แปรรูปผักตบด้วยนาโนเทคโนโลยี – ฉลาดคิด
ผักตบชวาที่มีจำนวนมากในแม่น้ำลำคลอง กลายเป็นปัญหาหนึ่งของระบบนิเวศที่นอกจากจะทำให้เกิดน้ำเน่าเสียแล้วยังอุดช่องทางระบายน้ำ ทำให้เกิดน้ำท่วมในฤดูน้ำหลากอย่างเช่นปีที่ผ่านมาอีกด้วย
ปัจจุบันการกำจัดผักตบชวาตามแม่น้ำสายหลักถือเป็นภาระอย่างหนึ่งของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กรมเจ้าท่า ที่ต้องจัดเก็บผักตบชวาไม่ต่ำกว่า 200 ตันต่อวัน หรือปีละ หลายแสนตันทีเดียว
และจากปัญหาขยะผักตบชวาจำนวนมากนี้ แม้จะมีการนำไปแปรรูปเป็นปุ๋ยหรือเครื่องจักสานต่าง ๆ แต่ก็ยังทำได้ในจำนวนที่ไม่มากพอ จึงเป็นที่มาของงานวิจัย “การเปลี่ยนผักตบชวาเป็นสารเคมีพื้นฐานสำหรับการประยุกต์ใช้งานด้านการเกษตรและเคมีชีวภาพด้วยตัวเร่งปฏิกิริยาวิวิธพันธ์ที่มีโครงสร้างระดับนาโน”
ซึ่ง “ดร.ขจรศักดิ์ เฟื่องนวกิจ” นักวิจัยจากศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ หรือนาโนเทค สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) หัวหน้าโครงการดังกล่าว บอกว่า เป็นการนำเทคโนโลยีที่มีอยู่ ซึ่งอาศัยความเชี่ยวชาญของศูนย์นาโนเทค
ด้านตัวเร่งปฏิกิริยา มาช่วยจัดการกับปัญหา เพื่อลดปริมาณขยะจากผักตบชวา ช่วยรักษาสิ่งแวดล้อม และยังเพิ่มมูลค่าให้กับขยะเหล่านี้ได้อีกด้วย
ทั้งนี้ได้ประสานงานกับกรมเจ้าท่า ลงพื้นที่ตรวจสอบที่มาของวัตถุดิบหรือผักตบชวา หลังจากนั้นได้ออกแบบระบบโดยมุ่งเน้นพัฒนาระบบการแปรรูปผักตบชวาเป็นสารเคมีพื้นฐาน เพื่อประยุกต์ใช้งานด้านการเกษตรและเคมีชีวภาพ ตัวเร่งปฏิกิริยาที่ใช้จะเป็นตัวเร่งปฏิกิริยาวิวิธพันธ์ชนิดใหม่ที่มีโครงสร้างในระดับนาโนเมตรในกระบวนการวัฏภาคของเหลว
ดร.ขจรศักดิ์ บอกว่า โครงการวิจัยนี้ ต้องอาศัยความเชี่ยวชาญแต่ละด้านของทีมวิจัยที่นอกจากตนเองแล้ว ยังมี ดร.นาวิน วิริยะเอี่ยมพิกุล ดร.พงษ์ธนวัฒน์ เข็มทอง และดร.สุธารวดี มัญยานนท์ ทำให้งานวิจัยนี้ประสบผลสำเร็จ
เบื้องต้นจากการทดลองในระบบที่เกือบปิด ใช้ถังปฏิกรณ์ในห้องปฏิบัติการขนาด 10 ลิตร มีผักตบชวาเป็นวัตถุดิบ และใช้ตัวเร่งปฏิกิริยาที่มีโครงสร้างในระดับนาโนเมตร พบว่าสามารถแปรรูปผลิตภัณฑ์ได้หลายรูปแบบตามแต่ตัวเร่งปฏิกิริยาที่เลือกใช้
หากต้องการแปรรูปผักตบชวาเป็นสารเคมีพื้นฐาน ซึ่งเป็นของเหลว ใช้เวลาในการผลิตไม่นานคือไม่เกิน 1 ชั่วโมง จะได้ น้ำตาล ฟิวแรน และกรดคาร์บอกซิลิก ที่ใช้ใน
อุตสาหกรรมเคมีชีวภาพและการผลิตเชื้อเพลิงสังเคราะห์
ส่วนการแปรรูปเป็นของแข็ง เพื่อใช้ประโยชน์ในภาคการเกษตรนั้น จะใช้เวลาในกระบวนการสกัดประมาณ 12-24 ชั่วโมง จะได้ ฮิวมิก ซึ่งเป็นสารเร่งการเจริญเติบโตของพืชในวัสดุปรับปรุงดิน
การันตีประโยชน์และความน่าสนใจของงานวิจัยชิ้นนี้ ด้วยการเป็น 1 ใน 21 โครงการที่ได้รับการคัดเลือกให้ได้รับทุนช่วยเหลือด้านการวิจัยประจำปีนี้ จากมูลนิธิโทเร เพื่อการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ประเทศไทย
ดร.ขจรศักดิ์ บอกว่าทุนวิจัยดังกล่าว มีเป้าหมายสนับสนุนให้ศึกษาหาสภาวะที่เหมาะสมในการทำปฏิกิริยาต่าง ๆ อธิบายง่าย ๆ ก็คือ หาสูตรที่เหมาะสมในการผลิตผลิตภัณฑ์ต่าง ๆจากผักตบชวา
ส่วนเป้าหมายของโครงการ หัวหน้าทีมวิจัยบอกว่าใน 2 ปีต้องการที่จะขยายกำลังผลิตจากระดับห้องปฏิบัติการ 10 ลิตรเป็นระดับตันได้ นอกจากนี้ยังอาจพัฒนาเป็นระบบต่อเนื่องอีกด้วย
สำหรับโอกาสต่อยอดเชิงพาณิชย์ ดร.ขจรศักดิ์ บอกว่า หากทำจริงคุ้มทุนแน่นอน เพราะวัตถุดิบคือวัชพืชเหลือทิ้ง นอกจากจะเป็นการกำจัดขยะ แล้วยังเพิ่มมูลค่าในตัว อย่างเช่น นำมาเป็นวัสดุปรับปรุงดิน เช่น ฮิวมิก ซึ่งปัจจุบันนำเข้าจากต่างประเทศจะถูกกว่าหลายเท่าตัว
น่าสน!!! เพราะน้ำท่วมที่ผ่านมา ผักตบชวาได้ใจลอยมากับน้ำ แถมยังทิ้งซากไว้ให้ดูต่างหน้าอีกมากทีเดียว.
ที่มา : เดลินิวส์
บทความที่เกี่ยวข้อง:
- หลับแล้วทำไมต้องฝัน ไม่ฝันไม่ได้หรือ
- วิทยาลัยนาโน
- โปรแกรมช่วยเหลือการสื่อสารผ่านภาษามือ
- แผ่นปิดแผล:กาวไหมคุณค่าจากของเหลือทิ้ง
- แซ่ด! เหตุเด้ง ผู้ว่าฯ ปทุมธานี เพราะวิจารณ์แก้น้ำท่วมนายกฯ


