221;<br />
&#8220;ที่ต้องใช้เงินเยอะก็คือ วัตถุชิ้นเอกที่นำมาจัดแสดง บางชิ้นก็หลายแสน เช่นธงช้างผืนสมบูรณ์ ธงสยามแดงขาว 5 ริ้ว พ.ศ.2459 ซึ่งเหลือผืนเดียวในโลก ผมต้องจ่ายให้<a href="http://www.bangkokbiznews.com/home/search/?cx=009233870810540600983%3Ahkyg0dlysoo&amp;cof=FORID%3A9&amp;ie=windows-874&amp;q=%BE%D4%BE%D4%B8%C0%D1%B3%B1%EC" target="_blank">พิพิธภัณฑ์</a>ในอเมริกาถึงแสนสองหมื่นบาท หนังสือพ.ร.บ.ธงเล่มแรกของสยามก็เล่มละสี่หมื่นห้า รวมๆ แล้ว ก็เป็นเงินหลักล้านน่ะครับ&#8221;</p>
<p><a class="highslide" onclick="return vz.expand(this)" href="http://www.asamedia.org/wp-content/uploads/news_img_428915_2.jpg"><img class="alignnone size-medium wp-image-30774" title="news_img_428915_2" src="http://www.asamedia.org/wp-content/uploads/news_img_428915_2-300x134.jpg" alt="" width="300" height="134" /></a><br />
นอกจาก ธงช้างเผือก ธงชาติสยามผืนเก่าดั้งเดิมสำหรับรับเสด็จรัชกาลที่ 5 ธงแดงขาวห้าริ้วต้นแบบธงไตรรงค์ปีพ.ศ.2459 ผืนเก่าแก่ที่หลงเหลือผืนสุดท้ายในโลก และธงไตรรงค์ ที่พิมพ์คำว่า SIAM บนหัวธง และหนังสือ &#8220;Flags of Maritime Nations&#8221; ซึ่งเป็นเอกสารทางราชการของกองทัพเรืออเมริกา พิมพ์โดยสภาคองเกรส ปีพ.ศ.2425 ซึ่งถือเป็นเอกสารสำคัญที่พิมพ์รูปธงชาติสยามที่เก่าแก่ที่สุดเท่าที่มีการค้นพบ<br />
รวมไปถึงหนังสือสำคัญที่สุดของประเทศสยามเกี่ยวกับธงชาติ คือ &#8220;พระราชบัญญัติว่าด้วยแบบอย่างธงสยาม ร.ศ.110&#8243; ซึ่งถือเป็นกฎหมายธงเล่มแรกของสยาม รวมถึงวัตถุชิ้นเอกอื่นๆ อีกมากมาย<br />
แม้สิ่งที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ ทำให้พฤฒิพลต้องใช้เงินทุนส่วนตัวอย่างมหาศาลเกินกำลังที่มี โดยไม่ทำให้เกิด &#8220;รายได้&#8221; กลับมาแต่อย่างใด แต่ก็ไม่ทำให้ย่อท้อหรือหมดกำลังใจ เพราะรู้ว่าสิ่งที่กำลังทำมีคุณประโยชน์ต่อประเทศชาติและแผ่นดินที่เกิด<br />
&#8220;ในส่วนของธุรกิจส่วนตัวก็ต้องทำ ถ้าไม่ทำก็อดตายและก็โดนแบงค์ยึดที่ดินของแม่แน่ใช่ไม๊ครับ ส่วนนั้นก็ยังทำอยู่เพื่อเลี้ยงชีวิตและเลี้ยง<a href="http://www.bangkokbiznews.com/home/search/?cx=009233870810540600983%3Ahkyg0dlysoo&amp;cof=FORID%3A9&amp;ie=windows-874&amp;q=%BE%D4%BE%D4%B8%C0%D1%B3%B1%EC" target="_blank">พิพิธภัณฑ์</a>ด้วย แต่เราก็แบ่งว่าอะไรคือธุรกิจอะไรคือความกตัญญูต่อแผ่นดินเกิด เพราะฉะนั้นในส่วนของ<a href="http://www.bangkokbiznews.com/home/search/?cx=009233870810540600983%3Ahkyg0dlysoo&amp;cof=FORID%3A9&amp;ie=windows-874&amp;q=%BE%D4%BE%D4%B8%C0%D1%B3%B1%EC" target="_blank">พิพิธภัณฑ์</a>จึงไม่มีการหารายได้ครับ ไม่ได้เก็บค่าเข้าชม ไม่ได้ขายของในนาม<a href="http://www.bangkokbiznews.com/home/search/?cx=009233870810540600983%3Ahkyg0dlysoo&amp;cof=FORID%3A9&amp;ie=windows-874&amp;q=%BE%D4%BE%D4%B8%C0%D1%B3%B1%EC" target="_blank">พิพิธภัณฑ์</a>ด้วย เพื่อนๆ นักอนุรักษ์ถึงว่าผมบ้า (หัวเราะ) แต่ผมไม่อยากให้คนคิดว่าผมทำ<a href="http://www.bangkokbiznews.com/home/search/?cx=009233870810540600983%3Ahkyg0dlysoo&amp;cof=FORID%3A9&amp;ie=windows-874&amp;q=%BE%D4%BE%D4%B8%C0%D1%B3%B1%EC" target="_blank">พิพิธภัณฑ์</a>เพราะอยากสร้างรายได้จากตรงนี้ ผมทำเพราะอยากมอบให้แผ่นดิน จริงๆ มันลำบากครับ ถ้าไม่บ้าพอยืนยันว่าทำไม่ได้ เพราะการที่เราเอาเงินจากธุรกิจมาเลี้ยง<a href="http://www.bangkokbiznews.com/home/search/?cx=009233870810540600983%3Ahkyg0dlysoo&amp;cof=FORID%3A9&amp;ie=windows-874&amp;q=%BE%D4%BE%D4%B8%C0%D1%B3%B1%EC" target="_blank">พิพิธภัณฑ์</a>ทำให้ไม่มีเงินเก็บ เวลาเจ็บไข้ได้ป่วยก็เสียวหัวใจ ใช้แค่ประกันสังคม ไม่มีโอกาสเข้าโรงพยาบาลดีๆ เพราะเราต้องเอาเงินมาจ่ายค่าน้ำ ค่าไฟเวลาคนเข้าชม<a href="http://www.bangkokbiznews.com/home/search/?cx=009233870810540600983%3Ahkyg0dlysoo&amp;cof=FORID%3A9&amp;ie=windows-874&amp;q=%BE%D4%BE%D4%B8%C0%D1%B3%B1%EC" target="_blank">พิพิธภัณฑ์</a> แต่มีความสุข เพราะได้ทำประโยชน์ให้คนไทย และประเทศไทยที่เราอยู่&#8221;<br />
เพียงแค่คนไทยได้เข้าใจคำว่า &#8220;ไทย&#8221; ผ่านเรื่องราวของ &#8220;ธงชาติ&#8221; นั่นคือทั้งหมดที่พฤฒิพลคาดหวังจากการลงทุนลงแรงสร้าง<a href="http://www.bangkokbiznews.com/home/search/?cx=009233870810540600983%3Ahkyg0dlysoo&amp;cof=FORID%3A9&amp;ie=windows-874&amp;q=%BE%D4%BE%D4%B8%C0%D1%B3%B1%EC" target="_blank">พิพิธภัณฑ์</a>ธงชาติไทย<br />
&#8220;บางทีเราเห็นครูบาอาจารย์สอนเรื่องธงชาติไทยแต่ข้อมูลผิด ผมฟังมาบ่อยมาก มันน่าละอายใจนะ อยากให้ทุกคนที่เข้ามากลับไปเล่าเรื่องประวัติธงชาติไทยอย่างถูกต้อง อยากให้คนไทยได้รู้ว่าเราอยู่ได้เพราะเรามีชาติ ผมอยากเห็นคนไทยกลับมามองความเป็นชาติมากขึ้น&#8221;<br />
&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;<br />
<a href="http://www.bangkokbiznews.com/home/search/?cx=009233870810540600983%3Ahkyg0dlysoo&amp;cof=FORID%3A9&amp;ie=windows-874&amp;q=%BE%D4%BE%D4%B8%C0%D1%B3%B1%EC" target="_blank">พิพิธภัณฑ์</a>ธงชาติไทย ตั้งอยู่เลขที่ 15 ซอยลาดพร้าว 13 เปิดให้เข้าชมทุกวันอาทิตย์ตั้งแต่ 10.00 น. กรณีเข้าชมเป็นหมู่คณะสามารถนัดหมายเพื่อเข้าชมในวันอื่นๆ พร้อมฟังบรรยาย ได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 0 2939 9920 ดู<a href="http://www.bangkokbiznews.com/home/search/?cx=009233870810540600983%3Ahkyg0dlysoo&amp;cof=FORID%3A9&amp;ie=windows-874&amp;q=%BE%D4%BE%D4%B8%C0%D1%B3%B1%EC" target="_blank">พิพิธภัณฑ์</a>ออน์ไลน์ได้ที่<a href="http://www.thaiflag.org/">www.thaiflag.org</a> และ <a href="http://www.siamflag.org/">www.siamflag.org</a></p>
<p><a class="highslide" onclick="return vz.expand(this)" href="http://www.asamedia.org/wp-content/uploads/news_img_428915_4.jpg"><img class="alignnone size-medium wp-image-30775" title="news_img_428915_4" src="http://www.asamedia.org/wp-content/uploads/news_img_428915_4-300x228.jpg" alt="" width="300" height="228" /></a></p>
<p>ที่มา : กรุงเทพธุรกิจ</p>
<span class="fb_share"><fb:like href="http://www.asamedia.org/2012/01/%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%a0%e0%b8%b1%e0%b8%93%e0%b8%91%e0%b9%8c%e0%b8%98%e0%b8%87%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2-%e0%b8%9a%e0%b9%88%e0%b8%87/" layout="button_count"></fb:like></span>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.asamedia.org/2012/01/%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%a0%e0%b8%b1%e0%b8%93%e0%b8%91%e0%b9%8c%e0%b8%98%e0%b8%87%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2-%e0%b8%9a%e0%b9%88%e0%b8%87/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เตรียมพบคอนเสิร์ตใหญ่ครั้งแรกของนักเรียนกทม. 27 ม.ค. นี้</title>
		<link>http://www.asamedia.org/2012/01/%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%a1%e0%b8%9e%e0%b8%9a%e0%b8%84%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%95%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%8d%e0%b9%88%e0%b8%84/</link>
		<comments>http://www.asamedia.org/2012/01/%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%a1%e0%b8%9e%e0%b8%9a%e0%b8%84%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%95%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%8d%e0%b9%88%e0%b8%84/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 13 Jan 2012 04:11:18 +0000</pubDate>
		<dc:creator>pimai</dc:creator>
				<category><![CDATA[Features]]></category>
		<category><![CDATA[การศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[MUSIC FOR ALL]]></category>
		<category><![CDATA[คอนเสิร์ตนักเรียนกทม.]]></category>
		<category><![CDATA[สถาบันดนตรี KPN]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.asamedia.org/?p=30756</guid>
		<description><![CDATA[กทม. เปิดเวทีใหญ่ให้นักเรียนกว่า 400 คน จากโรงเรียนในสังกัด 90 แห่ง แสดงศักยภาพทางดนตรีผ่านคอนเสิร์ต Music For All มุ่งส่งเสริมและพัฒนาทักษะความสามารถทางดนตรี อีกทั้งมีประสบการณ์ตรงในการแสดงออกต่อหน้าผู้ชมจำนวนมาก สามารถแสดงดนตรีได้อย่างมั่นใจ มีสติ (12 ม.ค. 55) เวลา 10.00 น. ณ ห้องรัตนโกสินทร์ ศาลาว่าการกทม. : นางทยา ทีปสุวรรณ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานแถลงข่าวการแสดงผลงานทางดนตรีของนักเรียนสังกัดกรุงเทพมหานคร คอนเสิร์ต Music For All กรุงเทพมหานคร โดยสำนักการศึกษา ร่วมกับสถาบันดนตรี KPN จัดทำโครงการพัฒนาทักษะทางดนตรีแก่นักเรียนในโรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานคร จำนวน 6 รายวิชา ได้แก่ เปียโนขั้นต้น คีย์บอร์ดขั้นต้น กีตาร์ขับร้องขั้นต้น กีตาร์อะคูสติกขั้นต้น กีตาร์เบสขั้นต้น และกลองชุดขั้นต้น เพื่อส่งเสริมให้นักเรียนมีความรู้ความสามารถในการบรรเลงดนตรี ขับร้องเพลง และมีประสบการณ์ในการแสดง ต่อสาธารณชน ด้วยการจัดแสดงคอนเสิร์ต MUSIC FOR ALL ขึ้นในวันที่ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<span class="fb_share"><fb:like href="http://www.asamedia.org/2012/01/%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%a1%e0%b8%9e%e0%b8%9a%e0%b8%84%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%95%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%8d%e0%b9%88%e0%b8%84/" layout="button_count"></fb:like></span><p><a class="highslide" onclick="return vz.expand(this)" href="http://www.asamedia.org/wp-content/uploads/music_board_pink.jpg"><img class="alignright size-medium wp-image-30757" title="music_board_pink" src="http://www.asamedia.org/wp-content/uploads/music_board_pink-300x195.jpg" alt="" width="300" height="195" /></a>กทม. เปิดเวทีใหญ่ให้นักเรียนกว่า 400 คน จากโรงเรียนในสังกัด 90 แห่ง แสดงศักยภาพทางดนตรีผ่านคอนเสิร์ต Music For All มุ่งส่งเสริมและพัฒนาทักษะความสามารถทางดนตรี อีกทั้งมีประสบการณ์ตรงในการแสดงออกต่อหน้าผู้ชมจำนวนมาก สามารถแสดงดนตรีได้อย่างมั่นใจ มีสติ<br />
<span id="more-30756"></span><br />
(12 ม.ค. 55) เวลา 10.00 น. ณ ห้องรัตนโกสินทร์ ศาลาว่าการกทม. : <strong>นางทยา ทีปสุวรรณ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร </strong>เป็นประธานแถลงข่าวการแสดงผลงานทางดนตรีของนักเรียนสังกัดกรุงเทพมหานคร คอนเสิร์ต Music For All</p>
<p>กรุงเทพมหานคร โดยสำนักการศึกษา ร่วมกับสถาบันดนตรี KPN จัดทำโครงการพัฒนาทักษะทางดนตรีแก่นักเรียนในโรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานคร จำนวน 6 รายวิชา ได้แก่ เปียโนขั้นต้น คีย์บอร์ดขั้นต้น กีตาร์ขับร้องขั้นต้น กีตาร์อะคูสติกขั้นต้น กีตาร์เบสขั้นต้น และกลองชุดขั้นต้น เพื่อส่งเสริมให้นักเรียนมีความรู้ความสามารถในการบรรเลงดนตรี ขับร้องเพลง และมีประสบการณ์ในการแสดง ต่อสาธารณชน ด้วยการจัดแสดงคอนเสิร์ต MUSIC FOR ALL ขึ้นในวันที่ 27 ม.ค. 55 ตั้งแต่เวลา 14.00 – 16.00 น. ณ หอประชุมใหญ่ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (ท่าพระจันทร์) ซึ่งเป็นการเปิดโอกาสให้ตัวแทนนักเรียนกว่า 400 คน จากโรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานคร ที่เข้าร่วมโครงการ จำนวน 90 แห่ง ร่วมกันแสดงคอนเสิร์ตใหญ่อย่างเต็มรูปแบบร่วมกับนักร้องที่มีชื่อเสียง อาทิ นก พริมาภา กรโรจนชวิน ( KPN Award 2009 ) เป็ก ผลิตโชค อายนบุตร หนึ่ง จักรวาร เสาธงยุติธรรม หนึ่ง ETC. และฮาย อาภาพร นครสวรรค์ โดยแบ่งการแสดงออกเป็น 5 ชุด ได้แก่ ชุด We Love Music ชุด The Little Star ชุด The Rising Star ชุด Music is My Life และชุด The Inspiration (Grand Finale)</p>
<p>รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า กรุงเทพมหานครได้จัดกิจกรรมการเรียนการสอนที่ครอบคลุมและเสริมสร้างทักษะ ด้านต่างๆ แก่เด็กนักเรียนในสังกัดอย่างต่อเนื่อง รวมถึงจัดให้มีหลักสูตรการเรียนด้านดนตรีด้วยซึ่งมีการปรับรายละเอียดและเนื้อหา ให้สอดคล้องเหมาะสมกับวัยที่สามารถพัฒนาศักยภาพและความสามารถทางดนตรีของเด็กได้อย่างเต็มที่ ได้รับการฝึกฝนให้เกิด ความชำนาญ ซึ่งกรุงเทพมหานครได้รับความร่วมมือจากสถาบันดนตรี KPN ในการถ่ายทอดความรู้ และเทคนิคทางดนตรีที่เป็นประโยชน์ ต่อครูและนักเรียนอย่างมาก ถือเป็นการเปิดโอกาสและส่งเสริมให้เด็กนักเรียนได้เรียนรู้ทักษะทางดนตรีอย่างถูกต้องและทั่วถึง นอกจากนี้กรุงเทพมหานครได้จัดให้มีการเรียนรู้ระบบ E-Learning ด้วย เป็นการช่วยให้เด็กสามารถเรียนรู้และฝึกฝนด้วยตนเองผ่านเทคโนโลยีได้อีกหนึ่งช่องทางไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน การจัดแสดงคอนเสิร์ต Music For All ในครั้งนี้เป็นการเปิดโอกาสให้นักเรียนสังกัดกรุงเทพมหานครได้มีเวทีในการแสดงความสามารถทางด้านดนตรีครบทุกด้านทั้งการร้อง เต้นท่ามกลางระบบแสง สี และ เสียงเต็มรูปแบบ เด็กที่ร่วมแสดงคอนเสิร์ตในครั้งนี้จะได้รับประสบการณ์ตรงจากการแสดงดนตรีต่อหน้าผู้ชมจำนวนมาก และถือเป็น บันไดขั้นแรกของการก้าวสู่นักดนตรีอาชีพต่อไปในอนาคตได้ ซึ่งกรุงเทพมหานครจะมีการจัดกิจกรรมรูปแบบนี้อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เด็กเกิดนักเรียนเกิดความชำนาญและมีเวทีในการแสดงความสามารถทางดนตรีเพิ่มขึ้น</p>
<p>สำหรับการแสดงคอนเสิร์ต Music For All เปิดให้ชมฟรี บัตรมีจำนวนจำกัด ผู้สนใจติดต่อขอรับบัตรเข้าชมและสอบถามรายละเอียดที่ หน่วยศึกษานิเทศก์ สำนักการศึกษา โทร. 0 2437 6631 – 5 ต่อ 3472 หรือโทร. 0 2717 0222 ต่อ 122</p>
<p>ที่มา : prbangkok.com</p>
<span class="fb_share"><fb:like href="http://www.asamedia.org/2012/01/%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%a1%e0%b8%9e%e0%b8%9a%e0%b8%84%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%95%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%8d%e0%b9%88%e0%b8%84/" layout="button_count"></fb:like></span>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.asamedia.org/2012/01/%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%a1%e0%b8%9e%e0%b8%9a%e0%b8%84%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%95%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%8d%e0%b9%88%e0%b8%84/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>มารู้จัก“ประภาคารปลา”สถาปัตยกรรมแบบใหม่ใต้ทะเล</title>
		<link>http://www.asamedia.org/2012/01/%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%aa/</link>
		<comments>http://www.asamedia.org/2012/01/%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%aa/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 12 Jan 2012 15:04:40 +0000</pubDate>
		<dc:creator>pimai</dc:creator>
				<category><![CDATA[Features]]></category>
		<category><![CDATA[สิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[ประภาคารปลา]]></category>
		<category><![CDATA[ปะการังเทียม]]></category>
		<category><![CDATA[ฟื้นฟูระบบนิเวศ]]></category>
		<category><![CDATA[สถาปัตยกรรมใต้น้ำ]]></category>
		<category><![CDATA[สมดุลธรรมชาติ]]></category>
		<category><![CDATA[อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.asamedia.org/?p=30747</guid>
		<description><![CDATA[“สถาปัตยกรรมใต้น้ำจากปะการังเทียม” สร้างสมดุลธรรมชาติท้องสมุทร ป้องกันชายฝั่ง ฟื้นระบบนิเวศ ขยายพันธุ์ปลา และสัตว์น้ำต่าง ๆ สู่แหล่งดำน้ำใหม่ในอนาคต ณ “ทะเลแหลมฉบัง” “ประภาคาร” ที่เรารู้จักกันนั้น คือ หอคอย หรือ สิ่งก่อสร้างที่สูงเด่น มองเห็นได้ไกล มีไฟสัญญาณส่องสว่างตั้งอยู่บนยอด โดยใช้แสงไฟแสดงที่หมายในการนำเรือเข้าร่องน้ำ อ่าว เขตท่าเรือ หรือ เตือนตำบลที่ ป้องกันเรือวิ่งเข้าหากองหิน ที่ตื้น และสิ่งกีดขวางที่เป็นอันตรายต่อการเดินเรือ ด้วยลักษณะดังกล่าว การท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) จึงปิ๊งไอเดีย “สร้างบ้านให้ปลา” ในรูปแบบ “ประภาคาร” หวังเป็น “สถาปัตยกรรมใต้น้ำจากปะการังเทียม” ที่ไม่เพียงอนุรักษ์ชีวิตสัตว์ทะเล แต่ยังสามารถพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศทางทะเลได้ เนื่องจาก “กิจการท่าเรือ” เป็นธุรกิจที่ส่งผลกระทบต่อการอยู่อาศัย ขยายพันธุ์ของปลา และสัตว์น้ำภายในอาณาบริเวณท่าเรือ เพื่อเป็นการชดเชยผลกระทบดังกล่าว กทท.จึงจัดทำโครงการปะการังเทียม “ประภาคารปลาการท่าเรือฯ เฉลิมพระเกียรติ” โดยได้รับความเห็นชอบจากกระทรวงคมนาคม และคณะกรรมการฝ่ายโครงการและกิจกรรมของรัฐบาล ให้เข้าร่วมเป็นโครงการ/กิจกรรมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวโรกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 7 รอบ 5 ธันวาคม 2554 [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<span class="fb_share"><fb:like href="http://www.asamedia.org/2012/01/%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%aa/" layout="button_count"></fb:like></span><p><a class="highslide" onclick="return vz.expand(this)" href="http://www.asamedia.org/wp-content/uploads/6875.jpg"><img class="alignnone size-medium wp-image-30748" title="6875" src="http://www.asamedia.org/wp-content/uploads/6875-300x161.jpg" alt="" width="300" height="161" /></a></p>
<p><strong>“สถาปัตยกรรมใต้น้ำจากปะการังเทียม” สร้างสมดุลธรรมชาติท้องสมุทร ป้องกันชายฝั่ง ฟื้นระบบนิเวศ ขยายพันธุ์ปลา และสัตว์น้ำต่าง ๆ สู่แหล่งดำน้ำใหม่ในอนาคต ณ “ทะเลแหลมฉบัง”</strong></p>
<p>“ประภาคาร” ที่เรารู้จักกันนั้น คือ หอคอย หรือ สิ่งก่อสร้างที่สูงเด่น มองเห็นได้ไกล มีไฟสัญญาณส่องสว่างตั้งอยู่บนยอด โดยใช้แสงไฟแสดงที่หมายในการนำเรือเข้าร่องน้ำ อ่าว เขตท่าเรือ หรือ เตือนตำบลที่ ป้องกันเรือวิ่งเข้าหากองหิน ที่ตื้น และสิ่งกีดขวางที่เป็นอันตรายต่อการเดินเรือ ด้วยลักษณะดังกล่าว การท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) จึงปิ๊งไอเดีย “สร้างบ้านให้ปลา” ในรูปแบบ “ประภาคาร” หวังเป็น “สถาปัตยกรรมใต้น้ำจากปะการังเทียม” ที่ไม่เพียงอนุรักษ์ชีวิตสัตว์ทะเล แต่ยังสามารถพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศทางทะเลได้</p>
<p>เนื่องจาก “กิจการท่าเรือ” เป็นธุรกิจที่ส่งผลกระทบต่อการอยู่อาศัย ขยายพันธุ์ของปลา และสัตว์น้ำภายในอาณาบริเวณท่าเรือ เพื่อเป็นการชดเชยผลกระทบดังกล่าว กทท.จึงจัดทำโครงการปะการังเทียม “ประภาคารปลาการท่าเรือฯ เฉลิมพระเกียรติ” โดยได้รับความเห็นชอบจากกระทรวงคมนาคม และคณะกรรมการฝ่ายโครงการและกิจกรรมของรัฐบาล ให้เข้าร่วมเป็นโครงการ/กิจกรรมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวโรกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 7 รอบ 5 ธันวาคม 2554</p>
<p><strong>ทั้งนี้ นายเฉลิมชัย มีคุณเอี่ยม ผู้อำนวยการการท่าเรือแห่งประเทศไทย เผยว่า </strong>ยังเป็นประโยชน์เชิงอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมทางทะเล สร้างแหล่งหลบภัย อยู่อาศัย ขยายพันธุ์ของปลา และสัตว์น้ำ เพิ่มพื้นที่ในการลงเกาะของตัวอ่อนปะการัง เป็นแนวกีดขวางการทำประมงอวนลาก อวนรุน ที่ทำลายพืช และสัตว์น้ำหน้าดิน ซึ่งเป็นระบบนิเวศสำคัญ และป้องกันการกัดเซาะชายฝั่ง ลดความแรงของคลื่น และกระแสน้ำ ทั้งยังหวังจะช่วยเพิ่มแหล่งทำประมงพื้นบ้าน รวมถึงชุมชนใกล้เคียงพื้นที่โครงการมีโอกาสพบปะปรึกษาการบริหารจัดการ ใช้ประโยชน์ร่วมกัน สร้างความร่วมมือ และสภาพสังคมที่ดี ขณะเดียวกัน ยังเป็นประโยชน์เชิงส่งเสริมการท่องเที่ยว สร้างแหล่งท่องเที่ยวดำน้ำ สร้างเสริมรายได้ให้ชุมชนใกล้เคียงพื้นที่โครงการ จึงได้สร้างปะการังเทียมให้มีคุณค่าทางสถาปัตยกรรม ทั้งการประกอบตัวปะการัง และการจัดวาง สู่ที่มาของ “ประภาคารปลา”</p>
<p>ปะการังเทียมจะทำหน้าที่คล้ายแนวหิน หรือ แนวปะการังที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ โดยสร้างขึ้นในรูปแบบต่าง ๆ อย่างมีแบบแผน เพื่อดัดแปลง ปรับปรุง เสริมแต่งสภาพพื้นที่ท้องทะเลให้เหมาะสมกับลักษณะที่สัตว์น้ำชอบอาศัย โดยเลียนแบบบริเวณที่มีกองหินใต้น้ำ ซากเรืออับปาง มักใช้วัสดุแข็งแรง ทนทาน มีน้ำหนัก ต้านทานกระแสน้ำ ไม่ถูกกัดเซาะจากน้ำเค็ม มีช่องเงาให้สัตว์น้ำใช้กำบัง หรือ ซ่อนตัว</p>
<p>ถือเป็นแหล่งอนุบาลสัตว์น้ำวัยอ่อน รวมถึงพื้นที่ลงเกาะของตัวอ่อนปะการัง หอย ฟองน้ำ เพื่อแพร่ขยายพันธุ์ อีกทั้ง สิ่งมีชีวิตพวกสาหร่าย สัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง และสัตว์หน้าดิน มักมาจับจองเป็นที่อยู่ กลายเป็นแหล่งอาหารสมบูรณ์สำหรับปลาอีกต่อหนึ่ง</p>
<p><strong>ด้าน เรือเอก อิทธิชัย สุพรรณกูล นักบริหาร 16 ประจำผู้อำนวยการการท่าเรือฯ ในฐานะหัวหน้าคณะทำงานโครงการปะการังเทียม “ประภาคารปลาการท่าเรือฯ เฉลิมพระเกียรติ” กล่าวถึง ขั้นตอนการดำเนินโครงการ ว่า</strong>เริ่มจากคัดเลือกพื้นที่เป้าหมาย สำรวจ กำหนดพิกัดภูมิศาสตร์ และรูปแบบการวางปะการังเทียมร่วมกับชุมชนใกล้เคียงพื้นที่เป้าหมาย จัดทำแบบแปลนจัดสร้าง และจัดวาง ขออนุญาตหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง คือ กองทัพเรือ กรมเจ้าท่า กรมประมง และกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง จากนั้น จัดสร้างปะการังเทียม และจัดวางตามรูปแบบ-ตำบลที่กำหนด ตรวจสอบความถูกต้องของตำบล-ความลึกน้ำ ทำเครื่องหมายแสดง-ประกาศพิกัดพื้นที่จัดสร้างปะการังเทียม และรายงานผลดำเนินโครงการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทราบ</p>
<p>โดยพื้นที่โครงการอยู่ฝั่งตะวันตกของชายเขาแหลมฉบังด้านทิศใต้ พิกัดละติจูด 13 04&#8242; 36&#8243; N ลองจิจูด 100 52&#8242; 10&#8243; E ซึ่งเป็นพื้นที่ภายในอาณาบริเวณทางน้ำของ กทท. ณ ท่าเรือแหลมฉบัง อยู่นอกทุ่นกำกับร่องน้ำทางเดินเรือของเรือสินค้า ระยะห่างจากฝั่ง 1,000 เมตร และมีความลึก 11-12 เมตร</p>
<p>“ปะการังเทียมดังกล่าว กทท.จัดสร้างขึ้นเป็นโครงคอนกรีตเสริมเหล็ก ทรงลูกบาศก์โปร่ง ขนาด 1.5 เมตร น้ำหนัก 1,060 กิโลกรัม น้ำหนักเมื่ออยู่ในน้ำ 600 กิโลกรัม จำนวน 150 แท่ง ออกแบบผังการจัดวาง และประกอบเป็น 6 ชุด ชุดละ 17-29 แท่ง จัดวางขนานชายฝั่งทะเลแหลมฉบังขึ้นไปทางทิศเหนือเป็น 3 กลุ่ม กลุ่มละ 2 ชุด เป็นแนวปะการังกว้าง 9 เมตร ยาว 53.50 เมตร โดยจินตนาการให้เหมาะกับการอยู่อาศัยของปลา และสะดวกปลอดภัยในการดำชมพื้นที่โครงการ โดยมีตำแหน่งอยู่นอกเส้นทางการเดินเรือ และมีลักษณะเป็นพื้นราบต่อเนื่องจากพื้นที่ลาดชัน พื้นทะเลไม่เป็นโคลนเหลว เหมาะสำหรับวางปะการังเทียม สะดวกในการใช้ประโยชน์ และสามารถขยายโครงการระยะต่อ ๆ ไป ซึ่งหลังจากเปิดโครงการวันที่ 23 ธ.ค.54 และดำเนินการจัดวางปะการังเทียมตามจุดพิกัดพื้นที่เป้าหมายแล้วเสร็จ เมื่อครบ 1 ปี กทท.จะประเมินผลโครงการด้านทรัพยากรสัตว์น้ำ เศรษฐกิจ และสังคมของชุมชนในพื้นที่ เพื่อพัฒนาขยายโครงการต่อเนื่องจากพื้นที่เดิม” <strong>เรือเอก อิทธิชัย กล่าว</strong></p>
<p><strong>การจัดสร้างแหล่งอาศัยของสัตว์ทะเล หรือ ปะการังเทียม ถือเป็นหนึ่งหนทางช่วยฟื้นฟูระบบนิเวศ สร้างแหล่งอาศัยสัตว์ทะเล ช่วยเพิ่มผลผลิตสัตว์น้ำ รวมไปถึงพัฒนาเป็นแหล่งประมง ขณะเดียวกัน การดูแลสิ่งแวดล้อม และทรัพยากรธรรมชาติในท้องถิ่นให้มีความอุดมสมบูรณ์ร่วมด้วย ยังสามารถพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศทางทะเลได้เช่นกัน แต่เหนือสิ่งอื่นใดนั้น คือ จุดเริ่มต้นที่ดีในการรักษาสมดุลของธรรมชาติให้อยู่คู่ท้องทะเลไทยต่อไป.</strong></p>
<p>ที่มา : เดลินิวส์</p>
<span class="fb_share"><fb:like href="http://www.asamedia.org/2012/01/%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%aa/" layout="button_count"></fb:like></span>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.asamedia.org/2012/01/%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%aa/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ปีนี้โลกร้อนสุดในรอบ 161 ปี</title>
		<link>http://www.asamedia.org/2012/01/%e0%b8%9b%e0%b8%b5%e0%b8%99%e0%b8%b5%e0%b9%89%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%94%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%9a-161-%e0%b8%9b/</link>
		<comments>http://www.asamedia.org/2012/01/%e0%b8%9b%e0%b8%b5%e0%b8%99%e0%b8%b5%e0%b9%89%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%94%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%9a-161-%e0%b8%9b/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 08 Jan 2012 15:25:11 +0000</pubDate>
		<dc:creator>pimai</dc:creator>
				<category><![CDATA[Features]]></category>
		<category><![CDATA[สิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[ที่สุดแห่งปี]]></category>
		<category><![CDATA[ที่สุดในโลก]]></category>
		<category><![CDATA[อากาศร้อน]]></category>
		<category><![CDATA[อุณหภูมิโลก]]></category>
		<category><![CDATA[โลกร้อน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.asamedia.org/?p=30726</guid>
		<description><![CDATA[ สำนักงานอุตุนิยมวิทยา สหราชอาณาจักร เปิดเผยว่า ในปีนี้จะเป็นปีที่โลกร้อนที่สุดติด 1 ใน 10 ของปีที่ร้อนที่สุดในรอบ 161 ปี โดยคาดว่าอุณหภูมิโลกจะสูงขึ้น เกือบครึ่งองศาเซลเซียสจากอุณหภูมิเฉลี่ย 14 องศาเซลเซียสในช่วงปี 2504-2533 และจะเป็นปีที่โลกเกิดปรากฏการณ์สภาพอากาศแปรปรวนลานิญา อย่างรุนแรงมาก ซึ่งแม้ไม่ได้รุนแรงเท่ากับต้นปีที่แล้วแต่ก็คาดว่าจะยังคงส่งอิทธิพลต่ออุณหภูมิโลก ทำให้เชื่อว่าในปีนี้โลกจะมีอุณหภูมิสูงขึ้นกว่า ปีที่แล้วเล็กน้อย แต่ยังไม่เท่ากับในปี 2553 สำหรับอุณหภูมิโลกในปีที่แล้ว ปรากฏว่า สูงกว่าค่าเฉลี่ย 0.41 องศาเซลเซียส ด้านองค์การอุตุนิยมวิทยาโลก ระบุว่า ปี 2553 เป็นปีที่โลกร้อนที่สุดเป็นประวัติการณ์ และร้อนที่สุดหากนับตั้งแต่ปี 2541-2554 &#160; ที่มา : แนวหน้า]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<span class="fb_share"><fb:like href="http://www.asamedia.org/2012/01/%e0%b8%9b%e0%b8%b5%e0%b8%99%e0%b8%b5%e0%b9%89%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%94%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%9a-161-%e0%b8%9b/" layout="button_count"></fb:like></span><p><a class="highslide" onclick="return vz.expand(this)" href="http://www.asamedia.org/wp-content/uploads/17S1.gif"><img class="alignleft size-full wp-image-30727" title="17S1" src="http://www.asamedia.org/wp-content/uploads/17S1.gif" alt="" width="214" height="200" /></a> สำนักงานอุตุนิยมวิทยา สหราชอาณาจักร เปิดเผยว่า ในปีนี้จะเป็นปีที่โลกร้อนที่สุดติด 1 ใน 10 ของปีที่ร้อนที่สุดในรอบ 161 ปี โดยคาดว่าอุณหภูมิโลกจะสูงขึ้น เกือบครึ่งองศาเซลเซียสจากอุณหภูมิเฉลี่ย 14 องศาเซลเซียสในช่วงปี 2504-2533 และจะเป็นปีที่โลกเกิดปรากฏการณ์สภาพอากาศแปรปรวนลานิญา อย่างรุนแรงมาก ซึ่งแม้ไม่ได้รุนแรงเท่ากับต้นปีที่แล้วแต่ก็คาดว่าจะยังคงส่งอิทธิพลต่ออุณหภูมิโลก ทำให้เชื่อว่าในปีนี้โลกจะมีอุณหภูมิสูงขึ้นกว่า ปีที่แล้วเล็กน้อย แต่ยังไม่เท่ากับในปี 2553 สำหรับอุณหภูมิโลกในปีที่แล้ว ปรากฏว่า สูงกว่าค่าเฉลี่ย 0.41 องศาเซลเซียส ด้านองค์การอุตุนิยมวิทยาโลก ระบุว่า ปี 2553 เป็นปีที่โลกร้อนที่สุดเป็นประวัติการณ์ และร้อนที่สุดหากนับตั้งแต่ปี 2541-2554</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ที่มา : แนวหน้า</p>
<span class="fb_share"><fb:like href="http://www.asamedia.org/2012/01/%e0%b8%9b%e0%b8%b5%e0%b8%99%e0%b8%b5%e0%b9%89%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%94%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%9a-161-%e0%b8%9b/" layout="button_count"></fb:like></span>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.asamedia.org/2012/01/%e0%b8%9b%e0%b8%b5%e0%b8%99%e0%b8%b5%e0%b9%89%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%94%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%9a-161-%e0%b8%9b/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ชี้ช่องเจาะตลาดกล้วยไม้ไทยในอินเดีย</title>
		<link>http://www.asamedia.org/2012/01/%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b9%89%e0%b8%8a%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%b0%e0%b8%95%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%94%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b9%84%e0%b8%a1/</link>
		<comments>http://www.asamedia.org/2012/01/%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b9%89%e0%b8%8a%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%b0%e0%b8%95%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%94%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b9%84%e0%b8%a1/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 08 Jan 2012 15:10:36 +0000</pubDate>
		<dc:creator>pimai</dc:creator>
				<category><![CDATA[Features]]></category>
		<category><![CDATA[เกษตรกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[กรุงนิวเดลี]]></category>
		<category><![CDATA[กล้วยไม้ไทย]]></category>
		<category><![CDATA[ช่องทางเกษตร]]></category>
		<category><![CDATA[ตลาดกล้วยไม้อินเดีย]]></category>
		<category><![CDATA[มุมไบ]]></category>
		<category><![CDATA[ส่งออกกล้วยไม้]]></category>
		<category><![CDATA[เมืองไฮเดอราบัด]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.asamedia.org/?p=30717</guid>
		<description><![CDATA[แม้ว่าอินเดียจะมีกล้วยไม้เป็นของตนเองกว่า 1,000 สายพันธุ์ โดยแหล่งใหญ่จะอยู่แถบอีสานและภาคใต้ของอินเดีย แต่ส่วนใหญ่เป็นฟาร์มแบบชาวบ้าน และคนกลางจะเป็นคนคอยรวบรวมไปส่งตลาดอีกทอดหนึ่ง คุณภาพจึงไม่ค่อยคงที่ ขณะที่ความต้องการดอกกล้วยไม้ในเมืองใหญ่ เช่น มุมไบ กรุงนิวเดลี บังกาลอร์ และเจนไนเพิ่มสูงขึ้นอย่างน่าตกใจ เปิดช่องให้กล้วยไม้ไทยมีโอกาสสูงในตลาดนี้ ศูนย์กลางการจำหน่ายกล้วยไม้ที่สำคัญของอินเดีย นอกจากที่เมืองโคชิน  และเมืองติรุวันนันทะปูรัม ซึ่งตั้งอยู่ในรัฐเคราละแล้ว ยังมีการจำหน่ายในเมืองที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจอีกหลายเมือง อาทิ เมืองเจนไน เมืองบังกาลอร์ เมืองมุมไบ กรุงนิวเดลี และเมืองไฮเดอราบัด เป็นต้น ทั้งนี้ เนื่องจากเป็นแหล่งผู้ซื้อกระเป๋าหนัก โดยนิยมใช้กันในโรงแรมหรู ศาสนสถาน และบริษัทรับจัดงานเลี้ยงสังสรรค์  และงานแต่งงานที่มักจะจัดหนักกันแทบทุกงาน โดยกลุ่มผู้ซื้อเหล่านี้จะสั่งซื้อดอกไม้ที่เลิศหรูที่สุดเท่าที่จะทำได้ มีข้อน่าสังเกตว่าคนที่มีพื้นเพจากเมืองไฮเดอราบัดไปทำงานที่ดูไบนับแสนคนแล้วส่งเงินกลับไปให้ครอบครัวที่บ้านเกิด ทำให้ชาวเมืองไฮเดอราบัดใช้ชีวิตที่หรูหราไม่แพ้เมืองมุมไบเลย สำหรับภาษีดอกไม้ตัดดอกจากต่างประเทศจะอยู่ในราว 28% แต่ไม่ถือว่าเป็นอุปสรรคเนื่องจากผู้ซื้อกล้วยไม้ในอินเดียเป็นตลาดบน คือบรรดาเศรษฐีอินเดียที่มีประมาณ 30 ล้านคน นับเป็นข่าวดีที่ผู้ซื้อรายใหญ่ของอินเดีย บริษัท ศรีมันตราต้องการสั่งซื้อกล้วยไม้จากไทยไม่อั้น ผู้สนใจเจาะตลาดกล้วยไม้อินเดีย ติดต่อ ดร.ไพศาล มะระพฤกษ์วรรณ ผอ.สำนักงานส่งเสริมการค้าฯ ณ เมืองเจนไน ด่วน ที่ thaitradechennai@gmail.com ที่มา [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<span class="fb_share"><fb:like href="http://www.asamedia.org/2012/01/%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b9%89%e0%b8%8a%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%b0%e0%b8%95%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%94%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b9%84%e0%b8%a1/" layout="button_count"></fb:like></span><p><a class="highslide" onclick="return vz.expand(this)" href="http://www.asamedia.org/wp-content/uploads/6207.jpg"><img class="alignright size-medium wp-image-30718" title="6207" src="http://www.asamedia.org/wp-content/uploads/6207-300x161.jpg" alt="" width="300" height="161" /></a>แม้ว่าอินเดียจะมีกล้วยไม้เป็นของตนเองกว่า 1,000 สายพันธุ์ โดยแหล่งใหญ่จะอยู่แถบอีสานและภาคใต้ของอินเดีย แต่ส่วนใหญ่เป็นฟาร์มแบบชาวบ้าน และคนกลางจะเป็นคนคอยรวบรวมไปส่งตลาดอีกทอดหนึ่ง คุณภาพจึงไม่ค่อยคงที่ ขณะที่ความต้องการดอกกล้วยไม้ในเมืองใหญ่ เช่น มุมไบ กรุงนิวเดลี บังกาลอร์ <span id="more-30717"></span>และเจนไนเพิ่มสูงขึ้นอย่างน่าตกใจ เปิดช่องให้กล้วยไม้ไทยมีโอกาสสูงในตลาดนี้</p>
<p>ศูนย์กลางการจำหน่ายกล้วยไม้ที่สำคัญของอินเดีย นอกจากที่เมืองโคชิน  และเมืองติรุวันนันทะปูรัม ซึ่งตั้งอยู่ในรัฐเคราละแล้ว ยังมีการจำหน่ายในเมืองที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจอีกหลายเมือง อาทิ เมืองเจนไน เมืองบังกาลอร์ เมืองมุมไบ กรุงนิวเดลี และเมืองไฮเดอราบัด เป็นต้น ทั้งนี้ เนื่องจากเป็นแหล่งผู้ซื้อกระเป๋าหนัก โดยนิยมใช้กันในโรงแรมหรู ศาสนสถาน และบริษัทรับจัดงานเลี้ยงสังสรรค์  และงานแต่งงานที่มักจะจัดหนักกันแทบทุกงาน โดยกลุ่มผู้ซื้อเหล่านี้จะสั่งซื้อดอกไม้ที่เลิศหรูที่สุดเท่าที่จะทำได้ มีข้อน่าสังเกตว่าคนที่มีพื้นเพจากเมืองไฮเดอราบัดไปทำงานที่ดูไบนับแสนคนแล้วส่งเงินกลับไปให้ครอบครัวที่บ้านเกิด ทำให้ชาวเมืองไฮเดอราบัดใช้ชีวิตที่หรูหราไม่แพ้เมืองมุมไบเลย สำหรับภาษีดอกไม้ตัดดอกจากต่างประเทศจะอยู่ในราว 28% แต่ไม่ถือว่าเป็นอุปสรรคเนื่องจากผู้ซื้อกล้วยไม้ในอินเดียเป็นตลาดบน คือบรรดาเศรษฐีอินเดียที่มีประมาณ 30 ล้านคน นับเป็นข่าวดีที่ผู้ซื้อรายใหญ่ของอินเดีย บริษัท ศรีมันตราต้องการสั่งซื้อกล้วยไม้จากไทยไม่อั้น ผู้สนใจเจาะตลาดกล้วยไม้อินเดีย ติดต่อ ดร.ไพศาล มะระพฤกษ์วรรณ ผอ.สำนักงานส่งเสริมการค้าฯ ณ เมืองเจนไน ด่วน ที่ thaitradechennai@gmail.com</p>
<p>ที่มา : เดลินิวส์</p>
<span class="fb_share"><fb:like href="http://www.asamedia.org/2012/01/%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b9%89%e0%b8%8a%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%b0%e0%b8%95%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%94%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b9%84%e0%b8%a1/" layout="button_count"></fb:like></span>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.asamedia.org/2012/01/%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b9%89%e0%b8%8a%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%b0%e0%b8%95%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%94%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b9%84%e0%b8%a1/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

