<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ASA Media : อาสามีเดีย &#187; วัฒนธรรม</title>
	<atom:link href="http://www.asamedia.org/category/aroundus/culture/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.asamedia.org</link>
	<description>สื่อสีขาว สื่อสร้างสรรค์ สร้างจิตสำนึกดี</description>
	<lastBuildDate>Fri, 10 Feb 2012 13:27:02 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.3.1</generator>
		<item>
		<title>รูปลักษณ์โบราณสถานสู่งานศิลปะ</title>
		<link>http://www.asamedia.org/2012/01/%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%93%e0%b9%8c%e0%b9%82%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%93%e0%b8%aa%e0%b8%96%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%b9%e0%b9%88%e0%b8%87/</link>
		<comments>http://www.asamedia.org/2012/01/%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%93%e0%b9%8c%e0%b9%82%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%93%e0%b8%aa%e0%b8%96%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%b9%e0%b9%88%e0%b8%87/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 20 Jan 2012 04:41:19 +0000</pubDate>
		<dc:creator>pimai</dc:creator>
				<category><![CDATA[Features]]></category>
		<category><![CDATA[วัฒนธรรม]]></category>
		<category><![CDATA[งานศิลปะ]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.สันติ เล็กสุขุม]]></category>
		<category><![CDATA[นักประวัติศาสตร์ศิลปะ]]></category>
		<category><![CDATA[นักโบราณคดี]]></category>
		<category><![CDATA[นิทรรศการศิลปะ]]></category>
		<category><![CDATA[ศิลปิน]]></category>
		<category><![CDATA[สถาปัตยกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[หอศิลป์มหาวิทยาลัยศิลปากร]]></category>
		<category><![CDATA[โบราณสถาน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.asamedia.org/?p=30838</guid>
		<description><![CDATA[นิทรรศการ ศิลปะสร้างสรรค์จากการสันนิษฐานรูปลักษณ์โบราณสถาน ของ ดร.สันติ เล็กสุขุม ศึกษาชื่นชมได้จนถึงวันที่ 30 มกราคม ที่หอศิลป์มหาวิทยาลัยศิลปากร วังท่าพระ มนุษย์มีความฝันเป็นเครื่องหล่อเลี้ยงชีวิตจิตใจ ให้มุ่งมั่นสร้างสรรค์ความฝันให้ปรากฏเป็นความจริง สถาปนิกฝันสร้างสรรค์จึงบังเกิดสถาปัตยกรรมมหัศจรรย์ นักเขียนฝันสร้างสรรค์จึงเกิดมหากาพย์วรรณกรรม นักเพลงนักดนตรีฝันถึงคีตกวีและบทเพลงอมตะให้ปรากฏ เมื่อคนธรรมดาก้าวเข้าสู่เมืองโบราณอุทยานประวัติศาสตร์ เช่น ลพบุรี สุโขทัย กำแพงเพชร พระนครศรีอยุธยา ก็มักตั้งคำถามและฝันเสมอไปว่า ถ้าโบราณสถานเหล่านี้อยู่สมบูรณ์จะเป็นอย่างไรจะยิ่งใหญ่อลังการสักเพียงไหน แล้วความคิดเหล่านั้นจะหายไปกับวันเวลาที่ผ่านเลย แต่กับศิลปินนักประวัติศาสตร์ศิลปะนักโบราณคดีท่านหนึ่ง ไม่ได้เพียงแค่คิดว่าถ้าภาพสมบูรณ์ของเมืองประวัติศาสตร์เหล่านั้นเป็นอย่างไรแล้วสลายหายไปกับวันเวลาที่เปลี่ยนแปลง วันเวลาที่ผ่านเลยใช่รอเวลาร่วงโรย แต่กลับเป็นเวลาอันมีค่าแห่งการศึกษาวิจัยรูปแบบศิลปะรูปลักษณ์โบราณสถานแล้วนำเสนอเป็นเอกสาร ตำรา ผลงานวิจัย แต่คราวนี้ได้ต่อยอดความคิดฝันเป็นงานศิลปะออกมาให้ปรากฏ จากแหล่งเมืองโบราณไม่ว่า ลพบุรี สุพรรณบุรี เชียงแสน สุโขทัย กำแพงเพชร เพชรบูรณ์ นครปฐม พระนครศรีอยุธยา หรือแม้แต่ปราสาทพระวิหารที่ศรีสะเกษ ในชื่องาน ”ศิลปะสร้างสรรค์จากการสันนิษฐานรูปลักษณ์โบราณสถาน” นักโบราณคดีนักประวัติศาสตร์ศิลปะศิลปินที่ชื่อ ดร.สันติ เล็กสุขุม นำเสนองานศิลปะสร้างสรรค์ภาพฝันที่ผ่านการศึกษาวิจัยสันนิษฐานจากโบราณสถานที่เหลืออยู่แล้วนำเสนอโดยอาศัยเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ประมวลและสร้างสรรค์ขึ้นให้เป็นงานที่น่าชื่นชมถึง 74 ชิ้น ล้วนเป็นความอุตสาหะพยายามในการศึกษาและสร้างสรรค์ยิ่ง เมื่อพบเห็นวัดพระศรีสรรเพชญ์ พระนครศรีอยุธยา ธรรมดาจะเห็นแต่เจดีย์เรียงกันสามองค์ แต่สิ่งที่ขาดหายไปมณฑปของวัดควรเป็นอย่างไร วัดราชบูรณะ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<span class="fb_share"><fb:like href="http://www.asamedia.org/2012/01/%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%93%e0%b9%8c%e0%b9%82%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%93%e0%b8%aa%e0%b8%96%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%b9%e0%b9%88%e0%b8%87/" layout="button_count"></fb:like></span><p><strong><a class="highslide" onclick="return vz.expand(this)" href="http://www.asamedia.org/wp-content/uploads/news_img_429445_1.jpg"><img class="alignright size-medium wp-image-30839" title="" src="http://www.asamedia.org/wp-content/uploads/news_img_429445_1-300x212.jpg" alt="" width="300" height="212" /></a>นิทรรศการ ศิลปะสร้างสรรค์จากการสันนิษฐานรูปลักษณ์โบราณสถาน ของ ดร.สันติ เล็กสุขุม ศึกษาชื่นชมได้จนถึงวันที่ 30 มกราคม ที่หอศิลป์มหาวิทยาลัยศิลปากร วังท่าพระ<span id="more-30838"></span></strong></p>
<p>มนุษย์มีความฝันเป็นเครื่องหล่อเลี้ยงชีวิตจิตใจ ให้มุ่งมั่นสร้างสรรค์ความฝันให้ปรากฏเป็นความจริง สถาปนิกฝันสร้างสรรค์จึงบังเกิดสถาปัตยกรรมมหัศจรรย์ นักเขียนฝันสร้างสรรค์จึงเกิดมหากาพย์วรรณกรรม นักเพลงนักดนตรีฝันถึงคีตกวีและบทเพลงอมตะให้ปรากฏ<br />
เมื่อคนธรรมดาก้าวเข้าสู่เมืองโบราณอุทยานประวัติศาสตร์ เช่น ลพบุรี สุโขทัย กำแพงเพชร พระนครศรีอยุธยา ก็มักตั้งคำถามและฝันเสมอไปว่า ถ้าโบราณสถานเหล่านี้อยู่สมบูรณ์จะเป็นอย่างไรจะยิ่งใหญ่อลังการสักเพียงไหน แล้วความคิดเหล่านั้นจะหายไปกับวันเวลาที่ผ่านเลย<br />
แต่กับศิลปินนักประวัติศาสตร์<a href="http://www.bangkokbiznews.com/home/search/?cx=009233870810540600983%3Ahkyg0dlysoo&amp;cof=FORID%3A9&amp;ie=windows-874&amp;q=%C8%D4%C5%BB%D0" target="_blank">ศิลปะ</a>นักโบราณคดีท่านหนึ่ง ไม่ได้เพียงแค่คิดว่าถ้าภาพสมบูรณ์ของเมืองประวัติศาสตร์เหล่านั้นเป็นอย่างไรแล้วสลายหายไปกับวันเวลาที่เปลี่ยนแปลง วันเวลาที่ผ่านเลยใช่รอเวลาร่วงโรย แต่กลับเป็นเวลาอันมีค่าแห่งการศึกษาวิจัยรูปแบบ<a href="http://www.bangkokbiznews.com/home/search/?cx=009233870810540600983%3Ahkyg0dlysoo&amp;cof=FORID%3A9&amp;ie=windows-874&amp;q=%C8%D4%C5%BB%D0" target="_blank">ศิลปะ</a>รูปลักษณ์โบราณสถานแล้วนำเสนอเป็นเอกสาร ตำรา ผลงานวิจัย แต่คราวนี้ได้ต่อยอดความคิดฝันเป็นงาน<a href="http://www.bangkokbiznews.com/home/search/?cx=009233870810540600983%3Ahkyg0dlysoo&amp;cof=FORID%3A9&amp;ie=windows-874&amp;q=%C8%D4%C5%BB%D0" target="_blank">ศิลปะ</a>ออกมาให้ปรากฏ จากแหล่งเมืองโบราณไม่ว่า ลพบุรี สุพรรณบุรี เชียงแสน สุโขทัย กำแพงเพชร เพชรบูรณ์ นครปฐม พระนครศรีอยุธยา หรือแม้แต่ปราสาทพระวิหารที่ศรีสะเกษ ในชื่องาน ”<a href="http://www.bangkokbiznews.com/home/search/?cx=009233870810540600983%3Ahkyg0dlysoo&amp;cof=FORID%3A9&amp;ie=windows-874&amp;q=%C8%D4%C5%BB%D0" target="_blank">ศิลปะ</a>สร้างสรรค์จากการสันนิษฐานรูปลักษณ์โบราณสถาน”</p>
<p><a class="highslide" onclick="return vz.expand(this)" href="http://www.asamedia.org/wp-content/uploads/news_img_429445_2.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-30840" title="" src="http://www.asamedia.org/wp-content/uploads/news_img_429445_2-300x242.jpg" alt="" width="300" height="242" /></a><br />
นักโบราณคดีนักประวัติศาสตร์<a href="http://www.bangkokbiznews.com/home/search/?cx=009233870810540600983%3Ahkyg0dlysoo&amp;cof=FORID%3A9&amp;ie=windows-874&amp;q=%C8%D4%C5%BB%D0" target="_blank">ศิลปะ</a>ศิลปินที่ชื่อ ดร.สันติ เล็กสุขุม นำเสนองาน<a href="http://www.bangkokbiznews.com/home/search/?cx=009233870810540600983%3Ahkyg0dlysoo&amp;cof=FORID%3A9&amp;ie=windows-874&amp;q=%C8%D4%C5%BB%D0" target="_blank">ศิลปะ</a>สร้างสรรค์ภาพฝันที่ผ่านการศึกษาวิจัยสันนิษฐานจากโบราณสถานที่เหลืออยู่แล้วนำเสนอโดยอาศัยเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ประมวลและสร้างสรรค์ขึ้นให้เป็นงานที่น่าชื่นชมถึง 74 ชิ้น ล้วนเป็นความอุตสาหะพยายามในการศึกษาและสร้างสรรค์ยิ่ง เมื่อพบเห็นวัดพระศรีสรรเพชญ์ พระนครศรีอยุธยา ธรรมดาจะเห็นแต่เจดีย์เรียงกันสามองค์ แต่สิ่งที่ขาดหายไปมณฑปของวัดควรเป็นอย่างไร วัดราชบูรณะ ที่พบเครื่องทองอยุธยาอันงดงาม พระเจดีย์ทิศรอบปรางค์ประธานที่ปรากฏนั้นรูปลักษณ์ที่สมบูรณ์เป็นอย่างไร ยังวัดใหญ่ไชยมงคลที่มีพระเจดีย์ปรากฏอยู่นั้น มณฑปประดิษฐานพระพุทธรูปควรมีลักษณะอย่างไร หรืออย่าง ที่วัดโคกสิงคาราม ศรีสัชนาลัย สุโขทัยที่สันนิษฐานวิหารจากผนังที่เหลือ วัดเจดีย์เจ็ดแถว ที่สันนิษฐานถึงวิหารและเจดีย์ หรืออย่างวัดนางพญา ศรีสัชนาลัย สุโขทัยที่สันนิษฐานทั้งเจดีย์บริวาร อุโบสถ วิหาร เรียกได้ว่าเกือบทั้งหมด<br />
ที่น่าทึ่งอีกแห่งก็คือวัดช้างรอบ กำแพงเพชร สันนิษฐานหลังคาของอุโบสถ วิหาร ทรงระฆังของเจดีย์  วัดพระแก้ว กำแพงเพชร ก็เช่นกันไม่เพียงเป็นคำถามที่ไร้คำตอบ หากแต่มีคำตอบที่เป็นงาน<a href="http://www.bangkokbiznews.com/home/search/?cx=009233870810540600983%3Ahkyg0dlysoo&amp;cof=FORID%3A9&amp;ie=windows-874&amp;q=%C8%D4%C5%BB%D0" target="_blank">ศิลปะ</a>สร้างสรรค์ให้ปรากฏด้วยสีสันการจัดวางให้ได้ชม แม้จะเป็นการสันนิษฐานจากรูปลักษณ์ที่ปรากฏก็ตาม ด้วยหลักวิชาของประวัติศาสตร์<a href="http://www.bangkokbiznews.com/home/search/?cx=009233870810540600983%3Ahkyg0dlysoo&amp;cof=FORID%3A9&amp;ie=windows-874&amp;q=%C8%D4%C5%BB%D0" target="_blank">ศิลปะ</a> โบราณคดี วิเคราะห์รูปแบบแล้วจึงนำเสนอเป็นงานจิตรกรรมให้ปรากฏ ไม่เพียงเท่านั้นด้วยจิตวิญญาณของศิลปินที่เคยได้แสดงงานศิลปกรรมแห่งชาติมาแล้ว จึงบรรจงถ่ายทอดด้วยสีน้ำให้เห็นสีสันลีลาผ่านฝีมืออันชำนาญให้ชื่นชมอีกด้วย<br />
งานเหล่านี้มิได้เกิดขึ้นในเร็ววัน หากแต่ค่อยๆ เริ่มต้นจากการศึกษาวิจัยรูปแบบสันนิษฐานโบราณสถานที่ปรากฏ เพื่อใช้ประกอบการสอนในฐานะของครูที่ดี พึงศึกษาตอบความฝันของผู้ศึกษาให้ความรู้แก่ผู้เรียนได้เห็นภาพสมบูรณ์ควรเป็นเช่นไรเพราะอะไร ในที่สุดก็นำเสนอสู่สาธารณะ ไม่แต่เพียงเท่านั้นจากงานวิจัยทำให้เชื่อมั่นได้ กรมศิลปากรจึงให้ทำภาพเหล่านี้ติดแสดงที่โบราณสถานที่จริงให้ผู้ศึกษาได้เห็นเปรียบเทียบของจริงที่ปรากฏอยู่กับส่วนที่สมบูรณ์ควรจะเป็นเช่นไร ได้เริ่มที่สุโขทัย ศรีสัชชนาลัย กำแพงเพชร และพระนครศรีอยุธยาแล้ว<br />
แรกๆอาจารย์ว่าวางกับพื้นให้กลืนไม่เบียดบังโบราณสถานแล้วก้มเงยดูเปรียบเทียบ แต่เอาเข้าจริงไม่สู้ได้ผล สู้ตั้งขึ้นให้เห็นเด่นชัดว่าเป็นเช่นไร ผู้ศึกษาจะได้คิดฝันซาบซึ้งตามจินตนาการนั้นไปด้วย ด้วยสีสันฉูดฉาดสะดุดตาสะดุดใจให้ชื่นชมและตระหนัก นอกจากนั้นยังได้ทำเป็นโมเดล 1 : 100 ติดตั้งให้เห็นเป็นที่ประจักษ์ ซึ่งก็ทำให้โบราณสถานแต่ละแห่งเหล่านั้นมีชีวิตชีวาควรค่าแก่การศึกษาเพิ่มขึ้น<br />
ศาสตราจารย์ชลูด นิ่มเสมอ ผู้ที่ส่งเสริมให้อาจารย์สันติจัดแสดงงานคราวนี้ให้ความเห็นว่า “เป็นงานที่ประสานปัจจัยหลัก 3 ประการเข้าด้วยกันคือ ด้านความคิด ซึ่งได้แก่รูปลักษณ์ของโบราณสถานที่สันนิษฐานว่าควรจะเป็นสภาพที่ยังสมบูรณ์ ด้านเทคนิค ใช้เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ในการสร้างรูปทรงสิ่งแวดล้อมด้วยสีและน้ำหนักแสงเงา และด้านการแสดงออก ด้วยจิตวิญญาณของศิลปินที่มีสัญชาตญาณทางความงามและพื้นฐานทาง<a href="http://www.bangkokbiznews.com/home/search/?cx=009233870810540600983%3Ahkyg0dlysoo&amp;cof=FORID%3A9&amp;ie=windows-874&amp;q=%C8%D4%C5%BB%D0" target="_blank">ศิลปะ</a>เป็นพลังขับเคลื่อนให้เกิดผลงานที่แสดงออกอย่างกลมกลืนอย่างเป็นระบบ” ส่วน ศาสตราจารย์ปรีชา เถาทอง ให้ทัศนะไว้ว่า “เป็นมิติใหม่ในการสร้างองค์ความรู้ ที่ผ่านจินตนาการ แนวคิด รูปแบบ ขบวนการ ด้วยเนื้อหาสาระที่มีเอกภาพสมบูรณ์แบบ”<br />
<a class="highslide" onclick="return vz.expand(this)" href="http://www.asamedia.org/wp-content/uploads/news_img_429445_3.jpg"><img class="alignright size-medium wp-image-30841" title="" src="http://www.asamedia.org/wp-content/uploads/news_img_429445_3-205x300.jpg" alt="" width="205" height="300" /></a> นิทรรศการ<a href="http://www.bangkokbiznews.com/home/search/?cx=009233870810540600983%3Ahkyg0dlysoo&amp;cof=FORID%3A9&amp;ie=windows-874&amp;q=%C8%D4%C5%BB%D0" target="_blank">ศิลปะ</a>สร้างสรรค์จากการสันนิษฐานรูปลักษณ์โบราณสถานของศาสตราจารย์เกียรติคุณดร.สันติ เล็กสุขุม จึงมิใช่เพียงได้พบกับรูปลักษณ์โบราณสถานที่ควรจะเป็นในอดีตที่พึงคิดใคร่ครวญแล้วจินตนาการตามงาน<a href="http://www.bangkokbiznews.com/home/search/?cx=009233870810540600983%3Ahkyg0dlysoo&amp;cof=FORID%3A9&amp;ie=windows-874&amp;q=%C8%D4%C5%BB%D0" target="_blank">ศิลปะ</a>ที่นำเสนอ แล้วสรุปเป็นทัศนะว่าเห็นด้วยหรือไม่ ใช่หรือไม่ จริงหรือไม่เท่านั้น การที่จะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยไม่เป็นปัญหาล้วนมีสิทธิ์คิดใคร่ครวญบนพื้นฐานของการรับรู้แต่ละคน<br />
แต่สิ่งที่จะละเลยผ่านไม่ได้คืองาน<a href="http://www.bangkokbiznews.com/home/search/?cx=009233870810540600983%3Ahkyg0dlysoo&amp;cof=FORID%3A9&amp;ie=windows-874&amp;q=%C8%D4%C5%BB%D0" target="_blank">ศิลปะ</a>เบื้องหน้าที่ปรากฏประกอบด้วยสีสันน้ำหนักการจัดวางองค์ประกอบของภาพที่นำเสนอ ทั้งเกิดจากการพิมพ์ด้วยเทคโนโลยีและฝีมือของศิลปิน ล้วนทรงคุณค่าในความงามให้ชื่นชมและยิ่งดูก็ยิ่งเห็นความพยายามในการสร้างสรรค์  หากการสันนิษฐานทำไว้ด้วยตัวอักษรคงมีเพียงชีวิตแต่ขาดชีวา  แต่เมื่อสร้างไว้ด้วยสีสันเทคนิคลีลา  จึงมีชีวิตชีวาค่าควรชมยิ่ง<br />
นิทรรศการ <a href="http://www.bangkokbiznews.com/home/search/?cx=009233870810540600983%3Ahkyg0dlysoo&amp;cof=FORID%3A9&amp;ie=windows-874&amp;q=%C8%D4%C5%BB%D0" target="_blank">ศิลปะ</a>สร้างสรรค์จากการสันนิษฐานรูปลักษณ์โบราณสถาน ของ ดร.สันติ เล็กสุขุม ควรค่าแก่การชื่นชมและให้เวลากับตนเองได้จึงใช้จินตนาการเดินตามคิดใคร่ครวญเก็บความซาบซึ้งความงามและศึกษาควบคู่กันไป มีเวลาให้โอกาสศึกษาชื่นชมได้จนถึงวันที่ 30 มกราคม ที่หอศิลป์มหาวิทยาลัยศิลปากร วังท่าพระ</p>
<p>ที่มา : กรุงเทพธุรกิจ</p>
<span class="fb_share"><fb:like href="http://www.asamedia.org/2012/01/%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%93%e0%b9%8c%e0%b9%82%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%93%e0%b8%aa%e0%b8%96%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%b9%e0%b9%88%e0%b8%87/" layout="button_count"></fb:like></span>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.asamedia.org/2012/01/%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%93%e0%b9%8c%e0%b9%82%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%93%e0%b8%aa%e0%b8%96%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%b9%e0%b9%88%e0%b8%87/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>พิพิธภัณฑ์ธงชาติไทย บ่งบอกความเป็นไทยในผืนธง</title>
		<link>http://www.asamedia.org/2012/01/%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%a0%e0%b8%b1%e0%b8%93%e0%b8%91%e0%b9%8c%e0%b8%98%e0%b8%87%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2-%e0%b8%9a%e0%b9%88%e0%b8%87/</link>
		<comments>http://www.asamedia.org/2012/01/%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%a0%e0%b8%b1%e0%b8%93%e0%b8%91%e0%b9%8c%e0%b8%98%e0%b8%87%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2-%e0%b8%9a%e0%b9%88%e0%b8%87/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 13 Jan 2012 04:43:55 +0000</pubDate>
		<dc:creator>pimai</dc:creator>
				<category><![CDATA[Features]]></category>
		<category><![CDATA[วัฒนธรรม]]></category>
		<category><![CDATA[ความเป็นไทย]]></category>
		<category><![CDATA[พิพิธภัณฑ์ธงชาติไทย]]></category>
		<category><![CDATA[แหล่งเรียนรู้ของคนไทย]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.asamedia.org/?p=30771</guid>
		<description><![CDATA[แค่คนไทยได้เข้าใจคำว่า &#8220;ไทย&#8221; ผ่านเรื่องราวของ &#8220;ธงชาติ&#8221; นั่นคือทั้งหมดที่พฤฒิพล ประชุมผล คาดหวังจากการลงทุนลงแรงสร้างพิพิธภัณฑ์ธงชาติไทย &#8220;ธงชาติไทย&#8221; เป็นสัญลักษณ์ของประเทศไทย บ่งบอกถึงเอกลักษณ์และศักดิ์ศรีในความเป็นไทยซึ่งมีความหมายแสดง ความเป็นเอกราช อธิปไตยของชาติ รวมทั้งสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ แต่&#8230;คนไทยจำนวนไม่น้อยที่เกิดบนแผ่นดินไทย ถือบัตรประชาชนคนไทย เห็นธงชาติไทยอัญเชิญขึ้นเสากันเกือบทุกวัน กลับไม่รู้ประวัติความเป็นมาของธงชาติไทย ธงของชาติตนเองว่ามีที่มาอย่างไร ด้วยความต้องการที่จะผลักดันให้ &#8220;ธงชาติไทย&#8221; คงความหมายถึงความรักชาติยังคงอยู่ในจิตใจของลูกหลานไทยภายภาคหน้า ทำให้ พฤฒิพล ประชุมผล นักธุรกิจวัย 45 ปี ตัดสินใจก่อตั้ง &#8220;พิพิธภัณฑ์ธงชาติไทย&#8221; เพื่อให้คนไทยเข้าใจในประวัติความเป็นมาของธงชาติไทยอย่างถูกต้อง รวมถึงเผยแพร่ความรู้ความเข้าใจสู่เยาวชนคนรุ่นใหม่ เพื่อให้เกิดความรู้สึกรักชาติ กตัญญูต่อแผ่นดินเกิด และปรารถนาที่จะทำประโยชน์ทดแทนคุณแผ่นดิน ผ่านเรื่องราวความเป็นมาของ &#8220;ธงชาติ&#8221; เพื่อเติมเต็มความฝันที่จะได้เห็นคนไทยได้มี &#8220;พิพิธภัณฑ์ธงชาติไทย&#8221; เป็นสถานที่สำหรับบ่งบอกความเป็นชาติ และความเป็นเอกราชผ่านผืนธง พฤฒิพล จึงตัดสินใจกู้เงินจากธนาคาร เพื่อมาสร้างอาคารพิพิธภัณฑ์ธงชาติไทย จนสำเร็จเป็นแหล่งเรียนรู้ของคนในชาติ ที่จัดแสดงประวัติความเป็นมาของธงชาติไทย พร้อมจัดเก็บสิ่งของและวัตถุชิ้นเอกที่เกี่ยวเนื่องกับธงชาติไทยให้คนไทยได้เรียนรู้และชื่นชม &#8220;ผมเรียนจบทางด้านการตลาดจากอเมริกา แล้วก็มาเปิดบริษัทเอ็ม-มิกซ์ จำกัด ธุรกิจหลักๆ คือทำขนมไทย Amazing Thai [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<span class="fb_share"><fb:like href="http://www.asamedia.org/2012/01/%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%a0%e0%b8%b1%e0%b8%93%e0%b8%91%e0%b9%8c%e0%b8%98%e0%b8%87%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2-%e0%b8%9a%e0%b9%88%e0%b8%87/" layout="button_count"></fb:like></span><p><a class="highslide" onclick="return vz.expand(this)" href="http://www.asamedia.org/wp-content/uploads/news_img_428915_1.jpg"><img class="alignnone size-medium wp-image-30772" title="news_img_428915_1" src="http://www.asamedia.org/wp-content/uploads/news_img_428915_1-300x228.jpg" alt="" width="300" height="228" /></a></p>
<p><strong>แค่คนไทยได้เข้าใจคำว่า &#8220;ไทย&#8221; ผ่านเรื่องราวของ &#8220;ธงชาติ&#8221; นั่นคือทั้งหมดที่พฤฒิพล ประชุมผล คาดหวังจากการลงทุนลงแรงสร้างพิพิธภัณฑ์ธงชาติไทย<span id="more-30771"></span></strong></p>
<p>&#8220;ธงชาติไทย&#8221; เป็นสัญลักษณ์ของประเทศไทย บ่งบอกถึงเอกลักษณ์และศักดิ์ศรีในความเป็นไทยซึ่งมีความหมายแสดง ความเป็นเอกราช อธิปไตยของชาติ รวมทั้งสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ แต่&#8230;คนไทยจำนวนไม่น้อยที่เกิดบนแผ่นดินไทย ถือบัตรประชาชนคนไทย เห็นธงชาติไทยอัญเชิญขึ้นเสากันเกือบทุกวัน กลับไม่รู้ประวัติความเป็นมาของธงชาติไทย ธงของชาติตนเองว่ามีที่มาอย่างไร<br />
ด้วยความต้องการที่จะผลักดันให้ &#8220;ธงชาติไทย&#8221; คงความหมายถึงความรักชาติยังคงอยู่ในจิตใจของลูกหลานไทยภายภาคหน้า ทำให้ พฤฒิพล ประชุมผล นักธุรกิจวัย 45 ปี ตัดสินใจก่อตั้ง &#8220;<a href="http://www.bangkokbiznews.com/home/search/?cx=009233870810540600983%3Ahkyg0dlysoo&amp;cof=FORID%3A9&amp;ie=windows-874&amp;q=%BE%D4%BE%D4%B8%C0%D1%B3%B1%EC" target="_blank">พิพิธภัณฑ์</a>ธงชาติไทย&#8221; เพื่อให้คนไทยเข้าใจในประวัติความเป็นมาของธงชาติไทยอย่างถูกต้อง รวมถึงเผยแพร่ความรู้ความเข้าใจสู่เยาวชนคนรุ่นใหม่ เพื่อให้เกิดความรู้สึกรักชาติ กตัญญูต่อแผ่นดินเกิด และปรารถนาที่จะทำประโยชน์ทดแทนคุณแผ่นดิน ผ่านเรื่องราวความเป็นมาของ &#8220;ธงชาติ&#8221;<br />
เพื่อเติมเต็มความฝันที่จะได้เห็นคนไทยได้มี &#8220;<a href="http://www.bangkokbiznews.com/home/search/?cx=009233870810540600983%3Ahkyg0dlysoo&amp;cof=FORID%3A9&amp;ie=windows-874&amp;q=%BE%D4%BE%D4%B8%C0%D1%B3%B1%EC" target="_blank">พิพิธภัณฑ์</a>ธงชาติไทย&#8221; เป็นสถานที่สำหรับบ่งบอกความเป็นชาติ และความเป็นเอกราชผ่านผืนธง พฤฒิพล จึงตัดสินใจกู้เงินจากธนาคาร เพื่อมาสร้างอาคาร<a href="http://www.bangkokbiznews.com/home/search/?cx=009233870810540600983%3Ahkyg0dlysoo&amp;cof=FORID%3A9&amp;ie=windows-874&amp;q=%BE%D4%BE%D4%B8%C0%D1%B3%B1%EC" target="_blank">พิพิธภัณฑ์</a>ธงชาติไทย จนสำเร็จเป็นแหล่งเรียนรู้ของคนในชาติ ที่จัดแสดงประวัติความเป็นมาของธงชาติไทย พร้อมจัดเก็บสิ่งของและวัตถุชิ้นเอกที่เกี่ยวเนื่องกับธงชาติไทยให้คนไทยได้เรียนรู้และชื่นชม<br />
&#8220;ผมเรียนจบทางด้านการตลาดจากอเมริกา แล้วก็มาเปิดบริษัทเอ็ม-มิกซ์ จำกัด ธุรกิจหลักๆ คือทำขนมไทย Amazing Thai Desserts เป็นขนมไทยโบราณบรรจุกล่อง ส่งขายที่ คิง เพาเวอร์ ที่เดียว นั่นเป็นเรื่องธุรกิจที่ต้องทำเพื่อเลี้ยงตัว ส่วนตัว<a href="http://www.bangkokbiznews.com/home/search/?cx=009233870810540600983%3Ahkyg0dlysoo&amp;cof=FORID%3A9&amp;ie=windows-874&amp;q=%BE%D4%BE%D4%B8%C0%D1%B3%B1%EC" target="_blank">พิพิธภัณฑ์</a>จริงๆ แล้วทำมานานมาก ตอนแรกใช้ตัวบ้านหลังเก่าที่คุณพ่อสร้างไว้ ไม่มีห้องจัดแสดง คือเก็บของไว้ในกล่อง เวลาคนมาชมก็ค่อยนำออกมาอธิบาย มันลำบากมาก จนกระทั่งปี 2545 เลยคิดว่าจะสร้างตัวตึก<a href="http://www.bangkokbiznews.com/home/search/?cx=009233870810540600983%3Ahkyg0dlysoo&amp;cof=FORID%3A9&amp;ie=windows-874&amp;q=%BE%D4%BE%D4%B8%C0%D1%B3%B1%EC" target="_blank">พิพิธภัณฑ์</a>แต่ยังไม่กล้ากู้ธนาคาร จนกระทั่งปี 2548 ตัดสินใจว่า&#8230;สู้ตาย ก็เริ่มลุย เอาที่ดินของแม่ค้ำประกันกู้แบงค์มา 5 ล้าน ผ่อนส่งนาน 15 ปี และก็สร้าง<a href="http://www.bangkokbiznews.com/home/search/?cx=009233870810540600983%3Ahkyg0dlysoo&amp;cof=FORID%3A9&amp;ie=windows-874&amp;q=%BE%D4%BE%D4%B8%C0%D1%B3%B1%EC" target="_blank">พิพิธภัณฑ์</a>ธงชาติไทยจนสำเร็จ&#8221;<br />
นอกจากตัวอาคาร<a href="http://www.bangkokbiznews.com/home/search/?cx=009233870810540600983%3Ahkyg0dlysoo&amp;cof=FORID%3A9&amp;ie=windows-874&amp;q=%BE%D4%BE%D4%B8%C0%D1%B3%B1%EC" target="_blank">พิพิธภัณฑ์</a> ค่าใช้จ่ายในการ &#8220;ตามล่า&#8221; หาวัตถุจัดแสดงที่เป็น &#8220;ชิ้นเอก&#8221; จากทั่วโลก เพื่อเติมเต็มข้อมูลความรู้เกี่ยวกับความเป็นมาของธงชาติไทยให้สมบูรณ์ เป็นอีกภารกิจที่ต้องทุ่มเททั้งกำลังกาย กำลังใจ และที่สำคัญ &#8220;กำลังทรัพย์&#8221;<br />
&#8220;ที่ต้องใช้เงินเยอะก็คือ วัตถุชิ้นเอกที่นำมาจัดแสดง บางชิ้นก็หลายแสน เช่นธงช้างผืนสมบูรณ์ ธงสยามแดงขาว 5 ริ้ว พ.ศ.2459 ซึ่งเหลือผืนเดียวในโลก ผมต้องจ่ายให้<a href="http://www.bangkokbiznews.com/home/search/?cx=009233870810540600983%3Ahkyg0dlysoo&amp;cof=FORID%3A9&amp;ie=windows-874&amp;q=%BE%D4%BE%D4%B8%C0%D1%B3%B1%EC" target="_blank">พิพิธภัณฑ์</a>ในอเมริกาถึงแสนสองหมื่นบาท หนังสือพ.ร.บ.ธงเล่มแรกของสยามก็เล่มละสี่หมื่นห้า รวมๆ แล้ว ก็เป็นเงินหลักล้านน่ะครับ&#8221;</p>
<p><a class="highslide" onclick="return vz.expand(this)" href="http://www.asamedia.org/wp-content/uploads/news_img_428915_2.jpg"><img class="alignnone size-medium wp-image-30774" title="news_img_428915_2" src="http://www.asamedia.org/wp-content/uploads/news_img_428915_2-300x134.jpg" alt="" width="300" height="134" /></a><br />
นอกจาก ธงช้างเผือก ธงชาติสยามผืนเก่าดั้งเดิมสำหรับรับเสด็จรัชกาลที่ 5 ธงแดงขาวห้าริ้วต้นแบบธงไตรรงค์ปีพ.ศ.2459 ผืนเก่าแก่ที่หลงเหลือผืนสุดท้ายในโลก และธงไตรรงค์ ที่พิมพ์คำว่า SIAM บนหัวธง และหนังสือ &#8220;Flags of Maritime Nations&#8221; ซึ่งเป็นเอกสารทางราชการของกองทัพเรืออเมริกา พิมพ์โดยสภาคองเกรส ปีพ.ศ.2425 ซึ่งถือเป็นเอกสารสำคัญที่พิมพ์รูปธงชาติสยามที่เก่าแก่ที่สุดเท่าที่มีการค้นพบ<br />
รวมไปถึงหนังสือสำคัญที่สุดของประเทศสยามเกี่ยวกับธงชาติ คือ &#8220;พระราชบัญญัติว่าด้วยแบบอย่างธงสยาม ร.ศ.110&#8243; ซึ่งถือเป็นกฎหมายธงเล่มแรกของสยาม รวมถึงวัตถุชิ้นเอกอื่นๆ อีกมากมาย<br />
แม้สิ่งที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ ทำให้พฤฒิพลต้องใช้เงินทุนส่วนตัวอย่างมหาศาลเกินกำลังที่มี โดยไม่ทำให้เกิด &#8220;รายได้&#8221; กลับมาแต่อย่างใด แต่ก็ไม่ทำให้ย่อท้อหรือหมดกำลังใจ เพราะรู้ว่าสิ่งที่กำลังทำมีคุณประโยชน์ต่อประเทศชาติและแผ่นดินที่เกิด<br />
&#8220;ในส่วนของธุรกิจส่วนตัวก็ต้องทำ ถ้าไม่ทำก็อดตายและก็โดนแบงค์ยึดที่ดินของแม่แน่ใช่ไม๊ครับ ส่วนนั้นก็ยังทำอยู่เพื่อเลี้ยงชีวิตและเลี้ยง<a href="http://www.bangkokbiznews.com/home/search/?cx=009233870810540600983%3Ahkyg0dlysoo&amp;cof=FORID%3A9&amp;ie=windows-874&amp;q=%BE%D4%BE%D4%B8%C0%D1%B3%B1%EC" target="_blank">พิพิธภัณฑ์</a>ด้วย แต่เราก็แบ่งว่าอะไรคือธุรกิจอะไรคือความกตัญญูต่อแผ่นดินเกิด เพราะฉะนั้นในส่วนของ<a href="http://www.bangkokbiznews.com/home/search/?cx=009233870810540600983%3Ahkyg0dlysoo&amp;cof=FORID%3A9&amp;ie=windows-874&amp;q=%BE%D4%BE%D4%B8%C0%D1%B3%B1%EC" target="_blank">พิพิธภัณฑ์</a>จึงไม่มีการหารายได้ครับ ไม่ได้เก็บค่าเข้าชม ไม่ได้ขายของในนาม<a href="http://www.bangkokbiznews.com/home/search/?cx=009233870810540600983%3Ahkyg0dlysoo&amp;cof=FORID%3A9&amp;ie=windows-874&amp;q=%BE%D4%BE%D4%B8%C0%D1%B3%B1%EC" target="_blank">พิพิธภัณฑ์</a>ด้วย เพื่อนๆ นักอนุรักษ์ถึงว่าผมบ้า (หัวเราะ) แต่ผมไม่อยากให้คนคิดว่าผมทำ<a href="http://www.bangkokbiznews.com/home/search/?cx=009233870810540600983%3Ahkyg0dlysoo&amp;cof=FORID%3A9&amp;ie=windows-874&amp;q=%BE%D4%BE%D4%B8%C0%D1%B3%B1%EC" target="_blank">พิพิธภัณฑ์</a>เพราะอยากสร้างรายได้จากตรงนี้ ผมทำเพราะอยากมอบให้แผ่นดิน จริงๆ มันลำบากครับ ถ้าไม่บ้าพอยืนยันว่าทำไม่ได้ เพราะการที่เราเอาเงินจากธุรกิจมาเลี้ยง<a href="http://www.bangkokbiznews.com/home/search/?cx=009233870810540600983%3Ahkyg0dlysoo&amp;cof=FORID%3A9&amp;ie=windows-874&amp;q=%BE%D4%BE%D4%B8%C0%D1%B3%B1%EC" target="_blank">พิพิธภัณฑ์</a>ทำให้ไม่มีเงินเก็บ เวลาเจ็บไข้ได้ป่วยก็เสียวหัวใจ ใช้แค่ประกันสังคม ไม่มีโอกาสเข้าโรงพยาบาลดีๆ เพราะเราต้องเอาเงินมาจ่ายค่าน้ำ ค่าไฟเวลาคนเข้าชม<a href="http://www.bangkokbiznews.com/home/search/?cx=009233870810540600983%3Ahkyg0dlysoo&amp;cof=FORID%3A9&amp;ie=windows-874&amp;q=%BE%D4%BE%D4%B8%C0%D1%B3%B1%EC" target="_blank">พิพิธภัณฑ์</a> แต่มีความสุข เพราะได้ทำประโยชน์ให้คนไทย และประเทศไทยที่เราอยู่&#8221;<br />
เพียงแค่คนไทยได้เข้าใจคำว่า &#8220;ไทย&#8221; ผ่านเรื่องราวของ &#8220;ธงชาติ&#8221; นั่นคือทั้งหมดที่พฤฒิพลคาดหวังจากการลงทุนลงแรงสร้าง<a href="http://www.bangkokbiznews.com/home/search/?cx=009233870810540600983%3Ahkyg0dlysoo&amp;cof=FORID%3A9&amp;ie=windows-874&amp;q=%BE%D4%BE%D4%B8%C0%D1%B3%B1%EC" target="_blank">พิพิธภัณฑ์</a>ธงชาติไทย<br />
&#8220;บางทีเราเห็นครูบาอาจารย์สอนเรื่องธงชาติไทยแต่ข้อมูลผิด ผมฟังมาบ่อยมาก มันน่าละอายใจนะ อยากให้ทุกคนที่เข้ามากลับไปเล่าเรื่องประวัติธงชาติไทยอย่างถูกต้อง อยากให้คนไทยได้รู้ว่าเราอยู่ได้เพราะเรามีชาติ ผมอยากเห็นคนไทยกลับมามองความเป็นชาติมากขึ้น&#8221;<br />
&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;<br />
<a href="http://www.bangkokbiznews.com/home/search/?cx=009233870810540600983%3Ahkyg0dlysoo&amp;cof=FORID%3A9&amp;ie=windows-874&amp;q=%BE%D4%BE%D4%B8%C0%D1%B3%B1%EC" target="_blank">พิพิธภัณฑ์</a>ธงชาติไทย ตั้งอยู่เลขที่ 15 ซอยลาดพร้าว 13 เปิดให้เข้าชมทุกวันอาทิตย์ตั้งแต่ 10.00 น. กรณีเข้าชมเป็นหมู่คณะสามารถนัดหมายเพื่อเข้าชมในวันอื่นๆ พร้อมฟังบรรยาย ได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 0 2939 9920 ดู<a href="http://www.bangkokbiznews.com/home/search/?cx=009233870810540600983%3Ahkyg0dlysoo&amp;cof=FORID%3A9&amp;ie=windows-874&amp;q=%BE%D4%BE%D4%B8%C0%D1%B3%B1%EC" target="_blank">พิพิธภัณฑ์</a>ออน์ไลน์ได้ที่<a href="http://www.thaiflag.org/">www.thaiflag.org</a> และ <a href="http://www.siamflag.org/">www.siamflag.org</a></p>
<p><a class="highslide" onclick="return vz.expand(this)" href="http://www.asamedia.org/wp-content/uploads/news_img_428915_4.jpg"><img class="alignnone size-medium wp-image-30775" title="news_img_428915_4" src="http://www.asamedia.org/wp-content/uploads/news_img_428915_4-300x228.jpg" alt="" width="300" height="228" /></a></p>
<p>ที่มา : กรุงเทพธุรกิจ</p>
<span class="fb_share"><fb:like href="http://www.asamedia.org/2012/01/%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%a0%e0%b8%b1%e0%b8%93%e0%b8%91%e0%b9%8c%e0%b8%98%e0%b8%87%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2-%e0%b8%9a%e0%b9%88%e0%b8%87/" layout="button_count"></fb:like></span>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.asamedia.org/2012/01/%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%a0%e0%b8%b1%e0%b8%93%e0%b8%91%e0%b9%8c%e0%b8%98%e0%b8%87%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2-%e0%b8%9a%e0%b9%88%e0%b8%87/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>2012 ปีแห่งการพูดภาษาอังกฤษ</title>
		<link>http://www.asamedia.org/2012/01/2012-%e0%b8%9b%e0%b8%b5%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9e%e0%b8%b9%e0%b8%94%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a9%e0%b8%b2%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%a4/</link>
		<comments>http://www.asamedia.org/2012/01/2012-%e0%b8%9b%e0%b8%b5%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9e%e0%b8%b9%e0%b8%94%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a9%e0%b8%b2%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%a4/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 03 Jan 2012 08:37:37 +0000</pubDate>
		<dc:creator>pimai</dc:creator>
				<category><![CDATA[Features]]></category>
		<category><![CDATA[วัฒนธรรม]]></category>
		<category><![CDATA[กระทรวงศึกษาธิการ]]></category>
		<category><![CDATA[จัดค่ายภาษาอังกฤษ]]></category>
		<category><![CDATA[ประกวดพูดภาษาอังกฤษ]]></category>
		<category><![CDATA[ปีแห่งการพูดภาษาอังกฤษ]]></category>
		<category><![CDATA[ภาษาที่สอง]]></category>
		<category><![CDATA[รณรงค์การเรียนรู้ภาษาอังกฤษ]]></category>
		<category><![CDATA[วันภาษาอังกฤษ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.asamedia.org/?p=30498</guid>
		<description><![CDATA[รมว.ศธ.กล่าวว่า การพูดภาษาอังกฤษสำหรับคนไทยในวันนี้ คงเป็นความรู้สึกใหม่ที่คนไทยจะต้องเตรียมตัวเพื่อเข้าสู่ประชาคมอาเซียน ในช่วงที่ผ่านมาแม้คนไทยจะได้เรียนภาษาอังกฤษเป็นเวลานาน แต่ก็ยังไม่กล้าพูด ไม่กล้าแสดงออก ทำให้การใช้ภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวันลดน้อยลง ขณะนี้คนไทยอาจจะยังขาดการฝึกฝนให้พูดภาษาอังกฤษตั้งแต่ในวัยเรียน การกระตุ้นให้นักเรียนได้พูดภาษาอังกฤษจึงเป็นสิ่งจำเป็น ซึ่ง ศธ.มีความมุ่งหวังให้คนไทยเกิดความกล้าที่จะพูด ไม่จำเป็นต้องพูดด้วยสำเนียงอังกฤษ ขอให้พูดได้ และกล้าพูด ก็ถือเป็นความสำเร็จของโครงการแล้ว &#160;  สำหรับ ศธ.ได้กำหนดให้วันจันทร์เป็นวันภาษาอังกฤษของ ศธ.ที่จะได้ใช้ภาษาอังกฤษในการทักทาย โดยไม่ต้องคำนึงถึงความถูกผิด แต่ขอความร่วมมือให้ช่วยกันพูด ที่ต้องทำเช่นนี้ เพราะต้องการกระตุ้นให้เกิดความรู้สึกว่าการพูดภาษาอังกฤษเป็นเรื่องธรรมดา จากนั้นอาจจะมีการขยายเวลาของการพูด จาก ๑ วันต่อสัปดาห์ เป็น ๒ วัน หรืออาจจะเพิ่มชั่วโมงขึ้นเรื่อยๆ &#160; การกำหนดให้วันจันทร์เป็นวันภาษาอังกฤษในโรงเรียน เป็นการพูดทักทาย เพื่อทำให้การใช้ภาษาอังกฤษเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต เพื่อฝึกฝนให้เกิดความคุ้นเคย และเพื่อติดต่อสื่อสารในสังคมอาเซียนและประชาคมโลก โดย ศธ.จะให้การสนับสนุนการจัดกิจกรรมของทุกโรงเรียน ไม่ว่าจะเป็นการจัดมุมภาษาอังกฤษ การประกวดพูดภาษาอังกฤษ การจัดค่ายภาษาอังกฤษ การจัดทำสื่อและเผยแพร่ความรู้แก่ประชาชน ทั้งหนังสือพิมพ์ วารสาร นิตยสาร เป็นต้น โดยจะจัดให้มีกิจกรรมทั้งภายในโรงเรียน การประกวดแข่งขันระหว่างโรงเรียน ระหว่างภาค และในระดับประเทศต่อไป สำหรับการพิจารณาไม่ได้ดูที่ความเก่ง แต่จะดูจากการฝึกฝนให้นักเรียนที่พูดภาษาอังกฤษไม่ได้ ให้สามารถพูดได้ จนกระทั่งสามารถพูดภาษาอังกฤษได้ทั้งโรงเรียนหรือไม่ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<span class="fb_share"><fb:like href="http://www.asamedia.org/2012/01/2012-%e0%b8%9b%e0%b8%b5%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9e%e0%b8%b9%e0%b8%94%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a9%e0%b8%b2%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%a4/" layout="button_count"></fb:like></span><p><a class="highslide" onclick="return vz.expand(this)" href="http://www.asamedia.org/wp-content/uploads/DSCF9072.jpg"><img class="alignnone size-medium wp-image-30499" title="DSCF9072" src="http://www.asamedia.org/wp-content/uploads/DSCF9072-300x158.jpg" alt="" width="300" height="158" /></a></p>
<p>รมว.ศธ.กล่าวว่า การพูดภาษาอังกฤษสำหรับคนไทยในวันนี้ คงเป็นความรู้สึกใหม่ที่คนไทยจะต้องเตรียมตัวเพื่อเข้าสู่ประชาคมอาเซียน ในช่วงที่ผ่านมาแม้คนไทยจะได้เรียนภาษาอังกฤษเป็นเวลานาน แต่ก็ยังไม่กล้าพูด ไม่กล้าแสดงออก ทำให้การใช้ภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวันลดน้อยลง ขณะนี้คนไทยอาจจะยังขาดการ<span id="more-30498"></span>ฝึกฝนให้พูดภาษาอังกฤษตั้งแต่ในวัยเรียน การกระตุ้นให้นักเรียนได้พูดภาษาอังกฤษจึงเป็นสิ่งจำเป็น ซึ่ง ศธ.มีความมุ่งหวังให้คนไทยเกิดความกล้าที่จะพูด ไม่จำเป็นต้องพูดด้วยสำเนียงอังกฤษ ขอให้พูดได้ และกล้าพูด ก็ถือเป็นความสำเร็จของโครงการแล้ว</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><a class="highslide" onclick="return vz.expand(this)" href="http://www.asamedia.org/wp-content/uploads/DSCF9024.jpg"><img class="alignright size-medium wp-image-30501" title="DSCF9024" src="http://www.asamedia.org/wp-content/uploads/DSCF9024-300x199.jpg" alt="" width="300" height="199" /></a> สำหรับ ศธ.ได้กำหนดให้วันจันทร์เป็นวันภาษาอังกฤษของ ศธ.ที่จะได้ใช้ภาษาอังกฤษในการทักทาย โดยไม่ต้องคำนึงถึงความถูกผิด แต่ขอความร่วมมือให้ช่วยกันพูด ที่ต้องทำเช่นนี้ เพราะต้องการกระตุ้นให้เกิดความรู้สึกว่าการพูดภาษาอังกฤษเป็นเรื่องธรรมดา จากนั้นอาจจะมีการขยายเวลาของการพูด จาก ๑ วันต่อสัปดาห์ เป็น ๒ วัน หรืออาจจะเพิ่มชั่วโมงขึ้นเรื่อยๆ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>การกำหนดให้วันจันทร์เป็นวันภาษาอังกฤษในโรงเรียน เป็นการพูดทักทาย เพื่อทำให้การใช้ภาษาอังกฤษเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต เพื่อฝึกฝนให้เกิดความคุ้นเคย และเพื่อติดต่อสื่อสารในสังคมอาเซียนและประชาคมโลก โดย ศธ.จะให้การสนับสนุนการจัดกิจกรรมของทุกโรงเรียน ไม่ว่าจะเป็นการจัดมุมภาษาอังกฤษ การประกวดพูดภาษาอังกฤษ การจัดค่ายภาษาอังกฤษ การจัดทำสื่อและเผยแพร่ความรู้แก่ประชาชน ทั้งหนังสือพิมพ์ วารสาร นิตยสาร เป็นต้น โดยจะจัดให้มีกิจกรรมทั้งภายในโรงเรียน การประกวดแข่งขันระหว่างโรงเรียน ระหว่างภาค และในระดับประเทศต่อไป สำหรับการพิจารณาไม่ได้ดูที่ความเก่ง แต่จะดูจากการฝึกฝนให้นักเรียนที่พูดภาษาอังกฤษไม่ได้ ให้สามารถพูดได้ จนกระทั่งสามารถพูดภาษาอังกฤษได้ทั้งโรงเรียนหรือไม่</p>
<p><a class="highslide" onclick="return vz.expand(this)" href="http://www.asamedia.org/wp-content/uploads/DSCF8920.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-30500" title="DSCF8920" src="http://www.asamedia.org/wp-content/uploads/DSCF8920-300x199.jpg" alt="" width="300" height="199" /></a></p>
<p>โครงการ “พ.ศ.๒๕๕๕ ปีแห่งการพูดภาษาอังกฤษ” เป็นความร่วมมือระหว่าง ศธ. กับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ตลอดจนเครือข่ายความร่วมมือด้านการสอนภาษาต่างประเทศ ได้แก่ โรงเรียนนานาชาติ สถาบันสอนภาษาต่างประเทศ (บริติช เคาน์ซิล และเอ ยู เอ) เพื่อพัฒนาศักยภาพบุคลากรเข้าสู่การเป็นประชาคมอาเซียน รวมทั้งเป็นการดำเนินงานตามยุทธศาสตร์ ๒๕๕๕ เพื่อพัฒนาการศึกษาอย่างยั่งยืน ผลิตและพัฒนาบุคลากรเพื่อสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจและสังคมบนฐานรากของความรู้ และมีความคิดสร้างสรรค์ และมีความพร้อมขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยใน ๕ ภูมิภาคของโลก การที่ประเทศไทยจะก้าวเข้าสู่ประชาคมอาเซียน</p>
<p>สิ่งสำคัญอย่างหนึ่งคือ การรณรงค์การเรียนรู้ภาษาอังกฤษ ซึ่งเป็นภาษาที่มีคนพูดถึงกว่า ๑,๐๐๐ ล้านคน หรือ ๑ ใน ๓ ของประชากรโลก นอกจากนั้นภาษาอังกฤษยังเป็นภาษาที่ใช้ในการทำงานของอาเซียนอีกด้วย โดยโครงการนี้จะดำเนินการต่อเนื่องทุกๆ ปี แต่จะเพิ่มความเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งคนไทยทั้งประเทศสามารถพูดภาษาอังกฤษได้เป็นภาษาที่สอง</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ที่มา : สำนักงานรัฐมนตรี</p>
<span class="fb_share"><fb:like href="http://www.asamedia.org/2012/01/2012-%e0%b8%9b%e0%b8%b5%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9e%e0%b8%b9%e0%b8%94%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a9%e0%b8%b2%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%a4/" layout="button_count"></fb:like></span>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.asamedia.org/2012/01/2012-%e0%b8%9b%e0%b8%b5%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9e%e0%b8%b9%e0%b8%94%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a9%e0%b8%b2%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%a4/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เฉลิมพระเกียรติอัครศิลปิน โดยศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์</title>
		<link>http://www.asamedia.org/2011/12/%e0%b9%80%e0%b8%89%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%a1%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%a3%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%a8%e0%b8%b4%e0%b8%a5/</link>
		<comments>http://www.asamedia.org/2011/12/%e0%b9%80%e0%b8%89%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%a1%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%a3%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%a8%e0%b8%b4%e0%b8%a5/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 27 Dec 2011 03:47:52 +0000</pubDate>
		<dc:creator>pimai</dc:creator>
				<category><![CDATA[Features]]></category>
		<category><![CDATA[วัฒนธรรม]]></category>
		<category><![CDATA[ทัศนศิลป์]]></category>
		<category><![CDATA[ศิลปะ]]></category>
		<category><![CDATA[ศิลปินแห่งชาติ]]></category>
		<category><![CDATA[อัครศิลปิน]]></category>
		<category><![CDATA[เฉลิมพระเกียรติ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.asamedia.org/?p=30322</guid>
		<description><![CDATA[นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติอัครศิลปิน จัดแสดงจัดแสดงจนถึงวันที่ 24 มกราคม 2555 ณ หอศิลป์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเป็น “อัครศิลปิน” กษัตริย์ผู้ทรงเป็นเลิศในศิลปะทั้งปวง ไม่ว่าจะเป็น ดนตรี พระราชนิพนธ์ ภูมิสถาปัตยกรรม ถ่ายภาพ จิตรกรรม และประติมากรรม และยังทรงมีคุณูปการอุปถัมภ์ศิลปินทั้งหลายมาโดยตลอด ในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 84 พรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช 5 ธันวาคม 2554 นี้ หน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนทุกภาคส่วนต่างล้วนมุ่งแสดงความจงรักภักดีและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ได้ทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจนานัปการ ยังความร่มเย็นเป็นสุขแก่พสกนิกรทั่วประเทศ กรมส่งเสริมวัฒนธรรม (สวธ.) ในฐานะหน่วยงานที่ดูแลและดำเนินการด้านสวัสดิการศิลปินแห่งชาติ โดย กองกองทุนส่งเสริมงานวัฒนธรรม จึงได้จัดโครงการเฉลิมพระเกียรติอัครศิลปิน โดยศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ ขึ้น โดยประกอบด้วยการจัดแสดง “นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติอัครศิลปิน โดยศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ เนื่องในพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 7รอบ 5 ธันวาคม 2554” ณ หอศิลป์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ &#8220;จากที่คณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ ได้น้อมเกล้าน้อมกระหม่อม ถวายพระราชสมัญญา [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<span class="fb_share"><fb:like href="http://www.asamedia.org/2011/12/%e0%b9%80%e0%b8%89%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%a1%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%a3%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%a8%e0%b8%b4%e0%b8%a5/" layout="button_count"></fb:like></span><p><strong><a class="highslide" onclick="return vz.expand(this)" href="http://www.asamedia.org/wp-content/uploads/news_img_425951_5.jpg"><img class="alignleft size-medium wp-image-30323" title="news_img_425951_5" src="http://www.asamedia.org/wp-content/uploads/news_img_425951_5-300x243.jpg" alt="" width="300" height="243" /></a>นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติอัครศิลปิน จัดแสดงจัดแสดงจนถึงวันที่ 24 มกราคม 2555 ณ หอศิลป์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ</strong></p>
<p>พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเป็น “อัครศิลปิน” กษัตริย์ผู้ทรงเป็นเลิศใน<a href="http://www.bangkokbiznews.com/home/search/?cx=009233870810540600983%3Ahkyg0dlysoo&amp;cof=FORID%3A9&amp;ie=windows-874&amp;q=%C8%D4%C5%BB%D0" target="_blank">ศิลปะ</a>ทั้งปวง ไม่ว่าจะเป็น ดนตรี พระราชนิพนธ์ ภูมิสถาปัตยกรรม ถ่ายภาพ จิตรกรรม <span id="more-30322"></span>และประติมากรรม และยังทรงมีคุณูปการอุปถัมภ์ศิลปินทั้งหลายมาโดยตลอด</p>
<p>ในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 84 พรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช 5 ธันวาคม 2554 นี้ หน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนทุกภาคส่วนต่างล้วนมุ่งแสดงความจงรักภักดีและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ได้ทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจนานัปการ ยังความร่มเย็นเป็นสุขแก่พสกนิกรทั่วประเทศ</p>
<p>กรมส่งเสริมวัฒนธรรม (สวธ.) ในฐานะหน่วยงานที่ดูแลและดำเนินการด้านสวัสดิการศิลปินแห่งชาติ โดย กองกองทุนส่งเสริมงานวัฒนธรรม จึงได้จัดโครงการเฉลิมพระเกียรติอัครศิลปิน โดยศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ ขึ้น โดยประกอบด้วยการจัดแสดง “นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติอัครศิลปิน โดยศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ เนื่องในพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 7รอบ 5 ธันวาคม 2554” ณ หอศิลป์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ</p>
<p><a class="highslide" onclick="return vz.expand(this)" href="http://www.asamedia.org/wp-content/uploads/news_img_425951_2.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-30328" title="news_img_425951_2" src="http://www.asamedia.org/wp-content/uploads/news_img_425951_2-300x224.jpg" alt="" width="300" height="224" /></a></p>
<p>&#8220;จากที่คณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ ได้น้อมเกล้าน้อมกระหม่อม ถวายพระราชสมัญญา “อัครศิลปิน” แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ด้วยทรงเป็นเลิศใน<a href="http://www.bangkokbiznews.com/home/search/?cx=009233870810540600983%3Ahkyg0dlysoo&amp;cof=FORID%3A9&amp;ie=windows-874&amp;q=%C8%D4%C5%BB%D0" target="_blank">ศิลปะ</a>หลายสาขา อีกทั้งได้ทรงอุปถัมภ์ศิลปินทั้งหลายมาโดยตลอด สวธ.จึงได้จัดนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติอัครศิลปิน โดยศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ เพื่อเพื่อให้เยาวชนและประชาชนผู้มีใจรักในงาน<a href="http://www.bangkokbiznews.com/home/search/?cx=009233870810540600983%3Ahkyg0dlysoo&amp;cof=FORID%3A9&amp;ie=windows-874&amp;q=%C8%D4%C5%BB%D0" target="_blank">ศิลปะ</a>ได้มาศึกษาเรียนรู้การสร้างสรรค์งานระดับนานาชาติจากผลงานอันทรงคุณค่าของศิลปินแห่งชาติ ซึ่งอาจก่อให้เกิดแรงบันดาลใจในการนำไปประยุกต์สร้างสรรค์ผลงานของตนต่อไปได้ โดยได้รับเกียติจากศิลปินแห่งชาติจำนวน 17 ท่านที่จะนำผลงานชิ้นเยี่ยมมาจัดแสดง จำนวน 44 ชิ้น กรมส่งเสริมวัฒนธรรมมุ่งหวังว่า นอกจากจะได้จัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวแล้ว ยังเป็นการกระตุ้นให้คนไทยเกิดความภาคภูมิใจในงาน<a href="http://www.bangkokbiznews.com/home/search/?cx=009233870810540600983%3Ahkyg0dlysoo&amp;cof=FORID%3A9&amp;ie=windows-874&amp;q=%C8%D4%C5%BB%D0" target="_blank">ศิลปะ</a> ซึ่งสร้างสรรค์โดยศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ ที่มีความงดงามและทรงคุณค่าไม่แพ้ชาติอื่นใดในโลก&#8221; ปริศนา พงษ์ทัดศิริกุล อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กล่าว</p>
<p><a class="highslide" onclick="return vz.expand(this)" href="http://www.asamedia.org/wp-content/uploads/news_img_425951_1.jpg"><img class="alignnone size-medium wp-image-30325" title="news_img_425951_1" src="http://www.asamedia.org/wp-content/uploads/news_img_425951_1-191x300.jpg" alt="" width="191" height="300" /></a> <a class="highslide" onclick="return vz.expand(this)" href="http://www.asamedia.org/wp-content/uploads/news_img_425951_3.jpg"><img class="alignnone size-medium wp-image-30326" title="news_img_425951_3" src="http://www.asamedia.org/wp-content/uploads/news_img_425951_3-268x300.jpg" alt="" width="268" height="300" /></a></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>นิทรรศการครั้งนี้จึงเป็นการรวบรวมผลงานชั้นเยี่ยมที่หาดูได้ยากของศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ จำนวน 17 ท่านที่จะนำผลงานชั้นเยี่ยมมาจัดแสดง ได้แก่ อาจารย์ชำเรือง วิเชียรเขตต์ อาจารย์กมล ทัศนาญชลี ศาสตราจารย์ชลูด นิ่มเสมอ ศาสตราจารย์เกียรติคุณประหยัด พงษ์ดำ อาจารย์อินสนธ์ วงศ์สาม อาจารย์จักรพันธุ์ โปษยกฤต อาจารย์ถวัลย์ ดัชนี อาจารย์พิชัย นิรันต์ อาจารย์สันต์ สารากรบริรักษ์ อาจารย์ทวี รัชนีกร อาจารย์ประเทือง เอมเจริญ ศาสตราจารย์เกียรติศักดิ์ ชานนนารถ ศาสตรเมธีนนทิวรรธน์ จันทนะผะลิน ศาสตราจารย์เดชา วราชุน ศาสตราจารย์อิทธิพล ตั้งโฉลก ศาสตราจารย์ปรีชา เถาทอง และอาจารย์ธงชัย รักปทุม</p>
<p>นอกจากผลงาน<a href="http://www.bangkokbiznews.com/home/search/?cx=009233870810540600983%3Ahkyg0dlysoo&amp;cof=FORID%3A9&amp;ie=windows-874&amp;q=%C8%D4%C5%BB%D0" target="_blank">ศิลปะ</a>ทั้งจิตรกรรม ประติมากรรม และภาพพิมพ์ จากศิลปินแห่งชาติที่นำมาร่วมแสดงในนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติฯ ครั้งนี้ ศิลปินแห่งชาติที่ร่วมแสดงผลงานยังได้มอบผลงานอีกคนละ 1 ชิ้นสำหรับจัดประมูลเพื่อนำรายได้ส่วนหนึ่งขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยเสด็จพระราชกุศลตามพระราชอัธยาศัย และอีกส่วนหนึ่งสมทบเข้ากองทุนส่งเสริมงานวัฒนธรรม ซึ่งเป็นกองทุนที่จัดตั้งขึ้นเพื่อดูแลสวัสดิการให้ศิลปินแห่งชาติทุกสาขา และส่งเสริมสนับสนุนการจัดกิจกรรมเพื่อเผยแพร่ผลงานให้กับศิลปินแห่งชาติ</p>
<p><a class="highslide" onclick="return vz.expand(this)" href="http://www.asamedia.org/wp-content/uploads/news_img_425951_4.jpg"><img class="alignright size-medium wp-image-30327" title="news_img_425951_4" src="http://www.asamedia.org/wp-content/uploads/news_img_425951_4-278x300.jpg" alt="" width="278" height="300" /></a>การประมูลผลงาน<a href="http://www.bangkokbiznews.com/home/search/?cx=009233870810540600983%3Ahkyg0dlysoo&amp;cof=FORID%3A9&amp;ie=windows-874&amp;q=%C8%D4%C5%BB%D0" target="_blank">ศิลปะ</a>ของศิลปินแห่งชาติสาขาทัศนศิลป์ จะจัดขึ้นในวันพฤหัสบดีที่ 26 มกราคม 2555 ที่โรงแรมอโนมา โดยคุณหญิงปัทมา ลีสวัสดิ์ตระกูล ประธานกรรมการกองทุนส่งเสริมงานวัฒนธรรม ชุดที่ ๗ ให้การสนับสนุนเรื่องสถานที่ และคุณเยาวณี นิรันดร จากบริษัทคริสตี้ อ๊อกชั่น (ประเทศไทย) จำกัด ให้การสนับสนุนเรื่องดำเนินการประมูล</p>
<p>“นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติอัครศิลปิน โดยศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ เนื่องในพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 7รอบ 5 ธันวาคม 2554” จัดแสดงจนถึงวันที่ 24 มกราคม 2555 ณ หอศิลป์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ (หลังจากเสร็จสิ้นการจัด ณ หอศิลป์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ แล้ว จะนำผลงานทั้งหมดดังกล่าวไปจัดแสดงนิทรรศการสัญจรยัง 4 ภูมิภาค ณ มหาวิทยาลัยขอนแก่น มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยทักษิณ และมหาวิทยาลัยบูรพา ตามลำดับต่อไป) ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ <a href="http://www.culture.go.th/">www.culture.go.th</a> หรือสอบถามเพิ่มเติมที่กองกองทุนส่งเสริมงานวัฒนธรรม โทร.0 2247 0028 ต่อ 1406-1408</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ที่มา : กรุงเทพธุรกิจ</p>
<span class="fb_share"><fb:like href="http://www.asamedia.org/2011/12/%e0%b9%80%e0%b8%89%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%a1%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%a3%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%a8%e0%b8%b4%e0%b8%a5/" layout="button_count"></fb:like></span>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.asamedia.org/2011/12/%e0%b9%80%e0%b8%89%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%a1%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%a3%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%a8%e0%b8%b4%e0%b8%a5/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ธงไตรรงค์ ธงชาติไทย ความหมายและการประดับให้ถูกต้อง</title>
		<link>http://www.asamedia.org/2011/12/%e0%b8%98%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b9%8c-%e0%b8%98%e0%b8%87%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2-%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1/</link>
		<comments>http://www.asamedia.org/2011/12/%e0%b8%98%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b9%8c-%e0%b8%98%e0%b8%87%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2-%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 12 Dec 2011 09:19:46 +0000</pubDate>
		<dc:creator>pimai</dc:creator>
				<category><![CDATA[Features]]></category>
		<category><![CDATA[วัฒนธรรม]]></category>
		<category><![CDATA[การประดับธงชาติอย่างถูกต้อง]]></category>
		<category><![CDATA[ธงชาติสยาม]]></category>
		<category><![CDATA[ธงชาติไทย]]></category>
		<category><![CDATA[ธงช้างเผือก]]></category>
		<category><![CDATA[ธงไตรรงค์]]></category>
		<category><![CDATA[มาตรฐานธงไตรรงค์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.asamedia.org/?p=30054</guid>
		<description><![CDATA[&#8220;ธงไตรรงค์&#8221; ธงชาติไทยจึงถือเป็นสัญลักษณ์ของชาติที่สำคัญสูงสุดและเป็นสัญลักษณ์แทนความเป็นชาติไทยที่ทั่วโลกรู้จักมากที่สุด นับตั้งแต่การยกเลิกใช้ &#8220;ธงช้างเผือก&#8221; เป็นธงชาติสยามในสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 6 ซึ่งตรงกับ พ.ศ.2459 และได้เปลี่ยนเป็นธงช้างเผือกทรงเครื่องยืนแท่นเป็นธงชาติสยามสำหรับหน่วยงานราชการแทน พร้อมกันนั้นรัชกาลที่ 6 พระองค์ท่านยังทรงออกแบบธงแดงขาวห้าริ้ว ซึ่งมีที่มาจากการที่พระองค์ได้ทอดพระเนตรเห็นชาวสยามไม่สามารถหาธงช้างเผือกมารับเสด็จได้ จึงมีการจัดหาผ้าสองสีเพื่อให้สีตรงกับธงช้างเผือก นั่นก็คือ สีแดงซึ่งเป็นพื้นของธงช้างเผือก และสีขาวคือตัวช้างเผือกมาใช้รับเสด็จแทน หลังจากที่พระองค์ท่านได้ทอดพระเนตรผ้าสองสีแล้ว จึงทำให้พระองค์ท่านมีพระราชดำริให้ประชาชนนำผ้าสองสีคือสีแดงและสีขาวมาตัดเย็บเองทำเป็นธงประดับและรับเสด็จอย่างง่าย ทั้งยังสะดวก ไม่สิ้นเปลือง จึงถือเป็นพระปรีชาสามารถของพระองค์ท่านที่ทรงมีสายพระเนตรอันกว้างไกลต่อประชาชนชาวสยาม โดยธงแบบนี้มีชื่อเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า &#8220;ธงค้าขาย&#8221; หลายท่านอาจสงสัยว่ารูปร่างและแบบธงค้าขายนี้เป็นอย่างไร ซึ่งจริงๆ แล้วก็ไม่ต่างจากธงไตรรงค์เลย เพียงแต่แถบกลางที่เป็นสีน้ำเงินเข้มแต่เดิมเป็นสีแดงเท่านั้น และธงค้าขายนี้เองถือเป็นต้นแบบของธงไตรรงค์ และพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงออกแบบด้วยพระองค์เองอีกเช่นกัน มีการประกาศใช้ในราชกิจจานุเบกษาลงวันที่ 30 กันยายน พ.ศ.2460 สาเหตุที่รัชกาลที่ 6 ทรงเปลี่ยนแถบกลางจากสีแดงเป็นสีน้ำเงินเข้มเนื่องจากในขณะนั้นได้เกิดสงครามโลกครั้งที่ 1 สยามอยู่ร่วมกับฝ่ายสัมพันธมิตรซึ่งธงของประเทศมหาอำนาจได้แก่ อังกฤษ ฝรั่งเศส และอเมริกา ต่างเป็นธงชาติที่มีสีสามสีประกอบด้วยสีแดง สีขาว สีน้ำเงิน จึงเป็นเหตุทำให้พระองค์ท่านมีพระราชประสงค์ให้สยามได้ปรับเปลี่ยนสีธงให้เป็นไปตามสีของประเทศสัมพันธมิตร และที่สำคัญยิ่งกว่านั้นก็คือสีน้ำเงินเข้มบนแถบกลางธงไตรรงค์ยังถือว่าเป็นสีประจำพระชนมวารหรือสีทรงโปรดของรัชกาลที่ 6 อีกด้วย และที่กล่าวมาทั้งหมดนั้นคือที่มาของสีธงไตรรงค์ ซึ่งเป็นสีของธงชาติไทย ส่วนความหมายนั้นพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ได้ทรงพระราชนิพนธ์ไว้ว่า [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<span class="fb_share"><fb:like href="http://www.asamedia.org/2011/12/%e0%b8%98%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b9%8c-%e0%b8%98%e0%b8%87%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2-%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1/" layout="button_count"></fb:like></span><h3><strong>&#8220;ธงไตรรงค์&#8221; ธงชาติไทยจึงถือเป็นสัญลักษณ์ของชาติที่สำคัญสูงสุดและเป็นสัญลักษณ์แทนความเป็นชาติไทยที่ทั่วโลกรู้จักมากที่สุด</strong></h3>
<p>นับตั้งแต่การยกเลิกใช้ &#8220;ธงช้างเผือก&#8221; เป็น<a href="http://www.bangkokbiznews.com/home/search/?cx=009233870810540600983%3Ahkyg0dlysoo&amp;cof=FORID%3A9&amp;ie=windows-874&amp;q=%B8%A7%AA%D2%B5%D4" target="_blank">ธงชาติ</a>สยามในสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 6 ซึ่งตรงกับ พ.ศ.2459 และได้เปลี่ยนเป็นธงช้างเผือกทรงเครื่องยืนแท่นเป็น<a href="http://www.bangkokbiznews.com/home/search/?cx=009233870810540600983%3Ahkyg0dlysoo&amp;cof=FORID%3A9&amp;ie=windows-874&amp;q=%B8%A7%AA%D2%B5%D4" target="_blank">ธงชาติ</a>สยามสำหรับ<span id="more-30054"></span>หน่วยงานราชการแทน พร้อมกันนั้นรัชกาลที่ 6 พระองค์ท่านยังทรงออกแบบธงแดงขาวห้าริ้ว ซึ่งมีที่มาจากการที่พระองค์ได้ทอดพระเนตรเห็นชาวสยามไม่สามารถหาธงช้างเผือกมารับเสด็จได้ จึงมีการจัดหาผ้าสองสีเพื่อให้สีตรงกับธงช้างเผือก นั่นก็คือ สีแดงซึ่งเป็นพื้นของธงช้างเผือก และสีขาวคือตัวช้างเผือกมาใช้รับเสด็จแทน หลังจากที่พระองค์ท่านได้ทอดพระเนตรผ้าสองสีแล้ว จึงทำให้พระองค์ท่านมีพระราชดำริให้ประชาชนนำผ้าสองสีคือสีแดงและสีขาวมาตัดเย็บเองทำเป็นธงประดับและรับเสด็จอย่างง่าย ทั้งยังสะดวก ไม่สิ้นเปลือง จึงถือเป็นพระปรีชาสามารถของพระองค์ท่านที่ทรงมีสายพระเนตรอันกว้างไกลต่อประชาชนชาวสยาม โดยธงแบบนี้มีชื่อเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า &#8220;ธงค้าขาย&#8221;<br />
หลายท่านอาจสงสัยว่ารูปร่างและแบบธงค้าขายนี้เป็นอย่างไร ซึ่งจริงๆ แล้วก็ไม่ต่างจากธงไตรรงค์เลย เพียงแต่แถบกลางที่เป็นสีน้ำเงินเข้มแต่เดิมเป็นสีแดงเท่านั้น และธงค้าขายนี้เองถือเป็นต้นแบบของธงไตรรงค์ และพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงออกแบบด้วยพระองค์เองอีกเช่นกัน มีการประกาศใช้ในราชกิจจานุเบกษาลงวันที่ 30 กันยายน พ.ศ.2460<br />
สาเหตุที่รัชกาลที่ 6 ทรงเปลี่ยนแถบกลางจากสีแดงเป็นสีน้ำเงินเข้มเนื่องจากในขณะนั้นได้เกิดสงครามโลกครั้งที่ 1 สยามอยู่ร่วมกับฝ่ายสัมพันธมิตรซึ่งธงของประเทศมหาอำนาจได้แก่ อังกฤษ ฝรั่งเศส และอเมริกา ต่างเป็น<a href="http://www.bangkokbiznews.com/home/search/?cx=009233870810540600983%3Ahkyg0dlysoo&amp;cof=FORID%3A9&amp;ie=windows-874&amp;q=%B8%A7%AA%D2%B5%D4" target="_blank">ธงชาติ</a>ที่มีสีสามสีประกอบด้วยสีแดง สีขาว สีน้ำเงิน จึงเป็นเหตุทำให้พระองค์ท่านมีพระราชประสงค์ให้สยามได้ปรับเปลี่ยนสีธงให้เป็นไปตามสีของประเทศสัมพันธมิตร และที่สำคัญยิ่งกว่านั้นก็คือสีน้ำเงินเข้มบนแถบกลางธงไตรรงค์ยังถือว่าเป็นสีประจำพระชนมวารหรือสีทรงโปรดของรัชกาลที่ 6 อีกด้วย และที่กล่าวมาทั้งหมดนั้นคือที่มาของสีธงไตรรงค์ ซึ่งเป็นสีของ<a href="http://www.bangkokbiznews.com/home/search/?cx=009233870810540600983%3Ahkyg0dlysoo&amp;cof=FORID%3A9&amp;ie=windows-874&amp;q=%B8%A7%AA%D2%B5%D4" target="_blank">ธงชาติ</a>ไทย<br />
ส่วนความหมายนั้นพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ได้ทรงพระราชนิพนธ์ไว้ว่า<br />
ขอร่ำรำพรรณบรรยาย   ความคิดเครื่องหมาย แห่งสีทั้งสามงามถนัด<br />
ขาวคือบริสุทธิ์ศรีสวัสดิ์  หมายพระไตรรัตน์ และธรรมะคุ้มจิตไทย<br />
แดงคือโลหิตเราไซร้   ซึ่งยอมสละได้  เพื่อรักษาชาติศาสนา<br />
น้ำเงินคือสีโสภา   อันจอมประชา   ธ โปรดเป็นของส่วนองค์<br />
จัดริ้วเข้าเป็นไตรรงค์    จึ่งเป็นสีธง   ที่รักแห่งเราชาวไทย<br />
ทหารอวตารนำไป    ยงยุทธ์วิชัย   วิชิตก็ชูเกียรติสยามฯ<br />
ดังนั้นความหมายของ<a href="http://www.bangkokbiznews.com/home/search/?cx=009233870810540600983%3Ahkyg0dlysoo&amp;cof=FORID%3A9&amp;ie=windows-874&amp;q=%B8%A7%AA%D2%B5%D4" target="_blank">ธงชาติ</a>ไทย ในพระราชนิพนธ์ “เครื่องหมายแห่งไตรรงค์” ซึ่งพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระราชนิพนธ์เมื่อพ.ศ.2460 ได้นิยามความหมายของธงไตรรงค์ไว้ว่า สีแดง หมายถึง เลือดของเราที่สามารถยอมพลีเพื่อรักษาเอกราชของชาติ สีขาว หมายถึง ความบริสุทธิ์แห่งคำสอนตามหลักพุทธศาสนาและการมีธรรมะประจำใจคนไทย สีน้ำเงิน หมายถึง สีทรงโปรดของพระองค์และเป็นสีประจำพระชนมวารของพระองค์ท่านด้วย ดังนั้นจึงเป็นสีประจำสถาบันพระมหากษัตริย์นั่นเอง</p>
<p><a class="highslide" onclick="return vz.expand(this)" href="http://www.asamedia.org/wp-content/uploads/news_img_423155_1.jpg"><img class="alignleft size-medium wp-image-30056" title="การประดับธงไตรรงค์ที่ถูกต้อง" src="http://www.asamedia.org/wp-content/uploads/news_img_423155_1-300x225.jpg" alt="" width="300" height="225" /></a><br />
&#8220;ธงไตรรงค์&#8221; <a href="http://www.bangkokbiznews.com/home/search/?cx=009233870810540600983%3Ahkyg0dlysoo&amp;cof=FORID%3A9&amp;ie=windows-874&amp;q=%B8%A7%AA%D2%B5%D4" target="_blank">ธงชาติ</a>ไทยจึงถือเป็นสัญลักษณ์ของชาติที่สำคัญสูงสุดและเป็นสัญลักษณ์แทนความเป็นชาติไทยที่ทั่วโลกรู้จักมากที่สุด แต่การประดับธงไตรรงค์ <a href="http://www.bangkokbiznews.com/home/search/?cx=009233870810540600983%3Ahkyg0dlysoo&amp;cof=FORID%3A9&amp;ie=windows-874&amp;q=%B8%A7%AA%D2%B5%D4" target="_blank">ธงชาติ</a>ไทย ร่วมกับธงสำคัญอื่นๆ มักมีการประดับที่ผิดระเบียบหรือผิดด้านอยู่เสมอ อาจเนื่องด้วยเพราะความไม่รู้หรือไม่เข้าใจในหลักการที่ถูกต้อง กล่าวคือการประดับธงไตรรงค์ <a href="http://www.bangkokbiznews.com/home/search/?cx=009233870810540600983%3Ahkyg0dlysoo&amp;cof=FORID%3A9&amp;ie=windows-874&amp;q=%B8%A7%AA%D2%B5%D4" target="_blank">ธงชาติ</a>ไทย เราจะใช้ตัวเราเป็นหลัก โดยให้ตัวเราอยู่ในเคหะสถานหรือสถานที่ที่จะประดับ<a href="http://www.bangkokbiznews.com/home/search/?cx=009233870810540600983%3Ahkyg0dlysoo&amp;cof=FORID%3A9&amp;ie=windows-874&amp;q=%B8%A7%AA%D2%B5%D4" target="_blank">ธงชาติ</a>แล้วหันหน้าออกไปทางด้านหน้าของเคหะสถานหรือสถานที่นั้นๆ ตัวอย่างเช่นมองไปที่ประตูทางเข้าหรือบันไดทางขึ้นสู่อาคาร ส่วนด้านขวามือของเราจะเป็นการประดับ<a href="http://www.bangkokbiznews.com/home/search/?cx=009233870810540600983%3Ahkyg0dlysoo&amp;cof=FORID%3A9&amp;ie=windows-874&amp;q=%B8%A7%AA%D2%B5%D4" target="_blank">ธงชาติ</a>ไทย ส่วนด้านซ้ายมือของเราจะเป็นการประดับธงสำคัญอื่นๆ อาทิเช่น ธงตราสัญลักษณ์ 84 พรรษา ซึ่งหลักการนี้สามารถใช้ได้กับการประดับ<a href="http://www.bangkokbiznews.com/home/search/?cx=009233870810540600983%3Ahkyg0dlysoo&amp;cof=FORID%3A9&amp;ie=windows-874&amp;q=%B8%A7%AA%D2%B5%D4" target="_blank">ธงชาติ</a>ที่ยานพาหนะด้วย นั่นก็คือ<a href="http://www.bangkokbiznews.com/home/search/?cx=009233870810540600983%3Ahkyg0dlysoo&amp;cof=FORID%3A9&amp;ie=windows-874&amp;q=%B8%A7%AA%D2%B5%D4" target="_blank">ธงชาติ</a>ไทยจะประดับทางด้านคนขับซึ่งเป็นด้านขวาเสมอ</p>
<p><a class="highslide" onclick="return vz.expand(this)" href="http://www.asamedia.org/wp-content/uploads/news_img_423155_2.jpg"><img class="alignright size-medium wp-image-30057" title="การประดับธงไตรรงค์ที่ไม่ถูกต้อง" src="http://www.asamedia.org/wp-content/uploads/news_img_423155_2-300x225.jpg" alt="" width="300" height="225" /></a><br />
นอกจากนี้การประดับ<a href="http://www.bangkokbiznews.com/home/search/?cx=009233870810540600983%3Ahkyg0dlysoo&amp;cof=FORID%3A9&amp;ie=windows-874&amp;q=%B8%A7%AA%D2%B5%D4" target="_blank">ธงชาติ</a>ไทยร่วมกับธงตราสัญลักษณ์ 84 พรรษา เคียงคู่กับพระบรมฉายาลักษณ์หรือบนเวทีนั้นมีหลักการและวิธีจำง่ายๆ ดังนี้ ให้ตัวเราหันหน้าไปในทิศทางเดียวกับพระบรมฉายาลักษณ์ โดยด้านขวามือของเราให้ประดับ<a href="http://www.bangkokbiznews.com/home/search/?cx=009233870810540600983%3Ahkyg0dlysoo&amp;cof=FORID%3A9&amp;ie=windows-874&amp;q=%B8%A7%AA%D2%B5%D4" target="_blank">ธงชาติ</a>ไทย ส่วนบนเวทีก็เช่นเดียวกันคือให้เรายืนอยู่บนเวทีแล้วหันหน้าออกสู่ผู้ชม ด้านขวามือของตัวเราคือด้านที่ประดับ<a href="http://www.bangkokbiznews.com/home/search/?cx=009233870810540600983%3Ahkyg0dlysoo&amp;cof=FORID%3A9&amp;ie=windows-874&amp;q=%B8%A7%AA%D2%B5%D4" target="_blank">ธงชาติ</a>ไทย<br />
แต่ยังมีอีกสิ่งหนึ่งที่หลายท่านมักจะละเลยและไม่ปฎิบัติเกี่ยวกับการประดับธงไตรรงค์ที่ถูกต้องนั่นก็คือ การประดับธงไตรรงค์ร่วมกับธงสำคัญอื่นๆ โดยธงไตรรงค์นั้นต้องไม่อยู่ต่ำกว่าธงอื่นๆ และสภาพของผืนธงต้องไม่เก่ากว่าสีต้องไม่ซีดและขนาดผืนธงต้องไม่เล็กกว่าธงสำคัญอื่นๆ</p>
<p style="text-align: center;">
<p style="text-align: center;">
ส่วนเรื่องขนาดของผืนธงไตรรงค์ <a href="http://www.bangkokbiznews.com/home/search/?cx=009233870810540600983%3Ahkyg0dlysoo&amp;cof=FORID%3A9&amp;ie=windows-874&amp;q=%B8%A7%AA%D2%B5%D4" target="_blank">ธงชาติ</a>ไทย ยังเป็นสิ่งสำคัญที่บ่งบอกว่าท่านประดับด้วย<a href="http://www.bangkokbiznews.com/home/search/?cx=009233870810540600983%3Ahkyg0dlysoo&amp;cof=FORID%3A9&amp;ie=windows-874&amp;q=%B8%A7%AA%D2%B5%D4" target="_blank">ธงชาติ</a>ไทยหรือประดับเพียงแค่แถบผ้าสี<a href="http://www.bangkokbiznews.com/home/search/?cx=009233870810540600983%3Ahkyg0dlysoo&amp;cof=FORID%3A9&amp;ie=windows-874&amp;q=%B8%A7%AA%D2%B5%D4" target="_blank">ธงชาติ</a>เท่านั้น กล่าวคือธงไตรรงค์ <a href="http://www.bangkokbiznews.com/home/search/?cx=009233870810540600983%3Ahkyg0dlysoo&amp;cof=FORID%3A9&amp;ie=windows-874&amp;q=%B8%A7%AA%D2%B5%D4" target="_blank">ธงชาติ</a>ไทยต้องมีอัตราส่วนความกว้างต่อความยาว หกส่วนต่อเก้าส่วน (6 : 9) ตามที่กำหนดไว้อย่างชัดเจนในพระราชบัญญัติธงนับตั้งแต่ปีพ.ศ.2460 ตรงกับในสมัยรัชกาลที่ 6 จนถึงพระราชบัญญัติธงที่มีการประกาศใช้ล่าสุดคือปีพ.ศ.2522 ตรงกับในสมัยรัชกาลที่ 9 โดยถ้าผืน<a href="http://www.bangkokbiznews.com/home/search/?cx=009233870810540600983%3Ahkyg0dlysoo&amp;cof=FORID%3A9&amp;ie=windows-874&amp;q=%B8%A7%AA%D2%B5%D4" target="_blank">ธงชาติ</a>ไทยที่ท่านประดับมีอัตราส่วนที่ผิดเพี้ยนไปจากนี้ ในทางกฏหมายจะไม่ถือเป็น<a href="http://www.bangkokbiznews.com/home/search/?cx=009233870810540600983%3Ahkyg0dlysoo&amp;cof=FORID%3A9&amp;ie=windows-874&amp;q=%B8%A7%AA%D2%B5%D4" target="_blank">ธงชาติ</a>ไทย แต่จะถือเป็นเพียงแถบสี<a href="http://www.bangkokbiznews.com/home/search/?cx=009233870810540600983%3Ahkyg0dlysoo&amp;cof=FORID%3A9&amp;ie=windows-874&amp;q=%B8%A7%AA%D2%B5%D4" target="_blank">ธงชาติ</a> แม้ว่าวัสดุที่ใช้จะเป็นผ้าและสามารถใช้ชักหรือประดับบนเสาได้ก็ตาม</p>
<p><a class="highslide" onclick="return vz.expand(this)" href="http://www.asamedia.org/wp-content/uploads/news_img_423155_3.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-30055" title="รูปแบบมาตรฐานของธงไตรรงค์" src="http://www.asamedia.org/wp-content/uploads/news_img_423155_3-300x210.jpg" alt="" width="300" height="210" /></a><br />
ตัวอย่างเช่น ผ้าชิ้นหนึ่งที่มีแถบสีแดงหนึ่งส่วน ขาวหนึ่งส่วน น้ำเงินเข้มสองส่วน ขาวหนึ่งส่วน แดงหนึ่งส่วน และมีขนาดความกว้าง 60 เซนติเมตร ความยาว 90 เซนติเมตร ผ้าผืนนี้ตามกฏหมายสามารถเรียกได้ว่าเป็นผืนธงไตรรงค์ <a href="http://www.bangkokbiznews.com/home/search/?cx=009233870810540600983%3Ahkyg0dlysoo&amp;cof=FORID%3A9&amp;ie=windows-874&amp;q=%B8%A7%AA%D2%B5%D4" target="_blank">ธงชาติ</a>ไทย แต่ถ้าผ้าผืนดังกล่าวเปลี่ยนขนาดเป็นความกว้าง 60 เซนติเมตร ความยาว 100 เซนติเมตร หรือความยาวเพียง 80 เซนติเมตร ในทางกฏหมายจะไม่เรียกผ้าผืนนี้ว่า<a href="http://www.bangkokbiznews.com/home/search/?cx=009233870810540600983%3Ahkyg0dlysoo&amp;cof=FORID%3A9&amp;ie=windows-874&amp;q=%B8%A7%AA%D2%B5%D4" target="_blank">ธงชาติ</a>ไทย แต่จะเรียกว่า &#8220;ผ้าแถบสี<a href="http://www.bangkokbiznews.com/home/search/?cx=009233870810540600983%3Ahkyg0dlysoo&amp;cof=FORID%3A9&amp;ie=windows-874&amp;q=%B8%A7%AA%D2%B5%D4" target="_blank">ธงชาติ</a>ไทย&#8221;<br />
ดังนั้น การประดับธงไตรรงค์ <a href="http://www.bangkokbiznews.com/home/search/?cx=009233870810540600983%3Ahkyg0dlysoo&amp;cof=FORID%3A9&amp;ie=windows-874&amp;q=%B8%A7%AA%D2%B5%D4" target="_blank">ธงชาติ</a>ไทย ร่วมกับธงสำคัญอื่นๆ จำเป็นอย่างยิ่งที่เราคนไทยควรจะกระทำอย่างถูกต้อง ตามระเบียบแบบแผน เพื่อความสง่างาม ความพร้อมเพรียง และความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันของคนในชาติ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของแถบสี ขนาดผืนธง และวิธีการประดับที่ถูกต้อง</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ที่มา : กรุงเทพธุรกิจ</p>
<span class="fb_share"><fb:like href="http://www.asamedia.org/2011/12/%e0%b8%98%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b9%8c-%e0%b8%98%e0%b8%87%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2-%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1/" layout="button_count"></fb:like></span>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.asamedia.org/2011/12/%e0%b8%98%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b9%8c-%e0%b8%98%e0%b8%87%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2-%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Art for Help ร่วมช่วยด้วยศิลปะ</title>
		<link>http://www.asamedia.org/2011/11/art-%e0%b8%a3%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%a1%e0%b8%8a%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%a8%e0%b8%b4%e0%b8%a5%e0%b8%9b%e0%b8%b0/</link>
		<comments>http://www.asamedia.org/2011/11/art-%e0%b8%a3%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%a1%e0%b8%8a%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%a8%e0%b8%b4%e0%b8%a5%e0%b8%9b%e0%b8%b0/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 30 Nov 2011 14:16:01 +0000</pubDate>
		<dc:creator>pimai</dc:creator>
				<category><![CDATA[Features]]></category>
		<category><![CDATA[วัฒนธรรม]]></category>
		<category><![CDATA[Art for Help]]></category>
		<category><![CDATA[ศิลปะช่วยน้ำท่วม]]></category>
		<category><![CDATA[ศิลปะเพื่อเด็ก]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.asamedia.org/?p=29706</guid>
		<description><![CDATA[กลุ่ม &#8220;Art for Help เครือข่ายศิลปะกู้เมืองจมน้ำ&#8221; ใช้ &#8220;ศิลปะ&#8221; เข้าไปร่วมช่วยเหลือกลุ่มเด็กๆ ที่อพยพตามผู้ปกครองไปพักพิง ณ ศูนย์อพยพ น้ำท่วมคราวนี้ ได้เห็นน้ำใจคนไทยทุกภาคส่วน ที่ออกมาแสดงพลังช่วยเหลือ ฟื้นฟู กู้สถานการณ์ตามกำลังความสามารถ ไม่ยกเว้นคนในแวดวงศิลปะ หนึ่งในนั้นคือกลุ่ม &#8220;Art for Help เครือข่ายศิลปะกู้เมืองจมน้ำ&#8221; ที่ออกมาใช้ &#8220;ศิลปะ&#8221; เข้าไปร่วมช่วยเหลือกลุ่มเด็กๆ ที่อพยพตามผู้ปกครองไปพักพิง ณ ศูนย์อพยพและพักพิงสนามกีฬาราชมังคลากีฬาสถาน (รามคำแหง) โดยเข้าไปจัดกิจกรรมศิลปะกับเด็กๆ ทุกวันอังคารและพฤหัสบดี เวลา 10.30 &#8211; 15.00 น. &#8220;เริ่มมาจากเมื่อประมาณ 5 เดือนก่อนทางหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานครมีไอเดียจัดนิทรรศการศิลปะที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับการทำให้คนตระหนักเรื่องสิ่งแวดล้อม เรื่องภัยพิบัติ ก็ให้ผมมาเป็นภัณฑารักษ์รับเชิญในนิทรรศการ &#8220;เมืองจมน้ำ &#8211; Let’s Panic&#8221; ในช่วงเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ตอนนั้นเราก็คิดว่าจะใช้ศิลปะเตือนให้คนตระหนัก แต่ปรากฎว่าน้ำท่วมมาจริงๆ เลยมองว่าการสร้างความตระหนักคงเลยจุดนั้นไปแล้วเพราะของจริงมาแล้ว&#8221; สรรเสริญ มิลินทสูต ประธานสภาคณบดีทางศิลปะแห่งประเทศไทย เผยที่มาของกลุ่ม Art for [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<span class="fb_share"><fb:like href="http://www.asamedia.org/2011/11/art-%e0%b8%a3%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%a1%e0%b8%8a%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%a8%e0%b8%b4%e0%b8%a5%e0%b8%9b%e0%b8%b0/" layout="button_count"></fb:like></span><p><a class="highslide" onclick="return vz.expand(this)" href="http://www.asamedia.org/wp-content/uploads/news_img_418680_1.jpg"><img class="size-medium wp-image-29707 alignnone" title="news_img_418680_1" src="http://www.asamedia.org/wp-content/uploads/news_img_418680_1-300x199.jpg" alt="" width="300" height="199" /></a></p>
<p><strong>กลุ่ม &#8220;Art for Help เครือข่ายศิลปะกู้เมืองจมน้ำ&#8221; ใช้ &#8220;ศิลปะ&#8221; เข้าไปร่วมช่วยเหลือกลุ่มเด็กๆ ที่อพยพตามผู้ปกครองไปพักพิง ณ ศูนย์อพยพ</strong></p>
<p>น้ำท่วมคราวนี้ ได้เห็นน้ำใจคนไทยทุกภาคส่วน ที่ออกมาแสดงพลังช่วยเหลือ ฟื้นฟู กู้สถานการณ์ตามกำลังความสามารถ ไม่ยกเว้นคนในแวดวง<a href="http://www.bangkokbiznews.com/home/search/?cx=009233870810540600983%3Ahkyg0dlysoo&amp;cof=FORID%3A9&amp;ie=windows-874&amp;q=%C8%D4%C5%BB%D0" target="_blank">ศิลปะ<span id="more-29706"></span></a><br />
หนึ่งในนั้นคือกลุ่ม &#8220;Art for Help เครือข่าย<a href="http://www.bangkokbiznews.com/home/search/?cx=009233870810540600983%3Ahkyg0dlysoo&amp;cof=FORID%3A9&amp;ie=windows-874&amp;q=%C8%D4%C5%BB%D0" target="_blank">ศิลปะ</a>กู้เมืองจมน้ำ&#8221; ที่ออกมาใช้ &#8220;<a href="http://www.bangkokbiznews.com/home/search/?cx=009233870810540600983%3Ahkyg0dlysoo&amp;cof=FORID%3A9&amp;ie=windows-874&amp;q=%C8%D4%C5%BB%D0" target="_blank">ศิลปะ</a>&#8221; เข้าไปร่วมช่วยเหลือกลุ่มเด็กๆ ที่อพยพตามผู้ปกครองไปพักพิง ณ ศูนย์อพยพและพักพิงสนามกีฬาราชมังคลากีฬาสถาน (รามคำแหง) โดยเข้าไปจัดกิจกรรม<a href="http://www.bangkokbiznews.com/home/search/?cx=009233870810540600983%3Ahkyg0dlysoo&amp;cof=FORID%3A9&amp;ie=windows-874&amp;q=%C8%D4%C5%BB%D0" target="_blank">ศิลปะ</a>กับเด็กๆ ทุกวันอังคารและพฤหัสบดี เวลา 10.30 &#8211; 15.00 น.<br />
&#8220;เริ่มมาจากเมื่อประมาณ 5 เดือนก่อนทางหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานครมีไอเดียจัดนิทรรศการ<a href="http://www.bangkokbiznews.com/home/search/?cx=009233870810540600983%3Ahkyg0dlysoo&amp;cof=FORID%3A9&amp;ie=windows-874&amp;q=%C8%D4%C5%BB%D0" target="_blank">ศิลปะ</a>ที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับการทำให้คนตระหนักเรื่องสิ่งแวดล้อม เรื่องภัยพิบัติ ก็ให้ผมมาเป็นภัณฑารักษ์รับเชิญในนิทรรศการ &#8220;เมืองจมน้ำ &#8211; Let’s Panic&#8221; ในช่วงเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ตอนนั้นเราก็คิดว่าจะใช้<a href="http://www.bangkokbiznews.com/home/search/?cx=009233870810540600983%3Ahkyg0dlysoo&amp;cof=FORID%3A9&amp;ie=windows-874&amp;q=%C8%D4%C5%BB%D0" target="_blank">ศิลปะ</a>เตือนให้คนตระหนัก แต่ปรากฎว่าน้ำท่วมมาจริงๆ เลยมองว่าการสร้างความตระหนักคงเลยจุดนั้นไปแล้วเพราะของจริงมาแล้ว&#8221; สรรเสริญ มิลินทสูต ประธานสภาคณบดีทาง<a href="http://www.bangkokbiznews.com/home/search/?cx=009233870810540600983%3Ahkyg0dlysoo&amp;cof=FORID%3A9&amp;ie=windows-874&amp;q=%C8%D4%C5%BB%D0" target="_blank">ศิลปะ</a>แห่งประเทศไทย เผยที่มาของกลุ่ม Art for Help<br />
ก่อนจะขยายความต่อไปว่า ระหว่างที่ทำนิทรรศการ &#8220;เมืองจมน้ำ&#8221; ได้ร่วมมือกับกลุ่ม &#8220;Design for Disasters&#8221; ที่ทำเรื่องของการออกแบบเพื่อรับมือกับภัยพิบัติ โดยมีการปรับตัวนิทรรศการเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ &#8220;ต้องรอด&#8221; เพื่อตอบรับสถานการณ์น้ำท่วม มีกิจกรรมการบรรยายให้ความรู้เกี่ยวกับทางออกและทางรอดจากปัญหาน้ำท่วม ตามมาด้วยกิจกรรม Art for Help เพื่อรวมเครือข่ายทางศิลปวัฒนธรรมมาร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการลงแรงกู้วิกฤติ<br />
&#8220;นอกจากเรื่องของการดึงคนให้มาบริจาคเราก็นึกถึงการเยียวยาคนที่โดนน้ำท่วมด้วย คิดว่าน่าจะมีกลุ่มที่ทำเรื่อง<a href="http://www.bangkokbiznews.com/home/search/?cx=009233870810540600983%3Ahkyg0dlysoo&amp;cof=FORID%3A9&amp;ie=windows-874&amp;q=%C8%D4%C5%BB%D0" target="_blank">ศิลปะ</a>บำบัด ก็เลยเริ่มหาอาสาสมัครที่จะเข้ามาช่วยกัน พอดีกับที่ผมทำงานในส่วนของสภาคณบดีอยู่ด้วย ก็เป็นช่องทางที่ดีในการกระจายข่าวไปยังนักศึกษาด้านศิลปกรรมในสถาบันต่างๆ 20 กว่าแห่ง รวมทั้งองค์กรด้าน<a href="http://www.bangkokbiznews.com/home/search/?cx=009233870810540600983%3Ahkyg0dlysoo&amp;cof=FORID%3A9&amp;ie=windows-874&amp;q=%C8%D4%C5%BB%D0" target="_blank">ศิลปะ</a>ต่างๆ ก็เริ่มมีอาสาสมัครเข้ามา เราก็จัดการอบรมอาสาสมัครแล้วก็เริ่มลงพื้นที่&#8221;<br />
&#8220;ครั้งแรกไปศูนย์ช่วยเหลือที่แจ้งวัฒนะก่อน แล้วก็ขยับมาที่สนามราชมังคลาฯ ได้ 2 อาทิตย์แล้ว พอมาพื้นที่จริงสิ่งที่เราพบคือกลุ่มเด็กจำนวนมากที่อยู่ในศูนย์ช่วยเหลือ เด็กเหล่านี้ไม่มีกิจกรรมทำ จากการสังเกตบางที่พอไม่ได้ทำกิจกรรมก็จะเป็นเปิดทีวี เปิดการ์ตูนให้ดู หรือปล่อยเด็กวิ่งเล่นไป อีกอย่างหนึ่งมันทำให้เราเห็นว่าตอนนี้ยังไม่ใช่เวลาของการบำบัด แต่น่าจะเป็นเรื่องของการหากิจกรรมที่สร้างสรรค์เพื่อให้เด็กๆ อยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ พ่อแม่ผู้ปกครองก็จะได้ไม่ต้องเป็นห่วง&#8221;<br />
กิจกรรม<a href="http://www.bangkokbiznews.com/home/search/?cx=009233870810540600983%3Ahkyg0dlysoo&amp;cof=FORID%3A9&amp;ie=windows-874&amp;q=%C8%D4%C5%BB%D0" target="_blank">ศิลปะ</a>ที่ทางกลุ่มเข้ามาจัดให้กับเด็กๆ จะถูกออกแบบตามวัตถุประสงค์ต่างๆ ที่ตั้งไว้ เช่น การให้เด็กเรียนรู้เรื่องต้นไม้ ธรรมชาติ ควบคู่ไปกับแนวคิดเรื่องการแบ่งปัน ฯลฯ<br />
&#8220;เราก็เริ่มต้นจาการที่อาสาสมัครเริ่มนำเกม ให้เด็กรู้จักผลไม้ต่างๆ จากนั้นก็ให้เด็กเขียนรูปผลไม้ ให้เขาเขียนต้นไม้ให้เต็มกระดาษแผ่นใหญ่ มีพี่อาสาสมัครสอนพับกระดาษรูปแมลงเอาไปติดที่ต้นไม้ ต้นไม้ก็เริ่มมีแมลง แสดงว่ามีดอกมีผลแล้ว ก็ให้เด็กๆ เอาแมลงมาแลกแผ่นพับรูปผลไม้ เหมือนกับเก็บผลไม้มาเอามาแบ่งกัน เอามาแลกกับเพื่อน ถ้าใครที่ให้เพื่อนได้มากที่สุดเราให้ผลไม้จริงไปกิน แต่ละวันก็จะมีกิจกรรมแตกต่างกันไป วาดภาพ เล่านิทาน พับกระดาษ ต่อไปจะสอนอะไรเด็กบ้างก็มีหลายอันที่ต้องทำ มีเรื่องของความรับผิดชอบ เรื่องของความประหยัดเราก็เตรียมกิจกรรมไว้แล้ว อาจจะสอนเด็กๆ ทำหน้ากาก ทำหุ่นชัก ทำของเล่นเอง&#8221;<br />
เป้าหมายแรกที่กลุ่ม Art for Help วางไว้ คือยืนระยะการเข้าไปจัดกิจกรรมกับเด็กที่ พิง ณ ศูนย์อพยพและพักพิงสนามกีฬาราชมังคลากีฬาสถาน (รามคำแหง) ประมาณ 3 เดือน หากสถานการณ์น้ำท่วมยังไม่ดีขึ้นและประชาชนยังต้องอยู่ที่ศูนย์อพยพก็จะขยายเวลาการจัดกิจกรรมออกไป<br />
รวมถึงการจัดกิจกรรม<a href="http://www.bangkokbiznews.com/home/search/?cx=009233870810540600983%3Ahkyg0dlysoo&amp;cof=FORID%3A9&amp;ie=windows-874&amp;q=%C8%D4%C5%BB%D0" target="_blank">ศิลปะ</a>บำบัดสำหรับกลุ่มผู้ใหญ่ โดยทำงานร่วมกับนักจิตวิทยา และผู้เชี่ยวชาญด้าน<a href="http://www.bangkokbiznews.com/home/search/?cx=009233870810540600983%3Ahkyg0dlysoo&amp;cof=FORID%3A9&amp;ie=windows-874&amp;q=%C8%D4%C5%BB%D0" target="_blank">ศิลปะ</a>บำบัด เพื่อใช้<a href="http://www.bangkokbiznews.com/home/search/?cx=009233870810540600983%3Ahkyg0dlysoo&amp;cof=FORID%3A9&amp;ie=windows-874&amp;q=%C8%D4%C5%BB%D0" target="_blank">ศิลปะ</a>เป็นช่องทางในการเยียวยาจิตใจที่ &#8220;ได้รับบาดเจ็บ&#8221; จากน้ำท่วมครั้งนี้<br />
&#8220;ตอนที่ทำนิทรรศการเมืองจมน้ำเราก็เชื่อว่า<a href="http://www.bangkokbiznews.com/home/search/?cx=009233870810540600983%3Ahkyg0dlysoo&amp;cof=FORID%3A9&amp;ie=windows-874&amp;q=%C8%D4%C5%BB%D0" target="_blank">ศิลปะ</a>นั้นช่วยสร้างวิธีคิดได้ให้คนได้ พอต่อเนื่องมาเป็นโครงการต้องรอดเราก็เชื่อว่า<a href="http://www.bangkokbiznews.com/home/search/?cx=009233870810540600983%3Ahkyg0dlysoo&amp;cof=FORID%3A9&amp;ie=windows-874&amp;q=%C8%D4%C5%BB%D0" target="_blank">ศิลปะ</a>ก็น่าจะนำไปใช้ในการแก้ปัญหาหรือสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ พอพลิก<a href="http://www.bangkokbiznews.com/home/search/?cx=009233870810540600983%3Ahkyg0dlysoo&amp;cof=FORID%3A9&amp;ie=windows-874&amp;q=%C8%D4%C5%BB%D0" target="_blank">ศิลปะ</a>มาเป็นกิจกรรม Art for Help เราก็มองว่า<a href="http://www.bangkokbiznews.com/home/search/?cx=009233870810540600983%3Ahkyg0dlysoo&amp;cof=FORID%3A9&amp;ie=windows-874&amp;q=%C8%D4%C5%BB%D0" target="_blank">ศิลปะ</a>สามารถทำให้เกิดการใช้เวลาอย่างมีประโยชน์หรือเชื่อมโยงคนเข้าสู่มุมมองใหม่ๆ ได้ ผมเชื่ออย่างเต็มที่ว่า<a href="http://www.bangkokbiznews.com/home/search/?cx=009233870810540600983%3Ahkyg0dlysoo&amp;cof=FORID%3A9&amp;ie=windows-874&amp;q=%C8%D4%C5%BB%D0" target="_blank">ศิลปะ</a>มีฟังก์ชั่นทางสังคม&#8230;มีส่วนในการป้องกันหรือแก้ไขปัญหาสังคมได้<br />
&#8230;<br />
Art for Help เครือข่าย<a href="http://www.bangkokbiznews.com/home/search/?cx=009233870810540600983%3Ahkyg0dlysoo&amp;cof=FORID%3A9&amp;ie=windows-874&amp;q=%C8%D4%C5%BB%D0" target="_blank">ศิลปะ</a>กู้เมืองจมน้ำ รับบริจาคหนังสือหรือสื่ออื่นๆ สำหรับเด็กอายุ 3-14 ปี ร่วมบริจาคได้ที่ &#8220;สถานีต้องรอด&#8221; ชั้น 3 และเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ ชั้น 5 หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร(รถไฟฟ้าสนามกีฬาแห่งชาติ)</p>
<p><strong>ที่มา : กรุงเทพธุรกิจ</strong></p>
<span class="fb_share"><fb:like href="http://www.asamedia.org/2011/11/art-%e0%b8%a3%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%a1%e0%b8%8a%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%a8%e0%b8%b4%e0%b8%a5%e0%b8%9b%e0%b8%b0/" layout="button_count"></fb:like></span>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.asamedia.org/2011/11/art-%e0%b8%a3%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%a1%e0%b8%8a%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%a8%e0%b8%b4%e0%b8%a5%e0%b8%9b%e0%b8%b0/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>จิตรกรรมสื่อผสม</title>
		<link>http://www.asamedia.org/2011/11/%e0%b8%88%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%9c%e0%b8%aa%e0%b8%a1/</link>
		<comments>http://www.asamedia.org/2011/11/%e0%b8%88%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%9c%e0%b8%aa%e0%b8%a1/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 27 Nov 2011 13:41:50 +0000</pubDate>
		<dc:creator>pimai</dc:creator>
				<category><![CDATA[Features]]></category>
		<category><![CDATA[วัฒนธรรม]]></category>
		<category><![CDATA[จิตรกรรมสื่อผสม]]></category>
		<category><![CDATA[นิทรรศการศิลปะ]]></category>
		<category><![CDATA[ศิลปวัฒนธรรม]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.asamedia.org/?p=29493</guid>
		<description><![CDATA[ซอกแซกงานศิลป์กลับมาบอกเล่าความเคลื่อนไหวในแวดวงศิลปวัฒนธรรมอีกครั้ง สัปดาห์นี้เริ่มกันที่ ศรีสวัสดิ์ ณ มณฑลพิธีแห่งความศิวิไลซ์ นิทรรศการบันทึกและประมวลเหตุการณ์ของท้องสนามหลวงซึ่งผ่านระยะเวลากว่า 200 ปี โดยนิทรรศการจัดแสดงต่อเนื่องทุกวัน บริเวณสนามหลวง ฝั่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์  นิทรรศการศิลปะ My Magical Romance ผลงานวาดภาพของ ณัฐวุฒิ สิงห์ทอง ที่ถ่ายทอดแรงบัลดาลใจสื่อสารความงามมหัศจรรย์แห่งความรักสื่อแทนค่าความรู้สึกความรักในแง่มุมต่าง ๆ เผยแพร่ผลงานต่อเนื่องถึง 30 พฤศจิกายน 2554 ที่ก้อย อาร์ต แกเลอรี่ สุขุมวิท 31 ส่วนพื้นที่ศิลปะศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ (TCDC) ชั้น 6 ดิ เอ็มโพเรียม ช็อปปิ้งคอมเพล็กซ์เผยแพร่สองนิทรรศการวิถีการออกแบบแห่งโลกตะวันตกกับหลากหลายงานออกแบบและศิลปะบนโต๊ะอาหารสเปน นิทรรศการ ฟู๊ดเจ็คส์ : งานออกแบบและศิลปะบนโต๊ะอาหารสเปนแนวใหม่ และ คริส+ครอส : นิทรรศการผลงานออกแบบจากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ต่อเนื่องถึง 22 มกราคม 2555 ที่ห้องนิทรรศการ 2 ปิดท้ายสัปดาห์นี้ที่ภาพผลงานสดใสจากนิทรรศการ In Love : ใน&#8230;รัก [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<span class="fb_share"><fb:like href="http://www.asamedia.org/2011/11/%e0%b8%88%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%9c%e0%b8%aa%e0%b8%a1/" layout="button_count"></fb:like></span><p><a class="highslide" onclick="return vz.expand(this)" href="http://www.asamedia.org/wp-content/uploads/p20url22.jpg"><img class="alignnone size-full wp-image-29494" title="p20url2" src="http://www.asamedia.org/wp-content/uploads/p20url22.jpg" alt="" width="300" height="260" /></a></p>
<p>ซอกแซกงานศิลป์กลับมาบอกเล่าความเคลื่อนไหวในแวดวงศิลปวัฒนธรรมอีกครั้ง สัปดาห์นี้เริ่มกันที่ ศรีสวัสดิ์ ณ มณฑลพิธีแห่งความศิวิไลซ์ นิทรรศการบันทึกและประมวลเหตุการณ์ของท้องสนามหลวงซึ่งผ่านระยะเวลากว่า 200 ปี โดยนิทรรศการจัดแสดงต่อเนื่องทุกวัน บริเวณสนามหลวง ฝั่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ <span id="more-29493"></span></p>
<p>นิทรรศการศิลปะ My Magical Romance ผลงานวาดภาพของ ณัฐวุฒิ สิงห์ทอง ที่ถ่ายทอดแรงบัลดาลใจสื่อสารความงามมหัศจรรย์แห่งความรักสื่อแทนค่าความรู้สึกความรักในแง่มุมต่าง ๆ เผยแพร่ผลงานต่อเนื่องถึง 30 พฤศจิกายน 2554 ที่ก้อย อาร์ต แกเลอรี่ สุขุมวิท 31</p>
<p>ส่วนพื้นที่ศิลปะศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ (TCDC) ชั้น 6 ดิ เอ็มโพเรียม ช็อปปิ้งคอมเพล็กซ์เผยแพร่สองนิทรรศการวิถีการออกแบบแห่งโลกตะวันตกกับหลากหลายงานออกแบบและศิลปะบนโต๊ะอาหารสเปน นิทรรศการ ฟู๊ดเจ็คส์ : งานออกแบบและศิลปะบนโต๊ะอาหารสเปนแนวใหม่ และ คริส+ครอส : นิทรรศการผลงานออกแบบจากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ต่อเนื่องถึง 22 มกราคม 2555 ที่ห้องนิทรรศการ 2</p>
<p>ปิดท้ายสัปดาห์นี้ที่ภาพผลงานสดใสจากนิทรรศการ In Love : ใน&#8230;รัก ผลงานจิตรกรรมสีอะคริลิกบนผ้าลายดอก ของ ปิ่นนุช ปิ่นจินดาที่เตรียมจะมีขึ้นในวันที่ 16 ธันวาคม 2554–15 มกราคม 2555 ห้องนิทรรศการชั้น 1 หอศิลป์จามจุรี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย…สัปดาห์หน้ากลับมาติดตามซอกแซกงานศิลป์กันได้อีกครั้งที่นี่ที่เดิม.</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ทีมา : <a href="http://www.dailynews.co.th/newstartpage/index.cfm?page=content&amp;categoryId=535&amp;contentId=178096">http://www.dailynews.co.th/newstartpage/index.cfm?page=content&amp;categoryId=535&amp;contentId=178096</a></p>
<span class="fb_share"><fb:like href="http://www.asamedia.org/2011/11/%e0%b8%88%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%9c%e0%b8%aa%e0%b8%a1/" layout="button_count"></fb:like></span>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.asamedia.org/2011/11/%e0%b8%88%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%9c%e0%b8%aa%e0%b8%a1/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>“บางกอก-กรุงเทพฯ” ล้วนต่างมีชื่อมาจากน้ำ</title>
		<link>http://www.asamedia.org/2011/11/%e2%80%9c%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%ad%e0%b8%81-%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b8%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%9e%e0%b8%af%e2%80%9d-%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b9%88/</link>
		<comments>http://www.asamedia.org/2011/11/%e2%80%9c%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%ad%e0%b8%81-%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b8%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%9e%e0%b8%af%e2%80%9d-%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b9%88/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 14 Nov 2011 06:41:31 +0000</pubDate>
		<dc:creator>pimai</dc:creator>
				<category><![CDATA[Features]]></category>
		<category><![CDATA[วัฒนธรรม]]></category>
		<category><![CDATA[Bangkok]]></category>
		<category><![CDATA[กรุงเทพฯ]]></category>
		<category><![CDATA[ที่มาของชื่อกรุงเทพฯ]]></category>
		<category><![CDATA[บางกอก]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.asamedia.org/?p=28707</guid>
		<description><![CDATA[&#160; ในที่สุดทั้งน้ำเหนือ น้ำฝน น้ำทุ่ง และน้ำทะเลหนุน ก็ทำให้พื้นที่กรุงเทพฯส่วนใหญ่จมบาดาล(โดยเฉพาะในฝั่งตะวันตกนั้นหนักหนาสาหัสนัก) อีกทั้งยังมีแนวโน้มว่าน้ำท่วมกทม.ครั้งนี้จะขยายวงกว้าง(จากปัจจุบัน)เพิ่มขึ้นเรื่อยๆและน้ำก็จะยังคงอยู่กับเราไปอีกยาว ชนิดที่ปีนี้ผู้คนในหลายพื้นที่สามารถลอยกระทงกันกลางท้องถนนได้ ส่วนที่มีเสียงแหลบๆ(แหลๆ+ แหบๆ)บอกผ่านสื่ออยู่บ่อยครั้งว่า“เอาอยู่ค้า”นั้น มันก็คือสัญญาณตรงกันข้ามว่า หายนะกำลังมาเยือน ให้เตรียมขนข้าวของไว้ในที่สูงหรือยกขึ้นชั้นสอง(บางบ้านแม้ชั้นสองก็เอาไม่อยู่) หรือใครที่มีบ้านชั้นเดียว มีผู้เฒ่าผู้แก่ เด็กเล็ก ผู้ป่วย ก็ควรอพยพย้ายออกไปอยู่บ้านญาติ ศูนย์อพยพ หรือสถานที่ที่เหมาะสมเป็นดีที่สุด สำหรับไข่แดงอย่างกรุงเทพฯเมืองหลวงนั้น เป็นที่รู้กันดีว่าเมืองนี้ถูกน้ำท่วมอยู่บ่อยครั้ง เพราะกรุงเทพฯเป็นทางผ่านสำคัญของแม่น้ำเจ้าพระยาก่อนที่จะไหลออกไปสู่ทะเล ซึ่งบรรพบุรุษของเรานั้นได้เรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกับน้ำอย่างเป็นมิตร แม้กระทั่งที่มาของชื่อเมืองหลวงแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ก็ยังมีบันทึกทางประวัติศาสตร์ที่น่าคิดในอีกแง่มุมหนึ่งว่า ชื่อของเมืองนี้ตั้งแต่ยุคบางกอกมาจนถึงกรุงเทพมหานครนั้น มีความเกี่ยวข้อง มีความผูกพัน และมีที่มาจากน้ำที่น่าสนใจยิ่ง บางกอก เมืองแห่งน้ำ  “บางกอก” หรือ ที่ฝรั่งยังคงเรียกติดปากว่า “แบงคอก” มาจนถึงทุกวันนี้ เป็นตำบลเก่าแก่ที่มีชุมชนใหญ่มาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา สำหรับที่มาของชื่อเมืองบางกอกนั้น มีข้อสันนิษฐานน่าสนใจอยู่ 4 ประเด็นด้วยกัน ข้อสันนิษฐานแรกมาจากความเชื่อที่ว่าแต่เดิมบริเวณนี้เป็นป่ามะกอก จึงเรียกว่าบางกอก โดยบาง หมายถึงหมู่บ้าน ส่วนกอกก็คือ มะกอก ข้อสันนิษฐานที่สองมีบันทึกไว้ในหนังสือ “จดหมายเหตุรายวันของบาทหลวง เดอ ชวาสี” แปลและเรียบเรียงโดย หลวงสันธานวิยาสิทธิ์(กำจาย พลางกูร) ได้ระบุว่า “บางกอกคือจังหวัดธนบุรี [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<span class="fb_share"><fb:like href="http://www.asamedia.org/2011/11/%e2%80%9c%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%ad%e0%b8%81-%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b8%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%9e%e0%b8%af%e2%80%9d-%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b9%88/" layout="button_count"></fb:like></span><p>&nbsp;</p>
<p><a class="highslide" onclick="return vz.expand(this)" href="http://www.asamedia.org/wp-content/uploads/cheap-flights-to-bangkok-bangkok-thailand+1152_12895483068-tpfil02aw-155491.jpg"><img class="alignnone size-medium wp-image-28708" title="กรุงเทพฯเมืองหลวงที่ในอดีตผูกพันกับวิถีแห่งสายน้ำต่างจากปัจจุบัน" src="http://www.asamedia.org/wp-content/uploads/cheap-flights-to-bangkok-bangkok-thailand+1152_12895483068-tpfil02aw-155491-300x203.jpg" alt="" width="300" height="203" /></a></p>
<p>ในที่สุดทั้งน้ำเหนือ น้ำฝน น้ำทุ่ง และน้ำทะเลหนุน ก็ทำให้พื้นที่กรุงเทพฯส่วนใหญ่จมบาดาล(โดยเฉพาะในฝั่งตะวันตกนั้นหนักหนาสาหัสนัก) อีกทั้งยังมีแนวโน้มว่าน้ำท่วมกทม.ครั้งนี้จะขยายวงกว้าง(จากปัจจุบัน)เพิ่มขึ้นเรื่อยๆและน้ำก็จะยังคงอยู่กับเราไปอีกยาว ชนิดที่ปีนี้ผู้คนในหลายพื้นที่สามารถลอยกระทงกันกลางท้องถนนได้<span id="more-28707"></span><br />
ส่วนที่มีเสียงแหลบๆ(แหลๆ+ แหบๆ)บอกผ่านสื่ออยู่บ่อยครั้งว่า“เอาอยู่ค้า”นั้น มันก็คือสัญญาณตรงกันข้ามว่า หายนะกำลังมาเยือน ให้เตรียมขนข้าวของไว้ในที่สูงหรือยกขึ้นชั้นสอง(บางบ้านแม้ชั้นสองก็เอาไม่อยู่) หรือใครที่มีบ้านชั้นเดียว มีผู้เฒ่าผู้แก่ เด็กเล็ก ผู้ป่วย ก็ควรอพยพย้ายออกไปอยู่บ้านญาติ ศูนย์อพยพ หรือสถานที่ที่เหมาะสมเป็นดีที่สุด</p>
<p>สำหรับไข่แดงอย่างกรุงเทพฯเมืองหลวงนั้น เป็นที่รู้กันดีว่าเมืองนี้ถูกน้ำท่วมอยู่บ่อยครั้ง เพราะกรุงเทพฯเป็นทางผ่านสำคัญของแม่น้ำเจ้าพระยาก่อนที่จะไหลออกไปสู่ทะเล ซึ่งบรรพบุรุษของเรานั้นได้เรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกับน้ำอย่างเป็นมิตร แม้กระทั่งที่มาของชื่อเมืองหลวงแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ก็ยังมีบันทึกทางประวัติศาสตร์ที่น่าคิดในอีกแง่มุมหนึ่งว่า ชื่อของเมืองนี้ตั้งแต่ยุคบางกอกมาจนถึงกรุงเทพมหานครนั้น มีความเกี่ยวข้อง มีความผูกพัน และมีที่มาจากน้ำที่น่าสนใจยิ่ง</p>
<p><strong>บางกอก เมืองแห่งน้ำ </strong></p>
<p><strong>“บางกอก”</strong> หรือ ที่ฝรั่งยังคงเรียกติดปากว่า “แบงคอก” มาจนถึงทุกวันนี้ เป็นตำบลเก่าแก่ที่มีชุมชนใหญ่มาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา</p>
<p>สำหรับที่มาของชื่อเมืองบางกอกนั้น มีข้อสันนิษฐานน่าสนใจอยู่ 4 ประเด็นด้วยกัน</p>
<p>ข้อสันนิษฐานแรกมาจากความเชื่อที่ว่าแต่เดิมบริเวณนี้เป็นป่ามะกอก จึงเรียกว่าบางกอก โดยบาง หมายถึงหมู่บ้าน ส่วนกอกก็คือ มะกอก</p>
<p>ข้อสันนิษฐานที่สองมีบันทึกไว้ในหนังสือ “จดหมายเหตุรายวันของบาทหลวง เดอ ชวาสี” แปลและเรียบเรียงโดย หลวงสันธานวิยาสิทธิ์(กำจาย พลางกูร) ได้ระบุว่า “บางกอกคือจังหวัดธนบุรี บาง แปลว่า บึง กอก แปลว่า น้ำ(กลายเป็นแข็ง) หรือน้ำกลับเป็นดินหรือที่ลุ่มเป็นที่ดอน” ซึ่งจากข้อสันนิษฐานนี้อาจเป็นไปได้ว่า บางกอกจากเดิมที่เป็นที่ลุ่มได้มีการสะสมตะกอนมาอย่างยาวนาน จนกลายเป็นที่ดอนขึ้นมาก็เป็นได้</p>
<p>ข้อสันนิษฐานต่อมาในหนังสือ“เล่าเรื่องบางกอก” โดย ส.พลายน้อย(เล่ม 1) ให้ข้อมูลว่า ผู้รู้บางคนกล่าวว่าบางกอกน่าจะมาจากคำว่า Benkok เป็นภาษามลายู แปลตามตัวว่า คดโค้ง หรือ งอ โดยอ้างว่าแม่น้ำในบางกอกสมัยก่อนคดโค้งอ้อมมาก</p>
<p>ข้อสันนิษฐานลำดับสุดท้าย ผมยังคงอ้างอิงจากหนังสือเล่าเรื่องบางกอกเช่นเดิม ซึ่งท่าน อาจารย์ ส.พลายน้อย ให้ข้อมูลว่า มีนักประวัติศาสตร์ท่านหนึ่ง(ส.พลายน้อย ไม่ได้ระบุชื่อไว้) ให้ข้อคิดว่า&#8230;คำ Bangkok นั้น ฝรั่งแต่โบราณเขียนเป็น Bangkoh ซึ่งมีทางว่าน่าจะอ่านว่า “บางเกาะ”&#8230;และคำๆนี้ก็มีการออกชื่อปรากฏอยู่ในจดหมายของท้าวเทพสตรีที่มีไปถึงกัปตันไลน์หรือพระยาราชกัปตันด้วย แต่เสียดายที่มีชื่อปรากฏเป็นหลักฐานอยู่เพียงแห่งเดียวเท่านั้น</p>
<p>ชื่อนี้สอดคล้องกับชื่อบางเกาะที่เชื่อว่าตั้งชื่อเมืองตามสภาพภูมิประเทศของลำน้ำเจ้าพระยาสายเดิมที่ลดเลี้ยวเคี้ยวโค้ง จนสภาพพื้นที่บางแห่งมีลักษณะเป็นเกาะ ซึ่งสันนิษฐานว่าชื่อบางเกาะคงจะเพี้ยนเป็น“บางกอก” ในภายหลัง</p>
<p>และนั่นก็เป็นที่มาของชื่อเมืองบางกอกที่ต่อมากลายเป็นกรุงเทพมหานคร ซึ่งแม้ข้อสันนิษฐานแรกจะได้รับการยอมรับมากสุด แต่ 3 ข้อสันนิษฐานหลังก็มีเหตุผลน่ารับฟัง มีหลักฐานอ้างอิง สอดคล้องกับการเป็นเมืองแห่งน้ำของบางกอกอยู่ไม่น้อย</p>
<p>อย่างไรก็ดีเมืองบางกอกเดิมมีลักษณะเป็นแผ่นดินผืนแผ่นเดียวติดกัน ตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันออกของแม่น้ำเจ้าพระยา(สายเดิม)ที่ไหลลดคดเคี้ยวเลาะคู่เมืองนี้ไป เริ่มตั้งแต่ปากคลองบางกอกน้อย อ้อมไปตลิ่งชัน บางระมาด แล้วเลี้ยวมาคลองบางกอกใหญ่(คลองบางหลวง) ก่อนวกมาบรรจบกับแม่น้ำเจ้าพระยาที่ปากคลองบางกอกใหญ่แล้วไหลไปออกทะเลดังในเส้นทางน้ำปัจจุบัน</p>
<p>แต่ในปี พ.ศ.2065 สมเด็จพระไชยราชาธิราช โปรดฯให้ขุดคลองลัดบางกอกขึ้นเป็นครั้งแรก เชื่อมลำน้ำเจ้าพระยาระหว่างปากคลองบางกอกน้อยกับปากคลองบางกอกใหญ่ กลายเป็นแม่น้ำเจ้าพระยาดังในปัจจุบัน</p>
<p>และมีการขุดคลองลัดเชื่อมแม่น้ำเจ้าพระยาอีก 2 ครั้ง ในช่วงเวลาต่อมา ได้แก่ การขุดคลองลัดบางกรวย เชื่อมคลองบางกอกน้อย-คลองบางกรวย ในปี พ.ศ. 2081 สมัยสมเด็จพระมหาจักรพรรดิ และการขุดคลองลัดนนทบุรี เชื่อมคลองบางกรวย-คลองอ้อมนนท์ ในปี พ.ศ. 2139 สมัยสมเด็จพระเจ้าปราสาททอง ซึ่งปัจจุบันกลายเป็นแม่น้ำเจ้าพระยาสายหลักเหมือนกับการขุดคลองลัดในครั้งแรก</p>
<p>สำหรับการขุดคลองลัดบางกอกนั้น สายน้ำได้แบ่งเมืองบางกอกออกเป็น 2 ฝั่ง คือ บางกอกฝั่งขวา(อ้างอิงตามทิศเหนือ)ที่อยู่ทางฝั่งตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยา(สายใหม่)ปัจจุบันคือกรุงเทพมหานครเป็นที่ราบลุ่มริมเจ้าพระยาเหมาะสำหรับการทำนา และบางกอกฝั่งซ้ายที่อยู่ทางฝั่งตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยาเป็นที่สวนอันอุดมสมบูรณ์เคียงคู่กับสวนบางช้าง ซึ่งรู้จักกันดีในนาม “บางช้างสวนนอก บางกอกสวนใน”</p>
<p>ทั้งนี้หลังการขุดคลองลัดได้ปรากฏว่ามีการตั้งอยู่เมืองบางกอกอย่างเป็นทางการว่า “เมืองธนบุรีศรีมหาสมุทร” ที่แสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์ของเมืองนี้กับทะเลได้เป็นอย่างดี</p>
<p><strong>กรุงเทพฯ นครแห่งน้ำ </strong></p>
<p>ในปี พ.ศ.2310 พระเจ้าตากสินมหาราช สถาปนากรุงธนบุรีขึ้นเป็นราชธานี และทรงโปรดฯให้ตั้งเมืองบางกอกฝั่งซ้ายเป็นเมืองหลวง โดยมีการสร้างกำแพงเมืองขึ้นเพื่อป้องกันข้าศึกศัตรู ขณะเดียวกันความเจริญของเมืองหลวงก็ทำให้มีการขยายเมืองไปเติบโตหนาแน่นที่เมืองบางกอกฝั่งขวา</p>
<p>ต่อมาพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช หลังปราบดาภิเษกเสด็จเถลิงถวัลราชสมบัติ ทรงมีพระราชดำริว่า “เมืองธนบุรีนี้ ฝั่งฟากตะวันออกเป็นที่ชัยภูมิดีกว่าที่ฟากตะวันตก โดยเป็นที่แหลม มีลำน้ำเป็นขอบเขตอยู่กว่าครึ่ง ถ้าตั้งพระนครข้างฝั่งตะวันออก แม้นข้าศึกยกมาติดถึงชานพระนครก็จะต่อสู้ป้องกันได้ง่ายกว่าอยู่ข้างฝั่งตะวันตกซึ่งเป็นที่ดอน แต่ก็เป็นคุ้งน้ำเซาะทรุดพังอยู่เสมอไม่ถาวร พระราชมมณเฑียรสถานเล่าก็ตั้งอยู่ในอุปจาร ระหว่างวัดแจ้งและวัดท้ายตลาดขนาบอยู่สองข้าง ควรเป็นที่รังเกียจ”</p>
<p>หลังจากนั้นสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าฯก็สถาปนากรุงรัตนโกสินทร์เป็นราชธานี พร้อมกับตั้งเมืองหลวงใหม่ขึ้นในปี พ.ศ. 2325 โดยพระราชทานนามเมืองหลวงใหม่ว่า “กรุงเทพมหานคร อมรรัตนโกสินทร์ มหินทราอยุธยา มหาดิลกภพ นพรัตนราชธานีบุรีรมย์ อุดมราชนิเวศน์มหาสถาน อมรพิมานอวตารสถิต สักกะทัตติยวิษณุกรรมประสิทธิ์” ก่อนที่จะมีการแปลงสร้อยบวรรัตนโกสินทร์ เป็น“อมรรัตนโกสินทร์” ในสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้า รัชกาลที่ 4</p>
<p>กรุงเทพมหานคร เป็นเมืองที่มีชื่อเต็มอย่างเป็นทางการ ได้รับการบันทึกจากกินเนสบุ๊คว่าเป็นเมืองที่มีชื่อยาวที่สุดในโลก โดยที่มาของชื่อเมือง ในวิกิพีเดีย ระบุว่า หมายถึง &#8220;พระนครอันกว้างใหญ่ ดุจเทพนคร&#8221;</p>
<p>อย่างไรก็ดีชื่อเมืองกรุงเทพมหานครนี้ ในหนังสือ “น้ำบ่อเกิดแห่งวัฒนธรรมไทย” โดย : (ดร.)สุเมธ ชุมสาย ณ อยุธยา ได้ให้ข้อมูลถึงความหมายของชื่อกรุงเทพมหานครที่น่าสนใจเอาไว้ว่า</p>
<p>&#8230;ใน พ.ศ. 2325 พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกทรงสถาปนาเมืองฝั่งซ้ายเป็นราชธานี ซึ่งเหมือนกับพระเจ้าอู่ทองย้ายข้ามฟากเข้าไปอยู่ในโค้งแม่น้ำเพื่อตั้งกรุงศรีอยุธยา เพราะเป็นจุดยยุทธศาสตร์ที่ดีกว่า&#8230;</p>
<p><strong>&#8230;ในลักษณะการสร้างพระนครในครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความพยายามที่จะจำลองความรุ่งเรืองของกรุงเก่ามาไว้ ณ ที่ใหม่ ในประเด็นนี้ชื่อเมืองก็ระบุให้เห็นถึงความพยายามที่จะ “ย้าย” กรุงศรีอยุธยามาไว้ในโค้งแม่น้ำใหม่นี้ ชื่อ “กรุงเทพมหานคร” มีความหมายว่า “มหานครแห่งเทพเจ้าซึ่งตั้งอยู่บนแม่น้ำ(กรุง)”&#8230;</strong></p>
<p>อนึ่งในหนังสือน้ำฯเล่มดังกล่าว ได้มีข้อมูลที่ปรากฏก่อนหน้านี้ซึ่งช่วยขยายความเกี่ยวกับเรื่องนี้เพิ่มเติมว่า</p>
<p>&#8230;คำว่า “กรุง” นั้นมาจากคำว่า “เกริง”(เสียงสั้น) เป็นคำภาษามอญซึ่งหมายถึงแม่น้ำลำคลอง สมเด็จพระจอมเกล้าฯ มีพระราชวินิจฉัยดังนี้ “ผู้ใดว่ามีอำนาจเหนือพื้นน้ำหรือเป็นเจ้าแห่งน้ำตั้งแต่ปากน้ำไปจนถึงที่สุดของแม่น้ำสายนั้น ผู้นั้นได้ชื่อว่าเป็นเจ้ากรุง และเมืองที่เจ้ากรุงพระองค์นั้นประทับอยู่ก็เลยเรียกว่า กรุง”&#8230;</p>
<p>ขณะที่คำว่า “เกริง”(เสียงยาว) ในหนังสือน้ำฯได้ให้ข้อมูลว่า เป็นภาษามอญ หมายความว่าใหญ่ ส่วนอีกคำหนึ่งที่สำคัญก็คือคำว่า “นคร”นั้นมีความหมายว่าชาวเมือง และมีรากศัพท์มาจาก “นาคา” ที่หมายถึงนาค ซึ่งทั้งหลายทั้งปวงแล้วตามความเชื่อนี้ได้มีเหตุผลสนับสนุนชื่อเมือง“กรุงเทพมหานคร” ที่มีความหมายถึง “มหานครแห่งเทพเจ้าซึ่งตั้งอยู่บนแม่น้ำ” ที่น่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง</p>
<p>และนั่นก็เป็นภูมิปัญญาของคนโบราณที่ตามความเชื่อทั้งหลายที่กล่าวมาข้างต้น ได้แสดงให้เห็นถึงความเป็นมาของชื่อเมืองหลวงในยุคปัจจุบันของเรา ตั้งแต่บางกอกมาจนถึงกรุงเทพมหานครว่า ล้วนต่างมีที่มาจากน้ำ</p>
<p>ขณะเดียวกันความเป็นเมืองแห่งน้ำของบางกอกหรือกรุงเทพมหานครที่อุดมไปด้วยวิถีชาวน้ำและแม่น้ำลำคลองมากมาย ก็ถูกตอกย้ำด้วยชื่อ“เวนิสตะวันออก” ที่ฝรั่งต่างชาติขนานนามจนโด่งดังไปทั่วโลก</p>
<p>แต่ทว่า&#8230;ในวันนี้ความเป็น(ชื่อ)เมืองแห่งน้ำทั้งบางกอก กรุงเทพมหานคร และเวนิสตะวันออก ล้วนต่างถูกทำลายด้วยวิถีสมัยใหม่ ที่มุ่งเน้นการทำลายวิถีแห่งสายน้ำมากกว่าเลือกที่จะอยู่กับสายน้ำอย่างเป็นมิตร กลมกลืน และนอบน้อมคารวะต่อธรรมชาติ เหมือนเช่นในอดีต ซึ่งสุดท้ายแล้วธรรมชาติได้พิสูจน์สัจธรรมให้เราได้เห็นแล้วว่า</p>
<p><strong>&#8230;มนุษย์ไม่ว่ายิ่งใหญ่แค่ไหนก็มิอาจเอาชนะธรรมชาติได้&#8230;</strong></p>
<p>โดย : ปิ่น บุตรี(pinn109@hotmail.com)</p>
<p>ที่มา : <a href="http://www.manager.co.th/Travel/ViewNews.aspx?NewsID=9540000138178">http://www.manager.co.th/Travel/ViewNews.aspx?NewsID=9540000138178</a></p>
<p>ภาพ : <a href="http://news.mthai.com/general-news/122055.html">http://news.mthai.com/general-news/122055.html</a></p>
<span class="fb_share"><fb:like href="http://www.asamedia.org/2011/11/%e2%80%9c%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%ad%e0%b8%81-%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b8%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%9e%e0%b8%af%e2%80%9d-%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b9%88/" layout="button_count"></fb:like></span>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.asamedia.org/2011/11/%e2%80%9c%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%ad%e0%b8%81-%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b8%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%9e%e0%b8%af%e2%80%9d-%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b9%88/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>วธ.ขึ้นทะเบียนหนังพระเจ้ากรุงสยามฯเสด็จกรุงเบิร์น รวม 25 เรื่องเป็นมรดกของชาติ</title>
		<link>http://www.asamedia.org/2011/11/%e0%b8%a7%e0%b8%98-%e0%b8%82%e0%b8%b6%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%9a%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%88/</link>
		<comments>http://www.asamedia.org/2011/11/%e0%b8%a7%e0%b8%98-%e0%b8%82%e0%b8%b6%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%9a%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%88/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 02 Nov 2011 09:57:44 +0000</pubDate>
		<dc:creator>pimai</dc:creator>
				<category><![CDATA[วัฒนธรรม]]></category>
		<category><![CDATA[ขึ้นทะเบีนหนังไทย]]></category>
		<category><![CDATA[มรดกของชาติ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.asamedia.org/?p=27939</guid>
		<description><![CDATA[นางสุกุมล คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม(วธ.) กล่าวว่า  จากการที่หอภาพยนตร์(องค์การมหาชน) ได้จัดทำโครงการขึ้นทะเบียนมรดกภาพยนตร์ของชาติ ประจำปี 2554 ขึ้นเป็นครั้งแรกของประเทศไทยนั้น ขณะนี้คณะกรรมการพิจารณาขึ้นทะเบียนมรดกภาพยนตร์ของชาติ ได้ประกาศขึ้นทะเบียนมรดกภาพยนตร์ของชาติ จำนวน 25 เรื่อง ดังนี้ 1.การต่อสู้ของกรรมกรหญิงโรงงานฮาร่าปี 2518 2.คล้องช้าง ปี2481 3. ทองปาน ปี2520 4.ทวิภพ ปี 2547 5. โทน ปี2513 6.นิ้วเพชร ปี2501 7.น้ำท่วมกรุงเทพ ปี2485 8.บันทึกเหตุการณ์ 6 ตุลา ปี2519 9.ผีตองเหลือง ปี2505 10.ผีเสื้อและดอกไม้ ปี2528 11.แผลเก่า ปี2520 12.พระเจ้ากรุงสยามเสด็จฯ ถึงกรุงเบิร์น ปี2440 13.พระเจ้าช้างเผือก ปี2484 14.พระราชพิธีเฉลิมกรุงเทพมหานครและพระราชวงศ์จักรีอันประดิษฐานมาครบ 150 ปี ปี2475 15.พระราชพิธีบรมราชาภิเษก พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ปี2468 นางสุกุมล [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<span class="fb_share"><fb:like href="http://www.asamedia.org/2011/11/%e0%b8%a7%e0%b8%98-%e0%b8%82%e0%b8%b6%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%9a%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%88/" layout="button_count"></fb:like></span><p>นางสุกุมล คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม(วธ.) กล่าวว่า  จากการที่หอภาพยนตร์(องค์การมหาชน) ได้จัดทำโครงการขึ้นทะเบียนมรดกภาพยนตร์ของชาติ ประจำปี 2554 ขึ้นเป็นครั้งแรกของประเทศไทยนั้น ขณะนี้คณะกรรมการพิจารณาขึ้นทะเบียนมรดกภาพยนตร์ของชาติ ได้ประกาศขึ้นทะเบียนมรดกภาพยนตร์<span id="more-27939"></span>ของชาติ จำนวน 25 เรื่อง ดังนี้</p>
<p>1.การต่อสู้ของกรรมกรหญิงโรงงานฮาร่าปี 2518</p>
<p>2.คล้องช้าง ปี2481</p>
<p>3. ทองปาน ปี2520</p>
<p>4.ทวิภพ ปี 2547</p>
<p>5. โทน ปี2513</p>
<p>6.นิ้วเพชร ปี2501</p>
<p>7.น้ำท่วมกรุงเทพ ปี2485</p>
<p>8.บันทึกเหตุการณ์ 6 ตุลา ปี2519</p>
<p>9.ผีตองเหลือง ปี2505</p>
<p>10.ผีเสื้อและดอกไม้ ปี2528</p>
<p>11.แผลเก่า ปี2520</p>
<p>12.พระเจ้ากรุงสยามเสด็จฯ ถึงกรุงเบิร์น ปี2440</p>
<p>13.พระเจ้าช้างเผือก ปี2484</p>
<p>14.พระราชพิธีเฉลิมกรุงเทพมหานครและพระราชวงศ์จักรีอันประดิษฐานมาครบ 150 ปี ปี2475</p>
<p>15.พระราชพิธีบรมราชาภิเษก พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ปี2468</p>
<p><a class="highslide" onclick="return vz.expand(this)" href="http://www.asamedia.org/wp-content/uploads/wth221.jpg"><img class="alignnone size-medium wp-image-27940" title="wth221" src="http://www.asamedia.org/wp-content/uploads/wth221-300x200.jpg" alt="" width="300" height="200" /></a></p>
<p>นางสุกุมล กล่าวต่อไปว่า</p>
<p>16.ไฟเย็น ปี2508</p>
<p>17.ประมวลภาพเห็นการณ์สูญเสียพระเอกผู้ยิ่งใหญ่ มิตร ชัยบัญชา ปี2513</p>
<p>18.มนต์รักลูกทุ่ง ปี2513</p>
<p>19.รัฐประหาร 2490 ปี2490</p>
<p>20.โรงแรมนรก ปี2500</p>
<p>21.ลุงบุญมีระลึกชาติ ปี2553</p>
<p>22.ลูกอีสาน ปี2525</p>
<p>23.สุดสาคร ปี2522</p>
<p>24.อนุทินวีรชน 14 ตุลา ปี2517</p>
<p>และ25.! อัศเจรีย์ ปี2520</p>
<p>ซึ่งภาพยนตร์ทั้ง 25 เรื่องเป็นผลงานของคนไทยหรือเกี่ยวกับคนไทยและชาติไทย นอกจากนี้ หอภาพยนตร์ยังได้จัดสรรเงินทุนอนุรักษ์ภาพยนตร์ของชาติไว้ส่วนหนึ่งไว้ด้วย ซึ่งตนเห็นว่า งานอนุรักษ์ภาพยนตร์ที่เป็นมรดกของชาตินี้ ไม่อาจปล่อยให้เป็นภาระหน้าที่ของหอภาพยนตร์แต่ลำพัง เพราะมรดกใด ๆ ของชาติก็ดี เป็นเรื่องที่เราทุกคนในชาติต้องมีความตระหนักรู้คุณค่า รู้สึกร่วมเป็นเจ้าของ และมีส่วนร่วมไม่มากก็น้อย ในการอนุรักษ์มรดกเหล่านี้ เพื่อให้ตกทอดสู่ลูกหลานของเราต่อไป</p>
<p>ด้านนายโดม สุขวงศ์ ผอ.หอภาพยนตร์(องค์การมหาชน) กล่าวว่า หอภาพยนตร์ (องค์การมหาชน) ได้จัดทำโครงการขึ้นทะเบียนมรดกภาพยนตร์ของชาติ โดยตั้งคณะกรรมการพิจารณาคัดเลือกภาพยนตร์ ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด ซึ่งได้แก่ ภาพยนตร์ที่มีคุณค่าความสำคัญทางประวัติศาสตร์ ความทรงจำ สังคม ศิลปะ เป็นต้น ทั้งนี้เพื่อประกาศให้สาธารณชนได้รับรู้ และสร้างหลักประกันว่าภาพยนตร์ที่สมควรเป็นมรดกของชาตินั้น จะได้รับการอนุรักษ์อย่างทันการณ์ ถูกต้องเหมาะสม และยั่งยืน ตลอดจนจะได้รับการจัดเตรียมไว้บริการให้สาธารณชนได้ใช้ประโยชน์ในการศึกษา ค้นคว้าอย่างสะดวก และแพร่หลาย</p>
<p><a class="highslide" onclick="return vz.expand(this)" href="http://www.asamedia.org/wp-content/uploads/wth223.jpg"><img class="alignnone size-medium wp-image-27941" title="wth223" src="http://www.asamedia.org/wp-content/uploads/wth223-300x200.jpg" alt="" width="300" height="200" /></a></p>
<p>“ในอดีตเมื่อ 45 ปีมาแล้ว คือเมื่อวันที่ 4 ตุลาคม ปี2509 มีการประชุมของคณะอนุกรรมการด้านสื่อสารมวลชน ในคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยองค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ ซึ่งมี พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าเปรมบุรฉัตร ทรงเป็นประธาน จัดประชุมกันที่สถานีไทยโทรทัศน์ ช่อง 4 บางขุนพรหม ที่ประชุมมีมติเสนอให้หอสมุดแห่งชาติเปิดแผนกเก็บรักษาฟิล์มภาพยนตร์ที่มี คุณค่าทางประวัติศาสตร์และศิลปวัฒนธรรมของชาติ เพื่อให้ยุวชนได้เข้าศึกษาค้นคว้าอย่างสะดวก องค์ประธานและอนุกรรมการบางท่าน ได้แสดงเจตนาจะบริจาคฟิล์มภาพยนตร์สำคัญจำนวนหนึ่งเป็นประเดิมแก่หอสมุด ด้วย  วันนี้จึงเป็นวันสำคัญวันหนึ่งในประวัติศาสตร์การอนุรักษ์ภาพยนตร์ของชาติ อย่างไรก็ตามโครงการนี้จะทำต่อเนื่องไปทุกปี เริ่มต้นในปี 2554 โดยกำหนดให้วันที่ 4 ตุลาคม ของทุกปี มีการประกาศขึ้นทะเบียนมรดกภาพยนตร์ของชาติต่อเนื่องทุกปี” ผอ.หอภาพยนตร์ กล่าว</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ที่มา : สยามรัฐ</p>
<span class="fb_share"><fb:like href="http://www.asamedia.org/2011/11/%e0%b8%a7%e0%b8%98-%e0%b8%82%e0%b8%b6%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%9a%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%88/" layout="button_count"></fb:like></span>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.asamedia.org/2011/11/%e0%b8%a7%e0%b8%98-%e0%b8%82%e0%b8%b6%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%9a%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%88/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ANT(ARCTIC)A ความงามจากสองขั้วโลก</title>
		<link>http://www.asamedia.org/2011/10/antarctica-%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%aa%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%81/</link>
		<comments>http://www.asamedia.org/2011/10/antarctica-%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%aa%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%81/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 18 Oct 2011 09:20:40 +0000</pubDate>
		<dc:creator>pimai</dc:creator>
				<category><![CDATA[Features]]></category>
		<category><![CDATA[วัฒนธรรม]]></category>
		<category><![CDATA[ความงามจากธรรมชาติ]]></category>
		<category><![CDATA[นิทรรศภาพถ่าย ‘ANT(ARCTIC)A’]]></category>
		<category><![CDATA[ผลงานภาพถ่าย]]></category>
		<category><![CDATA[ภาพถ่ายภูมิประเทศ]]></category>
		<category><![CDATA[สตีเฟ่น อีสทอจ์ช]]></category>
		<category><![CDATA[แคโรไลน่า เฟอร์ก]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.asamedia.org/?p=26915</guid>
		<description><![CDATA[ผลงานภาพถ่ายที่ที่มีความแตกต่างทั้งในแง่การนำเสนอ และทัศนียภาพที่สร้างบันดาลใจในการสร้างสรรค์ผลงาน แต่กลับมีจุดร่วมอยู่ที่การถ่ายทอดความงามและความสงบในธรรมชาติ ผลงานภาพถ่ายที่ที่มีความแตกต่างทั้งในแง่การนำเสนอ และทัศนียภาพที่สร้างบันดาลใจในการสร้างสรรค์ผลงาน แต่กลับมีจุดร่วมอยู่ที่การถ่ายทอดความงามและความสงบในธรรมชาติ นำเสนอในนิทรรศภาพถ่าย ‘ANT(ARCTIC)A’ การแสดงผลงานภาพถ่ายโดยสองศิลปินร่วมสมัย สตีเฟ่น อีสทอจ์ช ชาวออสเตรเลีย และ แคโรไลน่า เฟอร์ก ชาวอาร์เจนตินา ซึ่งทั้งคู่แยกกันทำงานโดยคนหนึ่งบันทึกภาพถ่ายจากขั้วโลกใต้ และอีกคนหนึ่งบันทึกภาพจากขั้วโลกเหนือ สตีเฟ่น อีสทอจ์ช  ได้รับทุนจากรัฐบาลประเทศออสเตรเลียให้ร่วมเดินทางในการสำรวจขั้วโลกใต้กับทีมนักวิทยาศาสตร์และนักสำรวจชาวออสเตรเลีย โดยเขาเป็นศิลปินร่วมสมัยคนเดียวที่ได้รับเกียรติให้ร่วมการเดินทางอันน่ามหัศจรรย์นี้ สตีเฟ่น ทำงานศิลปะในมอร์ซัน สเตชั่นที่ขั้วโลกใต้เป็นเวลา 6 เดือน โดยได้ร่วมเดินทางกับทีมสำรวจไปยังสถานที่ต่างๆ ในพื้นที่ขั้วโลกใต้ อาทิ  Mac Roberson Land และพื้นที่ในแถบตะวันออกของทวีปแอนตาร์กติกา เก็บภาพความงดงาม ตระการตา ของแสงออโรร่า หรือที่ภาษาอังกฤษเรียกว่า Aurora Australis ซึ่งเป็นแสงออโรร่าที่ปรากฎในชั้นบรรยากาศในขั้วโลกใต้ ซึ่งเกิดจากปฏิกิริยาของอนุภาคเล็กๆ ที่มีพลังงานสะสมอยู่พุ่งชนกับอะตอมในสนามแม่เหล็กที่อยู่ในชั้นบรรยากาศที่มีออกซิเจนน้อย ทำให้เกิดแสงที่มีสีสันแปลกตาเปล่งประกายตัดกับท้องฟ้าสีดำมืดท่ามกลางความเย็นยะเยือกของฤดูหนาวในขั้วโลกใต้ &#8220;แนวทางการทำงานภาพถ่ายของผมส่วนใหญ่จะเกี่ยวกับภูมิประเทศและสิ่งที่อยู่รอบสถานที่นั้นๆ ผลงานชุดนี้เริ่มมาจากการที่ผมได้รับเลือกเป็นศิลปินร่วมสมัยคนแรกของประเทศออสเตรเรียที่ได้รับเชิญเพื่อไปอาศัยอยู่ที่ภาคตะวันออกของแอนตาร์กติกาเพื่อสร้างงานศิลปะและใช้เวลาอยู่ที่นั่น 11 เดือน ผมได้พบเห็นสิ่งอัศจรรย์ในระหว่างการเดินทางไปทวีปแอนตาร์กติกา ผมได้เห็นความแปลกใหม่ของภูมิประเทศและปรากฏการณ์ของแสงออโรร่า ซึ่งเป็นประสบการณ์ที่น่าตื่นเต้น สิ่งที่ผมต้องการคือการได้เก็บบันทึกสิ่งที่พบเห็นจากการเดินทางในครั้งนี้&#8221; &#160; เขาเลือกเก็บภาพความอลังการและความสวยงามของแสงออโรร่าหลายวันติดต่อกัน ทั้งในคืนที่แสงเป็นละอองฟุ้งจืดจางหรือในคืนที่แสงสว่างเขียวเข้มจนสามารถอ่านหนังสือได้ในคืนฟ้ามืดสร้าง [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<span class="fb_share"><fb:like href="http://www.asamedia.org/2011/10/antarctica-%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%aa%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%81/" layout="button_count"></fb:like></span><p><a class="highslide" onclick="return vz.expand(this)" href="http://www.asamedia.org/wp-content/uploads/news_img_411675_3.jpg"><img class="alignnone size-medium wp-image-26916" title="ผลงานภาพถ่ายของสตีเฟ่น อีสทอจ์ช" src="http://www.asamedia.org/wp-content/uploads/news_img_411675_3-300x273.jpg" alt="" width="300" height="273" /></a></p>
<p><strong>ผลงานภาพถ่ายที่ที่มีความแตกต่างทั้งในแง่การนำเสนอ และทัศนียภาพที่สร้างบันดาลใจในการสร้างสรรค์ผลงาน แต่กลับมีจุดร่วมอยู่ที่การถ่ายทอดความงามและความสงบในธรรมชาติ<span id="more-26915"></span></strong></p>
<p>ผลงานภาพถ่ายที่ที่มีความแตกต่างทั้งในแง่การนำเสนอ และทัศนียภาพที่สร้างบันดาลใจในการสร้างสรรค์ผลงาน แต่กลับมีจุดร่วมอยู่ที่การถ่ายทอดความงามและความสงบในธรรมชาติ นำเสนอในนิทรรศภาพถ่าย ‘ANT(ARCTIC)A’ การแสดงผลงานภาพถ่ายโดยสองศิลปินร่วมสมัย สตีเฟ่น อีสทอจ์ช ชาวออสเตรเลีย และ แคโรไลน่า เฟอร์ก ชาวอาร์เจนตินา ซึ่งทั้งคู่แยกกันทำงานโดยคนหนึ่งบันทึกภาพถ่ายจากขั้วโลกใต้ และอีกคนหนึ่งบันทึกภาพจากขั้วโลกเหนือ</p>
<p><a class="highslide" onclick="return vz.expand(this)" href="http://www.asamedia.org/wp-content/uploads/news_img_411675_4.jpg"><img class="alignright size-medium wp-image-27076" title="แคโรไลน่า เฟอร์ก และ สตีเฟ่น อีสทอจ์ช" src="http://www.asamedia.org/wp-content/uploads/news_img_411675_4-300x154.jpg" alt="" width="300" height="154" /></a><br />
สตีเฟ่น อีสทอจ์ช  ได้รับทุนจากรัฐบาลประเทศออสเตรเลียให้ร่วมเดินทางในการสำรวจขั้วโลกใต้กับทีมนักวิทยาศาสตร์และนักสำรวจชาวออสเตรเลีย โดยเขาเป็นศิลปินร่วมสมัยคนเดียวที่ได้รับเกียรติให้ร่วมการเดินทางอันน่ามหัศจรรย์นี้ สตีเฟ่น ทำงาน<a href="http://www.bangkokbiznews.com/home/search/?cx=009233870810540600983%3Ahkyg0dlysoo&amp;cof=FORID%3A9&amp;ie=windows-874&amp;q=%C8%D4%C5%BB%D0" target="_blank">ศิลปะ</a>ในมอร์ซัน สเตชั่นที่ขั้วโลกใต้เป็นเวลา 6 เดือน โดยได้ร่วมเดินทางกับทีมสำรวจไปยังสถานที่ต่างๆ ในพื้นที่ขั้วโลกใต้ อาทิ  Mac Roberson Land และพื้นที่ในแถบตะวันออกของทวีปแอนตาร์กติกา เก็บภาพความงดงาม ตระการตา ของแสงออโรร่า หรือที่ภาษาอังกฤษเรียกว่า Aurora Australis ซึ่งเป็นแสงออโรร่าที่ปรากฎในชั้นบรรยากาศในขั้วโลกใต้ ซึ่งเกิดจากปฏิกิริยาของอนุภาคเล็กๆ ที่มีพลังงานสะสมอยู่พุ่งชนกับอะตอมในสนามแม่เหล็กที่อยู่ในชั้นบรรยากาศที่มีออกซิเจนน้อย ทำให้เกิดแสงที่มีสีสันแปลกตาเปล่งประกายตัดกับท้องฟ้าสีดำมืดท่ามกลางความเย็นยะเยือกของฤดูหนาวในขั้วโลกใต้<br />
<a class="highslide" onclick="return vz.expand(this)" href="http://www.asamedia.org/wp-content/uploads/news_img_411675_21.jpg"><img class="alignleft size-medium wp-image-27074" title="ผลงานภาพถ่ายของสตีเฟ่น อีสทอจ์ช" src="http://www.asamedia.org/wp-content/uploads/news_img_411675_21-300x300.jpg" alt="" width="300" height="300" /></a>&#8220;แนวทางการทำงานภาพถ่ายของผมส่วนใหญ่จะเกี่ยวกับภูมิประเทศและสิ่งที่อยู่รอบสถานที่นั้นๆ ผลงานชุดนี้เริ่มมาจากการที่ผมได้รับเลือกเป็นศิลปินร่วมสมัยคนแรกของประเทศออสเตรเรียที่ได้รับเชิญเพื่อไปอาศัยอยู่ที่ภาคตะวันออกของแอนตาร์กติกาเพื่อสร้างงาน<a href="http://www.bangkokbiznews.com/home/search/?cx=009233870810540600983%3Ahkyg0dlysoo&amp;cof=FORID%3A9&amp;ie=windows-874&amp;q=%C8%D4%C5%BB%D0" target="_blank">ศิลปะ</a>และใช้เวลาอยู่ที่นั่น 11 เดือน ผมได้พบเห็นสิ่งอัศจรรย์ในระหว่างการเดินทางไปทวีปแอนตาร์กติกา ผมได้เห็นความแปลกใหม่ของภูมิประเทศและปรากฏการณ์ของแสงออโรร่า ซึ่งเป็นประสบการณ์ที่น่าตื่นเต้น สิ่งที่ผมต้องการคือการได้เก็บบันทึกสิ่งที่พบเห็นจากการเดินทางในครั้งนี้&#8221;</p>
<p>&nbsp;<br />
เขาเลือกเก็บภาพความอลังการและความสวยงามของแสงออโรร่าหลายวันติดต่อกัน ทั้งในคืนที่แสงเป็นละอองฟุ้งจืดจางหรือในคืนที่แสงสว่างเขียวเข้มจนสามารถอ่านหนังสือได้ในคืนฟ้ามืดสร้าง เป็นผลงานภาพถ่ายที่นำเสนอปรากฎการณ์แสงออโรร่าที่มีความงามอย่างมหัศจรรย์<br />
ส่วน แคโรไลนา เฟอร์ก ถ่ายทอดประสบการณ์และการตีความของเธอจากการใช้เวลาอยู่บนเกาะกรีนแลนด์แห่งขั้วโลกเหนือเป็นเวลา 1 เดือน เกาะกรีนแลนด์เป็นสถานที่ที่มีประชากรน้อยมาก แทบจะเรียกได้ว่าปราศจากสิ่งที่เกิดจากน้ำมือมนุษย์ มีเพียงความงามจากสิ่งที่ธรรมชาติสร้างสรรค์<br />
เฟอร์ก บันทึกภาพจากดินแดนแถบตะวันตกเฉียงเหนือของเกาะกรีนแลนด์ โดยใช้กล้องโฮลก้าจากรัสเซีย ซึ่งเป็นกล้องฟิล์มแบบพื้นฐานที่ปราศจากเทคโนโลยีในการปรับแต่งภาพในกล้องเหมือนกล้องอัตโนมัตสมัยใหม่ ผลงานภาพถ่ายของเธอจึงผสมผสานความ &#8220;ดิบ&#8221; และความบังเอิญไว้ด้วยกัน<br />
&#8220;ฉันกลายเป็นช่างภาพโดยบังเอิญ โดยเริ่มมาจากการที่พ่อของฉันซื้อกล้องและยื่นมันใส่ในมือของฉัน ฉันใช้กล้องพลาสติกจากรัสเซีย (Rusian Holga Camera)เป็นกล้องที่พกพาได้ง่ายเหมาะสำหรับการเดินทาง และความพิเศษของกล้องนี้คือผลลัพธ์ที่คาดเดาไม่ได้ ซึ่งเป็นสิ่งที่ฉันชื่นชอบมาก ฉันใช้เทคนิคการถ่ายภาพขาวดำแบบดั้งเดิม ฉันล้างรูปด้วยตนเองและมีความสุขกับการใช้เวลาในห้องมืดเพื่อสร้างสรรค์และพัฒนาผลงาน&#8221;</p>
<p><a class="highslide" onclick="return vz.expand(this)" href="http://www.asamedia.org/wp-content/uploads/news_img_411675_1.jpg"><img class="alignnone size-medium wp-image-27075" title="ผลงานภาพถ่ายของแคโรไลน่า เฟอร์ก" src="http://www.asamedia.org/wp-content/uploads/news_img_411675_1-295x300.jpg" alt="" width="295" height="300" /></a><br />
เธอเลือกที่จะนำเสนอผลงานจากกรีนแลนด์ในมุมมองของภาพขาวดำ เพื่อสะท้อนความเงียบเหงาและว่างเปล่าของสถานที่ แต่มีความสวยงามและตรงไปตรงมาซึ่งหาที่ไหนไม่ได้<br />
&#8220;ในครั้งนี้ผมได้เลือกงานภาพถ่ายมาเป็นผลงานในการจัดนิทรรศการร่วมกับแคโรไลนา เพื่อนำเสนอเรื่องราวต่างๆ ที่เราทั้ง 2 คน ได้พบเห็นในระหว่างการเดินทาง และนำเรื่องราวเหล่านั้นมาแบ่งปันให้ผู้ชมได้รู้สึกถึงสิ่งอัศจรรย์ที่เราทั้ง 2 คนได้พบเห็นโดยสื่อออกมาทางภาพถ่าย&#8221; สตีเฟ่น อีสทอจ์ช สรุป<br />
สัมผัสความงามจากธรรมชาติจากสองขั้วโลกได้ในนิทรรศการ &#8220;ANT(ARCTIC)A&#8221;  จัดแสดงไปจนถึงวันที่ 5 พฤศจิกายน 2554 (เวลาทำการ : วันอังคาร &#8211; วันเสาร์ 10:00 &#8211; 19:00 น.) ที่ละลานตาไฟน์อาร์ต 245/14 สุขุมวิทซอย 31 คลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพฯ 10110 สอบถามโทร.            0 2204 0583      ,             0 2260 5381</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>ที่มา : กรุงเทพธุรกิจ</strong></p>
<span class="fb_share"><fb:like href="http://www.asamedia.org/2011/10/antarctica-%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%aa%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%81/" layout="button_count"></fb:like></span>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.asamedia.org/2011/10/antarctica-%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%aa%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%81/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

