| | มีคนอ่าน 40 คน

“ไอแพด” ชื่อนี้มีราคาที่แอปเปิลต้องจ่าย

กลายเป็นปัญหาที่สร้างความปวดเศียรเวียนเกล้าให้แบรนด์ยักษ์ใหญ่ “แอปเปิล” เมื่อถูกบริษัทจีนฟ้องร้องว่าละเมิดลิขสิทธิ์เครื่องหมายการค้า “ไอแพด

ถึงแม้คดีความยังไม่ถึงที่สุด เพราะแอปเปิลได้ยื่นอุทธรณ์ต่อศาลซึ่งยังต้องใช้เวลาในการพิจารณาคดี แต่ดูเหมือนแอปเปิลมีต้นทุนราคาแพงที่ต้องจ่ายให้กับเหตุการณ์นี้ ซึ่งไม่ใช่แค่ข้อตกลงซื้อเครื่องหมายการค้าเพื่อยุติคดีความที่อาจสูงถึง 2 พันล้านดอลลาร์ หากแต่ยังรวมถึงโอกาสทางธุรกิจที่สูญเสียไปในระหว่างนี้

คดีฟ้องร้องเกิดขึ้นเมื่อ “โปรวิว” บริษัทรับจ้างผลิตจอแบน ซึ่งจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า “ไอแพด” ในหลายประเทศก่อนหน้านี้ กล่าวหาแอปเปิลว่าละเมิดลิขสิทธิ์ชื่อเครื่องหมายการค้าในประเทศจีน และนำไปสู่การขึ้นโรงขึ้นศาลตามมา

ที่จริงแล้ว แอปเปิล ขอซื้อลิขสิทธิ์เครื่องหมายการค้า “ไอแพด” ที่จดทะเบียนชื่อนี้ในปี 2543 จากโปรวิว ไต้หวัน บริษัทลูกของโปรวิว เทคโนโลยี เสิ่นเจิ้น ด้วยราคาประมาณ 55,495 ดอลลาร์ ในปี 2552 แต่ประเด็นที่ยังถกเถียงกันคือข้อตกลงดังกล่าวครอบคลุมถึงจีนแผ่นดินใหญ่หรือไม่ เนื่องจากบริษัทแม่จดทะเบียนชื่อการค้านี้ในจีนเมื่อปี 2544

โปรวิว เรียกร้องค่าชดเชยในจำนวนที่เหมาะสม แลกกับการยกสิทธิ์เครื่องหมายการค้าไอแพดในจีนให้แอปเปิล ซึ่งทีมทนายของโปรวิวเสนอให้เรียกวงเงินสูงถึง 2 พันล้านดอลลาร์

กรณีนี้ทำให้แอปเปิลปวดขมับ เพราะไอแพดเป็นสินค้าที่ขายดิบขายดีในจีน ไม่ว่าจะขายผ่านร้านของแอปเปิลเองหรือร้านค้าปลีกแบรนด์อื่นๆ ก็ตาม นอกจากนี้ หากศาลมีความเห็นตามที่โปรวิวร้องขอให้สั่งห้ามนำเข้าหรือส่งออกแท็บเลตดังกล่าว ก็ยิ่งจะเป็นปัญหายุ่งยากสำหรับแอปเปิลที่พึ่งพาการผลิตไอแพดเพื่อจำหน่ายทั่วโลก

ต้นทุนอีกด้าน ที่แอปเปิลหนีไม่พ้น คือ ผลพวงจากคดีความที่เปิดช่องให้คู่แข่งของแอปเปิลในตลาดแท็บเลตจีนเร่งปั๊มยอดขายกันในช่วงนี้ ไม่ว่าจะเป็น “ซัมซุง อิเล็กทรอนิกส์” และ “เลอโนโว”

“ไอดีซี” บริษัทวิจัยชั้นนำ ระบุว่า ไอแพดของค่ายแอปเปิล เป็นผู้นำตลาดแท็บเลตในจีน โดยมีส่วนแบ่งตลาดถึง 76% ส่วนเลอโนโวและซัมซุงรั้งอันดับ 2 และ 3 โดยเลอโนโวมีส่วนแบ่งในตลาดแท็บเลตจีน 7% ส่วนซัมซุงมีส่วนแบ่งตลาด 3%

นายโจนาธาน อึ้ง นักวิเคราะห์ธนาคารซีไอเอ็มบีในสิงคโปร์ มองว่า นี่จะทำให้ยอดขายของเลอโนโวและซัมซุงทะยานขึ้น

“ดิกกี จาง” นักวิเคราะห์จากไอดีซีในฮ่องกง ให้ความเห็นว่า ซัมซุงอาจจะได้ประโยชน์มากขึ้นจากข้อพิพาทครั้งนี้ เพราะ “กาแล็กซี่ แท็บ” แท็บเลตของซัมซุงแข่งขันอย่างสูสีกับไอแพด เช่นเดียวกับเลอโนโวที่อาจจะได้รับอานิสงส์จากเรื่องนี้ แต่อาจน้อยกว่าเพราะ “เลอแพด” เป็นสินค้าที่มีราคาถูกกว่าและเน้นจับกลุ่มลูกค้าที่เพิ่งเริ่มใช้แท็บเลต

ทั้งนี้ ข้อมูลจากไอดีซี พบว่า ในไตรมาส 3 แอปเปิลมียอดขายไอแพดในจีนโดยรวมประมาณ 1.3 ล้านเครื่อง ขณะที่เลอโนโวมียอดขายเลอแพดในจีน อยู่ที่ 120,000 เครื่อง ส่วนซัมซุงมียอดขายกาแล็กซี่ แท็บ อยู่ที่ 58,000 เครื่อง

ไม่เพียงเท่านี้ แอปเปิลยังเผชิญกับปมปัญหาเรื่องเครื่องหมายการค้าในจีน ทั้งแบรนด์ “ไอโฟน” และ “ไอแพด” เพราะบริษัทจีนรายยิบรายย่อยและรายบุคคลไม่น้อยกว่า 39 ราย พยายามขอจดทะเบียนชื่อเครื่องหมายการค้าไอโฟน หรือไอแพดสำหรับผลิตภัณฑ์ต่างๆ ตั้งแต่รองเท้าปีนเขา ยารักษาสัตว์ ไปจนถึงผ้าอ้อมเด็ก

มีบริษัทผู้ผลิตอย่างน้อย 6 แห่ง ซึ่งรวมถึงบริษัทผลิตไฟฉายที่ขอจดทะเบียนชื่อไอโฟน ได้รับการอนุมัติคำร้องในเบื้องต้น ก่อนจะถูกยื่นคัดค้านจากแอปเปิลในเวลาต่อมา

โดยไอโฟน จดทะเบียนในฐานะ “แบรนด์ที่มีชื่อเสียง” (famous brand) ภายใต้กฎหมายคุ้มครองเครื่องหมายการค้าของจีน ซึ่งการคุ้มครองจะครอบคลุมถึงการใช้ชื่อนี้ในสินค้าประเภทอื่นๆ ทว่า “ซู เจี่ย” ทนายความของบริษัทไฟฉายดังกล่าวโต้แย้งว่า แม้ไอโฟนจะเป็นแบรนด์ที่มีชื่อเสียงในปัจจุบัน แต่ไม่อาจสรุปได้ว่าไอโฟนนับเป็นแบรนด์ที่มีชื่อเสียงอยางเป็นทางการในช่วงปี 2553 ซึ่งบริษัทไฟฉายลูกค้าของเขายื่นขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า

“ไค ซียอง” เจ้าของบริษัทผลิตไฟฉาย บอกว่า ในเวลานั้นแอปเปิลไม่ได้ยื่นขอจดลิขสิทธิ์ชื่อไอโฟนใน 45 หมวดสินค้า เหมือนที่บริษัทข้ามชาติอื่นๆ ทำ จึงดูเหมือนแอปเปิลไม่ได้ใส่ใจตลาดจีนมากเท่าที่ควร

 

ที่มา : กรุงเทพธุรกิจ

VN:F [1.9.13_1145]
Rating: 0.0/5 (0 votes cast)

ไม่มีบทความที่เกี่ยวข้อง.

Tags: , , , ,

แสดงความเห็น