<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ASA Media : อาสามีเดีย &#187; สิ่งแวดล้อม</title>
	<atom:link href="http://www.asamedia.org/category/aroundus/environment/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.asamedia.org</link>
	<description>สื่อสีขาว สื่อสร้างสรรค์ สร้างจิตสำนึกดี</description>
	<lastBuildDate>Fri, 10 Feb 2012 13:27:02 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.3.1</generator>
		<item>
		<title>แก้ปัญหาความขัดแย้งประชาชน กับเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน</title>
		<link>http://www.asamedia.org/2012/01/%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b9%89%e0%b8%9b%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%82%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b9%81%e0%b8%a2%e0%b9%89%e0%b8%87%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0/</link>
		<comments>http://www.asamedia.org/2012/01/%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b9%89%e0%b8%9b%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%82%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b9%81%e0%b8%a2%e0%b9%89%e0%b8%87%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 20 Jan 2012 04:58:42 +0000</pubDate>
		<dc:creator>pimai</dc:creator>
				<category><![CDATA[Features]]></category>
		<category><![CDATA[สิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[คืนพื้นที่ป่า]]></category>
		<category><![CDATA[สัตว์ป่า]]></category>
		<category><![CDATA[เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง]]></category>
		<category><![CDATA[เส้นทางสัญจร]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.asamedia.org/?p=30846</guid>
		<description><![CDATA[จากกรณีที่ได้เกิดความขัดแย้งที่ชาวบ้านลุกฮือขึ้นมาประท้วงเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน ระหว่างกม.ที่ 15-30 เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงเวลาปิด-เปิดการใช้ถนนจากเดิม 21.00–05.00 น. เป็น 18.00–06.00 น.  ทำให้ประชาชนได้รับผลกระทบในการใช้เส้นทางสัญจรนั้น  นายปรีชา  เร่งสมบูรณ์สุข  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้มอบหมายให้ นายศักดา นพสิทธิ์ เลขาธิการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อมูลจากประชาชนเพื่อหาแนวทางในการแก้ไข นายศักดา เลขาธิการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า  ผลจากการได้รับข้อมูลจาก ส.ส.ในพื้นที่ ปลัดจังหวัด ผู้นำท้องถิ่น และผู้ประกอบการในพื้นที่ทราบว่า ปัญหาความเดือดร้อนในการเปลี่ยนแปลงการปิดเปิดถนนเส้นนี้ เนื่องจากเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง ทำให้สัตว์ป่าสงวนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เกิดอุบัติเหตุถูกรถชนเสียชีวิตเป็นจำนวนมาก  ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นช่วงเวลาหลัง 18.00 น. และในการที่ปิดเปิดถนนเป็นช่วงเวลานั้น  ผลดีจะเป็นการลดการสูญเสียชีวิตสัตว์ป่าที่อาจเกิดจากอุบัติเหตุการใช้เส้นทางสายนี้โดยยานพาหนะรถยนต์ทุกประเภท  เป็นการคืนพื้นที่ป่าบางส่วนให้กับบรรดาสัตว์ป่าในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน ซึ่งอาจก่อให้เกิดการขยายพันธุ์สัตว์ป่าที่อาจสูญพันธุ์บางชนิดเพิ่มมากขึ้นในอนาคต ซึ่งแนวทางการแก้ไขนั้น เบื้องต้นได้ข้อสรุปให้ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนในการปิดเปิดถนนในช่วงเวลาใหม่เข้ามาติดต่อเพื่อขอลงทะเบียนกับสำนักงานเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน เพื่อขอสติกเกอร์ไปติดที่รถในระหว่างที่ใช้รถสัญจรในช่วงเวลาที่ปิดถนน สำหรับแนวทางแก้ไขที่ประชาชนขอให้เปิดช่องทางถนนตลอด 24 ชั่วโมงนั้น ทางกระทรวงฯ ต้องขอนำข้อมูลไปประชุมเพื่อหารือก่อน เนื่องจากมีแนวทางอยู่หลายแนวทาง เช่น การสร้างสะพานลอยฟ้า ทำรั้วตลอดเส้นทาง สร้างสะพานให้สัตว์ลอดต่อไป. ที่มา : เดลินิวส์]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<span class="fb_share"><fb:like href="http://www.asamedia.org/2012/01/%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b9%89%e0%b8%9b%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%82%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b9%81%e0%b8%a2%e0%b9%89%e0%b8%87%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0/" layout="button_count"></fb:like></span><p><a class="highslide" onclick="return vz.expand(this)" href="http://www.asamedia.org/wp-content/uploads/8310.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-30848" title="8310" src="http://www.asamedia.org/wp-content/uploads/8310-300x161.jpg" alt="" width="300" height="161" /></a>จากกรณีที่ได้เกิดความขัดแย้งที่ชาวบ้านลุกฮือขึ้นมาประท้วงเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน ระหว่างกม.ที่ 15-30 เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงเวลาปิด-เปิดการใช้ถนนจากเดิม 21.00–05.00 น. เป็น 18.00–06.00 น.  ทำให้ประชาชนได้รับผลกระทบในการใช้เส้นทางสัญจรนั้น  นายปรีชา  เร่งสมบูรณ์สุข  รัฐมนตรี<span id="more-30846"></span>ว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้มอบหมายให้ นายศักดา นพสิทธิ์ เลขาธิการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อมูลจากประชาชนเพื่อหาแนวทางในการแก้ไข</p>
<p>นายศักดา เลขาธิการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า  ผลจากการได้รับข้อมูลจาก ส.ส.ในพื้นที่ ปลัดจังหวัด ผู้นำท้องถิ่น และผู้ประกอบการในพื้นที่ทราบว่า ปัญหาความเดือดร้อนในการเปลี่ยนแปลงการปิดเปิดถนนเส้นนี้ เนื่องจากเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง ทำให้สัตว์ป่าสงวนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เกิดอุบัติเหตุถูกรถชนเสียชีวิตเป็นจำนวนมาก  ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นช่วงเวลาหลัง 18.00 น. และในการที่ปิดเปิดถนนเป็นช่วงเวลานั้น  ผลดีจะเป็นการลดการสูญเสียชีวิตสัตว์ป่าที่อาจเกิดจากอุบัติเหตุการใช้เส้นทางสายนี้โดยยานพาหนะรถยนต์ทุกประเภท  เป็นการคืนพื้นที่ป่าบางส่วนให้กับบรรดาสัตว์ป่าในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน ซึ่งอาจก่อให้เกิดการขยายพันธุ์สัตว์ป่าที่อาจสูญพันธุ์บางชนิดเพิ่มมากขึ้นในอนาคต ซึ่งแนวทางการแก้ไขนั้น เบื้องต้นได้ข้อสรุปให้ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนในการปิดเปิดถนนในช่วงเวลาใหม่เข้ามาติดต่อเพื่อขอลงทะเบียนกับสำนักงานเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน เพื่อขอสติกเกอร์ไปติดที่รถในระหว่างที่ใช้รถสัญจรในช่วงเวลาที่ปิดถนน สำหรับแนวทางแก้ไขที่ประชาชนขอให้เปิดช่องทางถนนตลอด 24 ชั่วโมงนั้น ทางกระทรวงฯ ต้องขอนำข้อมูลไปประชุมเพื่อหารือก่อน เนื่องจากมีแนวทางอยู่หลายแนวทาง เช่น การสร้างสะพานลอยฟ้า ทำรั้วตลอดเส้นทาง สร้างสะพานให้สัตว์ลอดต่อไป.</p>
<p>ที่มา : เดลินิวส์</p>
<span class="fb_share"><fb:like href="http://www.asamedia.org/2012/01/%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b9%89%e0%b8%9b%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%82%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b9%81%e0%b8%a2%e0%b9%89%e0%b8%87%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0/" layout="button_count"></fb:like></span>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.asamedia.org/2012/01/%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b9%89%e0%b8%9b%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%82%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b9%81%e0%b8%a2%e0%b9%89%e0%b8%87%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>มารู้จัก“ประภาคารปลา”สถาปัตยกรรมแบบใหม่ใต้ทะเล</title>
		<link>http://www.asamedia.org/2012/01/%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%aa/</link>
		<comments>http://www.asamedia.org/2012/01/%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%aa/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 12 Jan 2012 15:04:40 +0000</pubDate>
		<dc:creator>pimai</dc:creator>
				<category><![CDATA[Features]]></category>
		<category><![CDATA[สิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[ประภาคารปลา]]></category>
		<category><![CDATA[ปะการังเทียม]]></category>
		<category><![CDATA[ฟื้นฟูระบบนิเวศ]]></category>
		<category><![CDATA[สถาปัตยกรรมใต้น้ำ]]></category>
		<category><![CDATA[สมดุลธรรมชาติ]]></category>
		<category><![CDATA[อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.asamedia.org/?p=30747</guid>
		<description><![CDATA[“สถาปัตยกรรมใต้น้ำจากปะการังเทียม” สร้างสมดุลธรรมชาติท้องสมุทร ป้องกันชายฝั่ง ฟื้นระบบนิเวศ ขยายพันธุ์ปลา และสัตว์น้ำต่าง ๆ สู่แหล่งดำน้ำใหม่ในอนาคต ณ “ทะเลแหลมฉบัง” “ประภาคาร” ที่เรารู้จักกันนั้น คือ หอคอย หรือ สิ่งก่อสร้างที่สูงเด่น มองเห็นได้ไกล มีไฟสัญญาณส่องสว่างตั้งอยู่บนยอด โดยใช้แสงไฟแสดงที่หมายในการนำเรือเข้าร่องน้ำ อ่าว เขตท่าเรือ หรือ เตือนตำบลที่ ป้องกันเรือวิ่งเข้าหากองหิน ที่ตื้น และสิ่งกีดขวางที่เป็นอันตรายต่อการเดินเรือ ด้วยลักษณะดังกล่าว การท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) จึงปิ๊งไอเดีย “สร้างบ้านให้ปลา” ในรูปแบบ “ประภาคาร” หวังเป็น “สถาปัตยกรรมใต้น้ำจากปะการังเทียม” ที่ไม่เพียงอนุรักษ์ชีวิตสัตว์ทะเล แต่ยังสามารถพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศทางทะเลได้ เนื่องจาก “กิจการท่าเรือ” เป็นธุรกิจที่ส่งผลกระทบต่อการอยู่อาศัย ขยายพันธุ์ของปลา และสัตว์น้ำภายในอาณาบริเวณท่าเรือ เพื่อเป็นการชดเชยผลกระทบดังกล่าว กทท.จึงจัดทำโครงการปะการังเทียม “ประภาคารปลาการท่าเรือฯ เฉลิมพระเกียรติ” โดยได้รับความเห็นชอบจากกระทรวงคมนาคม และคณะกรรมการฝ่ายโครงการและกิจกรรมของรัฐบาล ให้เข้าร่วมเป็นโครงการ/กิจกรรมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวโรกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 7 รอบ 5 ธันวาคม 2554 [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<span class="fb_share"><fb:like href="http://www.asamedia.org/2012/01/%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%aa/" layout="button_count"></fb:like></span><p><a class="highslide" onclick="return vz.expand(this)" href="http://www.asamedia.org/wp-content/uploads/6875.jpg"><img class="alignnone size-medium wp-image-30748" title="6875" src="http://www.asamedia.org/wp-content/uploads/6875-300x161.jpg" alt="" width="300" height="161" /></a></p>
<p><strong>“สถาปัตยกรรมใต้น้ำจากปะการังเทียม” สร้างสมดุลธรรมชาติท้องสมุทร ป้องกันชายฝั่ง ฟื้นระบบนิเวศ ขยายพันธุ์ปลา และสัตว์น้ำต่าง ๆ สู่แหล่งดำน้ำใหม่ในอนาคต ณ “ทะเลแหลมฉบัง”</strong></p>
<p>“ประภาคาร” ที่เรารู้จักกันนั้น คือ หอคอย หรือ สิ่งก่อสร้างที่สูงเด่น มองเห็นได้ไกล มีไฟสัญญาณส่องสว่างตั้งอยู่บนยอด โดยใช้แสงไฟแสดงที่หมายในการนำเรือเข้าร่องน้ำ อ่าว เขตท่าเรือ หรือ เตือนตำบลที่ ป้องกันเรือวิ่งเข้าหากองหิน ที่ตื้น และสิ่งกีดขวางที่เป็นอันตรายต่อการเดินเรือ ด้วยลักษณะดังกล่าว การท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) จึงปิ๊งไอเดีย “สร้างบ้านให้ปลา” ในรูปแบบ “ประภาคาร” หวังเป็น “สถาปัตยกรรมใต้น้ำจากปะการังเทียม” ที่ไม่เพียงอนุรักษ์ชีวิตสัตว์ทะเล แต่ยังสามารถพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศทางทะเลได้</p>
<p>เนื่องจาก “กิจการท่าเรือ” เป็นธุรกิจที่ส่งผลกระทบต่อการอยู่อาศัย ขยายพันธุ์ของปลา และสัตว์น้ำภายในอาณาบริเวณท่าเรือ เพื่อเป็นการชดเชยผลกระทบดังกล่าว กทท.จึงจัดทำโครงการปะการังเทียม “ประภาคารปลาการท่าเรือฯ เฉลิมพระเกียรติ” โดยได้รับความเห็นชอบจากกระทรวงคมนาคม และคณะกรรมการฝ่ายโครงการและกิจกรรมของรัฐบาล ให้เข้าร่วมเป็นโครงการ/กิจกรรมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวโรกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 7 รอบ 5 ธันวาคม 2554</p>
<p><strong>ทั้งนี้ นายเฉลิมชัย มีคุณเอี่ยม ผู้อำนวยการการท่าเรือแห่งประเทศไทย เผยว่า </strong>ยังเป็นประโยชน์เชิงอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมทางทะเล สร้างแหล่งหลบภัย อยู่อาศัย ขยายพันธุ์ของปลา และสัตว์น้ำ เพิ่มพื้นที่ในการลงเกาะของตัวอ่อนปะการัง เป็นแนวกีดขวางการทำประมงอวนลาก อวนรุน ที่ทำลายพืช และสัตว์น้ำหน้าดิน ซึ่งเป็นระบบนิเวศสำคัญ และป้องกันการกัดเซาะชายฝั่ง ลดความแรงของคลื่น และกระแสน้ำ ทั้งยังหวังจะช่วยเพิ่มแหล่งทำประมงพื้นบ้าน รวมถึงชุมชนใกล้เคียงพื้นที่โครงการมีโอกาสพบปะปรึกษาการบริหารจัดการ ใช้ประโยชน์ร่วมกัน สร้างความร่วมมือ และสภาพสังคมที่ดี ขณะเดียวกัน ยังเป็นประโยชน์เชิงส่งเสริมการท่องเที่ยว สร้างแหล่งท่องเที่ยวดำน้ำ สร้างเสริมรายได้ให้ชุมชนใกล้เคียงพื้นที่โครงการ จึงได้สร้างปะการังเทียมให้มีคุณค่าทางสถาปัตยกรรม ทั้งการประกอบตัวปะการัง และการจัดวาง สู่ที่มาของ “ประภาคารปลา”</p>
<p>ปะการังเทียมจะทำหน้าที่คล้ายแนวหิน หรือ แนวปะการังที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ โดยสร้างขึ้นในรูปแบบต่าง ๆ อย่างมีแบบแผน เพื่อดัดแปลง ปรับปรุง เสริมแต่งสภาพพื้นที่ท้องทะเลให้เหมาะสมกับลักษณะที่สัตว์น้ำชอบอาศัย โดยเลียนแบบบริเวณที่มีกองหินใต้น้ำ ซากเรืออับปาง มักใช้วัสดุแข็งแรง ทนทาน มีน้ำหนัก ต้านทานกระแสน้ำ ไม่ถูกกัดเซาะจากน้ำเค็ม มีช่องเงาให้สัตว์น้ำใช้กำบัง หรือ ซ่อนตัว</p>
<p>ถือเป็นแหล่งอนุบาลสัตว์น้ำวัยอ่อน รวมถึงพื้นที่ลงเกาะของตัวอ่อนปะการัง หอย ฟองน้ำ เพื่อแพร่ขยายพันธุ์ อีกทั้ง สิ่งมีชีวิตพวกสาหร่าย สัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง และสัตว์หน้าดิน มักมาจับจองเป็นที่อยู่ กลายเป็นแหล่งอาหารสมบูรณ์สำหรับปลาอีกต่อหนึ่ง</p>
<p><strong>ด้าน เรือเอก อิทธิชัย สุพรรณกูล นักบริหาร 16 ประจำผู้อำนวยการการท่าเรือฯ ในฐานะหัวหน้าคณะทำงานโครงการปะการังเทียม “ประภาคารปลาการท่าเรือฯ เฉลิมพระเกียรติ” กล่าวถึง ขั้นตอนการดำเนินโครงการ ว่า</strong>เริ่มจากคัดเลือกพื้นที่เป้าหมาย สำรวจ กำหนดพิกัดภูมิศาสตร์ และรูปแบบการวางปะการังเทียมร่วมกับชุมชนใกล้เคียงพื้นที่เป้าหมาย จัดทำแบบแปลนจัดสร้าง และจัดวาง ขออนุญาตหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง คือ กองทัพเรือ กรมเจ้าท่า กรมประมง และกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง จากนั้น จัดสร้างปะการังเทียม และจัดวางตามรูปแบบ-ตำบลที่กำหนด ตรวจสอบความถูกต้องของตำบล-ความลึกน้ำ ทำเครื่องหมายแสดง-ประกาศพิกัดพื้นที่จัดสร้างปะการังเทียม และรายงานผลดำเนินโครงการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทราบ</p>
<p>โดยพื้นที่โครงการอยู่ฝั่งตะวันตกของชายเขาแหลมฉบังด้านทิศใต้ พิกัดละติจูด 13 04&#8242; 36&#8243; N ลองจิจูด 100 52&#8242; 10&#8243; E ซึ่งเป็นพื้นที่ภายในอาณาบริเวณทางน้ำของ กทท. ณ ท่าเรือแหลมฉบัง อยู่นอกทุ่นกำกับร่องน้ำทางเดินเรือของเรือสินค้า ระยะห่างจากฝั่ง 1,000 เมตร และมีความลึก 11-12 เมตร</p>
<p>“ปะการังเทียมดังกล่าว กทท.จัดสร้างขึ้นเป็นโครงคอนกรีตเสริมเหล็ก ทรงลูกบาศก์โปร่ง ขนาด 1.5 เมตร น้ำหนัก 1,060 กิโลกรัม น้ำหนักเมื่ออยู่ในน้ำ 600 กิโลกรัม จำนวน 150 แท่ง ออกแบบผังการจัดวาง และประกอบเป็น 6 ชุด ชุดละ 17-29 แท่ง จัดวางขนานชายฝั่งทะเลแหลมฉบังขึ้นไปทางทิศเหนือเป็น 3 กลุ่ม กลุ่มละ 2 ชุด เป็นแนวปะการังกว้าง 9 เมตร ยาว 53.50 เมตร โดยจินตนาการให้เหมาะกับการอยู่อาศัยของปลา และสะดวกปลอดภัยในการดำชมพื้นที่โครงการ โดยมีตำแหน่งอยู่นอกเส้นทางการเดินเรือ และมีลักษณะเป็นพื้นราบต่อเนื่องจากพื้นที่ลาดชัน พื้นทะเลไม่เป็นโคลนเหลว เหมาะสำหรับวางปะการังเทียม สะดวกในการใช้ประโยชน์ และสามารถขยายโครงการระยะต่อ ๆ ไป ซึ่งหลังจากเปิดโครงการวันที่ 23 ธ.ค.54 และดำเนินการจัดวางปะการังเทียมตามจุดพิกัดพื้นที่เป้าหมายแล้วเสร็จ เมื่อครบ 1 ปี กทท.จะประเมินผลโครงการด้านทรัพยากรสัตว์น้ำ เศรษฐกิจ และสังคมของชุมชนในพื้นที่ เพื่อพัฒนาขยายโครงการต่อเนื่องจากพื้นที่เดิม” <strong>เรือเอก อิทธิชัย กล่าว</strong></p>
<p><strong>การจัดสร้างแหล่งอาศัยของสัตว์ทะเล หรือ ปะการังเทียม ถือเป็นหนึ่งหนทางช่วยฟื้นฟูระบบนิเวศ สร้างแหล่งอาศัยสัตว์ทะเล ช่วยเพิ่มผลผลิตสัตว์น้ำ รวมไปถึงพัฒนาเป็นแหล่งประมง ขณะเดียวกัน การดูแลสิ่งแวดล้อม และทรัพยากรธรรมชาติในท้องถิ่นให้มีความอุดมสมบูรณ์ร่วมด้วย ยังสามารถพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศทางทะเลได้เช่นกัน แต่เหนือสิ่งอื่นใดนั้น คือ จุดเริ่มต้นที่ดีในการรักษาสมดุลของธรรมชาติให้อยู่คู่ท้องทะเลไทยต่อไป.</strong></p>
<p>ที่มา : เดลินิวส์</p>
<span class="fb_share"><fb:like href="http://www.asamedia.org/2012/01/%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%aa/" layout="button_count"></fb:like></span>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.asamedia.org/2012/01/%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%aa/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ปีนี้โลกร้อนสุดในรอบ 161 ปี</title>
		<link>http://www.asamedia.org/2012/01/%e0%b8%9b%e0%b8%b5%e0%b8%99%e0%b8%b5%e0%b9%89%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%94%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%9a-161-%e0%b8%9b/</link>
		<comments>http://www.asamedia.org/2012/01/%e0%b8%9b%e0%b8%b5%e0%b8%99%e0%b8%b5%e0%b9%89%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%94%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%9a-161-%e0%b8%9b/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 08 Jan 2012 15:25:11 +0000</pubDate>
		<dc:creator>pimai</dc:creator>
				<category><![CDATA[Features]]></category>
		<category><![CDATA[สิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[ที่สุดแห่งปี]]></category>
		<category><![CDATA[ที่สุดในโลก]]></category>
		<category><![CDATA[อากาศร้อน]]></category>
		<category><![CDATA[อุณหภูมิโลก]]></category>
		<category><![CDATA[โลกร้อน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.asamedia.org/?p=30726</guid>
		<description><![CDATA[ สำนักงานอุตุนิยมวิทยา สหราชอาณาจักร เปิดเผยว่า ในปีนี้จะเป็นปีที่โลกร้อนที่สุดติด 1 ใน 10 ของปีที่ร้อนที่สุดในรอบ 161 ปี โดยคาดว่าอุณหภูมิโลกจะสูงขึ้น เกือบครึ่งองศาเซลเซียสจากอุณหภูมิเฉลี่ย 14 องศาเซลเซียสในช่วงปี 2504-2533 และจะเป็นปีที่โลกเกิดปรากฏการณ์สภาพอากาศแปรปรวนลานิญา อย่างรุนแรงมาก ซึ่งแม้ไม่ได้รุนแรงเท่ากับต้นปีที่แล้วแต่ก็คาดว่าจะยังคงส่งอิทธิพลต่ออุณหภูมิโลก ทำให้เชื่อว่าในปีนี้โลกจะมีอุณหภูมิสูงขึ้นกว่า ปีที่แล้วเล็กน้อย แต่ยังไม่เท่ากับในปี 2553 สำหรับอุณหภูมิโลกในปีที่แล้ว ปรากฏว่า สูงกว่าค่าเฉลี่ย 0.41 องศาเซลเซียส ด้านองค์การอุตุนิยมวิทยาโลก ระบุว่า ปี 2553 เป็นปีที่โลกร้อนที่สุดเป็นประวัติการณ์ และร้อนที่สุดหากนับตั้งแต่ปี 2541-2554 &#160; ที่มา : แนวหน้า]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<span class="fb_share"><fb:like href="http://www.asamedia.org/2012/01/%e0%b8%9b%e0%b8%b5%e0%b8%99%e0%b8%b5%e0%b9%89%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%94%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%9a-161-%e0%b8%9b/" layout="button_count"></fb:like></span><p><a class="highslide" onclick="return vz.expand(this)" href="http://www.asamedia.org/wp-content/uploads/17S1.gif"><img class="alignleft size-full wp-image-30727" title="17S1" src="http://www.asamedia.org/wp-content/uploads/17S1.gif" alt="" width="214" height="200" /></a> สำนักงานอุตุนิยมวิทยา สหราชอาณาจักร เปิดเผยว่า ในปีนี้จะเป็นปีที่โลกร้อนที่สุดติด 1 ใน 10 ของปีที่ร้อนที่สุดในรอบ 161 ปี โดยคาดว่าอุณหภูมิโลกจะสูงขึ้น เกือบครึ่งองศาเซลเซียสจากอุณหภูมิเฉลี่ย 14 องศาเซลเซียสในช่วงปี 2504-2533 และจะเป็นปีที่โลกเกิดปรากฏการณ์สภาพอากาศแปรปรวนลานิญา อย่างรุนแรงมาก ซึ่งแม้ไม่ได้รุนแรงเท่ากับต้นปีที่แล้วแต่ก็คาดว่าจะยังคงส่งอิทธิพลต่ออุณหภูมิโลก ทำให้เชื่อว่าในปีนี้โลกจะมีอุณหภูมิสูงขึ้นกว่า ปีที่แล้วเล็กน้อย แต่ยังไม่เท่ากับในปี 2553 สำหรับอุณหภูมิโลกในปีที่แล้ว ปรากฏว่า สูงกว่าค่าเฉลี่ย 0.41 องศาเซลเซียส ด้านองค์การอุตุนิยมวิทยาโลก ระบุว่า ปี 2553 เป็นปีที่โลกร้อนที่สุดเป็นประวัติการณ์ และร้อนที่สุดหากนับตั้งแต่ปี 2541-2554</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ที่มา : แนวหน้า</p>
<span class="fb_share"><fb:like href="http://www.asamedia.org/2012/01/%e0%b8%9b%e0%b8%b5%e0%b8%99%e0%b8%b5%e0%b9%89%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%94%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%9a-161-%e0%b8%9b/" layout="button_count"></fb:like></span>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.asamedia.org/2012/01/%e0%b8%9b%e0%b8%b5%e0%b8%99%e0%b8%b5%e0%b9%89%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%94%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%9a-161-%e0%b8%9b/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>&#8216;โมบายเบิร์น&#8217; พิชิตขยะ นวัตกรรมคนไทย</title>
		<link>http://www.asamedia.org/2012/01/%e0%b9%82%e0%b8%a1%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b9%80%e0%b8%9a%e0%b8%b4%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%99-%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%8a%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%82%e0%b8%a2%e0%b8%b0/</link>
		<comments>http://www.asamedia.org/2012/01/%e0%b9%82%e0%b8%a1%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b9%80%e0%b8%9a%e0%b8%b4%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%99-%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%8a%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%82%e0%b8%a2%e0%b8%b0/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 03 Jan 2012 09:31:00 +0000</pubDate>
		<dc:creator>pimai</dc:creator>
				<category><![CDATA[Features]]></category>
		<category><![CDATA[สิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[กำจัดขยะ]]></category>
		<category><![CDATA[นวัตกรรมคนไทย]]></category>
		<category><![CDATA[ล็อกซเล่ย์]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ]]></category>
		<category><![CDATA[สิงห์ อินทรชูโต]]></category>
		<category><![CDATA[โมบายเบิร์น]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.asamedia.org/?p=30515</guid>
		<description><![CDATA[หลากหลายไอเดียกับการกำจัดขยะหลังน้ำลด &#8220;สิงห์ อินทรชูโต&#8221; เจ้าของไอเดียเสกขยะให้เป็นเงิน เลือกเปลี่ยนโฉมถุงพลาสติกบรรจุทรายให้เป็นเฟอร์นิเจอร์ชิ้นสวย &#8220;สมไทย วงษ์เจริญ&#8221; ราชาขยะรีไซเคิล ช่วยลดปริมาณขยะผ่านธุรกิจรับซื้อของเก่าและขยะรีไซเคิล ส่วน &#8220;นพดล โปธิตา&#8221; นักธุรกิจเมืองเหนือ ปฏิวัติแนวทางกำจัดขยะด้วยนวัตกรรม &#8220;โมบาย เบิร์น&#8221; ทันทีที่เตาเผาขยะไร้มลพิษ บรรทุกบนรถพ่วง 18 ล้อ บุกเข้าไปถึงหมู่บ้าน ส.ภาณุรังษี อ.บางกรวย จ.นนทบุรี กองขยะมหึมาค่อยๆ ทลายลง จุดความหวังของคนในชุมชน ที่ไม่ต้องตั้งตารอรถเก็บขยะเพียงอย่างเดียว &#160; : เคลื่อนเข้าหาเป้าหมาย           ภาพความสำเร็จของเตาเผาไร้มลพิษระบบก๊าซซิฟิเคชั่น เกิดขึ้นชัดเจนช่วง 3 ปีก่อนในหลายจังหวัด โดยฝีมือการพัฒนาของ นพดล โปธิตา กรรมการผู้จัดการบริษัท เชียงใหม่ เอ็นไวรอนเม้นท์ โปรเทค จำกัด จนกลายเป็นแหล่งกำจัดขยะสำคัญให้กับแหล่งท่องเที่ยวกว่า 20 แห่ง เช่น เชียงใหม่ไนท์ซาฟารี เกาะภูเก็ต และขอนแก่น จุดเด่นอยู่ที่ประสิทธิภาพสามารถกำจัดขยะได้ 3-5 ตันต่อวัน กินพลังงานต่ำ และไม่ก่อให้เกิดมลพิษ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<span class="fb_share"><fb:like href="http://www.asamedia.org/2012/01/%e0%b9%82%e0%b8%a1%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b9%80%e0%b8%9a%e0%b8%b4%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%99-%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%8a%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%82%e0%b8%a2%e0%b8%b0/" layout="button_count"></fb:like></span><p><a class="highslide" onclick="return vz.expand(this)" href="http://www.asamedia.org/wp-content/uploads/news_img_426740_1.jpg"><img class="alignnone size-medium wp-image-30516" title="news_img_426740_1" src="http://www.asamedia.org/wp-content/uploads/news_img_426740_1-300x199.jpg" alt="" width="300" height="199" /></a></p>
<p>หลากหลายไอเดียกับการ<a href="http://www.bangkokbiznews.com/home/search/?cx=009233870810540600983%3Ahkyg0dlysoo&amp;cof=FORID%3A9&amp;ie=windows-874&amp;q=%A1%D3%A8%D1%B4%A2%C2%D0" target="_blank">กำจัดขยะ</a>หลังน้ำลด &#8220;สิงห์ อินทรชูโต&#8221; เจ้าของไอเดียเสกขยะให้เป็นเงิน เลือกเปลี่ยนโฉมถุงพลาสติกบรรจุทรายให้เป็นเฟอร์นิเจอร์ชิ้นสวย &#8220;สมไทย วงษ์เจริญ&#8221; ราชาขยะรีไซเคิล ช่วยลดปริมาณขยะผ่านธุรกิจรับซื้อของเก่าและขยะรีไซเคิล ส่วน &#8220;นพดล โปธิตา&#8221; นักธุรกิจเมืองเหนือ ปฏิวัติ<span id="more-30515"></span>แนวทาง<a href="http://www.bangkokbiznews.com/home/search/?cx=009233870810540600983%3Ahkyg0dlysoo&amp;cof=FORID%3A9&amp;ie=windows-874&amp;q=%A1%D3%A8%D1%B4%A2%C2%D0" target="_blank">กำจัดขยะ</a>ด้วยนวัตกรรม &#8220;โมบาย เบิร์น&#8221;</p>
<p>ทันทีที่เตาเผาขยะไร้มลพิษ บรรทุกบนรถพ่วง 18 ล้อ บุกเข้าไปถึงหมู่บ้าน ส.ภาณุรังษี อ.บางกรวย จ.นนทบุรี กองขยะมหึมาค่อยๆ ทลายลง จุดความหวังของคนในชุมชน ที่ไม่ต้องตั้งตารอรถเก็บขยะเพียงอย่างเดียว</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>: เคลื่อนเข้าหาเป้าหมาย</strong></p>
<p><strong>          </strong>ภาพความสำเร็จของเตาเผาไร้มลพิษระบบก๊าซซิฟิเคชั่น เกิดขึ้นชัดเจนช่วง 3 ปีก่อนในหลายจังหวัด โดยฝีมือการพัฒนาของ นพดล โปธิตา กรรมการผู้จัดการบริษัท เชียงใหม่ เอ็นไวรอนเม้นท์ โปรเทค จำกัด จนกลายเป็นแหล่ง<a href="http://www.bangkokbiznews.com/home/search/?cx=009233870810540600983%3Ahkyg0dlysoo&amp;cof=FORID%3A9&amp;ie=windows-874&amp;q=%A1%D3%A8%D1%B4%A2%C2%D0" target="_blank">กำจัดขยะ</a>สำคัญให้กับแหล่งท่องเที่ยวกว่า 20 แห่ง เช่น เชียงใหม่ไนท์ซาฟารี เกาะภูเก็ต และขอนแก่น</p>
<p>จุดเด่นอยู่ที่ประสิทธิภาพสามารถ<a href="http://www.bangkokbiznews.com/home/search/?cx=009233870810540600983%3Ahkyg0dlysoo&amp;cof=FORID%3A9&amp;ie=windows-874&amp;q=%A1%D3%A8%D1%B4%A2%C2%D0" target="_blank">กำจัดขยะ</a>ได้ 3-5 ตันต่อวัน กินพลังงานต่ำ และไม่ก่อให้เกิดมลพิษ ขณะที่ &#8220;โมบาย เบิร์น&#8221; เป็นนวัตกรรมที่ต่อยอดมาจากเตาเผาเดิม แต่ออกแบบให้ใช้งานได้มากขึ้น และลดข้อจำกัดด้านการขนส่ง</p>
<p>&#8220;ครั้งนี้เราได้ต่อยอดเทคโนโลยีโดยเปลี่ยนความคิดไปจากเดิม ที่ต้องขนส่งขยะมาหาเตาเผาเพื่อกำจัด เป็นเตาเผาเคลื่อนไปถึงแหล่งที่มาของขยะแทน&#8221;</p>
<p>จากปริมาณขยะในช่วงปกติที่มีมากถึง 14 ล้านตันต่อปี สวนทางกับศักยภาพในการ<a href="http://www.bangkokbiznews.com/home/search/?cx=009233870810540600983%3Ahkyg0dlysoo&amp;cof=FORID%3A9&amp;ie=windows-874&amp;q=%A1%D3%A8%D1%B4%A2%C2%D0" target="_blank">กำจัดขยะ</a>ในปัจจุบันอยู่ที่ 6-7 ล้านตันต่อวัน ขยะจึงยังเป็นปัญหาใหญ่ของสังคมไทย ซึ่งการฝังกลบยังไม่ใช่คำตอบสุดท้าย<br />
ในช่วงเวลาปกติ คนเราผลิตขยะเฉลี่ยคนละครึ่งกิโลกรัมต่อวัน ไม่รวมขยะจำนวนมหาศาลที่เพิ่มขึ้นหลังเหตุการณ์น้ำท่วม โดยภาระในการกำจัดยังเป็นเรื่องของชุมชน</p>
<p><strong></strong></p>
<p><strong>: เทคโนโลยีเพื่ออนาคต</strong></p>
<p><strong>          </strong>เทคโนโลยีเตาเผาเพื่อสิ่งแวดล้อมนี้ ออกแบบให้ลดการปลดปล่อยก๊าซพิษ ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ของการ<a href="http://www.bangkokbiznews.com/home/search/?cx=009233870810540600983%3Ahkyg0dlysoo&amp;cof=FORID%3A9&amp;ie=windows-874&amp;q=%A1%D3%A8%D1%B4%A2%C2%D0" target="_blank">กำจัดขยะ</a>ด้วยวิธีการเผา โดยนำเทคโนโลยีดักจับฝุ่น ชุดกรองสารพิษ ใส่ไว้ในเตาเผา ตลอดจนกระบวนการเผาที่ใช้อุณหภูมิสูงถึง 800 องศาเซลเซียส ทำให้ก๊าซคาร์บอนมอนออกไซด์ไม่หลุดรอดออกไปในอากาศ ซึ่งการันตีได้ด้วยการรับรองมาตรฐานจากกรมควบคุมมลพิษ</p>
<p>&#8220;ถ้าแนวคิดการ<a href="http://www.bangkokbiznews.com/home/search/?cx=009233870810540600983%3Ahkyg0dlysoo&amp;cof=FORID%3A9&amp;ie=windows-874&amp;q=%A1%D3%A8%D1%B4%A2%C2%D0" target="_blank">กำจัดขยะ</a>ชุมชนทำได้สำเร็จ โดยกระจายไปตั้งอยู่ในชุมชนต่างๆ เชื่อว่าการ<a href="http://www.bangkokbiznews.com/home/search/?cx=009233870810540600983%3Ahkyg0dlysoo&amp;cof=FORID%3A9&amp;ie=windows-874&amp;q=%A1%D3%A8%D1%B4%A2%C2%D0" target="_blank">กำจัดขยะ</a>ในอนาคตจะทำได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ขยะทุกชนิดที่ใส่ลงในเตาเผา โมบาย เบิร์น 100% จะเหลือออกมาเป็นขี้เถ้า 10%  ซึ่งสามารถนำไปผสมในอิฐหรือปูนซีเมนต์ก็ได้&#8221; นพดลกล่าว</p>
<p>นอกจากนี้ ในอนาคตตัวเขาเองยังมีแนวคิดที่จะขยายประสิทธิภาพการ<a href="http://www.bangkokbiznews.com/home/search/?cx=009233870810540600983%3Ahkyg0dlysoo&amp;cof=FORID%3A9&amp;ie=windows-874&amp;q=%A1%D3%A8%D1%B4%A2%C2%D0" target="_blank">กำจัดขยะ</a> ให้รองรับปริมาณขยะได้มากกว่าเดิมถึง 10 ตันต่อวัน พร้อมทั้งเพิ่มระบบแปลงพลังงานที่ได้จากการเผาขยะเป็นก๊าซหุงต้ม เพื่อนำพลังงานที่ได้มาใช้อย่างเต็มประสิทธิภาพ</p>
<p><strong></strong></p>
<p><strong>: หนทางสู่ความสำเร็จ</strong></p>
<p><strong>          </strong>เส้นทางแห่งความสำเร็จไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เพราะกว่าที่จะได้ต้นแบบเตาเผาไร้มลพิษ นพดล ได้ลองผิดลองถูก หมดเงินทุนไปกว่า 7 หลัก แต่เพราะความมุ่งมั่น และใจรักที่จะแก้ปัญหาขยะในชุมชน นำไปสู่การพัฒนาเทคโนโลยีที่ชี้ให้เห็นว่าสามารถทำได้จริง จนได้รับการสนับสนุนต่อยอดนวัตกรรมจาก <a href="http://www.bangkokbiznews.com/home/search/?cx=009233870810540600983%3Ahkyg0dlysoo&amp;cof=FORID%3A9&amp;ie=windows-874&amp;q=%CA%D3%B9%D1%A1%A7%D2%B9%B9%C7%D1%B5%A1%C3%C3%C1%E1%CB%E8%A7%AA%D2%B5%D4%20(%CA%B9%AA.)" target="_blank">สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (สนช.)</a></p>
<p><a class="highslide" onclick="return vz.expand(this)" href="http://www.asamedia.org/wp-content/uploads/news_img_426740_3.jpg"><img class="alignright size-medium wp-image-30517" title="news_img_426740_3" src="http://www.asamedia.org/wp-content/uploads/news_img_426740_3-300x199.jpg" alt="" width="300" height="199" /></a>  นพดล มองว่า กลไกการสนับสนุนจากภาครัฐมีส่วนช่วยให้การพัฒนานวัตกรรมเดินไปสู่ความสำเร็จได้ ทั้งการสนับสนุนในรูปแบบเงินทุนกว่า 1 ล้านบาท การสนับสนุนด้านวิชาการ ตลอดจนการเผยแพร่นวัตกรรมออกไปสู่วงกว้าง</p>
<p>ปัจจุบันเตาเผาขยะไร้มลพิษของบริษัท เชียงใหม่ เอ็นไวรอนเม้นท์ โปรเทค ได้รับการสนับสนุนเพิ่มเติมจาก บริษัท <a href="http://www.bangkokbiznews.com/home/search/?cx=009233870810540600983%3Ahkyg0dlysoo&amp;cof=FORID%3A9&amp;ie=windows-874&amp;q=%C5%E7%CD%A1%AB%E0%C5%E8%C2%EC" target="_blank">ล็อกซเล่ย์</a> จำกัด (มหาชน) ในโครงการผลิต<a href="http://www.bangkokbiznews.com/home/search/?cx=009233870810540600983%3Ahkyg0dlysoo&amp;cof=FORID%3A9&amp;ie=windows-874&amp;q=%E2%C1%BA%D2%C2%E0%BA%D4%C3%EC%B9" target="_blank">โมบายเบิร์น</a> 10 เครื่อง เพื่อใช้ในโครงการจิตอาสา<a href="http://www.bangkokbiznews.com/home/search/?cx=009233870810540600983%3Ahkyg0dlysoo&amp;cof=FORID%3A9&amp;ie=windows-874&amp;q=%A1%D3%A8%D1%B4%A2%C2%D0" target="_blank">กำจัดขยะ</a>ชุมชนเขตปริมณฑล ภารกิจหลัก คือ <a href="http://www.bangkokbiznews.com/home/search/?cx=009233870810540600983%3Ahkyg0dlysoo&amp;cof=FORID%3A9&amp;ie=windows-874&amp;q=%A1%D3%A8%D1%B4%A2%C2%D0" target="_blank">กำจัดขยะ</a>จากบ้านเรือนที่เพิ่มขึ้นมหาศาลหลังเหตุการณ์น้ำท่วม</p>
<p>ทั้งนี้ องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ของชุมชนที่ต้องการใช้บริการรถ<a href="http://www.bangkokbiznews.com/home/search/?cx=009233870810540600983%3Ahkyg0dlysoo&amp;cof=FORID%3A9&amp;ie=windows-874&amp;q=%E2%C1%BA%D2%C2%E0%BA%D4%C3%EC%B9" target="_blank">โมบายเบิร์น</a>นี้ จะต้องคัดแยกขยะก่อน เนื่องจากขยะบางประเภทไม่สามารถเผาได้ เช่น ขวดแก้ว เศษโลหะ และแบตเตอรี่ จากนั้นจึงนำขยะที่ต้องการเผามากองไว้ในบริเวณที่รถ<a href="http://www.bangkokbiznews.com/home/search/?cx=009233870810540600983%3Ahkyg0dlysoo&amp;cof=FORID%3A9&amp;ie=windows-874&amp;q=%E2%C1%BA%D2%C2%E0%BA%D4%C3%EC%B9" target="_blank">โมบายเบิร์น</a>สามารถไปจอดได้ หาก อบต.ใดสนใจจะใช้บริการ สามารถสอบถามผ่านคอลล์เซ็นเตอร์ โทรศัพท์ 08-9371-9555 วันเวลาราชการ</p>
<p>นพดล เชื่อว่า ผลของโครงการดังกล่าว จะช่วยให้คนได้เห็นถึงศักยภาพของนวัตกรรมที่สร้างจากฝีมือคนไทย และการใช้ประโยชน์เพื่อ<a href="http://www.bangkokbiznews.com/home/search/?cx=009233870810540600983%3Ahkyg0dlysoo&amp;cof=FORID%3A9&amp;ie=windows-874&amp;q=%A1%D3%A8%D1%B4%A2%C2%D0" target="_blank">กำจัดขยะ</a>ชุมชนได้ในอนาคต</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ที่มา : กรุงเทพธุรกิจ</p>
<span class="fb_share"><fb:like href="http://www.asamedia.org/2012/01/%e0%b9%82%e0%b8%a1%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b9%80%e0%b8%9a%e0%b8%b4%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%99-%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%8a%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%82%e0%b8%a2%e0%b8%b0/" layout="button_count"></fb:like></span>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.asamedia.org/2012/01/%e0%b9%82%e0%b8%a1%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b9%80%e0%b8%9a%e0%b8%b4%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%99-%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%8a%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%82%e0%b8%a2%e0%b8%b0/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ม.เกษตรติดอันดับโลก ที่หนึ่งของไทย การเป็นมหาวิทยาลัยสีเขียว</title>
		<link>http://www.asamedia.org/2011/12/%e0%b8%a1-%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%81-%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%ab/</link>
		<comments>http://www.asamedia.org/2011/12/%e0%b8%a1-%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%81-%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%ab/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 27 Dec 2011 04:55:01 +0000</pubDate>
		<dc:creator>pimai</dc:creator>
				<category><![CDATA[Features]]></category>
		<category><![CDATA[สิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[ม.เกษตร]]></category>
		<category><![CDATA[มหาวิทยาลัยสีเขียว]]></category>
		<category><![CDATA[อันดับโลก]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.asamedia.org/?p=30355</guid>
		<description><![CDATA[รศ.วุฒิชัย กปิลกาญจน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เปิดเผยว่า มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ติดอันดับที่ 1 ของมหาวิทยาลัยไทย และอันดับที่ 46 ของมหาวิทยาลัยโลก จากการจัดอันดับมหาวิทยาลัยโลก ซึ่งมหาวิทยาลัยแห่งอินโดนีเซีย (Universitas Indonesia, UI) ได้ดำเนินการจัดอันดับมหาวิทยาลัยโลก เน้นที่การเป็นมหาวิทยาลัยสีเขียว โดยมีเกณฑ์การให้คะแนน 5 ด้าน ได้แก่ ที่ตั้งและระบบสาธารณูปโภค 24% พลังงานและการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ 28% การจัดการขยะ 15% การใช้น้ำ 15% และการขนส่ง 18% ซึ่งดำเนินการจัดอันดับมหาวิทยาลัยขึ้นในปี 2010 เป็นปีแรก มีมหาวิทยาลัยเข้าร่วมการจัดอันดับทั้งสิ้น 95 สถาบันจาก 35 ประเทศ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ได้เข้าร่วมจัดอันดับในปี 2011 โดยมีมหาวิทยาลัยเข้าร่วมทั้งสิ้น 178 สถาบันจาก 42 ประเทศ และยังมีมหาวิทยาลัยไทยติดอันดับอีก 5 มหาวิทยาลัยด้วย วันที่ 27/12/2011 ที่มา : แนวหน้า]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<span class="fb_share"><fb:like href="http://www.asamedia.org/2011/12/%e0%b8%a1-%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%81-%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%ab/" layout="button_count"></fb:like></span><p><a class="highslide" onclick="return vz.expand(this)" href="http://www.asamedia.org/wp-content/uploads/63041.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-30356" title="630" src="http://www.asamedia.org/wp-content/uploads/63041-300x180.jpg" alt="" width="300" height="180" /></a></p>
<p>รศ.วุฒิชัย กปิลกาญจน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เปิดเผยว่า มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ติดอันดับที่ 1 ของมหาวิทยาลัยไทย และอันดับที่ 46 ของมหาวิทยาลัยโลก จากการจัดอันดับมหาวิทยาลัยโลก ซึ่งมหาวิทยาลัยแห่งอินโดนีเซีย (Universitas Indonesia, UI) ได้ดำเนินการจัดอันดับมหาวิทยาลัยโลก <span id="more-30355"></span>เน้นที่การเป็นมหาวิทยาลัยสีเขียว โดยมีเกณฑ์การให้คะแนน 5 ด้าน ได้แก่ ที่ตั้งและระบบสาธารณูปโภค 24% พลังงานและการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ 28% การจัดการขยะ 15% การใช้น้ำ 15% และการขนส่ง 18% ซึ่งดำเนินการจัดอันดับมหาวิทยาลัยขึ้นในปี 2010 เป็นปีแรก มีมหาวิทยาลัยเข้าร่วมการจัดอันดับทั้งสิ้น 95 สถาบันจาก 35 ประเทศ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ได้เข้าร่วมจัดอันดับในปี 2011 โดยมีมหาวิทยาลัยเข้าร่วมทั้งสิ้น 178 สถาบันจาก 42 ประเทศ และยังมีมหาวิทยาลัยไทยติดอันดับอีก 5 มหาวิทยาลัยด้วย</p>
<div align="center"></div>
<p>วันที่ 27/12/2011</p>
<p>ที่มา : แนวหน้า</p>
<span class="fb_share"><fb:like href="http://www.asamedia.org/2011/12/%e0%b8%a1-%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%81-%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%ab/" layout="button_count"></fb:like></span>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.asamedia.org/2011/12/%e0%b8%a1-%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%81-%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%ab/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>สร้างจิตสำนึกประชาชนปลูกต้นไม้ลดโลกร้อน</title>
		<link>http://www.asamedia.org/2011/12/%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%88%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%99%e0%b8%b6%e0%b8%81%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%99%e0%b8%9b%e0%b8%a5/</link>
		<comments>http://www.asamedia.org/2011/12/%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%88%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%99%e0%b8%b6%e0%b8%81%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%99%e0%b8%9b%e0%b8%a5/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 22 Dec 2011 14:06:58 +0000</pubDate>
		<dc:creator>pimai</dc:creator>
				<category><![CDATA[Features]]></category>
		<category><![CDATA[สิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[นรา สุขไชย]]></category>
		<category><![CDATA[ปลูกต้นไม้]]></category>
		<category><![CDATA[ลดโลกร้อน]]></category>
		<category><![CDATA[วันรักต้นไม้ประจำปีของชาติ]]></category>
		<category><![CDATA[ศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทอง]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.asamedia.org/?p=30207</guid>
		<description><![CDATA[นายนรา  สุขไชย นักวิชาการเกษตรชำนาญการพิเศษ  หัวหน้างานปฏิบัติการ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทอง กล่าวว่า สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีมีพระราชปณิธานอย่างแรงกล้าที่จะฟื้นฟูความสมดุลของธรรมชาติ โดยทรงปลูกและบำรุงรักษาต้นไม้ด้วยพระองค์เองมาโดยตลอด และทรงให้ความสำคัญอย่างมากต่อการบำรุงรักษาต้นไม้ที่ปลูกไว้  ดังนั้นเพื่อเป็นการแสดงความกตัญญูกตเวทิตาต่อสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ที่ทรงงานพัฒนาชนบทของประเทศไทยโดยเฉพาะการฟื้นฟูความสมดุลของธรรมชาติ เพื่อให้ประชาชนชาวไทยได้มีโอกาสร่วมแรงกายร่วมแรงใจ แสดงถึงความสามัคคี เพื่อน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายเป็นราชสักการะแด่สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ร่วมกันปลูกต้นไม้ บำรุงรักษาต้นไม้ที่ปลูกไว้ตามสถานที่ต่าง ๆ ในช่วงปลายฤดูฝนของทุกปีโดยพร้อมเพรียงกัน ด้วยเหตุนี้ศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทอง อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จึงจัดกิจกรรม “วันรักต้นไม้ประจำปีของชาติ” ขึ้นเป็นประจำทุกปี โดยร่วมกัน ปลูกต้นมันปู ต้นโลด ซึ่งเป็นต้นไม้ในท้องถิ่นภาคใต้ ขึ้นอยู่บริเวณขอบพรุ เจริญเติบโตได้ดีในสภาพน้ำท่วมขัง ใบเป็นอาหารสำหรับแพะ แกะ มีคุณค่าทางอาหาร เมื่อสัตว์กินเข้าไปจะให้น้ำนมมากขึ้น ส่วนผลเป็นอาหารนก  ณ บริเวณพื้นที่รอบ ๆ ขอบถนนข้างสำนักงานปศุสัตว์รวมจำนวน 582 ต้น  ครอบคลุมพื้นที่ 5 ไร่  เพื่อให้ประชาชนและเกษตรกรในพื้นที่ได้เห็นความสำคัญของการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และเพื่อลดปัญหาภาวะโลกร้อนอีกด้วย. &#160; ที่มา : เดลินิวส์]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<span class="fb_share"><fb:like href="http://www.asamedia.org/2011/12/%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%88%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%99%e0%b8%b6%e0%b8%81%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%99%e0%b8%9b%e0%b8%a5/" layout="button_count"></fb:like></span><p><a class="highslide" onclick="return vz.expand(this)" href="http://www.asamedia.org/wp-content/uploads/3826.jpg"><img class="alignnone size-medium wp-image-30208" title="3826" src="http://www.asamedia.org/wp-content/uploads/3826-300x161.jpg" alt="" width="300" height="161" /></a></p>
<p>นายนรา  สุขไชย นักวิชาการเกษตรชำนาญการพิเศษ  หัวหน้างานปฏิบัติการ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทอง กล่าวว่า สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีมีพระราชปณิธานอย่างแรงกล้าที่จะฟื้นฟูความสมดุลของธรรมชาติ โดยทรงปลูกและบำรุงรักษาต้นไม้ด้วยพระองค์เองมาโดยตลอด และทรงให้ความสำคัญอย่างมากต่อการ<span id="more-30207"></span>บำรุงรักษาต้นไม้ที่ปลูกไว้  ดังนั้นเพื่อเป็นการแสดงความกตัญญูกตเวทิตาต่อสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ที่ทรงงานพัฒนาชนบทของประเทศไทยโดยเฉพาะการฟื้นฟูความสมดุลของธรรมชาติ เพื่อให้ประชาชนชาวไทยได้มีโอกาสร่วมแรงกายร่วมแรงใจ แสดงถึงความสามัคคี เพื่อน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายเป็นราชสักการะแด่สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ร่วมกันปลูกต้นไม้ บำรุงรักษาต้นไม้ที่ปลูกไว้ตามสถานที่ต่าง ๆ ในช่วงปลายฤดูฝนของทุกปีโดยพร้อมเพรียงกัน</p>
<p>ด้วยเหตุนี้ศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทอง อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จึงจัดกิจกรรม “วันรักต้นไม้ประจำปีของชาติ” ขึ้นเป็นประจำทุกปี โดยร่วมกัน ปลูกต้นมันปู ต้นโลด ซึ่งเป็นต้นไม้ในท้องถิ่นภาคใต้ ขึ้นอยู่บริเวณขอบพรุ เจริญเติบโตได้ดีในสภาพน้ำท่วมขัง ใบเป็นอาหารสำหรับแพะ แกะ มีคุณค่าทางอาหาร เมื่อสัตว์กินเข้าไปจะให้น้ำนมมากขึ้น ส่วนผลเป็นอาหารนก  ณ บริเวณพื้นที่รอบ ๆ ขอบถนนข้างสำนักงานปศุสัตว์รวมจำนวน 582 ต้น  ครอบคลุมพื้นที่ 5 ไร่  เพื่อให้ประชาชนและเกษตรกรในพื้นที่ได้เห็นความสำคัญของการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และเพื่อลดปัญหาภาวะโลกร้อนอีกด้วย.</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ที่มา : เดลินิวส์</p>
<span class="fb_share"><fb:like href="http://www.asamedia.org/2011/12/%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%88%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%99%e0%b8%b6%e0%b8%81%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%99%e0%b8%9b%e0%b8%a5/" layout="button_count"></fb:like></span>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.asamedia.org/2011/12/%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%88%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%99%e0%b8%b6%e0%b8%81%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%99%e0%b8%9b%e0%b8%a5/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>“หลังคาเขียว”ภารกิจกล่อง UHT กู้โลก</title>
		<link>http://www.asamedia.org/2011/12/%e2%80%9c%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e2%80%9d%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b9%88/</link>
		<comments>http://www.asamedia.org/2011/12/%e2%80%9c%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e2%80%9d%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b9%88/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 11 Dec 2011 14:40:21 +0000</pubDate>
		<dc:creator>pimai</dc:creator>
				<category><![CDATA[Features]]></category>
		<category><![CDATA[สิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[กล่อง UHT]]></category>
		<category><![CDATA[กล่องเครื่องดื่มรีไซเคิล]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจรีไซเคิล]]></category>
		<category><![CDATA[ผลิตภัณฑ์รีไซเคิล]]></category>
		<category><![CDATA[มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก]]></category>
		<category><![CDATA[หลังคาเขียว]]></category>
		<category><![CDATA[เต็ดตรา แพ้ค]]></category>
		<category><![CDATA[แผ่นหลังคารักษ์โลก]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.asamedia.org/?p=30005</guid>
		<description><![CDATA[“หลังคาเขียว”คือภาคต่อของพันธกิจกอบกู้โลกฉบับ“เต็ดตรา แพ้ค”วันนี้พวกเขามุ่งสนับสนุนเอสเอ็มอีเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์รีไซเคิลให้มีโอกาสเชิงพาณิชย์ หลายปีก่อนเราได้รู้จักกับ “กรีนบอร์ด” แผ่นกระดานอัดจากกล่องเครื่องดื่มรีไซเคิล ที่นำไปผลิตเฟอร์นิเจอร์ได้งามงดไม่แพ้วัสดุอื่นใด ผลงานของ บริษัท กรีนบอร์ด (ประเทศไทย) จำกัด ที่ได้รับการสนับสนุนวัตถุดิบจากผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์กล่องเครื่องดื่มรายใหญ่ อย่าง บริษัท เต็ดตรา แพ้ค (ประเทศไทย) จำกัด เปิดโลกความเข้าใจของผู้คนใหม่กันว่า “กล่องเครื่องดื่ม” ที่มีส่วนผสมของ กระดาษ พลาสติก และอะลูมิเนียมฟอยล์ มีค่ามากกว่า &#8220;ขยะ&#8221; ปลายปีที่ก่อน วงการรีไซเคิลได้ต้อนรับแผ่นหลังคาจากกล่องเครื่องดื่มรีไซเคิลที่เรียกตัวเองว่า “หลังคาเขียว” ผลงานของ บริษัท ไฟเบอร์พัฒน์ จำกัด แผ่นหลังคารักษ์โลก ซึ่งเข้าไปทำหน้าที่ช่วยเหลือผู้ประสบภัย ในโครงการ &#8220;หลังคาเขียวเพื่อมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก&#8221; อีกหนึ่งแรงผลักดันจาก “เต็ดตรา แพ้ค” เพื่อเติมเต็มวงจรรีไซเคิลให้หมุนกงล้อได้ต่อเนื่องและยั่งยืน &#8220;เราเป็นผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์กล่องเครื่องดื่มที่เห็นอยู่ในท้องตลาด ผลิตอยู่ที่กว่า 4 หมื่นตันต่อปี ซึ่งหากเทียบกับขยะบรรจุภัณฑ์อื่นๆ แล้ว นี่อาจเป็นเพียง 0.28-0.3% เท่านั้น แต่ในฐานะผู้ผลิตที่มีความรับผิดชอบ เราอยากเห็นการจัดการบรรจุภัณฑ์ของเราอย่างเหมาะสม จึงทำโครงการรณรงค์เพื่อการสนับสนุนการคัดแยกจัดเก็บและรีไซเคิลกล่องเครื่องดื่มใช้ แล้วมาอย่างต่อเนื่อง&#8221; กลอยตา ณ ถลาง ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กรและสิ่งแวดล้อม [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<span class="fb_share"><fb:like href="http://www.asamedia.org/2011/12/%e2%80%9c%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e2%80%9d%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b9%88/" layout="button_count"></fb:like></span><p><strong><a class="highslide" onclick="return vz.expand(this)" href="http://www.asamedia.org/wp-content/uploads/news_img_422677_1.jpg"><img class="alignleft size-medium wp-image-30006" title="news_img_422677_1" src="http://www.asamedia.org/wp-content/uploads/news_img_422677_1-300x200.jpg" alt="" width="300" height="200" /></a>“หลังคาเขียว”คือภาคต่อของพันธกิจกอบกู้โลกฉบับ“เต็ดตรา แพ้ค”วันนี้พวกเขามุ่งสนับสนุนเอสเอ็มอีเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์รีไซเคิลให้มีโอกาสเชิงพาณิชย์</strong></p>
<p>หลายปีก่อนเราได้รู้จักกับ “กรีนบอร์ด” แผ่นกระดานอัดจาก<a href="http://www.bangkokbiznews.com/home/search/?cx=009233870810540600983%3Ahkyg0dlysoo&amp;cof=FORID%3A9&amp;ie=windows-874&amp;q=%A1%C5%E8%CD%A7%E0%A4%C3%D7%E8%CD%A7%B4%D7%E8%C1%C3%D5%E4%AB%E0%A4%D4%C5" target="_blank">กล่องเครื่องดื่มรีไซเคิล</a> ที่นำไปผลิตเฟอร์นิเจอร์ได้งามงดไม่แพ้วัสดุอื่นใด <span id="more-30005"></span>ผลงานของ บริษัท กรีนบอร์ด (ประเทศไทย) จำกัด ที่ได้รับการสนับสนุนวัตถุดิบจากผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์กล่องเครื่องดื่มรายใหญ่ อย่าง บริษัท <a href="http://www.bangkokbiznews.com/home/search/?cx=009233870810540600983%3Ahkyg0dlysoo&amp;cof=FORID%3A9&amp;ie=windows-874&amp;q=%E0%B5%E7%B4%B5%C3%D2%20%E1%BE%E9%A4" target="_blank">เต็ดตรา แพ้ค</a> (ประเทศไทย) จำกัด</p>
<p>เปิดโลกความเข้าใจของผู้คนใหม่กันว่า “กล่องเครื่องดื่ม” ที่มีส่วนผสมของ กระดาษ พลาสติก และอะลูมิเนียมฟอยล์ มีค่ามากกว่า &#8220;ขยะ&#8221;</p>
<p>ปลายปีที่ก่อน วงการรีไซเคิลได้ต้อนรับแผ่นหลังคาจาก<a href="http://www.bangkokbiznews.com/home/search/?cx=009233870810540600983%3Ahkyg0dlysoo&amp;cof=FORID%3A9&amp;ie=windows-874&amp;q=%A1%C5%E8%CD%A7%E0%A4%C3%D7%E8%CD%A7%B4%D7%E8%C1%C3%D5%E4%AB%E0%A4%D4%C5" target="_blank">กล่องเครื่องดื่มรีไซเคิล</a>ที่เรียกตัวเองว่า “<a href="http://www.bangkokbiznews.com/home/search/?cx=009233870810540600983%3Ahkyg0dlysoo&amp;cof=FORID%3A9&amp;ie=windows-874&amp;q=%CB%C5%D1%A7%A4%D2%E0%A2%D5%C2%C7" target="_blank">หลังคาเขียว</a>”</p>
<p>ผลงานของ บริษัท <a href="http://www.bangkokbiznews.com/home/search/?cx=009233870810540600983%3Ahkyg0dlysoo&amp;cof=FORID%3A9&amp;ie=windows-874&amp;q=%E4%BF%E0%BA%CD%C3%EC%BE%D1%B2%B9%EC" target="_blank">ไฟเบอร์พัฒน์</a> จำกัด แผ่นหลังคารักษ์โลก ซึ่งเข้าไปทำหน้าที่ช่วยเหลือผู้ประสบภัย ในโครงการ &#8220;<a href="http://www.bangkokbiznews.com/home/search/?cx=009233870810540600983%3Ahkyg0dlysoo&amp;cof=FORID%3A9&amp;ie=windows-874&amp;q=%CB%C5%D1%A7%A4%D2%E0%A2%D5%C2%C7" target="_blank">หลังคาเขียว</a>เพื่อมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก&#8221; อีกหนึ่งแรงผลักดันจาก “<a href="http://www.bangkokbiznews.com/home/search/?cx=009233870810540600983%3Ahkyg0dlysoo&amp;cof=FORID%3A9&amp;ie=windows-874&amp;q=%E0%B5%E7%B4%B5%C3%D2%20%E1%BE%E9%A4" target="_blank">เต็ดตรา แพ้ค</a>” เพื่อเติมเต็มวงจรรีไซเคิลให้หมุนกงล้อได้ต่อเนื่องและยั่งยืน</p>
<p>&#8220;เราเป็นผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์กล่องเครื่องดื่มที่เห็นอยู่ในท้องตลาด ผลิตอยู่ที่กว่า 4 หมื่นตันต่อปี ซึ่งหากเทียบกับขยะบรรจุภัณฑ์อื่นๆ แล้ว นี่อาจเป็นเพียง 0.28-0.3% เท่านั้น แต่ในฐานะผู้ผลิตที่มีความรับผิดชอบ เราอยากเห็นการจัดการบรรจุภัณฑ์ของเราอย่างเหมาะสม จึงทำโครงการรณรงค์เพื่อการสนับสนุนการคัดแยกจัดเก็บและรีไซเคิลกล่องเครื่องดื่มใช้ แล้วมาอย่างต่อเนื่อง&#8221;</p>
<p>กลอยตา ณ ถลาง ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กรและสิ่งแวดล้อม บริษัท เต็ดตราแพ้ค (ประเทศไทย) จำกัด</p>
<p>บอกเล่าจุดมุ่งหมายของพวกเขา ที่เข้ามาขับเคลื่อนงานรีไซเคิลกล่องกระดาษตลอดหลายปีที่ผ่านมา และเพื่อร่วมขับเคลื่อนจุดมุ่งหมายนี้ นอกจากการสื่อสารในวงกว้างแล้ว ที่สำคัญกว่านั้นคือการลงมาสนับสนุนโรงงานรีไซเคิลกล่องเครื่องดื่ม ให้พัฒนาผลิตผลจากกล่องรีไซเคิล ไปสู่ผลิตภัณฑ์ที่มีความต้องการในท้องตลาดมากขึ้น เพราะนั่นย่อมส่งผลให้กล่องเครื่องดื่มใช้แล้ว ถูกดึงกลับสู่กระบวนการรีไซเคิลมากขึ้นตามไปด้วย</p>
<p>“เราพยายามหาความรู้ใหม่ๆ และเทคโนโลยีที่เหมาะสมที่จะช่วยให้การรีไซเคิลกล่องเครื่องดื่ม สามารถพัฒนาเป็นวัตถุดิบอื่นไปได้เรื่อยๆ”</p>
<p>นั่นคือสิ่งที่กลอยตา บอกกับเรา</p>
<p>ที่มาของการลงมาทำงานใกล้ชิดกับ “<a href="http://www.bangkokbiznews.com/home/search/?cx=009233870810540600983%3Ahkyg0dlysoo&amp;cof=FORID%3A9&amp;ie=windows-874&amp;q=%E4%BF%E0%BA%CD%C3%EC%BE%D1%B2%B9%EC" target="_blank">ไฟเบอร์พัฒน์</a>” ผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์กระดาษ จำพวกทิชชู กระดาษชำระ กระดาษอนามัย ซึ่งตัดสินใจขยับขยายมาทำโรงงานมารีไซเคิลกล่องเครื่องดื่ม เมื่อ 5 ปี ที่ผ่านมา หลังได้รับการเชื้อเชิญและสนับสนุนเต็มสองมือจาก “<a href="http://www.bangkokbiznews.com/home/search/?cx=009233870810540600983%3Ahkyg0dlysoo&amp;cof=FORID%3A9&amp;ie=windows-874&amp;q=%E0%B5%E7%B4%B5%C3%D2%20%E1%BE%E9%A4" target="_blank">เต็ดตรา แพ้ค</a>” โดยการพาไปดูงานรีไซเคิลกล่องเครื่องดื่มของเครือข่าย <a href="http://www.bangkokbiznews.com/home/search/?cx=009233870810540600983%3Ahkyg0dlysoo&amp;cof=FORID%3A9&amp;ie=windows-874&amp;q=%E0%B5%E7%B4%B5%C3%D2%20%E1%BE%E9%A4" target="_blank">เต็ดตรา แพ้ค</a> ในต่างประเทศ</p>
<p>“ตรีวิจักษ์ ยิบยินธรรม” กรรมการผู้จัดการศูนย์รีไซเคิลกล่องเครื่องดื่ม บริษัท <a href="http://www.bangkokbiznews.com/home/search/?cx=009233870810540600983%3Ahkyg0dlysoo&amp;cof=FORID%3A9&amp;ie=windows-874&amp;q=%E4%BF%E0%BA%CD%C3%EC%BE%D1%B2%B9%EC" target="_blank">ไฟเบอร์พัฒน์</a> จำกัด บอกเราว่า เขามีโอกาสเดินทางไปดูงานรีไซเคิลกล่องเครื่องดื่มเพื่อทำเป็นหลังคาที่ประเทศบราซิลและอินเดีย ซึ่งมีประสบการณ์มานานกว่า 10 ปี และผลงานเป็นที่ยอมรับ จากนั้นจึงได้นำความรู้ มาปรับใช้ที่โรงงานของพวกเขา</p>
<p>&#8220;<a href="http://www.bangkokbiznews.com/home/search/?cx=009233870810540600983%3Ahkyg0dlysoo&amp;cof=FORID%3A9&amp;ie=windows-874&amp;q=%E0%B5%E7%B4%B5%C3%D2%20%E1%BE%E9%A4" target="_blank">เต็ดตรา แพ้ค</a> ส่งเสริมความรู้เรื่องเทคโนโลยีให้กับเรา โดยให้ไปเรียนรู้เทคโนโลยีของเขาที่ต่างประเทศ ไปชมการผลิตจากประเทศที่มีประสบการณ์ในเรื่องพวกนี้ สุดท้ายก็ได้ความรู้การทำหลังคากลับมา ซึ่งก็ลองผิดลองถูกจนทำออกมาได้สำเร็จ&#8221;</p>
<p>ในที่สุด &#8220;แผ่นหลังคา&#8221; ที่ผลิตจากกล่องรีไซเคิลก็ปรากฏโฉมขึ้นเป็นครั้งแรกในแผ่นดินสยาม ด้วยคุณสมบัติที่สู้หลังคากระเบื้องได้สบาย อย่างทนทาน ไม่แตกหักง่าย ทนไฟ ไม่ดูดซับความร้อน ช่วยประหยัดพลังงาน ปลอดเชื้อรา และซ่อมแซมง่าย ที่สำคัญ “เป็นมิตรกับโลกและสิ่งแวดล้อม”</p>
<p>ตรีวิจักษ์ บอกเราว่า <a href="http://www.bangkokbiznews.com/home/search/?cx=009233870810540600983%3Ahkyg0dlysoo&amp;cof=FORID%3A9&amp;ie=windows-874&amp;q=%CB%C5%D1%A7%A4%D2%E0%A2%D5%C2%C7" target="_blank">หลังคาเขียว</a> 1 แผ่น จะมีขนาด 0.90&#215;2.40 เมตร ซึ่งใหญ่กว่าแผ่นกระเบื้องหลังคาทั่วไป หรือเทียบได้กับบานประตูหนึ่งบาน ซึ่งพวกเขาต้องใช้กล่องเครื่องดื่มประมาณ 2,000 กล่อง ในการผลิต โดยในเบื้องต้น<a href="http://www.bangkokbiznews.com/home/search/?cx=009233870810540600983%3Ahkyg0dlysoo&amp;cof=FORID%3A9&amp;ie=windows-874&amp;q=%E4%BF%E0%BA%CD%C3%EC%BE%D1%B2%B9%EC" target="_blank">ไฟเบอร์พัฒน์</a> ผลิตหลังคาเพื่อร่วมใน โครงการ<a href="http://www.bangkokbiznews.com/home/search/?cx=009233870810540600983%3Ahkyg0dlysoo&amp;cof=FORID%3A9&amp;ie=windows-874&amp;q=%CB%C5%D1%A7%A4%D2%E0%A2%D5%C2%C7" target="_blank">หลังคาเขียว</a>เพื่อมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยากเป็นหลัก และเริ่มผลิตเชิงพาณิชย์ปลายปีนี้ ซึ่งตรงกับเป้าหมายของ &#8220;<a href="http://www.bangkokbiznews.com/home/search/?cx=009233870810540600983%3Ahkyg0dlysoo&amp;cof=FORID%3A9&amp;ie=windows-874&amp;q=%E0%B5%E7%B4%B5%C3%D2%20%E1%BE%E9%A4" target="_blank">เต็ดตรา แพ้ค</a>&#8221; ที่กลอยตาบอกว่า</p>
<p>“แผ่น<a href="http://www.bangkokbiznews.com/home/search/?cx=009233870810540600983%3Ahkyg0dlysoo&amp;cof=FORID%3A9&amp;ie=windows-874&amp;q=%CB%C5%D1%A7%A4%D2%E0%A2%D5%C2%C7" target="_blank">หลังคาเขียว</a>นี้ ในท้ายที่สุด ต้องกลายเป็นธุรกิจ เพื่อที่จะเลี้ยงตัวเองได้”</p>
<p>การจะสร้างโอกาสในเชิงพาณิชย์ ขึ้นกับปริมาณกล่องเครื่องดื่มใช้แล้วที่ต้องมีเพียงพอเพื่อรองรับการผลิตที่มากขึ้นด้วย ตรีวิจักษ์ บอกเราว่า จากแนวโน้มการรณรงค์ของ<a href="http://www.bangkokbiznews.com/home/search/?cx=009233870810540600983%3Ahkyg0dlysoo&amp;cof=FORID%3A9&amp;ie=windows-874&amp;q=%E0%B5%E7%B4%B5%C3%D2%20%E1%BE%E9%A4" target="_blank">เต็ดตรา แพ้ค</a> ในปีที่ผ่านมา และปริมาณกล่องที่เก็บได้จริงในปีนี้ คิดว่าจะยังมีจำนวนที่เพียงพอต่อการผลิตในเชิงพาณิชย์ ซึ่งกล่องเครื่องดื่มที่เข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลของ<a href="http://www.bangkokbiznews.com/home/search/?cx=009233870810540600983%3Ahkyg0dlysoo&amp;cof=FORID%3A9&amp;ie=windows-874&amp;q=%E4%BF%E0%BA%CD%C3%EC%BE%D1%B2%B9%EC" target="_blank">ไฟเบอร์พัฒน์</a> ไม่เพียงมาจากการบริจาค หากรวมถึงการรับซื้อจากหน้าโรงงานด้วย</p>
<p>โดยพวกเขาสร้างแรงจูงใจให้กับคนขาย ด้วยการรับซื้อกล่องเครื่องดื่มหน้าโรงงานสูงกว่าในตลาด หรือกิโลกรัมละ 5 บาท จากราคากล่องในท้องตลาดจะขายกันที่ กิโลกรัมละ 3-4 บาท และเพื่อให้กระบวนการรีไซเคิลของ<a href="http://www.bangkokbiznews.com/home/search/?cx=009233870810540600983%3Ahkyg0dlysoo&amp;cof=FORID%3A9&amp;ie=windows-874&amp;q=%E4%BF%E0%BA%CD%C3%EC%BE%D1%B2%B9%EC" target="_blank">ไฟเบอร์พัฒน์</a>เดินหน้าได้อย่างต่อเนื่อง <a href="http://www.bangkokbiznews.com/home/search/?cx=009233870810540600983%3Ahkyg0dlysoo&amp;cof=FORID%3A9&amp;ie=windows-874&amp;q=%E0%B5%E7%B4%B5%C3%D2%20%E1%BE%E9%A4" target="_blank">เต็ดตรา แพ้ค</a> จึงสนับสนุนด้วยการสร้างเครือข่ายอาสาสมัครตั้งจุดรับกล่องเครื่องดื่ม จัดเก็บกล่องเครื่องดื่มผ่านทางมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก และอาสา<a href="http://www.bangkokbiznews.com/home/search/?cx=009233870810540600983%3Ahkyg0dlysoo&amp;cof=FORID%3A9&amp;ie=windows-874&amp;q=%CB%C5%D1%A7%A4%D2%E0%A2%D5%C2%C7" target="_blank">หลังคาเขียว</a> การร่วมกับบิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ เป็นศูนย์รับบริจาคกล่องเครื่องดื่มใช้แล้ว รวมถึงร่วมมือกับหน่วยงานพันธมิตรต่างๆ เพื่อรวบรวมกล่องส่งให้กับ<a href="http://www.bangkokbiznews.com/home/search/?cx=009233870810540600983%3Ahkyg0dlysoo&amp;cof=FORID%3A9&amp;ie=windows-874&amp;q=%E4%BF%E0%BA%CD%C3%EC%BE%D1%B2%B9%EC" target="_blank">ไฟเบอร์พัฒน์</a> ไปรีไซเคิลอีกทางด้วย</p>
<p>&#8220;เราหวังว่าจากการรณรงค์นี้ จะทำคนทราบว่า<a href="http://www.bangkokbiznews.com/home/search/?cx=009233870810540600983%3Ahkyg0dlysoo&amp;cof=FORID%3A9&amp;ie=windows-874&amp;q=%A1%C5%E8%CD%A7%E0%A4%C3%D7%E8%CD%A7%B4%D7%E8%C1%C3%D5%E4%AB%E0%A4%D4%C5" target="_blank">กล่องเครื่องดื่มรีไซเคิล</a>ได้ และไม่จำเป็นต้องนำมาร่วมโครงการอย่างเดียว แต่สามารถนำไปขายด้วยตัวเองได้ อีกเป้าหมายที่อยากให้เกิดขึ้น คือ ทำให้กล่องเครื่องดื่มใช้แล้ว มีมูลค่ามากพอที่ผู้รับซื้อของเก่าอยากรับซื้อ นี่คือหน้าที่ของเรา ยิ่งทำให้ความต้องการในผลิตภัณฑ์รีไซเคิลมากขึ้นเท่าไร มูลค่าของกล่องเครื่องดื่มใช้แล้วยิ่งเพิ่มขึ้นเท่านั้น&#8221; ผอ.ฝ่ายสื่อสารองค์กรและสิ่งแวดล้อม <a href="http://www.bangkokbiznews.com/home/search/?cx=009233870810540600983%3Ahkyg0dlysoo&amp;cof=FORID%3A9&amp;ie=windows-874&amp;q=%E0%B5%E7%B4%B5%C3%D2%20%E1%BE%E9%A4" target="_blank">เต็ดตรา แพ้ค</a> บอกกับเรา</p>
<p>ปัญหาสำคัญสำหรับผู้ผลิตอย่าง<a href="http://www.bangkokbiznews.com/home/search/?cx=009233870810540600983%3Ahkyg0dlysoo&amp;cof=FORID%3A9&amp;ie=windows-874&amp;q=%E4%BF%E0%BA%CD%C3%EC%BE%D1%B2%B9%EC" target="_blank">ไฟเบอร์พัฒน์</a>ในวันนี้ ไม่ใช่การมีวัตถุดิบรีไซเคิลไม่เพียงพอ หากอยู่ที่กระบวนการผลิตซึ่งใช้เวลาค่อนข้างนานกว่าจะทำ<a href="http://www.bangkokbiznews.com/home/search/?cx=009233870810540600983%3Ahkyg0dlysoo&amp;cof=FORID%3A9&amp;ie=windows-874&amp;q=%CB%C5%D1%A7%A4%D2%E0%A2%D5%C2%C7" target="_blank">หลังคาเขียว</a>ออกมาได้แต่ละแผ่น ตรีวิจักษ์ บอกว่า ใน 1 ชั่วโมง พวกเขาผลิตหลังคารักษ์โลกได้เพียง 5 แผ่นเท่านั้น หรือคิดเป็นวันละ 50 แผ่น ซึ่งอนาคตคงต้องพัฒนาเรื่องกระบวนการผลิตให้ดีขึ้น เพื่อขยายกำลังการผลิตให้เพิ่มขึ้นทันความต้องการ</p>
<p>ขณะที่ผู้สนับสนุนอย่าง<a href="http://www.bangkokbiznews.com/home/search/?cx=009233870810540600983%3Ahkyg0dlysoo&amp;cof=FORID%3A9&amp;ie=windows-874&amp;q=%E0%B5%E7%B4%B5%C3%D2%20%E1%BE%E9%A4" target="_blank">เต็ดตรา แพ้ค</a> บอกเราว่า จะใช้ศักยภาพจากการที่มีธุรกิจอยู่ในหลายประเทศทั่วโลก ทำให้สามารถใช้เครือข่าย และประสบการณ์จากประเทศที่ประสบความสำเร็จมาแนะนำให้กับทาง<a href="http://www.bangkokbiznews.com/home/search/?cx=009233870810540600983%3Ahkyg0dlysoo&amp;cof=FORID%3A9&amp;ie=windows-874&amp;q=%E4%BF%E0%BA%CD%C3%EC%BE%D1%B2%B9%EC" target="_blank">ไฟเบอร์พัฒน์</a> เพื่อเรียนรู้เทคโนโลยีที่ตอบโจทย์การรีไซเคิลและมีทางเลือกให้กับ<a href="http://www.bangkokbiznews.com/home/search/?cx=009233870810540600983%3Ahkyg0dlysoo&amp;cof=FORID%3A9&amp;ie=windows-874&amp;q=%A1%C5%E8%CD%A7%E0%A4%C3%D7%E8%CD%A7%B4%D7%E8%C1%C3%D5%E4%AB%E0%A4%D4%C5" target="_blank">กล่องเครื่องดื่มรีไซเคิล</a>มากขึ้น ซึ่งคงไม่เพียงแค่แผ่น<a href="http://www.bangkokbiznews.com/home/search/?cx=009233870810540600983%3Ahkyg0dlysoo&amp;cof=FORID%3A9&amp;ie=windows-874&amp;q=%CB%C5%D1%A7%A4%D2%E0%A2%D5%C2%C7" target="_blank">หลังคาเขียว</a>ในวันนี้เท่านั้น .. และนี่คือความมุ่งมั่น ที่ยังไม่สิ้นสุดลงของพวกเขา</p>
<p>สำหรับราคาขายหลังคารักษ์โลก ผู้ผลิตบอกเราว่า อยู่ที่แผ่นละ 350-400 บาท ซึ่งแพงกว่าแผ่นกระเบื้องปกติถึงเกือบเท่าตัว แต่เป็นธรรมดาของสินค้ารีไซเคิล ที่ความต้องการยังน้อย วัตถุดิบหายาก ต้องใช้เทคโนโลยีที่ลงทุนสูง ทว่าพวกเขายังหวังว่า หากสามารถทำให้ความต้องการในผลิตภัณฑ์สีเขียวเพิ่มขึ้นได้ ก็ยิ่งเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้สินค้ากลุ่มนี้ราคาถูกลง เมื่อความต้องการมากขึ้น การผลิตก็จะทำได้เพิ่มขึ้น ท้ายที่สุดแล้วของรีไซเคิล ก็จะถูกนำกลับมาใช้ใหม่อย่างต่อเนื่องต่อไป</p>
<p>&#8220;การทำให้โลกน่าอยู่อย่างยั่งยืน เป็นสิ่งที่ทุกคนทำได้ง่ายๆ ด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของตัวเอง <a href="http://www.bangkokbiznews.com/home/search/?cx=009233870810540600983%3Ahkyg0dlysoo&amp;cof=FORID%3A9&amp;ie=windows-874&amp;q=%E0%B5%E7%B4%B5%C3%D2%20%E1%BE%E9%A4" target="_blank">เต็ดตรา แพ้ค</a> เป็นผู้รับผิดชอบการผลิตกล่องเครื่องดื่ม ถ้าผู้บริโภคดื่มเครื่องดื่มจากกล่องของเราแล้วทิ้งไป มันก็กลายเป็นขยะ เป็นส่วนที่ทำให้โลกไม่น่าอยู่ยิ่งขึ้น แต่ถ้าไม่ทิ้งแล้วนำไปรีไซเคิล ก็ยังช่วยสร้างรายได้ให้กับเขา สำคัญกว่านั้น คือเป็นการช่วยสังคมและสิ่งแวดล้อมไปด้วย&#8221;</p>
<p>พวกเขาฝากความมุ่งหวังไว้ในตอนท้าย</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ที่มา : กรุงเทพธุรกิจ</p>
<p>&nbsp;</p>
<span class="fb_share"><fb:like href="http://www.asamedia.org/2011/12/%e2%80%9c%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e2%80%9d%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b9%88/" layout="button_count"></fb:like></span>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.asamedia.org/2011/12/%e2%80%9c%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e2%80%9d%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b9%88/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ปัญหามลพิษจากการเร่งกู้นิคมฯ</title>
		<link>http://www.asamedia.org/2011/11/%e0%b8%9b%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a5%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%a9%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b9/</link>
		<comments>http://www.asamedia.org/2011/11/%e0%b8%9b%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a5%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%a9%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b9/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 30 Nov 2011 13:53:44 +0000</pubDate>
		<dc:creator>pimai</dc:creator>
				<category><![CDATA[Features]]></category>
		<category><![CDATA[สิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[การแก้ปัญหาน้ำท่วม]]></category>
		<category><![CDATA[ปัญหาสิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[ผลกระทบน้ำท่วม]]></category>
		<category><![CDATA[มลพิษจากนิคมอุตสาหกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[มลพิษทางน้ำ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.asamedia.org/?p=29698</guid>
		<description><![CDATA[โดย : ศ.ดร.ธงชัย พรรณสวัสดิ์ รัฐบาลได้ประกาศจะกู้นิคมอุตสาหกรรมโดยเร่งด่วน ทั้งนี้ก็เพื่อฟื้นฟูภาคอุตสาหกรรมให้กลับมายืนขึ้นได้โดยเร็ว ซึ่งจะมีผลดีต่อเศรษฐกิจชาติโดยรวม อันนี้ไม่มีใครเถียงและคงยกมือสนับสนุนกันถ้วนหน้า  เพราะนอกจากจะแก้ปัญหาทางเศรษฐกิจแล้วยังแก้ปัญหาทางสังคม เช่น ด้านแรงงาน ด้านขโมยขโจรที่จะมีตามมาหากไม่มีงานทำ ฯลฯ ได้อีกด้วย แต่ที่อาจมีปัญหาคือการเร่งกู้โดยไม่รอบคอบ ซึ่งอาจก่อให้เกิดผลเสียมหาศาลตามมาโดยเฉพาะในด้านสิ่งแวดล้อมและระบบนิเวศน์ การที่หน่วยงานราชการบางแห่งที่รับผิดชอบดูแลเรื่องมลพิษให้กับประเทศออกมาบอกว่า ให้กู้ไปก่อนโดยสูบหรือปล่อยระบายน้ำทิ้งออกจากบริเวณนิคมฯ ไปก่อน แล้วจะเฝ้าตรวจคุณภาพน้ำตามไป หากมีปัญหาตรงไหนก็จะหามาตรการแก้ไขเป็นกรณีไป คำตอบหรือมาตรการแบบนี้คงยอมรับไม่ได้ในเชิงสิ่งแวดล้อม เพราะจากปัญหาที่เป็นเฉพาะจุดและอยู่ในขอบเขตที่ควบคุมได้ (บ้าง) อย่างในกำแพงดินรอบนิคมฯ กลายมาเป็นปัญหาที่กินบริเวณทุ่งกว้างแบบหาขอบเขตไม่ได้ ซึ่งในทางวิชาการวิศวกรรมสิ่งแวดล้อมเขาเรียกว่า diffused pollution (หรือมลพิษแพร่) หรือ non-point source (แหล่งที่หาจุดกำเนิดไม่เจอ) ซึ่งเขาไม่ทำกัน สิ่งที่ควรทำก่อน ณ ขณะนี้ คือการสำรวจว่ามวลน้ำที่ขังอยู่ในนิคมฯ และต้องการสูบหรือระบายออกนั้นมีมลพิษปะปนอยู่มากน้อยเพียงใด หากมีน้อยก็สามารถเร่งกู้ได้ทันที แต่หากมีมากเกินที่สิ่งแวดล้อมจะรองรับได้ก็ควรกักเก็บไว้ก่อนและหาทางบำบัดให้ดีขึ้นก่อนจะปล่อยระบายออกนอกบริเวณ ประสบการณ์ในการกู้มลพิษเมื่อมีพายุขึ้นฝั่งที่เมืองนิวออร์ลีนส์ในสหรัฐอเมริกา ซึ่งเขาใช้หลากหลายวิธี เช่น การเอาถุงทรายกักตะกอน การใส่สารเคมีเพื่อตกตะกอนมลพิษ ฯลฯ เป็นบทเรียนรู้ที่เราสามารถเรียนรู้จากเขาได้อย่างเร็ว สำหรับการที่จะวิเคราะห์ว่าสามารถระบายน้ำออกจากนิคมฯ ได้หรือไม่ มีปัจจัยที่ควรเพ่งเล็งอยู่ 4 ปัจจัย คือ 1) [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<span class="fb_share"><fb:like href="http://www.asamedia.org/2011/11/%e0%b8%9b%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a5%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%a9%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b9/" layout="button_count"></fb:like></span><p><a class="highslide" onclick="return vz.expand(this)" href="http://www.asamedia.org/wp-content/uploads/nikom2.jpg"><img class="alignright size-medium wp-image-29699" title="nikom2" src="http://www.asamedia.org/wp-content/uploads/nikom2-300x196.jpg" alt="" width="300" height="196" /></a></p>
<p>โดย : ศ.ดร.ธงชัย พรรณสวัสดิ์</p>
<p>รัฐบาลได้ประกาศจะกู้นิคมอุตสาหกรรมโดยเร่งด่วน ทั้งนี้ก็เพื่อฟื้นฟูภาคอุตสาหกรรมให้กลับมายืนขึ้นได้โดยเร็ว ซึ่งจะมีผลดีต่อเศรษฐกิจชาติโดยรวม อันนี้ไม่มีใครเถียงและคงยกมือสนับสนุนกันถ้วนหน้า</p>
<div id="show-news">
<p> เพราะนอกจากจะแก้ปัญหาทางเศรษฐกิจแล้วยังแก้ปัญหาทางสังคม เช่น ด้านแรงงาน ด้านขโมยขโจรที่จะมีตามมาหากไม่มีงานทำ ฯลฯ ได้อีกด้วย แต่ที่อาจมี<span id="more-29698"></span>ปัญหาคือการเร่งกู้โดยไม่รอบคอบ ซึ่งอาจก่อให้เกิดผลเสียมหาศาลตามมาโดยเฉพาะในด้านสิ่งแวดล้อมและระบบนิเวศน์ การที่หน่วยงานราชการบางแห่งที่รับผิดชอบดูแลเรื่องมลพิษให้กับประเทศออกมาบอกว่า ให้กู้ไปก่อนโดยสูบหรือปล่อยระบายน้ำทิ้งออกจากบริเวณนิคมฯ ไปก่อน แล้วจะเฝ้าตรวจคุณภาพน้ำตามไป หากมีปัญหาตรงไหนก็จะหามาตรการแก้ไขเป็นกรณีไป</p>
<p>คำตอบหรือมาตรการแบบนี้คงยอมรับไม่ได้ในเชิงสิ่งแวดล้อม เพราะจากปัญหาที่เป็นเฉพาะจุดและอยู่ในขอบเขตที่ควบคุมได้ (บ้าง) อย่างในกำแพงดินรอบนิคมฯ กลายมาเป็นปัญหาที่กินบริเวณทุ่งกว้างแบบหาขอบเขตไม่ได้ ซึ่งในทางวิชาการวิศวกรรมสิ่งแวดล้อมเขาเรียกว่า diffused pollution (หรือมลพิษแพร่) หรือ non-point source (แหล่งที่หาจุดกำเนิดไม่เจอ) ซึ่งเขาไม่ทำกัน</p>
<p>สิ่งที่ควรทำก่อน ณ ขณะนี้ คือการสำรวจว่ามวลน้ำที่ขังอยู่ในนิคมฯ และต้องการสูบหรือระบายออกนั้นมีมลพิษปะปนอยู่มากน้อยเพียงใด หากมีน้อยก็สามารถเร่งกู้ได้ทันที แต่หากมีมากเกินที่สิ่งแวดล้อมจะรองรับได้ก็ควรกักเก็บไว้ก่อนและหาทางบำบัดให้ดีขึ้นก่อนจะปล่อยระบายออกนอกบริเวณ ประสบการณ์ในการกู้มลพิษเมื่อมีพายุขึ้นฝั่งที่เมืองนิวออร์ลีนส์ในสหรัฐอเมริกา ซึ่งเขาใช้หลากหลายวิธี เช่น การเอาถุงทรายกักตะกอน การใส่สารเคมีเพื่อตกตะกอนมลพิษ ฯลฯ เป็นบทเรียนรู้ที่เราสามารถเรียนรู้จากเขาได้อย่างเร็ว</p>
<p>สำหรับการที่จะวิเคราะห์ว่าสามารถระบายน้ำออกจากนิคมฯ ได้หรือไม่ มีปัจจัยที่ควรเพ่งเล็งอยู่ 4 ปัจจัย คือ 1) อัตราการเจือจางจากน้ำที่เจิ่งนองอยู่ในทุ่งเมื่อเทียบกับน้ำที่จะปล่อยออกมาว่ามีมากน้อยเพียงใด หากการเจือจางมากพอก็อาจจะไม่มีปัญหา ทั้งนี้หากนิคมฯ มีขนาด 3X3 ตารางกิโลเมตร และน้ำท่วมสูง 2 เมตร จะมีปริมาตรน้ำประมาณ 3X3X1,000,000X2 หรือ 18 ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งน่าจะน้อยมากเมื่อเทียบกับปริมาณน้ำในทุ่งที่มีอยู่หลายพันล้านลูกบาศก์เมตร ถ้ามี 5 นิคมฯ ที่ต้องกู้ก็รวมปริมาตรได้ประมาณ 18X5 = 90 ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งก็ยังน้อยกว่าน้ำในทุ่งมาก ข้อมูลนี้อาจทำให้เราเบาใจลงได้บ้าง แต่ถึงกระนั้นก็ต้องพิจารณาต่อไปยังปัจจัยที่สอง คือ 2) ความเข้มข้นหรือปริมาณของสารมลพิษที่จะปล่อยระบายออกไป หากปล่อยออกมากอัตราการเจือจางที่ว่ามากๆ นั้นก็อาจไม่พอ เราจึงต้องรู้ก่อนว่ามีปริมาณสารมลพิษที่จะปล่อยออกไปมากน้อยเพียงใด ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีใครรู้ 3) ชนิดของสารมลพิษก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ต้องพิจารณาเพราะหากปล่อยออกไปไม่มาก รวมทั้งมีอัตราการเจือจางสูง ก็ทำให้เหลือความเข้มข้นของสารมลพิษนั้นๆ ต่ำ แต่การต่ำนั้น ก็อาจไม่ต่ำพอหากสารนั้นมีความเป็นพิษรุนแรง อย่างเช่นสารปรอท จะถูกกำหนดให้ต่ำมาก คือมีได้แค่ประมาณ 0.002 มิลลิกรัมต่อลิตร คือในน้ำ 1 ลิตร จะยอมให้มีปรอทได้ไม่เกินเพียง 0.002 มิลลิกรัม ซึ่งน้อยยิ่งกว่าน้อยเสียอีก</p>
<p>คราวนี้ก็มาถึงปัจจัยที่ 4 คือ ชนิดสารมลพิษ ที่ต้องรู้ว่ามีอยู่ที่นั่นหรือไม่ ณ ขณะนี้กรมต่างๆ ได้วิเคราะห์เพียงชนิดสารที่กำหนดอยู่ในมาตรฐานน้ำทิ้ง (ซึ่งพบว่ายังปลอดภัยอยู่) แต่สารที่วิเคราะห์ได้นี้อาจแตกต่างไปจากสิ่งที่ปะปนอยู่ในน้ำในตอนนี้เพราะมาตรฐานน้ำทิ้งที่กำหนดขึ้นนั้นได้กำหนดจากสิ่งที่ควรมีอยู่ในน้ำเสียมาแต่แรก แต่สารที่ใช้ในกระบวนการผลิตและอาจเป็นพิษ แต่ไม่ได้ปล่อยออกไปกับน้ำเสียในภาวะปกติจะไม่อยู่ในรายการมาตรฐานน้ำทิ้ง ในภาวการณ์ปัจจุบันจึงสามารถไปปะปนอยู่กับน้ำที่ท่วมขังในบริเวณนิคมฯ ได้ รวมทั้งน้ำที่ท่วมขังอยู่ในเขตนิคมฯ นี้ยังสามารถไปชะละลายเอาสารต่างๆ ที่กองเก็บอยู่บนพื้นดินในนิคมฯ มาปะปนกับน้ำที่ขังนองนี้ได้อีกประการหนึ่งด้วยเช่นกัน ดังนั้นการที่ไม่ได้วิเคราะห์สารที่ไม่รู้ว่าอาจมีปะปนอยู่ จึงไม่สามารถบอกได้ว่ามีหรือไม่มี และมีอยู่ในปริมาณมากน้อยเพียงใด รวมทั้งมีความเป็นพิษมากน้อยเพียงใด สิ่งนี้จึงเป็นความเสี่ยงที่ไม่น่าเสี่ยงเพราะผลกระทบนั้นมีได้มากมหาศาล</p>
<p>จาก 4 ปัจจัยนี้จะเห็นว่าที่เราพอจะคำนวณหาตัวเลขได้มีอยู่เพียงข้อเดียวคือ ข้อที่ 1 ส่วนที่เหลืออีก 3 ปัจจัยเรายังไม่รู้อะไรเลย และสิ่งนี้เราแทบจะทำอะไรไม่ได้เลยในทันทีในภาวการณ์ ณ ปัจจุบัน ดังนั้นเราจะต้องเร่งใช้มาตรการธรรมาภิบาลสิ่งแวดล้อม ความโปร่งใสของการปฏิบัติงาน การมีส่วนร่วมของทุกภาคี CSR และ พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสาร เพื่อชักจูงหรือบังคับให้ภาคอุตสาหกรรมส่งข้อมูลเกี่ยวกับชนิดและปริมาณสารมลพิษที่มีอยู่ในการครอบครองของตนมาให้คณะกรรมการเฉพาะกิจ ซึ่งควรมีตัวแทนของภาคประชาชนและภาควิชาการเป็นกรรมการอยู่ด้วย รวมทั้งไม่ควรมีตัวแทนทางด้านการเมืองมาเกี่ยวข้อง พิจารณาว่าควรเก็บตัวอย่างน้ำที่บริเวณใด เก็บอย่างไร ปริมาณเท่าใด ฯลฯ (ซึ่งต้องออกแบบกระบวนการและขั้นตอนการเก็บตัวอย่างให้ดี มิฉะนั้นข้อมูลจะไร้ความหมาย) และนำส่งห้องปฏิบัติการที่เป็นกลางสัก 3 แห่ง เพื่อนำข้อมูลมาตรวจสอบยืนยันข้ามกันและกันถึงความแม่นยำ</p>
<p>ด้วยวิธีนี้เท่านั้นเราถึงจะมีข้อมูลมากพอที่จะสรุปว่า เราจะเร่งระบายน้ำออกจากนิคมฯ ได้ทันทีหรือไม่ การที่รัฐบาลตั้งเป้าว่าจะระบายออกจากทุกนิคมฯ ให้หมดภายในวันที่ 30 พฤศจิกายน นี้จะทำได้หรือไม่ ซึ่งแน่นอนหากใช้วิธีการที่นำเสนอนี้ก็ไม่น่าจะทำให้เป้าหมาย 30 พฤศจิกายนนี้สำเร็จได้ แต่การดื้อดึงเดินหน้าต่อไปให้ได้โดยไม่ชะลอไปก่อนนั้น จะทำสำเร็จได้ก็เฉพาะในแง่ ปริมาณน้ำ ที่จะสูบออกเท่านั้น แต่จะไม่มีทางการันตีได้เลยว่าจะทำได้ดีในแง่ของ คุณภาพน้ำ</p>
<p>ผมจึงมีข้อเสนอว่า ถ้ารอไม่ได้รัฐบาลก็ต้องตั้งงบประมาณขึ้นมาสักสองหมื่นล้านบาทมาเป็น กองทุนเฉพาะกิจพิเศษ ที่ชื่อว่า กองทุนรับประกันคุณภาพสิ่งแวดล้อม (Environmental Guarantee Fund) หรือกองทุนรับประกันสุขภาพ (Health Guarantee Fund) เอาไว้ใช้ชดเชยเยียวยาฟื้นฟูหรือทำอะไรก็แล้วแต่ให้ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากกรณีนี้สามารถมีชีวิตที่ปลอดภัยและดีขึ้นกว่าเดิม ซึ่งแน่นอนกระบวนการนี้ต้องมีการปรึกษาหารือกันกับภาคประชาชน อันอาจต้องใช้เวลานานพอสมควรเช่นกัน แต่อย่างน้อยก็พอจะมีคำตอบด้านกองทุนฯ ให้ประชาชนมีความหวังได้ และเป็นสิ่งที่ต้องทำ ส่วนจะทำได้เร็วหรือช้า นั่นขึ้นอยู่กับฝีมือของรัฐบาลครับ</p>
<p>ที่มา : กรมส่งเสิรมคุณภาพสิ่งแวดล้อม</p>
<p>ภาพ : oknation.net</p>
</div>
<span class="fb_share"><fb:like href="http://www.asamedia.org/2011/11/%e0%b8%9b%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a5%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%a9%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b9/" layout="button_count"></fb:like></span>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.asamedia.org/2011/11/%e0%b8%9b%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a5%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%a9%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b9/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ขยะแลกไข่โครงการดีช่วยลดมลพิษ</title>
		<link>http://www.asamedia.org/2011/11/%e0%b8%82%e0%b8%a2%e0%b8%b0%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%81%e0%b9%84%e0%b8%82%e0%b9%88%e0%b9%82%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%94%e0%b8%b5%e0%b8%8a%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%a2/</link>
		<comments>http://www.asamedia.org/2011/11/%e0%b8%82%e0%b8%a2%e0%b8%b0%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%81%e0%b9%84%e0%b8%82%e0%b9%88%e0%b9%82%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%94%e0%b8%b5%e0%b8%8a%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%a2/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 28 Nov 2011 17:54:25 +0000</pubDate>
		<dc:creator>pimai</dc:creator>
				<category><![CDATA[Features]]></category>
		<category><![CDATA[วีดีโอคลิป]]></category>
		<category><![CDATA[สิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[กรมควบคุมมลพิษ]]></category>
		<category><![CDATA[ปัญหาจากน้ำท่วม]]></category>
		<category><![CDATA[รักษาสิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[ลดปัญหาขยะ]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการขยะแลกไข่]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.asamedia.org/?p=29578</guid>
		<description><![CDATA[  กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กรมควบคุมมลพิษจัดโครงการขยะและไข่และเรือ เพื่อช่วยลดมลพิษ จากขวดน้ำดื่มที่ถูกทิ้งอย่างไร้ค่าและกล่องโฟม ขยะที่ก่อให้เกิดมลพิษและต้องใช้เวลานานในการย่อยสลาย และลอยเกลื่อนกราดในภาวะที่กรุงเทพมหานครต้องประสบกับมหาอุทกภัย แต่ก็ยังมีเรื่องดีๆ ที่เกิดขึ้นสวนทางกับมวลน้ำที่ยังส่งผลกระทบ อย่าง โครงการขยะแลกไข่ที่กรมควบคุมมล (คพ.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(ทส.)จัดขึ้นเพื่อกระตุ้นให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการจัดการปัญหาขยะที่เกิดขึ้นอย่างมหาศาลในช่วงน้ำท่วมและยังเป็นการช่วยเหลือลดภาระค่าใช้จ่ายของผู้ที่ประสบอุทกภัย ในการเปลี่ยนขยะให้เป็นอาหารในยามข้าวยากหมากแพง ลุง พินิจ ยอดพรหม ชายสูงวัยอายุ 64 หนึ่งในผู้ประสบภัยจากหลายร้อยชีวิตในชุมชนประชาชื่น 33 เดินทางมาพร้อมกับสมาชิกในครอบครัวอีก3 คน ที่ต่างก็ช่วยกันหิ้วขวดน้ำพลาสติกขนาดเล็กบางใหญ่บางมายังหน้าอาคารกรมควบคุมมลพิษ ซอยอารีย์สัมพันธ์ 7 เขตพญาไท หลังทราบข่าวว่ามีโครงการ &#8220;โฟม 20 ใบแลกไข่ได้ 1 ฟอง&#8221; โดยเขาบอกว่าตอนแรกตั้งใจนำขวดน้ำมาเพื่อบริจาค แต่ก็ได้ข้าวหอมมะลิปลอดสารพิษกลับบ้านมา 2 กิโลกรัม ซึ่งก็เป็นโครงการที่ดี และจะไปบอกต่อเพื่อน ๆเพราะอยากให้คนอื่นได้รับบ้าง เขายังเล่าอีกว่า แม้บ้านของตนเองไม่ท่วมมากนัก แต่ระดับน้ำในซอยสูงถึงหน้าแข้งทำให้เวลาออกมาข้างนอกหมู่บ้านเพื่อมาซื้ออาหารค่อนข้างลำบาก และทุกครั้งที่ออกมานอกหมู่บ้านก็ต้องซื้ออาหารตุนไว้ปริมาณที่มาก โดยเฉพาะน้ำดื่ม แต่พอทราบว่ามีโครงการขยะแลกไข่ไก่และข้าวสารอินทรีย์ปลอดสารพิษ ตัวเองก็รีบโทรสอบถามหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและเดินทางมาที่นี่พร้อมกับขยะขวดน้ำที่เก็บมาจากบ้านดีกว่าปล่อยให้เป็นมลพิษ &#8220;ดูจากข่าวและติดตามข่าวมาตลอด แต่ก็ไม่รู้ว่าต้องเดินทางมาแลกที่ไหน เพราะช่วงน้ำท่วมซื้อน้ำดื่มมาตุนไว้เยอะมาก พอดูข่าวจึงสนใจเอาขวดมาให้ จึงโทรถามจากหน่วยงาน จึงได้เบอร์โทรติดต่อและมาที่นี่&#8221; หลังจากได้ข้าวสารกลับบ้านไปแล้ว ลุงพินิจยังแนะนำให้กรมควบคุมมลพิษ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<span class="fb_share"><fb:like href="http://www.asamedia.org/2011/11/%e0%b8%82%e0%b8%a2%e0%b8%b0%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%81%e0%b9%84%e0%b8%82%e0%b9%88%e0%b9%82%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%94%e0%b8%b5%e0%b8%8a%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%a2/" layout="button_count"></fb:like></span><p><strong> <a class="highslide" onclick="return vz.expand(this)" href="http://www.asamedia.org/wp-content/uploads/1266566639241.jpg"><img class="alignnone size-medium wp-image-29688" title="1266566639241" src="http://www.asamedia.org/wp-content/uploads/1266566639241-300x225.jpg" alt="" width="300" height="225" /></a></strong></p>
<p><strong>กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กรมควบคุมมลพิษจัดโครงการขยะและไข่และเรือ เพื่อช่วยลดมลพิษ</strong></p>
<p>จากขวดน้ำดื่มที่ถูกทิ้งอย่างไร้ค่าและกล่องโฟม ขยะที่ก่อให้เกิดมลพิษและต้องใช้เวลานานในการย่อยสลาย และลอยเกลื่อนกราดในภาวะที่กรุงเทพมหานครต้องประสบกับมหาอุทกภัย แต่ก็ยังมีเรื่องดีๆ ที่เกิดขึ้นสวนทางกับมวลน้ำที่ยังส่งผลกระทบ อย่าง โครงการขยะแลกไข่ที่กรมควบคุมมล (คพ.) กระทรวง<span id="more-29578"></span>ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(ทส.)จัดขึ้นเพื่อกระตุ้นให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการจัดการปัญหาขยะที่เกิดขึ้นอย่างมหาศาลในช่วง<a href="http://www.bangkokbiznews.com/home/search/?cx=009233870810540600983%3Ahkyg0dlysoo&amp;cof=FORID%3A9&amp;ie=windows-874&amp;q=%B9%E9%D3%B7%E8%C7%C1" target="_blank">น้ำท่วม</a>และยังเป็นการช่วยเหลือลดภาระค่าใช้จ่ายของผู้ที่ประสบอุทกภัย ในการเปลี่ยนขยะให้เป็นอาหารในยามข้าวยากหมากแพง</p>
<p>ลุง พินิจ ยอดพรหม ชายสูงวัยอายุ 64 หนึ่งในผู้ประสบภัยจากหลายร้อยชีวิตในชุมชนประชาชื่น 33 เดินทางมาพร้อมกับสมาชิกในครอบครัวอีก3 คน ที่ต่างก็ช่วยกันหิ้วขวดน้ำพลาสติกขนาดเล็กบางใหญ่บางมายังหน้าอาคารกรมควบคุมมลพิษ ซอยอารีย์สัมพันธ์ 7 เขตพญาไท หลังทราบข่าวว่ามีโครงการ &#8220;โฟม 20 ใบแลกไข่ได้ 1 ฟอง&#8221; โดยเขาบอกว่าตอนแรกตั้งใจนำขวดน้ำมาเพื่อบริจาค แต่ก็ได้ข้าวหอมมะลิปลอดสารพิษกลับบ้านมา 2 กิโลกรัม ซึ่งก็เป็นโครงการที่ดี และจะไปบอกต่อเพื่อน ๆเพราะอยากให้คนอื่นได้รับบ้าง<br />
เขายังเล่าอีกว่า แม้บ้านของตนเองไม่ท่วมมากนัก แต่ระดับน้ำในซอยสูงถึงหน้าแข้งทำให้เวลาออกมาข้างนอกหมู่บ้านเพื่อมาซื้ออาหารค่อนข้างลำบาก และทุกครั้งที่ออกมานอกหมู่บ้านก็ต้องซื้ออาหารตุนไว้ปริมาณที่มาก โดยเฉพาะน้ำดื่ม แต่พอทราบว่ามีโครงการขยะแลกไข่ไก่และข้าวสารอินทรีย์ปลอดสารพิษ ตัวเองก็รีบโทรสอบถามหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและเดินทางมาที่นี่พร้อมกับขยะขวดน้ำที่เก็บมาจากบ้านดีกว่าปล่อยให้เป็นมลพิษ</p>
<p>&#8220;<strong>ดูจากข่าวและติดตามข่าวมาตลอด แต่ก็ไม่รู้ว่าต้องเดินทางมาแลกที่ไหน เพราะช่วง<a href="http://www.bangkokbiznews.com/home/search/?cx=009233870810540600983%3Ahkyg0dlysoo&amp;cof=FORID%3A9&amp;ie=windows-874&amp;q=%B9%E9%D3%B7%E8%C7%C1" target="_blank">น้ำท่วม</a>ซื้อน้ำดื่มมาตุนไว้เยอะมาก พอดูข่าวจึงสนใจเอาขวดมาให้ จึงโทรถามจากหน่วยงาน จึงได้เบอร์โทรติดต่อและมาที่นี่&#8221;</strong></p>
<p>หลังจากได้ข้าวสารกลับบ้านไปแล้ว ลุงพินิจยังแนะนำให้กรมควบคุมมลพิษ หาจุดรับแลกไข่ในพื้นที่ใหญ่ ๆ เพราะจะได้ขยะนำไปรีไซเคิลจำนวนมาก โดยเฉพาะขวดน้ำดื่ม เพราะในภาวะ<a href="http://www.bangkokbiznews.com/home/search/?cx=009233870810540600983%3Ahkyg0dlysoo&amp;cof=FORID%3A9&amp;ie=windows-874&amp;q=%B9%E9%D3%B7%E8%C7%C1" target="_blank">น้ำท่วม</a>เช่นนี้ คนส่วนใหญ่ซื้อน้ำขวดเก็บไว้เยอะ และหลังจากดื่มจนหมดขวดแล้ว บางคนก็ไม่รู้จะเอาขวดไปเก็บไว้ที่ไหน บางคนก็เดินทางไม่สะดวกที่จะนำขยะมาแลกกับอาหาร สุดท้ายขวดเหล่านี้ก็กลายเป็นขยะเหมือนเดิม</p>
<p>ขณะที่ <strong>น.ส.จันทร์ธิมา มูลิกากร</strong> พนักงานสำนักพิมพ์ เอมพันธ์ ย่านประชาชื่น ก็ไม่ย่อหย่อนในน้ำใจที่จะมีจิตอาสานำขวดน้ำพลาสติกใส่ถุงดำขนาดใหญ่จำนวน 3 ถุงมาแลกข้าวสารและไข่กลับไปให้เพื่อนที่บริษัท มีตั้งเป็นศูนย์อพยพของเหล่าพนักงานที่บ้านถูก<a href="http://www.bangkokbiznews.com/home/search/?cx=009233870810540600983%3Ahkyg0dlysoo&amp;cof=FORID%3A9&amp;ie=windows-874&amp;q=%B9%E9%D3%B7%E8%C7%C1" target="_blank">น้ำท่วม</a>จำนวน 6 คน โดยเธอเล่าด้วยน้ำเสียงอันหนักแน่นว่า หลังจากนำขยะมาแลกไข่ไก่และข้าวสาร รู้สึกดีใจ เพราะเป็นเสมือนน้ำใจที่มาช่วยเยียวยาในยามยาก<br />
ส่วน <strong>บุพผา อุ่นแสงจันทร์</strong> พนักงานประจำกรมควบคุมมลพิษ ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ประสบอุทกภัยที่อพยพมาอยู่ที่กรมควบคุมมลพิษก็ได้หิ้วถุงขวดน้ำพลาสติกลงร่วมกิจกรรมเช่นกัน โดยเธอบอกว่าเป็นขวดน้ำที่รวบรวมมาจากเพื่อนๆ แม้บางคนจะกลับบ้านไปแล้ว แต่ก็ได้ฝากขวดน้ำให้เธอมาแลก เพราะในสถานการณ์เช่นนี้อะไรๆก็หายาก และมีราคาแพง ซึ่งไข่ที่แลกมาได้รวมแล้ว 6 ฟองก็จะเอาไปปรุงเป็นอาหารรับประทานกับเพื่อนๆในที่อพยพมาอยู่ร่วมกัน<br />
แม้โครงการ &#8220;โฟม 20 ใบแลกไข่ได้ 1 ฟอง&#8221; จะเป็นเพียงส่วนหนึ่งที่ช่วยทั้งเรื่องการลดปัญหาขยะ และแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายของผู้ประสบในยามยาก แต่ขยะเหล่านี้ก็ยังนำไปรีไซเคิล สร้างมูลค่าเพิ่มได้อีก โดยนายพยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยกล่าวว่า  โครงการนี้ไม่เพียงทำให้ประชาชนตระหนักถึงการรักษาสภาพแวดล้อมและช่วยบรรเทาความเดือดร้อนในเรื่องอาหาร ยังเป็นการช่วยรัฐบาลลดปัญหามลพิษ และขยะที่อาจจะไปกีดขวางทางน้ำ หรือแม้กระทั่งไปอุตตันท่อน้ำ ซึ่งคาาดว่าขณะนี้มีขยะโฟมที่ลอยอยู่ในแหล่งน้ำทั้งสิ้น 4-5 แสนใบ</p>
<p>“ต่อไปเราก็มีโครงการ ถุงดำ 1 ถุง แลกไข่ 1 ใบ เพื่อให้ประชาชนที่<a href="http://www.bangkokbiznews.com/home/search/?cx=009233870810540600983%3Ahkyg0dlysoo&amp;cof=FORID%3A9&amp;ie=windows-874&amp;q=%B9%E9%D3%B7%E8%C7%C1" target="_blank">น้ำท่วม</a> ช่วยกันเก็บขยะใส่ถุงดำ โดยจะมีเจ้าหน้าที่จาก กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช กรมป่าไม้ และกรมควบคุมมลพิษ จะนำเรือออกไปตามพื้นที่ชุมชนต่างๆ ที่<a href="http://www.bangkokbiznews.com/home/search/?cx=009233870810540600983%3Ahkyg0dlysoo&amp;cof=FORID%3A9&amp;ie=windows-874&amp;q=%B9%E9%D3%B7%E8%C7%C1" target="_blank">น้ำท่วม</a>เพื่อเก็บขยะและมอบไข่เพื่อเป็นการสัมมนาคุณให้กับประชาชนในพื้นที่ ส่วนพื้นที่ที่น้ำลดแล้ว รถสามารถเข้าถึง ก็จะมีรถบริการเข้าเก็บโฟมและขวดเปล่าหรือถุงดำด้วย” นายพยุงศักดิ์ กล่าว</p>
<p>ขณะที่เกณฑ์การรับแลกขยะและกล่องโฟม นายวรศาสตร์ อภัยพงษ์ รักษาการอธิบดีกรมควบคุมมลพิษ บอกว่า หากเป็นขยะโฟมต้องล้างสะอาด  20 ชิ้น หรือขวดน้ำพร้อมฝา 10 ขวด หรือกล่องนม 20 กล่องสามารถแลกไข่ไก่ได้ 1 ฟอง และถ้าโฟม 120 ชิ้น หรือขวดน้ำพร้อมผา 60 ขวดหรือ กล่องนม 100 กล่องสามารถแลกข้าวสาร 1 กิโลกรัม ซึ่งกิจกรรมครั้งนี้เป็นโครงการนำร่อง โดยต่อจากนี้จะเพิ่มการรณรงค์รับขยะกล่องนม เพื่อนำมาเป็นวัตถุดิบในการผลิตเรืออีโค่โบ๊ต (Eco-boat) โดยนำร่องแจกเรือแล้ว ในพื้นที่เขตบางกรวย จ.นนทบุรี เขตบางพลัด ดอนเมือง ของกทม.พื้นที่ละ 20 ลำ พร้อมการลงพื้นที่ทำกิจกรรมขยะแลกไข่ไก่ไปพร้อมๆกันด้วย<br />
&#8221; การมอบเรือให้ชุมชนที่เข้าร่วมโครงการ เพื่อใช้เป็นพาหนะในการเก็บโฟมและขยะที่ลอยอยู่ในน้ำ ก็จะได้รับความสะดวกมากขึ้นและยังสามารถใช้สัญจรไปมาในยาม<a href="http://www.bangkokbiznews.com/home/search/?cx=009233870810540600983%3Ahkyg0dlysoo&amp;cof=FORID%3A9&amp;ie=windows-874&amp;q=%B9%E9%D3%B7%E8%C7%C1" target="_blank">น้ำท่วม</a>ด้วย &#8221; นายวรศาศตร์ กล่าว</p>
<p>อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้ ก็ได้มีการรณรงค์เรื่องของการใช้ถุงผ้าแทนถุงพลาสติก แต่ครั้งนี้เป็นการวางพรมครั้งที่ 2 ของทุกๆ ส่วนในการช่วยส่งเสริม ลด เลี่ยงการกลับมาของมูลขยะ เพื่อทำให้ประเทศของเราทุกคนกลับมา มีพื้นที่ที่สายงามเช่นเดิมอีกครั้ง</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ที่มา : กรุงเทพธุรกิจ</p>
<p>ภาพ : <a href="http://www.lampangcity.go.th/detail_act_news.php?id=2643">http://www.lampangcity.go.th/detail_act_news.php?id=2643</a></p>
<p>&nbsp;</p>
<span class="fb_share"><fb:like href="http://www.asamedia.org/2011/11/%e0%b8%82%e0%b8%a2%e0%b8%b0%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%81%e0%b9%84%e0%b8%82%e0%b9%88%e0%b9%82%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%94%e0%b8%b5%e0%b8%8a%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%a2/" layout="button_count"></fb:like></span>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.asamedia.org/2011/11/%e0%b8%82%e0%b8%a2%e0%b8%b0%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%81%e0%b9%84%e0%b8%82%e0%b9%88%e0%b9%82%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%94%e0%b8%b5%e0%b8%8a%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%a2/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>คพ.ชี้ปลาตายบางปะกงเกิดจากน้ำเสียผสมน้ำจากนาข้าว</title>
		<link>http://www.asamedia.org/2011/11/%e0%b8%84%e0%b8%9e-%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b9%89%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%9b%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%94/</link>
		<comments>http://www.asamedia.org/2011/11/%e0%b8%84%e0%b8%9e-%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b9%89%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%9b%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%94/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 14 Nov 2011 08:26:10 +0000</pubDate>
		<dc:creator>pimai</dc:creator>
				<category><![CDATA[สิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำเน่า]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำเสีย]]></category>
		<category><![CDATA[ปลาตายบางปะกง]]></category>
		<category><![CDATA[ผลกระทบน้ำท่วม]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.asamedia.org/?p=28727</guid>
		<description><![CDATA[คพ.ชี้ปลาตายบางปะกง สาเหตุน้ำท่วมผสมน้ำเสียจากนาข้าว กรมชลฯเมินแจ้งเตือนผู้เลี้ยงปลาท้ายน้ำคลองสารภี นายอนุพันธ์ อิฐรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักจัดการคุณภาพน้ำ กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เปิดเผยถึงปัญหากรณีปลาในกระชัง ที่เลี้ยงในแม่น้ำบางปะกงบริเวณอ.บางคล้า จ.ฉะเชิงเทราตายเป็นจำนวนมากว่า ได้มีการตรวจสอบแล้วพบสาเหตุว่า เกิดจากปัญหาการเปิดประตูระบายน้ำคลองสารภีของกรมชลประทานในเขตอ.บ้านสร้าง ซึ่งส่งผลให้น้ำเสียบริเวณตอนเหนือประตูระบายน้ำที่มาจากพื้นที่นาข้าวไหลลงมาตามแม่น้ำ ประกอบกับมีการระบายน้ำท่วมในเขตแม่น้ำปราจีนบุรี ซึ่งมีค่าออกซิเจนละลายน้ำ(ดีโอ)ลดต่ำเหลือเพียง 1.3 มิลลิกรัมต่อลิตร เมื่อน้ำสองมวลมาบรรจบกันยิ่งทำให้ค่าดีโอเหลือเพียง 0.5 มิลลิกรัมต่อลิตร จนปลาในกระชังซึ่งอยู่ท้ายประตูระบายน้ำคลองสารภีเริ่มทยอยตาย เฉลี่ยวันละ 500 – 1000 ตัวต่อวัน โดยมีผู้เลี้ยงปลากระชังในเขตอ.บางแตน บ้านสร้างเกือบ 20 รายได้รับผลกระทบ นายอนุพันธ์ กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ พื้นที่ดังกล่าวเคยประสบปัญหาปลาในกระชังตายจากการเปิด- ปิดประตูระบายน้ำคลองสารภีมาหลายปี เพราะต้องรับน้ำเสียจากพื้นที่ข้าวนาปีกว่า 1000 ไร่ทางตอนเหนือของแม่น้ำลงมา กระทั้ง คพ.ร่วมกับกรมชลประทานจังหวัดและชาวบ้านในพื้นที่กำหนดมาตรการเปิด-ปิดประตู โดยให้กรมชลประทานแจ้งผู้เลี้ยงปลากระชังและค่อยๆเปิดบางประตูเพื่อให้การไหลของน้ำเสียที่มาจากนาข้าวเป็นไปอย่างช้าๆ โดยคพ.จะมีการติดตั้งสถานีวัดคุณภาพน้ำอัตโนมัติที่ท้ายแม่น้ำบางปะกง หากคุณภาพน้ำเริ่มแย่ก็จะแจ้งให้กรมชลประทานปิดประตูระบายน้ำและช่วยเติมออกซิเจนในน้ำทางตอนเหนือทันที โดย 2-3 ปีที่ผ่านมาได้ใช้มาตรการนี้ไม่พบปัญหาปลาตาย “ ขณะนี้ได้เตรียมข้อมูลปัญหาที่เกิดขึ้นไปรายงาน ศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย หรือ ศปภ.ทส.ทราบถึงสาเหตุที่ปลากระชังตายที่แม่น้ำบางปะกงว่าเกิดจากน้ำเสียจากนาข้าวมาผสมกับกับน้ำท่วมที่ระบายลงมาจากแม่น้ำปราจีนลงในแม่น้ำบางปะกง ที่ปกติก็มีคุณภาพน้ำต่ำอยู่แล้ว ทำให้ผู้เลี้ยงปลากระชังได้รับผลกระทบ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะกรมชลประทานไม่ได้แจ้งเตือนก่อนจะเปิดประตูระบายน้ำ อย่างไรก็ตามคาดว่า หลังจากนี้สถานการณืก็จะคลีคลายลงภายใน 1 สัปดาห์ ” นายอนุพันธ์กล่าว &#160; ที่มา : กรุงเทพธุรกิจ ภาพ : [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<span class="fb_share"><fb:like href="http://www.asamedia.org/2011/11/%e0%b8%84%e0%b8%9e-%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b9%89%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%9b%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%94/" layout="button_count"></fb:like></span><p><a class="highslide" onclick="return vz.expand(this)" href="http://www.asamedia.org/wp-content/uploads/9e9ddkjiahefe557abah6.jpg"><img class="alignnone size-medium wp-image-28728" title="9e9ddkjiahefe557abah6" src="http://www.asamedia.org/wp-content/uploads/9e9ddkjiahefe557abah6-300x225.jpg" alt="" width="300" height="225" /></a></p>
<p><strong>คพ.ชี้ปลาตายบางปะกง สาเหตุน้ำท่วมผสมน้ำเสียจากนาข้าว กรมชลฯเมินแจ้งเตือนผู้เลี้ยงปลาท้ายน้ำคลองสารภี</strong></p>
<p>นายอนุพันธ์ อิฐรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักจัดการคุณภาพน้ำ กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เปิดเผยถึงปัญหากรณีปลาในกระชัง ที่เลี้ยงในแม่น้ำบางปะกงบริเวณอ.บางคล้า จ.ฉะเชิงเทราตายเป็นจำนวนมากว่า ได้มีการตรวจสอบแล้วพบสาเหตุว่า เกิด<span id="more-28727"></span>จากปัญหาการเปิดประตูระบายน้ำคลองสารภีของกรมชลประทานในเขตอ.บ้านสร้าง ซึ่งส่งผลให้<a href="http://www.bangkokbiznews.com/home/search/?cx=009233870810540600983%3Ahkyg0dlysoo&amp;cof=FORID%3A9&amp;ie=windows-874&amp;q=%B9%E9%D3%E0%CA%D5%C2" target="_blank">น้ำเสีย</a>บริเวณตอนเหนือประตูระบายน้ำที่มาจากพื้นที่นาข้าวไหลลงมาตามแม่น้ำ ประกอบกับมีการระบายน้ำท่วมในเขตแม่น้ำปราจีนบุรี ซึ่งมีค่าออกซิเจนละลายน้ำ(ดีโอ)ลดต่ำเหลือเพียง 1.3 มิลลิกรัมต่อลิตร เมื่อน้ำสองมวลมาบรรจบกันยิ่งทำให้ค่าดีโอเหลือเพียง 0.5 มิลลิกรัมต่อลิตร จนปลาในกระชังซึ่งอยู่ท้ายประตูระบายน้ำคลองสารภีเริ่มทยอยตาย เฉลี่ยวันละ 500 – 1000 ตัวต่อวัน โดยมีผู้เลี้ยงปลากระชังในเขตอ.บางแตน บ้านสร้างเกือบ 20 รายได้รับผลกระทบ<br />
นายอนุพันธ์ กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ พื้นที่ดังกล่าวเคยประสบปัญหาปลาในกระชังตายจากการเปิด- ปิดประตูระบายน้ำคลองสารภีมาหลายปี เพราะต้องรับ<a href="http://www.bangkokbiznews.com/home/search/?cx=009233870810540600983%3Ahkyg0dlysoo&amp;cof=FORID%3A9&amp;ie=windows-874&amp;q=%B9%E9%D3%E0%CA%D5%C2" target="_blank">น้ำเสีย</a>จากพื้นที่ข้าวนาปีกว่า 1000 ไร่ทางตอนเหนือของแม่น้ำลงมา กระทั้ง คพ.ร่วมกับกรมชลประทานจังหวัดและชาวบ้านในพื้นที่กำหนดมาตรการเปิด-ปิดประตู โดยให้กรมชลประทานแจ้งผู้เลี้ยงปลากระชังและค่อยๆเปิดบางประตูเพื่อให้การไหลของ<a href="http://www.bangkokbiznews.com/home/search/?cx=009233870810540600983%3Ahkyg0dlysoo&amp;cof=FORID%3A9&amp;ie=windows-874&amp;q=%B9%E9%D3%E0%CA%D5%C2" target="_blank">น้ำเสีย</a>ที่มาจากนาข้าวเป็นไปอย่างช้าๆ โดยคพ.จะมีการติดตั้งสถานีวัดคุณภาพน้ำอัตโนมัติที่ท้ายแม่น้ำบางปะกง หากคุณภาพน้ำเริ่มแย่ก็จะแจ้งให้กรมชลประทานปิดประตูระบายน้ำและช่วยเติมออกซิเจนในน้ำทางตอนเหนือทันที โดย 2-3 ปีที่ผ่านมาได้ใช้มาตรการนี้ไม่พบปัญหาปลาตาย<br />
“ ขณะนี้ได้เตรียมข้อมูลปัญหาที่เกิดขึ้นไปรายงาน ศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย หรือ ศปภ.ทส.ทราบถึงสาเหตุที่ปลากระชังตายที่แม่น้ำบางปะกงว่าเกิดจาก<a href="http://www.bangkokbiznews.com/home/search/?cx=009233870810540600983%3Ahkyg0dlysoo&amp;cof=FORID%3A9&amp;ie=windows-874&amp;q=%B9%E9%D3%E0%CA%D5%C2" target="_blank">น้ำเสีย</a>จากนาข้าวมาผสมกับกับน้ำท่วมที่ระบายลงมาจากแม่น้ำปราจีนลงในแม่น้ำบางปะกง ที่ปกติก็มีคุณภาพน้ำต่ำอยู่แล้ว ทำให้ผู้เลี้ยงปลากระชังได้รับผลกระทบ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะกรมชลประทานไม่ได้แจ้งเตือนก่อนจะเปิดประตูระบายน้ำ อย่างไรก็ตามคาดว่า หลังจากนี้สถานการณืก็จะคลีคลายลงภายใน 1 สัปดาห์ ” นายอนุพันธ์กล่าว</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ที่มา : <a title="กรุงเทพธุรกิจ" href="http://www.bangkokbiznews.com/home/detail/politics/life/20111114/419201/%E0%B8%84%E0%B8%9E.%E0%B8%8A%E0%B8%B5%E0%B9%89%E0%B8%9B%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%9B%E0%B8%B0%E0%B8%81%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%B4%E0%B8%94%E0%B8%88%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B3%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%9C%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B3%E0%B8%88%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%A7.html">กรุงเทพธุรกิจ</a></p>
<p>ภาพ : คมชัดลึก</p>
<p>&nbsp;</p>
<span class="fb_share"><fb:like href="http://www.asamedia.org/2011/11/%e0%b8%84%e0%b8%9e-%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b9%89%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%9b%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%94/" layout="button_count"></fb:like></span>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.asamedia.org/2011/11/%e0%b8%84%e0%b8%9e-%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b9%89%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%9b%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%94/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

