| | มีคนอ่าน 34 คน

“จีน-อิหร่าน” ตัวการป่วนตลาดน้ำมันโลก

สถานการณ์น้ำมันโลกยังต้องจับตามองใกล้ชิด ขณะที่ความตึงเครียดระหว่างอิหร่านและชาติตะวันตกมีแนวโน้มดุเดือดขึ้นตามลำดับ

สถานการณ์น้ำมันโลกยังต้องจับตามองใกล้ชิด หลังจากราคาน้ำมันดิบไลท์สวีทเคลื่อนไหวอยู่เหนือระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วนเบรนท์เคลื่อนไหวแถว 120 ดอลลาร์ ขณะที่ความตึงเครียดระหว่างอิหร่านและชาติตะวันตกมีแนวโน้มดุเดือดขึ้นตามลำดับ

ล่าสุด อิหร่าน ประกาศหยุดส่งน้ำมันให้บริษัทในอังกฤษและฝรั่งเศส ชิงตอบโต้ตัดหน้าสหภาพยุโรป (อียู)ที่ประกาศระงับการนำเข้าน้ำมันจากอิหร่านตั้งแต่ 1 กรกฎาคมเป็นต้นไป ซึ่งเป็นการตอบโต้อย่างเป็นทางการจากฝั่งเตหะราน และอาจส่งผลทางจิตวิทยาต่อราคาน้ำมันในช่วงนี้

น่าสนใจว่า โลกกำลังเผชิญคลื่นลม ที่ถาโถมตลาดน้ำมันพร้อมๆ กัน 2 ด้าน ทั้งด้านอุปทาน ที่ปัญหามาจากกรณีความขัดแย้งระหว่างอิหร่าน ผู้ส่งออกน้ำมันรายใหญ่อันดับ 3 ของโลก และชาติตะวันตก ส่วนด้านอุปสงค์ มาจากความต้องการบริโภคน้ำมันมหาศาลในจีนและเอเชีย ซึ่งส่งผลให้ราคาน้ำมันเคลื่อนไหวในระดับสูงมาระยะหนึ่งแล้ว

ในฟากอุปสงค์ แม้เศรษฐกิจโลกจะชะลอตัวลง แต่ความต้องการบริโภคน้ำมันในเอเชียปีนี้มีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้น 0.98 ล้านบาร์เรลต่อวัน เป็น 29.33 ล้านบาร์เรลต่อวัน หลังจากเมื่อปี 2554 เพิ่มขึ้น 0.82 ล้านบาร์เรลต่อวัน โดย 1 ใน 3 ของความต้องการมาจากจีน รวมถึงอินเดีย เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น และประเทศอื่นๆ ในเอเชีย-แปซิฟิกที่เติบโตอย่างรวดเร็ว

ส่วนในฟากอุปทาน ภัยคุกคามในระยะสั้นที่สำคัญ หนีไม่พ้นกรณีอิหร่าน รวมถึงปัจจัยอื่นๆ ที่เชื่อมโยง อาทิเช่น ปัญหาความขัดแย้งในซีเรีย ซึ่งรัฐบาลของประธานาธิบดีบาชาร์ อัล-อัสซาด ที่กำลังประสบปัญหา ถือเป็นพันธมิตรเพียงหนึ่งเดียวของอิหร่าน ที่ยังเหลืออยู่ในภูมิภาคนี้

“ริชาร์ด โซลทาเนียน” จากนัสคอนซัลติ้ง มองว่า ราคาในตลาดน้ำมันสะท้อนถึงค่าชดเชยความเสี่ยงจากภูมิศาสตร์การเมือง ที่อาจกระทบต่อการผลิต แต่นี่ ยังไม่นับรวมการหยุดชะงักของอุปทานที่เกิดขึ้นจริง

ประเมินกันว่า “จีน” จะเป็นตัวแปรที่สำคัญ บนความตึงเครียดระหว่างอิหร่านและชาติตะวันตก เพราะเมื่อทางการเตหะราน ถูกคว่ำบาตรจากตะวันตก ทำให้ต้องหาลูกค้าใหม่มาซื้อน้ำมันเกือบ 1 ใน 3 ของการส่งออก ที่หดหายไปดังกล่าว ซึ่งอิหร่าน กำลังเจรจาขายน้ำมันประมาณ 500,000 บาร์เรล ให้กับโรงกลั่นในจีนและอินเดีย

แต่หากอิหร่าน ไม่สามารถหาผู้ซื้อได้ภายในกลางเดือนมีนาคม ก็อาจต้องลดกำลังผลิตลงจากเดิม และอาจจะผลักให้ราคาปรับขึ้นอีก

ไม่อาจปฏิเสธว่า ปัจจุบัน แดนมังกรกำลังมีบทบาทมากขึ้น ไม่ใช่แค่ต่ออิหร่าน แต่ยังรวมถึงโลกอาหรับทั้งหมด ในขณะที่สหรัฐ เริ่มนำเข้าน้ำมันจากภูมิภาคนี้ลดลง สิ่งที่เกิดขึ้น สะท้อนถึงความเปลี่ยนแปลงอย่างมากต่อภูมิศาสตร์การเมืองของตะวันออกกลาง

เพราะจีน กำลังกลายเป็นประเทศที่พึ่งพาน้ำมันจากต่างชาติมากขึ้น โดยจีน นำเข้าน้ำมันมากถึง 80% ของความต้องการบริโภคทั้งหมด ซึ่งส่วนใหญ่มาจากตะวันออกกลาง ผิดกับสหรัฐ ที่เริ่มหันไปพึ่งพาแหล่งพลังงานในประเทศมากขึ้น

นอกเหนือจากจีน ที่นำเข้าน้ำมันจากอิหร่าน 540,000 บาร์เรลต่อวัน เตหะราน ยังมีลูกค้าชั้นดีจากเอเชีย ได้แก่ อินเดีย ที่นำเข้าน้ำมันเกือบ 550,000 บาร์เรลต่อวันจากอิหร่าน ญี่ปุ่นที่ซื้อน้ำมันเฉลี่ย 251,000 บาร์เรลต่อวันในช่วงครึ่งหลังของปีที่แล้ว เกาหลีใต้ ที่นำเข้าน้ำมันเฉลี่ย 244,000 บาร์เรลต่อวัน และตุรกีที่นำเข้าเกือบ 217,000 บาร์เรลต่อวัน

 

ที่มา : กรุงเทพธุรกิจ

VN:F [1.9.13_1145]
Rating: 0.0/5 (0 votes cast)

ไม่มีบทความที่เกี่ยวข้อง.

Tags: , , ,

แสดงความเห็น